พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค - โกสลสังยุต - ปฐมวรรค - ๑๐. พันธนสูตร

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค - โกสลสังยุต - ปฐมวรรค - ๑๐. พันธนสูตร

[พระไตรปิฎก ฉบับธรรมทาน]

พันธนสูตรที่ ๑๐
ว่าด้วยเครื่องจองจำที่มั่นคง
[๓๕๒] ก็โดยสมัยนั้นแล หมู่มหาชนถูกพระเจ้าปเสนทิโกศลให้จองจำ ไว้แล้ว บาง

พวกถูกจองจำด้วยเชือก บางพวกถูกจองจำด้วยขื่อคา บางพวกถูก จองจำด้วยโซ่ตรวน ฯ

ครั้งนั้นแล ภิกษุหลายรูปครองผ้าเรียบร้อยแล้วในเวลาเช้าถือบาตและจีวร เข้าไปสู่พระ

นครสาวัตถี เพื่อบิณฑบาต ครั้นกลับจากบิณฑบาตในเวลาหลัง ภัตตาหารแล้ว เข้าไปเฝ้า

พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วจึงถวายบังคพระผู้มีพระภาค แล้วได้นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วน

ข้างหนึ่ง ฯ

พวกภิกษุเหล่านั้นนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ วันนี้หมู่มหาชนถูกพระเจ้าปเสนทิโกศลใหจองจำไว้แล้ว บางพวกถูก

จองจำด้วยเชือก บางพวกถูกจองจำด้วยขื่อคา บางพวก ถูกจองจำด้วยโซ่ตรวน ฯ

[๓๕๓] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงได้ ตรัสพระคาถา

เหล่านี้ในเวลานั้นว่า

นักปราชญ์ทั้งหลายไม่ได้กล่าวเครื่องจองจำที่ทำด้วยเหล็ก ทำด้วยไม้

และทำด้วยหญ้า (เชือก) ว่าเป็นเครื่องจองจำที่มั่นนักปราชญ์ทั้งหลาย

กล่าวความรักใคร่พอใจนักในแก้วมณี และกุณฑล และความห่วงอาลัย

ในบุตรและภรรยาทั้งหลายว่าเป็นเครื่องจองจำที่มั่น พาให้ตกต่ำ เป็น

เครื่องจำที่หย่อนๆแต่ปลดเปลื้องได้ยาก นักปราชญ์ทั้งหลายตัด

เครื่องจองจำแม้เช่นนั้นออกบวช เป็นผู้ไม่มีความห่วงอาลัย ละกามสุข

เสียแล้ว ฯ

จบ วรรคที่ ๑
________________________________
รวมพระสูตรในปฐมวรรคที่ ๑ นี้ คือ
ทหรสูตรที่ ๑ ปุริสสูตรที่ ๒ ราชสูตรที่ ๓ ปิยสูตรที่ ๔ อัตตรักขิต สูตรที่ ๕

อัปปกสูตรที่ ๖ อรรถกรณสูตรที่ ๗ มัลลิกาสูตรที่ ๘ ยัญญสูตรที่ ๙ และพันธนสูตรที่ ๑๐ ฯ

_______________________________________

ดูเพิ่ม[แก้ไข]