พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค - วนสังยุต - ๑๔. ปทุมปุบผสูตร

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค - วนสังยุต - ๑๔. ปทุมปุบผสูตร

[พระไตรปิฎก ฉบับธรรมทาน]

ปทุมปุบผสูตรที่ ๑๔
ว่าด้วยภิกษุขโมยกลิ่น
[๗๙๕] สมัยหนึ่ง ภิกษุรูปหนึ่ง พำนักอยู่ในแนวป่าแห่งหนึ่งในแคว้นโกศล สมัย

นั้นแล ภิกษุนั้นกลับจากบิณฑบาตภายหลังเวลาฉัน ลงสู่สระโบกขรณีแล้วสูดดมดอกปทุม ฯ

[๗๙๖] ครั้งนั้นแล เทวดาผู้สิงอยู่ในแนวป่านั้น มีความเอ็นดู ใคร่ประโยชน์แก่ภิกษุ

นั้น หวังจะให้เธอสลด จึงเข้าไปหาถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้กล่าวกะเธอด้วยคาถาว่า

ท่านสูดดมดอกไม้ที่เกิดในน้ำซึ่งใครๆ ไม่ได้ให้แล้ว นี้เป็นองค์อันหนึ่ง

แห่งความเป็นขะโมย ท่านผู้นิรทุกข์ ท่านเป็นผู้ขะโมยกลิ่น ฯ

[๗๙๗] ภิ. เราไม่ได้นำไป เราไม่ได้หัก เราดมดอกไม้ที่เกิดในน้ำห่างๆ เมื่อ

เป็นเช่นนี้ท่านจะเรียกว่าเป็นผู้ขะโมยกลิ่นด้วยเหตุดังรือ ส่วนบุคคลที่

ขุดเง่าบัว หักดอกบัวบุณฑริกเป็นผู้มีการงานอันเกลื่อนกล่นอย่างนี้

ไฉนท่านจึงไม่เรียกเขาว่าเป็นขะโมย ฯ

[๗๙๘] เท. บุรุษผู้มีบาปหนา แปดเปื้อนด้วยราคาทิกิเลสเกินเหตุเราไม่พูดถึง

คนนั้น แต่เราควรจะกล่าวกะท่าน บาปประมาณเท่าปลายขนทราย ย่อม

ปรากฏประดุจเท่าก้อนเมฆในนภากาศแก่บุรุษผู้ไม่มีกิเลส ดังว่าเนิน ผู้

มักแสวงหาไตรสิกขาอันสะอาดเป็นนิจ ฯ

[๗๙๙] ภิ. ดูก่อนเทวดา ท่านรู้จักเราแน่ละ และท่านเอ็นดูเราดูก่อนเทวดา ท่าน

เห็นกรรมเช่นนี้ในกาลใด ท่านพึงกล่าวอีก[ในกาลนั้น] เถิด ฯ

[๘๐๐] เราไม่ได้อาศัยท่านเป็นอยู่เลย และเราไม่ได้มีความเจริญ เพราะท่าน

ดูก่อนภิกษุ ท่านพึงไปสุคติได้ด้วยกรรมที่ท่านพึงรู้ ฯ

ลำดับนั้นแล ภิกษุนั้นเป็นผู้อันเทวดานั้นให้สลด ถึงซึ่งความสังเวชแล้วแล ฯ

วนสังยุต จบบริบูรณ์

_______________

รวมพระสูตรแห่งวนสังยุต มี ๑๔ สูตร คือ

วิเวกสูตรที่ ๑ อุปัฏฐานสูตรที่ ๒ กัสสปโคตตสูตรที่ ๓ สัมพหุลสูตรที่ ๔ อานันทสูตร

ที่ ๕ อนุรุทธสูตรที่ ๖ นาคทัตตสูตรที่ ๗ กุลฆรณีสูตรที่ ๘ วัชชีปุตตสูตรที่ ๙ สัชฌายสูตร

ที่ ๑๐ อโยนิโสมนสิการสูตรที่ ๑๑ มัชฌันติกสูตรที่ ๑๒ปากตินทริยสูตรที่ ๑๓ กับปทุมปุบผสูตร

ครบ ๑๔ ฯ

________________

ดูเพิ่ม[แก้ไข]