มหาชาติคำหลวง

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

สารบัญ


มหาชาติคำหลวง


คำนำ ....................................................................................................................... *

กัณฑ์ทศพร ....................................................................................................................... ๑

กัณฑ์หิมพานต์ ....................................................................................................................... ๒

กัณฑ์ทานกัณฑ์ ....................................................................................................................... ๓

กัณฑ์วนประเวศน์ ....................................................................................................................... ๔

กัณฑ์ชูชก ....................................................................................................................... ๕

กัณฑ์จุลพน ....................................................................................................................... ๖

กัณฑ์มหาพน ....................................................................................................................... ๗

กัณฑ์กุมาร ....................................................................................................................... ๘

กัณฑ์มัทรี ....................................................................................................................... ๙

กัณฑ์สักรบรรพ ....................................................................................................................... ๑๐

กัณฑ์มหาราช ....................................................................................................................... ๑๑

กัณฑ์ฉกษัตริย์ ....................................................................................................................... ๑๒

กัณฑ์นครกัณฑ์ ....................................................................................................................... ๑๓





 มหาชาติคำหลวง เป็นหนังสือคำหลวงเล่มแรกที่พระมหากษัตริย์โปรดเกล้าฯ ให้กวีนักปราชญ์ราชบัณฑิตหลายคนช่วยกันแต่งแปลคาถาภาษาบาลีเป็นคำประพันธ์ไทยหลายอย่างมีทั้งโคลง ร่าย กาพย์ และฉันท์ นอกจากจะมีสำนวนโวหารและถ้อยคำไพเราะเต็มไปด้วยรสวรรณคดีเช่นความโศก ความงามตามธรรมชาติ เป็นต้นแล้ว ยังให้ความรู้ด้านภาษาเกี่ยวกับคำโบราณ คำแผลง และคำเขมร อีกด้วย

 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงนิพนธ์ อธิบายไว้ในฉบับพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๖๐ ว่า

 “หนังสือเรื่องมหาชาติคำหลวงนี้ กรรมการหอพระสมุดฯ มีปรารถนาจะใคร่พิมพ์มาช้านาน ถึงผู้ที่เป็นนักเรียนชั้นสูงก็อยากได้ พากันมาถามกรรมการหอพระสมุดฯ อยู่ไม่ขาด ว่าเมื่อไรจะพิมพ์หนังสือมหาชาติคำหลวง ที่ยังพิมพ์ไม่ได้ เพราะยังหาฉบับไม่ได้ครบ ๑๓ กัณฑ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์ ได้ทรงพยายามรวบรวมฉบับมหาชาติคำหลวง ด้วยมีพระประสงค์จะให้หนังสือเรื่องนี้ได้ขึ้นสู่พิมพ์ ทรงพยายามรวบรวมอยู่กว่า ๑๐ ปี ที่สุดได้ฉบับกัณฑ์อื่นๆ หมด ยังขาดแต่สักรบรรพกัณฑ์เดียว จึงต้องรอมาจนตลอดพระชนมายุของกรมพระสมมตอมรพันธุ์ เมื่อจัดตั้งหอพระสมุดสำหรับพระนคร หาหนังสือมหาชาติคำหลวงได้อีกหลายฉบับ บางกัณฑ์มีถึง ๒ ความ ๓ ความ ต่างกัน แต่กัณฑ์สักรบรรพยังหาไม่ได้ จนหม่อมเจ้าปิยภักดีนารถ กรรมการหอพระสมุดฯ ไปเสาะหาฉบับกัณฑ์สักรบรรพมาให้หอพระสมุดฯ ได้เมื่อปีมะโรง พ.ศ. ๒๔๕๙ นี้ จึงเป็นโอกาสที่จะพิมพ์หนังสือมหาชาติคำหลวงได้บริบูรณ์

