พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค - มารสังยุต - ทุติยวรรค - ๓. สกลิกสูตร

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค - มารสังยุต - ทุติยวรรค - ๓. สกลิกสูตร

[พระไตรปิฎก ฉบับธรรมทาน]

สกลิกสูตรที่ ๓
ว่าด้วยการนอนหลับของพระพุทธเจ้า
[๔๕๒] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ มัททกุจฉิมิคทายวัน เขตกรุงราชคฤห์ ฯ
ก็โดยสมัยนั้นแล พระบาทของพระผู้มีพระภาคถูกสะเก็ดหินเจาะแล้ว ได้ยินว่า เวทนา

ทั้งหลาย อันยิ่ง เป็นไปในพระสรีระ เป็นทุกข์ แรงกล้า เผ็ดร้อน ไม่เป็นที่ยินดี ไม่เป็นที่

ทรงสบาย ย่อมเป็นไปแด่พระผู้มีพระภาค พระองค์มีพระสติสัมปชัญญะอดกลั้นซึ่งเวทนา

เหล่านั้น ไม่กระสับกระส่าย ฯ

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ลาดผ้าสังฆาฏิเป็น ๔ ชั้น แล้วสำเร็จ สีหไสยา

โดยพระปรัศเบื้องขวา พระบาทซ้ายเหลื่อมพระบาทขวา มีพระสติ สัมปชัญญะ ฯ

[๔๕๓] ครั้งนั้นแล มารผู้มีบาปเข้าไปเฝ้าพระองค์ถึงที่ประทับ แล้วทูล ถามพระผู้มี

พระภาคด้วยคาถาว่า

ท่านนอนด้วยความเขลา หรือมัวเมาคิดกาพย์กลอนอยู่ ประโยชน์

ทั้งหลายของท่านไม่มีมาก ท่านอยู่ ณ ที่นั่งที่นอนอันสงัดแต่ผู้เดียว

ตั้งหน้านอนหลับ นี่อะไร ท่านหลับทีเดียวหรือ ฯ

[๔๕๔] พระผู้มีพระภาคจึงตรัสตอบว่า

เราไม่ได้นอนด้วยความเขลา ทั้งมิได้มัวเมาคิดกาพย์กลอนอยู่เราบรร

ลุประโยชน์แล้วปราศจากความโศก อยู่ ณ ที่นั่งที่นอนอันสงัดแต่ผู้เดียว

นอนรำพึงด้วยความเอ็นดูในสัตว์ทั้งปวง ฯ

ลูกศรเข้าไปในอกของชนเหล่าใด ร้อยหทัยให้ลุ่มหลงอยู่ แม้ชน

เหล่านั้นในโลกนี้ ผู้มีลูกศรเสียบอกอยู่ ยังได้ความหลับเราผู้ปราศจาก

ลูกศรแล้ว ไฉนจะไม่หลับเล่า ฯ

เราเดินทางไปในทางที่มีราชสีห์เป็นต้น ก็มิได้หวาดหวั่น ถึงหลับใน

ที่เช่นนั้นก็มิได้กลัวเกรง กลางคืนและกลางวันย่อมไม่ทำให้เราเดือดร้อน

เราย่อมไม่พบเห็นความเสื่อมอะไรๆในโลก ฉะนั้น เราผู้มีความ

เอ็นดูในสัตว์ทั้งปวงจึงนอนหลับ ฯ

ครั้งนั้นแล มารผู้มีบาปเป็นทุกข์ เสียใจว่า พระผู้มีพระภาคทรงรู้จักเรา พระสุคต

ทรงรู้จักเรา ดังนี้ จึงได้หายไปในที่นั้นเอง ฯ

ดูเพิ่ม[แก้ไข]