พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาชญาทหาร พุทธศักราช 2473

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิป พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ประกาศจงทราบทั่วกันว่า
โดยที่ทรงพระราชดำริว่า ผู้บังคับบัญชาของทหารบางจำพวกเป็นข้าราชการที่มียศทางฝ่ายพลเรือน แต่ได้ปฏิบัติการอยู่ในวินัยของทหาร สมควรจะให้มีอำนาจลงอาชญาแก่ทหารที่อยู่ในบังคับบัญชาได้เช่นเดียวกับผู้บังคับบัญชาที่เป็นนายทหาร
และโดยที่ทหารบางเหล่าบางจำพวกซึ่งโดยตำแหน่งหน้าที่ต้องไปรับราชการประจำอยู่ในบังคับบัญชาของข้าราชการในกระทรวงพลเรือนก็มี สมควรให้อำนาจในการลงอาชญาแก่ผู้บังคับบัญชาของทหารนั้นด้วย
ทรงพระราชดำริเห็นสมควรแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาทหารเสียใหม่
จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยบทมาตราต่อไปนี้
มาตรา๑พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาชญาทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๓
มาตรา๒ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา๓ให้แก้คำอธิบายคำว่า “คำสั่ง” และ “ข้อบังคับ” ในมาตรา ๔ แห่งประมวลกฎหมายอาชญาทหาร รัตนโกสินทรศก ๑๓๐ คือคำว่า “นายทหาร” ให้แก้เป็น “ผู้ซึ่งบังคับบัญชาทหาร”
มาตรา๔ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗ แห่งประมวลกฎหมายอาชญาทหาร รัตนโกสินทรศก ๑๓๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๗ผู้ซึ่งบังคับบัญชาทหารได้นั้น ท่านให้มีอำนาจลงอาชญาแก่ผู้ที่กระทำผิดต่อวินัยทหารตามลักษณะกฎหรือข้อบังคับทหารบกทหารเรือซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งขึ้นไว้ และข้าราชการในกระทรวงพลเรือนซึ่งบังคับบัญชาทหารชั่วเวลาที่ทหารไปรับราชการอยู่ในบังคับบัญชา ท่านให้มีอำนาจลงอาชญาแก่ทหารในบังคับบัญชานั้นได้ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๑”
มาตรา๕ให้แก้คำว่า “นายทหาร” ในมาตรา ๑๒ แห่งประมวลกฎหมายอาชญาทหาร รัตนโกสินทรศก ๑๓๐ เป็น “ผู้ซึ่งบังคับบัญชาทหาร”
มาตรา๖ให้แก้คำว่า “แก่ทหารคนใดที่มีอำนาจเหนือมัน” ในมาตรา ๓๘ แห่งประมวลกฎหมายอาญาทหาร รัตนโกสินทรศก ๑๓๐ เป็น “แก่ผู้ซึ่งมีอำนาจบังคับบัญชาเหนือมัน”
มาตรา๗ให้แก้คำว่า “บังอาจแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อทหารผู้ใดซึ่งมีอำนาจบังคับบัญชาหรือเป็นผู้ใหญ่เหนือมัน” ในมาตรา ๔๐ แห่งประมวลกฎหมายอาญาทหาร รัตนโกสินทรศก ๑๓๐ เป็น “บังอาจแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อผู้บังคับบัญชาหรือต่อทหารที่เป็นใหญ่เหนือมัน”
ประกาศมาณวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๗๓ เป็นปีที่ ๖ ในรัชชกาลปัจจุบัน
งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า
- "มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
- (1)ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
- (2)รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
- (3)ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
- (4)คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
- (5)คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"
Public domainPublic domainfalsefalse