 หนังสือมหาชาติมีหลายอย่างหลายสำนวนด้วยกัน อย่างอื่นเช่น กาพย์มหาชาติ มหาชาติกลอนเทศน์ หอพระสมุดฯ ได้ให้พิมพ์บ้างแล้ว ข้าพเจ้าเคยได้แสดงเรื่องตำนานและประวัติของหนังสือมหาชาติไว้ที่อื่นหลายแห่ง เห็นควรจะรวมเรื่องตำนานมหาชาติมากล่าวไว้ในคำนำมหาชาติคำหลวงนี้ด้วย ด้วยหนังสือมหาชาติคำหลวงนี้ นับว่าเป็นหลักหนังสือมหาชาติอย่างอื่น จะว่าด้วยตำนานเทศน์มหาชาติก่อน

ตำนานเทศน์มหาชาติ

 พุทธศาสนิกชนในสยามประเทศนี้ ตลอดจนประเทศที่ใกล้เคียงนับถือกันมาแต่โบราณว่า เรื่องมหาเวสสันดรชาดกสำคัญกว่าชาดกเรื่องอื่นๆ ด้วยปรากฏบารมีของพระโพธิสัตว์บริบูรณ์ ในเรื่องมหาเวสสันดรชาดกทั้ง ๑๐ อย่าง จึงเรียกกันว่า มหาชาติ แลถือว่าถ้าผู้ใดได้ฟังเทศน์มหาชาติแล้ว ก็ได้ผลานิสงส์มาก จึงเกิดเป็นประเพณีมีการประชุมกันฟังเทศน์มหาชาติทุกๆ ปี ทำเป็นการพิธีอย่างหนึ่ง ด้วยหนังสือมหาเวสสันดรชาดก แม้ตัวคาถาที่แต่งในภาษามคธยาวถึง ๑๓ กัณฑ์ ต้องเทศน์หลายชั่วโมงจึงจบ ถือกันว่าต้องฟังให้จบในวันเดียวจึงจะมีอานิสงส์กล้า ถ้าได้ทำพิธีเทศน์มหาชาติสำเร็จนิยมกันว่าเป็นสิริมงคล นํ้าที่ตั้งไว้ในมณฑลก็เป็นน้ำมนต์ อาจจะบำบัดเสนียดจัญไรได้ ประเพณีอันนี้เห็นจะมีมาในเมืองไทย ตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระร่วงครองพระนครสุโขทัยเป็นปฐม แล้วมีต่อติดมาจนตราบเท่าทุกวันนี้

ตำนานหนังสือมหาชาติ

 หนังสือมหาชาติเดิมแต่งในภาษามคธ ใครแต่งหาปรากฏไม่ น่าจะได้แปลเป็นภาษาไทยตั้งแต่ครั้งพระนครสุโขทัย แต่หากฉบับสูญไปเสีย หนังสือมหาชาติแปลเป็นภาษาไทยเก่าที่สุดที่มีอยู่ในเวลานี้ คือมหาชาติคำหลวงที่พิมพ์ในเล่มนี้ มีจดหมายเหตุปรากฏว่า สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ มีรับสั่งให้ประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิตในกรุงศรีอยุธยาแปลแต่เมื่อปีขาล จุลศักราช ๘๔๔ พ.ศ. ๒๐๒๕ คือว่า ตั้งแต่แต่งนับได้ ๔๓๕ ปี มาจนบัดนี้ (พ.ศ. ๒๔๖๐) เรียกชื่อว่ามหาชาติคำหลวง เข้าใจว่าหมายความในครั้งนั้น อย่างเราเรียกกันในชั้นหลังว่าพระราชนิพนธ์มหาชาติ วิธีแต่งเอาภาษามคธเดิมตั้งบาท ๑ แปลแต่งเป็นกาพย์ภาษาไทยวรรค ๑ สลับกันไป บางแห่งภาษาไทยแต่งเป็นฉันท์บ้างเป็นโคลงบ้าง ตามความถนัดของนักปราชญ์ผู้แต่งคงจะเป็นการแต่งประกวดกันให้ไพเราะแลให้ความใกล้กับภาษามคธเดิมอย่างที่สุดที่จะเป็นได้ทั้ง ๑๓ กัณฑ์ จึงเป็นหนังสือซึ่งนับถือว่าแต่งดีอย่างเอกมาตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า แม้หนังสือจินดามณี ซึ่งพระโหราแต่งเป็นแบบเรียน แต่ครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ก็ยกเอากลอนในหนังสือมหาชาติคำหลวงนี้มาเป็นตัวอย่างในตำราเรียนเช่นว่า

