ข้ามไปเนื้อหา

พระราชกำหนดขนานนามสกุลเพิ่มเติม พระพุทธศักราช 2465

จาก วิกิซอร์ซ
วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๔๖๕
เล่ม ๓๙น่า ๔๔๘
ราชกิจจานุเบกษา

พระราชกำหนดขนานนามสกุลเพิ่มเติม
พระพุทธศักราช ๒๔๖๕

มีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ว่า บัดนี้ความทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทว่าบุคคลที่ไม่มีบุตร์หลานเหลนสืบสายโลหิตได้ขอบุตร์ผู้อื่นมาเลี้ยงเปนบุตร์บุญธรรม มีความปราถนาจะให้ใช้นามสกุลของตนเพื่อสืบสกุลต่อไปภายน่าประการ ๑ อีกประการ ๑ มีเด็กที่ไม่ปรากฎนามบิดามารดาซึ่งตามสถานที่รับเลี้ยงดูทารกได้รับเลี้ยงไว้ จะควรใช้นามสกุลอย่างไรก็ยังไม่มีบทบังคับไว้ เปนการขัดข้องแก่การจดทะเบียนนามสกุล สมควรจะแก้ไขขยายความในพระราชบัญญัติขนานนามสกุล พ.ศ. ๒๔๕๖ ให้พอเพียงแก่เหตุการณ์ กับทั้งควรระวังการที่มีผู้ขอเปลี่ยนนามสกุลอย่าให้เปนที่ยุ่งยากสับสนด้วย

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกำหนดขนานนามสกุลเพิ่มเติมขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตราบุคคลใดไม่มีบุตร์หลานเหลนผู้สืบสายโลหิต มีความปราถนาจะให้บุตร์บุญธรรมใช้นามสกุลของตนเพื่อสืบสกุลต่อไป ถ้าเจ้าพนักงานผู้รับจดทะเบียนนามสกุลพิจารณาเห็นสมควร ก็อนุญาตให้จดทะเบียนใช้นามสกุลร่วมกันได้

มาตราเมื่อใดความปรากฎว่ามีเด็กที่โรงพยาบาลหรือสถานที่รับเลี้ยงดูเด็กทารกที่ไม่ปรากฎนามบิดามารดา ให้ผู้ปกครองโรงพยาบาลหรือสถานที่เลี้ยงดูเด็กทารกขอจดทะเบียนนามสกุลได้ การจดทะเบียนเช่นนี้ ให้จดรวมกันเปนตำบล ๆ คือสถานที่แห่ง ๆ ก็ให้ใช้นามสกุลสำหรับเด็กที่ไม่ปรากฎนามบิดามารดาแต่สกุล ๑ จนกว่าจะสืบหาสกุลที่แท้จริงได้

มาตราบุคคลใดที่มีนามสกุลอยู่แล้ว มีความปราถนาจะเปลี่ยนใช้นามสกุลอื่น จะต้องไปแจ้งเหตุผลต่อเจ้าพนักงานผู้จดทะเบียน ถ้าเจ้าพนักงานเห็นสมควร ให้ออกประกาศให้สาธารณชนทราบว่าผู้นั้นปราถนาจะเปลี่ยนใช้นามสกุลอย่างนั้น ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดมีข้อควรคัดค้าน เช่นเปนผู้ที่ใช้นามสกุลอันผู้ที่ขอจะได้เปลี่ยนมาเปนนั้น ก็ให้ร้องต่อเจ้าพนักงาน ๆ จะได้พิจารณาดูว่าคัดค้านนั้นมีเหตุสมควรที่จะยอมหรือไม่ แล้วจะได้วินิจฉัยต่อไปว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ใช้นามสกุลซึ่งขอเปลี่ยนใหม่ ทั้งนี้เพื่อเปนทางให้บุคคลมีสิทธิสงวนนามสกุลของตนเองได้บ้าง

มาตราให้เรียกค่าธรรมเนียมแต่ผู้ที่ร้องขอเปลี่ยนนามสกุลใหม่รายละ ๒๐ บาท

ประกาศมาณวันที่ ๑๔ ธันวาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๕ เปนปีที่ ๑๓ ในรัชกาลปัตยุบัน

เล่ม ๓๙น่า ๒๖๕๔
วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๔๖๕
ราชกิจจานุเบกษา

บอกแก้

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๓๙ ตอน ๓๘ ออกวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๕ พระราชบัญญัติขนานนามสกุลเพี่มเติม น่า ๔๕๐ บรรทัด ๓ คำว่า จะได้พิจารณาดูว่าคัดค้านนั้นมีเหตุสมควรที่จะยอมหรือไม่ นั้น ยังผิดตกไปคำหนึ่ง ให้แก้ เติม ข้อ ลง คือคำว่า จะได้พิจารณาดูว่าข้อคัดค้านนั้นมีเหตุสมควรที่จะยอมหรือไม่

แลในเล่มเดียวกัน ในพระราชดำรัสตอบในการเปิดสถานเสาวภา น่า ๒๕๘๑ บรรทัด ๘ ความว่า เปนปัจจัยสำคัญแห่งความเจริญของมนุษย์ นั้น ยังผิดอยู่ ขอแก้เติมตามที่ถูกว่า เปนปัจจัยสำคัญแห่งความสุขความเจริญของมนุษย์ แลบรรทัด ๑๖ ความว่า ขอให้รับ นั้น แก้เปน ขอได้รับ บรรทัด ๑๘ ความว่า ในส่วนการ นั้นผิด ที่ถูก ในส่วนความ กับในแจ้งความกระทรวงมหาดไทย น่า ๑๖๐๘ บรรทัด ๑ คำว่า หลวงประคัญคดี ผิด เจ้าน่าที่ขอแก้ตามที่ถูกเปน หลวงประคิญคดี

งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า

"มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(1)ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(2)รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(3)ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(4)คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(5)คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"

Public domainPublic domainfalsefalse