พระราชบัญญัติว่าด้วยการค้าหญิงและเด็กหญิง พุทธศักราช 2471

มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ประกาศจงทราบทั่วกันว่า
โดยที่เป็นการสมควรจะปราบปรามการค้าหญิงและเด็กหญิงซึ่งมีผู้นำเข้ามาหรือพาออกไปจากประเทศสยาม
จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดั่งต่อไปนี้
มาตรา๑ให้เรียกพระราชบัญญัตินี้ว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยการค้าหญิงและเด็กหญิง พุทธศักราช ๒๔๗๑”
มาตรา๒ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา๓ในพระราชบัญญัตินี้
คำว่า “เสนาบดี” หมายความว่า เสนาบดีผู้มีหน้าที่รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
คำว่า “เจ้าพนักงาน” หมายความว่า เจ้าพนักงานใด ๆ ที่ได้แต่งตั้งขึ้นตามกฎเสนาบดีเพื่อให้ปฏิบัติการตามบทพระราชบัญญัตินี้
มาตรา๔ผู้ใดนำหรือให้ผู้อื่นนำหญิงหรือเด็กหญิงเข้ามาในประเทศสยามเพื่อการรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรมก็ดี พาหรือให้ผู้อื่นพาหญิงหรือเด็กหญิงออกไปจากประเทศสยามเพื่อการรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรมก็ดี รับหรือจำหน่ายหญิงหรือเด็กหญิงโดยมิชอบด้วยกฎหมายโดยที่ตนรู้อยู่ว่ามีผู้นำเข้ามาในประเทศสยามเพื่อการดั่งว่ามานั้นก็ดี ท่านว่ามีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินพันบาท หรือทั้งจำและปรับทั้งสองสถาน
ถึงแม้กรรมทั้งหลายซึ่งประกอบกันเป็นความผิดนั้นได้กระทำไว้ในประเทศต่างกันก็ตาม ผู้กระทำผิดนั้นก็อาจถูกฟ้องร้องและลงโทษได้
มาตรา๕ในการที่จะปฏิบัติการตามความประสงค์แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจที่จะตรวจตราหญิงและเด็กหญิงทั้งปวงซึ่งเข้ามาสู่หรือจะออกไปจากประเทศสยาม และเพื่อที่จะทำการตรวจตราดั่งว่านี้ เจ้าพนักงานอาจเข้าไปในยานพาหนะใด ๆ เว้นเสียแต่เมื่อยานพาหนะนั้น ๆ ได้ใช้อยู่โดยฉะเพาะในราชการของรัฐบาลสยามหรือรัฐบาลต่างประเทศ
มาตรา๖เมื่อมีเหตุควรสงสัยว่าได้มีผู้กระทำความผิดตามที่ได้ระบุไว้ในมาตรา ๔ หรือได้มีผู้พยายามที่จะกระทำความผิดดั่งว่านั้นแล้ว ในระวางไต่สวนเจ้าพนักงานจะกักตัวหญิงหรือเด็กหญิงนั้นไว้ในสถานที่อันสมควรที่ได้จัดไว้สำหรับการนี้ก็ได้
การกักตัวบุคคลตามความในมาตรานี้จะต้องไม่เกินสามสิบวัน นอกจากจะได้ร้องขอคำสั่งต่อศาลชั้นต้น และศาลได้ออกคำสั่งให้กัก ถ้าศาลออกคำสั่งให้ คำสั่งนั้นมีอายุไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ลงในคำสั่ง และถ้าจำเป็นจะต้องกักตัวไว้ต่อไปอีก ศาลจะต่ออายุคำสั่งให้เมื่อเจ้าพนักงานร้องขอก็ได้
มาตรา๗เมื่อได้ความตามทางไต่สวนว่ามีผู้กระทำผิดดั่งที่ได้ระบุไว้ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัตินี้ ท่านว่าให้ส่งตัวหญิงหรือเด็กหญิงนั้นกลับไปยังประเทศเดิมหรือถิ่นที่อยู่ในประเทศสยามแล้วแต่เรื่อง ถ้าหญิงหรือเด็กหญิงนั้นไม่สามารถจะเสียค่าเดิรทางได้และทั้งไร้สามีหรือญาติหรือผู้ปกครองซึ่งจะเสียค่าเดินทางให้ได้แล้ว รัฐบาลจะเป็นผู้ออกค่าเดินทางให้จนถึงพรมแดนหรือท่าเรือที่ใกล้ที่สุดที่จะเดิรทางสู่ประเทศเดิมแห่งหญิงหรือเด็กหญิงนั้น อนึ่งในระวางเวลาก่อนที่จะออกเดิรทาง เจ้าพนักงานจะกักตัวหญิงหรือเด็กหญิงนั้นไว้ก็ได้
มาตรา๘คำสั่งใด ๆ ของเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามมาตรา ๖ และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัตินี้ บุคคลผู้มีประโยชน์ได้เสียอาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ภายในสี่สิบแปดชั่วโมง ให้เสนาบดีเป็นผู้วินิจฉัยข้ออุทธรณ์ และคำวินิจฉัยของเสนาบดีนั้นต้องนับว่าเป็นที่สุด
คำอุทธรณ์ให้ยื่นต่อเจ้าพนักงานเป็นลายลักษณ์อักษร
มาตรา๙ให้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจที่จะออกกฎเสนาบดีเพื่อปฏิบัติการตามบทพระราชบัญญัตินี้ กฎเสนาบดีนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
ประกาศมาณวันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๗๑ เป็นปีที่ ๔ ในรัชชกาลปัจจุบัน
งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า
- "มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
- (1)ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
- (2)รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
- (3)ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
- (4)คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
- (5)คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"
Public domainPublic domainfalsefalse