พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค - พรหมสังยุต - ทุติยวรรค - ๓. อันธกวินทสูตร

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค - พรหมสังยุต - ทุติยวรรค - ๓. อันธกวินทสูตร

[พระไตรปิฎก ฉบับธรรมทาน]

อันธกวินทสูตรที่ ๓
ท้าวสหัมบดีพรหมเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
[๖๑๑] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในอันธกวินทคาม ในแคว้นมคธ ฯ
ก็โดยสมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคประทับนั่งอยู่ในที่แจ้งในราตรีอันมืด และฝนกำลังตก

ประปรายอยู่ ฯ

ลำดับนั้นแล ท้าวสหัมบดีพรหม เมื่อราตรีปฐมยามล่วงไปแล้ว มีรัศมีอันงดงามยิ่ง

ยังอันธกวินทคามทั้งสิ้นให้สว่างแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทพระผู้มี

พระภาคแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรข้างหนึ่ง ฯ

[๖๑๒] ท้าวสหัมบดีพรหมยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ภาษิตคาถาเหล่านี้

ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า

ภิกษุพึงเสพที่นอนและที่นั่งอันสงัด พึงประพฤติเพื่อความหลุดพ้นจาก

สัญโญชน์ ถ้าว่าภิกษุไม่พึงได้ความยินดีในที่นั้นไซร้ ก็พึงเป็นผู้มีตน

อันรักษาแล้ว มีสติ พึงอยู่ในหมู่ภิกษุผู้เที่ยวไปอยู่จากตระกูลสู่ตระกูล

เพื่อบิณฑบาต มีอินทรีย์อันคุ้มครองแล้ว มีปัญญารักษาตน มีสติ พึง

เสพที่นอนและที่นั่งอันสงัด ภิกษุพ้นแล้วจากภัย น้อมไปแล้วในธรรม

อันไม่มีภัย ปราศจากความสยดสยอง นั่งอยู่แล้วในที่มีสัตว์เลื้อยคลาน

อันน่ากลัว สายฟ้าฉวัดเฉวียน ฝนตกในราตรีอันมืด ก็ข้าพระองค์ไม่

อาจกำหนดนับในใจของข้าพระองค์ได้เลยว่า เหตุนี้ข้าพระองค์เคยเห็น

แล้วแน่ ข้าพระองค์ไม่กล่าวถึงเหตุนี้ว่าเป็นอย่างนี้ในพรหมจรรย์ (คือ

ธรรมเทศนา) คราวหนึ่งเกิดมีพระขีณาสพผู้ละความตายได้มีจำนวนพัน

พระเสขะมากกว่าห้าร้อย และพระเสขะทั้งสิบ ทั้งร้อย ทั้งหมดถึง

กระแสมรรคแล้ว ไม่ไปสู่กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานส่วนหมู่สัตว์นอกนี้เป็น

ผู้มีส่วนบุญดังนี้ เพราะกลัวมุสาวาท ฯ

ดูเพิ่ม[แก้ไข]