พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - อภิสมัยสังยุตต์ - สมณพราหมณวรรค

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - อภิสมัยสังยุตต์ - สมณพราหมณวรรค

[พระไตรปิฎก ฉบับธรรมทาน]

สมณพราหมณวรรคที่ ๘

[๓๐๕] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี

เขตพระนครสาวัตถี ฯ

[๓๐๖] ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสว่า ดูกรภิกษุ

ทั้งหลาย ก็สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ไม่รู้ชราและมรณะไม่รู้เหตุเกิดชราและมรณะ

ไม่รู้ความดับชราและมรณะ ไม่รู้ปฏิปทาอันให้ถึงความดับชราและมรณะ สมณะหรือพราหมณ์

เหล่านั้น ย่อมไม่ได้รับสมมติว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ หรือไม่ได้รับสมมติว่าเป็นพราหมณ์

ในหมู่พราหมณ์ อนึ่งท่านผู้มีอายุเหล่านั้นจะทำให้แจ้ง ซึ่งประโยชน์แห่งความเป็นสมณะหรือ

ประโยชน์แห่งความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบันเข้าถึงอยู่ไม่ได้ ฯ

[๓๐๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนสมณะก็ดี หรือพราหมณ์ก็ดี เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ย่อม

รู้ชราและมรณะ ย่อมรู้เหตุเกิดชราและมรณะ ย่อมรู้ความดับชราและมรณะ ย่อมรู้ปฏิปทาอัน

ให้ถึงความดับชราและมรณะ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมได้รับสมมติว่าเป็นสมณะในหมู่

สมณะ ย่อมได้รับสมมติว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ อนึ่ง ท่านเหล่านั้นย่อมกระทำให้แจ้ง

ซึ่งประโยชน์แห่งความเป็นสมณะ และประโยชน์แห่งความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งด้วย

ตนเอง ในปัจจุบันเข้าถึงได้อยู่

จบสูตรที่ ๑

[๓๐๘] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถ

บิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้ว

ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งไม่รู้ชาติ ฯลฯ ไม่รู้ภพ ... ไม่

รู้อุปาทาน ... ไม่รู้ตัณหา ...ไม่รู้เวทนา ... ไม่รู้ผัสสะ ... ไม่รู้สฬายตนะ ... ไม่รู้นามรูป ... ไม่รู้

วิญญาณ ...ไม่รู้สังขาร ... ไม่รู้เหตุเกิดสังขาร ไม่รู้ความดับสังขาร ไม่รู้ปฏิปทาอันให้ถึงความ

ดับสังขาร สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมไม่ได้รับสมมติว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ หรือ

ไม่ได้รับสมมติว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ อนึ่ง ท่านเหล่านั้นจะทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์แห่ง

ความเป็นสมณะ หรือประโยชน์แห่งความเป็นพราหมณ์ด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งด้วยตนเอง ในปัจจุบัน

เข้าถึงอยู่ไม่ได้ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนสมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ย่อมรู้ชาติ ฯลฯ ย่อมรู้

ภพ ... ย่อมรู้อุปาทาน ... ย่อมรู้ตัณหา ... ย่อมรู้เวทนา ...ย่อมรู้ผัสสะ ... ย่อมรู้สฬายตนะ ... ย่อม

รู้นามรูป ... ย่อมรู้วิญญาณ ... ย่อมรู้สังขาร ย่อมรู้เหตุเกิดแห่งสังขาร ย่อมรู้ความดับแห่งสังขาร

ย่อมรู้ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งสังขาร สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมได้รับสมมติว่าเป็น

สมณะในหมู่สมณะ และย่อมได้รับสมมติว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ อนึ่ง ท่านเหล่านั้น

ย่อมทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์แห่งความเป็นสมณะและประโยชน์แห่งความเป็นพราหมณ์ ด้วย

ปัญญาอันรู้ยิ่งด้วยตนเอง ในปัจจุบันเข้าถึงได้อยู่ ฯ

จบสูตรที่ ๒ ถึงสูตรที่ ๑๑

จบสมณพราหมณวรรคที่ ๘

_________

หัวข้อแห่งสมณพราหมณวรรค ... พระผู้มีพระภาคตรัสปัจจยาการ ๑๑ โดยจำแนกอริยสัจ

๔ ในปัจจยาการหนึ่งๆ [ว่าเป็นสูตรหนึ่งๆ ] สมณพราหมณวรรคเป็นเรื่องที่ ๘

หัวข้อแห่งวรรค ๑. พุทธวรรค ๒. อาหารวรรค

๓. ทสพลวรรค ๔. กฬารขัตติยวรรค ๕. คหปติวรรค

๖. ทุกขวรรค ๗. มหาวรรค ๘. สมณพราหมณวรรค ฯ

___________

ดูเพิ่ม[แก้ไข]


งานนี้เป็นงานดัดแปลง (อาทิ งานแปลวรรณกรรม) ดังนิยามไว้ในมาตรา ๔ วรรค ๑๔ แห่ง พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ และบัดนี้ เป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะการคุ้มครองลิขสิทธิ์สิ้นอายุลงตามมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ซึ่งว่า

"ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปี นับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย

"ในกรณีที่มีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าวให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ร่วม และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย

"ถ้าผู้สร้างสรรค์ หรือผู้สร้างสรรค์ร่วม ทุกคนถึงแก่ความตาย ก่อนที่ได้มีการโฆษณางานนั้น ให้ลิขสิทธิ์ดังกล่าวมีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

"ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก"