พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค - โกสลสังยุต - ทุติยวรรค - ๔. ปฐมสังคามวัตถุสูตร

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค - โกสลสังยุต - ทุติยวรรค - ๔. ปฐมสังคามวัตถุสูตร

[พระไตรปิฎก ฉบับธรรมทาน]

ปฐมสังคามวัตถุสูตรที่ ๔
ว่าด้วยผู้ชนะย่อมก่อเวร
[๓๖๘] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตพระนครสาวัตถี ฯ
ครั้งนั้น พระเจ้าแผ่นดินมคธอชาตสัตรู เวเทหิบุตร ทรงตระเตรียม จตุรงคินีเสนา ยกไปรุกราน

พระเจ้าปเสนทิโกศล ถึงแคว้นกาสี ฯ

พระเจ้าปเสนทิโกศลได้ทรงสดับข่าวว่า พระเจ้าแผ่นดินมคธอชาตสัตรู เวเทหิบุตร

ทรงตระเตรียมจตุรงคินีเสนายกมารุกรานเราถึงแคว้นกาสี ฯ

ลำดับนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลจึงทรงจัดจตุรงคินีเสนา ยกออกไปต่อสู้ พระเจ้าแผ่นดิน

มคธ อชาตสัตรู เวเทหิบุตร ป้องกันแคว้นกาสี ฯ

ครั้งนั้น พระเจ้าแผ่นดินมคธอชาตสัตรู เวเทหิบุตร กับพระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงทำ

สงครามกันแล้ว แต่ในสงครามครั้งนั้น พระเจ้าแผ่นดินมคธอชาตสัตรู เวเทหิบุตรทรงชำนะ

พระเจ้าปเสนทิโกศล ฯ

ฝ่ายพระเจ้าปเสนทิโกศลผู้ปราชัย ก็เสด็จล่าทัพกลับพระนครสาวัตถี ราชธานีของพระองค์ ฯ
[๓๖๙] ครั้งนั้น เวลาเช้า ภิกษุเป็นจำนวนมากนุ่งห่มแล้ว ถือบาตรและ จีวรเข้าไป

บิณฑบาตยังพระนครสาวัตถี เที่ยวบิณฑบาตไปในพระนครสาวัตถีแล้ว ในเวลาปัจฉาภัต กลับจาก

บิณฑบาตแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้ว ก็ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค

แล้วนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ

ภิกษุเหล่านั้นนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาค ว่า ข้าแต่

พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระโอกาส พระเจ้าแผ่นดินมคธอชาตสัตรู เวเทหิบุตร ทรง

ตระเตรียมจตุรงคินีเสนา ยกมารุกรานพระเจ้าปเสนทิโกศลถึง แคว้นกาสี พระเจ้าปเสนทิโกศล

ได้ทรงสดับข่าวว่า พระเจ้าแผ่นดินมคธอชาตสัตรูเวเทหิบุตร ทรงตระเตรียมจตุรงคินีเสนา

ยกมารุกรานเราถึงแคว้นกาสี ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ ลำดับนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศล จึงทรงจัด

จตุรงคินีเสนา ยก ออกไปต่อสู้พระเจ้าแผ่นดินมคธอชาตสัตรู เวเทหิบุตร ป้องกันแคว้นกาสี

ครั้งนั้น พระเจ้าแผ่นดินมคธอชาตสัตรู เวเทหิบุตร กับพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงทำสงคราม

กันแล้ว แต่ในสงครามครั้งนั้น พระเจ้าแผ่นดินมคธอชาตสัตรู เวเทหิบุตร ทรง ชำนะพระเจ้าปเสน

ทิโกศล ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ฝ่ายพระเจ้าปเสนทิโกศล ผู้ปราชัย ก็เสด็จล่าทัพกลับพระนคร

สาวัตถีราชธานีของพระองค์ ฯ

[๓๗๐] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระเจ้าแผ่นดิน มคธอชาตสัตรู

เวเทหิบุตร มีมิตรเลวทราม มีสหายเลวทราม มีพระทัยน้อมไปในคนเลวทราม ดูกรภิกษุทั้งหลาย

ฝ่ายพระเจ้าปเสนทิโกศล มีมิตรดีงาม มีสหายดีงาม มีพระทัยน้อมไปในคนดีงาม ดูกรภิกษุทั้งหลาย วัน

นี้พระเจ้าปเสน ทิโกศลทรงแพ้มาแล้วอย่างนี้ จักบรรทมเป็นทุกข์ตลอดราตรีนี้ ฯ

[๓๗๑] พระผู้มีพระภาคผู้พระสุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณ์ภาษิตนี้ จบลงแล้ว จึงได้

ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า

ผู้ชำนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมนอนเป็นทุกข์ บุคคลละความชนะและ

ความแพ้เสียแล้ว จึงสงบระงับ นอนเป็นสุข ฯ

ดูเพิ่ม[แก้ไข]