ข้ามไปเนื้อหา

พระราชพงศาวดารกรุงเก่า (ตามต้นฉะบับของกรมราชบัณฑิต)

จาก วิกิซอร์ซ
พระราชพงศาวดารกรุงเก่า
(ตามต้นฉะบับของกรมราชบัณฑิต)
พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ
มหาเสวกเอก เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาธิบดี
(ม.ร.ว. มูล ดารากร)


ณ สุสานหลวง วัดเทพศิรินทราวาส
วันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๑

ที่ ๑๐๔๖/๒๕๐๑
กรมวิชาการ
 
๑๕ กรกฎาคม ๒๕๐๑
เรื่อง ขออนุญาตพิมพ์หนังสือ
เรียน นายอาภรณ์ กฤษณามระ
อ้างถึง หนังสือลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๐๑

ตามที่ท่านขออนุญาตพิมพ์หนังสือพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ภาคที่ ๑–๒ ฉบับกรมราชบัณฑิต จัดพิมพ์เมื่อ ๑๔ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๓๑ เพื่อใช้แจกในการพระราชทานเพลิงศพเจ้าพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาธิบดีนั้น บัดนี้กระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาอนุญาตให้จัดพิมพ์ขึ้นได้ตามความประสงค์แล้ว

จึงเรียนมาเพื่อทราบ.

ขอแสดงความนับถือ

(นายสมาน สิงหวิลัย)
หัวหน้ากองตำรา รักษาการในตำแหน่ง
อธิบดีกรมวิชาการ

แจ้งความกรมราชบัณฑิต

พระราชพงษาวดารที่กรมราชบัณฑิตจัดพิมพ์ขึ้นครั้งนี้ ได้ใช้หนังสือสองเล่มที่หมอบรัดเลพิมพ์เมื่อจุลศักราช ๑๒๒๖ เป็นต้นฉบับ ธรรมดาหนังสือที่พิมพ์ขึ้นเกือบห้าสิบปีมาแล้วเช่นหนังสือสองเล่มนี้ ตัวสกดการันต์และวรรคตอนย่อมผิดแผกไปจากที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้มาก ทั้งการตรวจตัวพิมพ์ในสมัยนั้นก็ไม่สู้จะกวดขันเท่าใดด้วย จึงมีถ้อยคำที่ผิดเพี้ยนตกหล่นอยู่ตั้งแต่ต้นจนปลาย และในที่บางแห่งถึงกับพิมพ์ข้อความอย่างเดียวซ้ำกันตั้ง ๆ ครึ่งหน้า บางแห่งก็ลงเลขลำดับหน้าไม่เรียงกัน เป็นที่ฉงนสนเท่ห์แก่ผู้อ่านผู้เรียนอยู่ตลอดมา ในการพิมพ์ครั้งนี้กรมราชบัณฑิตได้พยายามตรวจแก้ถ้อยคำและวรรคตอนให้ถูกต้องตลอดแล้ว ส่วนข้อความที่ยังมีคลาดเคลื่อนเลอะเลือนอยู่บ้าง ก็ได้สอบทานกับต้นฉบับสมุดไทย (ฉบับกรมหลวงมหิศวรินทร์) ของหอพระสมุดวชิรญาณ และได้แก้ไขข้อที่เคลือบแฝงนั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้นแล้ว อนึ่งเพื่อจะให้เหมาะแก่การเล่าเรียน กรมราชบัณฑิตได้เลือกเฟ้นฟั้นและจัดแยกเนื้อเรื่องออกพิมพ์เป็นตอน ๆ คือพระราชพงษาวดารกรุงเก่า เริ่มต้นแต่พระเจ้าอู่ทองสร้างกรุงศรีอยุทธยาเมื่อจุลศักราช ๗๑๒ ที่สุกเพียงเสียกรุงแก่พม่า จัดเป็นตอนหนึ่ง มีสองภาค ๆ ละเล่ม พระราชพงษาวดารกรุงธนบุรี (แผ่นดินพระเจ้าตากสิน) จัดเป็นตอนหนึ่ง มีเล่มเดียวจบ สองตอนนี้คัดมาแต่ฉบับซงพิมพ์ที่โรงพิมพ์หมอบรัดเล ส่วนพระราชพงษาวดารตอนกรุงเทพฯ จะได้หาต้นฉบับมาพิมพ์จำหน่ายให้ราคาย่อมเยาอีกต่อไป

