พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค - ยักขสังยุต - ๓. สูจิโลมสูตร

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค - ยักขสังยุต - ๓. สูจิโลมสูตร

[พระไตรปิฎก ฉบับธรรมทาน]

สูจิโลมสูตรที่ ๓
ว่าด้วยราคะโทสะมีอัตภาพเป็นเหตุ
[๘๐๗] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับบนเตียงชนิดมีเท้าตรึงติดกับแม่แคร่ อัน

เป็นที่ครอบครองของสูจิโลมยักษ์ เขตบ้านคยา ฯ

สมัยนั้นแล ยักษ์ชื่อขระและยักษ์ชื่อสูจิโลมะเดินผ่านเข้าไปไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ฯ

ครั้งนั้นแล ยักษ์ชื่อขระได้พูดกับสูจิโลมยักษ์ว่า

นั่นสมณะ ฯ

นั่นไม่ใช่สมณะ เป็นสมณะน้อย แต่จะเป็นสมณะหรือสมณะน้อยเราพอจะรู้ได้ ฯ

[๘๐๘] ครั้งนั้นแล สูจิโลมยักษ์ได้เข้าไปใกล้พระผู้มีพระภาคยังที่ประทับ ครั้นแล้ว

ได้เข้าไปเหนี่ยวพระกายของพระองค์ ฯ

พระผู้มีพระภาคทรงกระเถิบถอยพระกายไปเล็กน้อย ฯ

ครั้งนั้นแล สูจิโลมยักษ์ได้ถามพระผู้มีพระภาคว่า ท่านกลัวเราไหมสมณะ ฯ

อาวุโส เราไม่กลัวท่านเลย แต่สัมผัสของท่านเลวทราม ฯ

สมณะ เราจักถามปัญหากะท่าน ถ้าท่านไม่กล่าวแก้แก่เรา เราจักทำจิตของท่านให้

พลุ่งพล่าน หรือจักฉีกหัวใจของท่าน หรือจักจับที่เท้าแล้วเหวี่ยงไปฝั่งโน้นแห่งแม่น้ำคงคา ฯ

อาวุโส เราไม่เห็นใครเลยในโลก ทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อม

ทั้งสมณะ พราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ ที่จะพึงทำจิตของเราให้พลุ่งพล่าน หรือฉีกหัวใจเรา

หรือจับเราที่เท้าแล้วเหวี่ยงไปฝั่งโน้นแห่งแม่น้ำคงคาได้ อาวุโส เอาเถอะ ท่านจงถามตามที่ท่าน

จำนงเถิด ฯ

[๘๐๙] สูจิโลมยักษ์ จึงถามว่า
ราคะแลโทสะ มีอะไรเป็นเหตุความไม่ยินดี ความยินดี และความ

สยดสยอง เกิดแต่อะไรความตรึกในใจเกิดแต่อะไรแล้วดักจิตไว้ได้

เหมือนพวกเด็กดักกา ฉะนั้น ฯ

[๘๑๐] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
ราคะแลโทสะมีอัตภาพนี้เป็นเหตุ ความไม่ยินดี ความยินดี และความ

สยดสยองเกิดแต่อัตภาพนี้ ความตรึกในใจเกิดแต่อัตภาพนี้แล้ว ดักจิต

ไว้ได้เหมือนพวกเด็กดักกา ฉะนั้น ฯ

อกุศลวิตกเป็นอันมาก เกิดแต่ความเยื่อใยคือตัณหา เกิดขึ้นในตน

แล้วแผ่ซ่านไปในวัตถุกามทั้งหลาย เหมือนย่านไทร เกิดแต่ลำต้น

ไทรแล้วแผ่ซ่านไปในป่า ฉะนั้น ฯ

ชนเหล่าใดย่อมรู้ อัตภาพนั้นว่าเกิดแต่สิ่งใด ชนเหล่านั้นย่อมบรรเทา

เหตุเกิดนั้นเสียได้ ดูกรยักษ์ ท่านจงฟัง ชนเหล่านั้นย่อมข้ามห้วง

กิเลสนี้ ซึ่งข้ามได้ยาก และไม่เคยข้ามเพื่อความไม่มีภพอีกต่อไป ฯ

ดูเพิ่ม[แก้ไข]