ณวันที่ ๑๔ กันยายน ร.ศ. ๑๓๑
พระจรัสชวนะพันธ์
เจ้ากรมกรมราชบัณฑิต

บาญชีเรื่อง
แผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง)
แผ่นดินสมเด็จพระราเมศวร (ครั้งที่หนึ่ง)
แผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ (ขุนหลวงพงั่ว)
แผ่นดินสมเด็จพระเจ้าทองจันทร์ (เจ้าท้องลั่น)
แผ่นดินสมเด็จพระราเมศวร (ครั้งที่สอง)
แผ่นดินสมเด็จพระเจ้ารามราชาธิราช
แผ่นดินสมเด็จพระอินทร์ราชาธิราชที่ ๑ (พระนครอินทร์)
แผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา)
แผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ
แผ่นดินสมเด็จพระอินทร์ราชาที่ ๒
แผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ (พระบรมราชา) ๑๐
แผ่นดินสมเด็จพระบรมราชามหาพุทธางกูร ๑๑
แผ่นดินสมเด็จพระรัษฎาธิราชกุมาร ๑๒
แผ่นดินสมเด็จพระไชยราชาธิราช ๑๒
แผ่นดินสมเด็จพระยอดฟ้า (และขุนวรวงษาธิราชซึ่งยกจากลำดับกษัตริย์) ๑๓
แผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (ครั้งที่ ๑) ๑๘
แผ่นดินสมเด็จพระมหินทราธิราช (ครั้งที่ ๑) ๕๐
แผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (ครั้งที่ ๒) ๕๕
แผ่นดินสมเด็จพระมหินทราธิราช (ครั้งที่ ๒) ๖๑
แผ่นดินสมเด็จพระสรรเพ็ชร์ที่ ๑ (พระมหาธรรมราชา) ๗๒
แผ่นดินสมเด็จพระสรรเพ็ชร์ที่ ๒ (พระนเรศวร) ๑๐๙
แผ่นดินสมเด็จพระสรรเพ็ชร์ที่ ๓ (พระเอกาทศรฐ) ๑๘๒
แผ่นดินสมเด็จพระสรรเพ็ชร์ที่ ๔ (เจ้าฟ้าศรีเสาวภาคย์) ๑๙๔
แผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาที่ ๑ (พระเจ้าทรงธรรม) ๑๙๔
แผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาที่ ๒ (พระเชษฐาธิราช) ๑๙๗
แผ่นดินสมเด็จพระอาทิตยวงศ์ ๒๐๐
แผ่นดินสมเด็จพระสรรเพ็ชร์ที่ ๕ (พระเจ้าปราสาททอง) ๒๐๐
แผ่นดินสมเด็จพระสรรเพ็ชร์ที่ ๖ (เจ้าฟ้าชัย) ๒๑๔
แผ่นดินสมเด็จพระสรรเพ็ชร์ที่ ๗ (พระศรีสุธรรมราชา) ๒๑๔
แผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๓ (พระนารายน์) ๒๑๘
แผ่นดินสมเด็จพระมหาบุรุษ (พระเพทราชา) ๒๙๐
แผ่นดินสมเด็จพระสรรเพ็ชร์ที่ ๘ (ขุนหลวงสรศักดิ์) ๓๒๖
แผ่นดินสมเด็จพระสรรเพ็ชร์ที่ ๙ (ขุนหลวงท้ายสระ) ๓๔๕
แผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ (พระบรมโกศ) ๓๕๕
แผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๔ (กรมขุนพรพินิต) ๓๗๔
แผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาที่ ๓ (กรมขุนอนุรักษ์มนตรี) ๓๗๗

พิมพ์ที่โรงพิมพ์ไทยเขษม ถนนเฟื่องนคร พระนคร
นายอำพัน ฉายางกูร ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา ๒๕๐๑

งานนี้ ปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ได้หมดอายุตามมาตรา 19 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งระบุว่า

ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลธรรมดา
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
  2. ถ้ามีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์หมดอายุ
    1. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย หรือ
    2. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ไม่เคยโฆษณางานนั้นเลยก่อนที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายจะถึงแก่ความตาย
ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล หรือถ้าไม่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
  2. แต่ถ้าได้โฆษณางานนั้นในระหว่าง 50 ปีข้างต้น ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก

Public domainPublic domainfalsefalse