ครั้นเช้าก็หิ้วเช้า ชายป่าเต้าไปตามชาย

ลูกไม้บทันงาย จำงายราชอดยืน
เป็นใดจึงมาคํ่า อยู่จรหลํ่าต่อกลางคืน

เห็นกูนี้โหดหืน มาดูแคลนนี้เพื่อใด

กลอนนี้ยกมาจากกัณฑ์มัทรีคำหลวง

 หนังสือมหาชาติคำหลวง ไม่ได้แต่งสำหรับพระเทศน์ แต่งสำหรับนักสวด สวดให้อุบาสกอุบาสิกาฟังเวลาไปอยู่บำเพ็ญการกุศลที่ในวัด ประเพณีอันนี้ยังมีมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ เวลานักขัตฤกษ์ เช่น เข้าพรรษา ยังเป็นหน้าที่ขุนทินบรรณาการ ขุนธารกำนัน กับผู้ช่วยอีก ๒ คน ขึ้นนั่งเตียงสวดในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม สวดมหาชาติคำหลวงโดยทำนองอย่างเก่าถวายเวลาเสด็จพระราชดำเนินไปบำเพ็ญพระราชกุศล

 หนังสือมหาชาติคำหลวง ที่แต่งครั้งแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ฉบับจะหายเสียเมื่อครั้งกรุงเก่าแลจะได้แต่งขึ้นแทนในชั้นกรุงเก่ากี่กัณฑ์ ข้อนี้ทราบไม่ได้ มีจดหมายเหตุปรากฏแต่ว่า เมื่อกรุงเก่าเสียแก่พม่าข้าศึกนั้น ต้นฉบับหนังสือมหาชาติคำหลวงสูญหายเสีย ๖ กัณฑ์ คือ กัณฑ์หิมพานต์ ๑ ทานกัณฑ์ ๑ จุลพน ๑ มัทรี ๑ สักรบรรพ ๑ ฉกษัตริย์ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดให้ประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิตในกรุงรัตนโกสินทร์แต่งกัณฑ์ที่ขาดขึ้นใหม่ เมื่อปีจอ จุลศักราช ๑๑๗๖ พ.ศ. ๒๓๕๘ จึงมีฉบับบริบูรณ์มาจนทุกวันนี้[๑] แต่ที่หอพระสมุดสำหรับพระนครหาฉบับมาได้ มีบางกัณฑ์ที่ได้มาหลายความ เข้าใจว่าฉบับความครั้งกรุงเก่าที่ว่าสูญเมื่อในรัชกาลที่ ๒ ดูเหมือนจะมาปรากฏอยู่อีกบ้าง ยกตัวอย่าง ดังกัณฑ์มัทรี ที่หอพระสมุดฯ มีอยู่ถึง ๓ ความ เลือกเอาความซึ่งเห็นว่าเก่าที่สุดพิมพ์ในสมุดเล่มนี้ เสียดายที่ขาดอยู่หน่อยหนึ่ง แต่เห็นว่าดีกว่าเอาฉบับความใหม่ ด้วยผู้ที่อ่านหนังสือมหาชาติคำหลวงนี้ คงจะอ่านหาความในทางภาษามากกว่าที่จะอ่านเพื่อให้รู้เรื่อง

 นอกจากมหาชาติคำหลวง ยังมีกาพย์มหาชาติอีกอย่าง ๑ ข้าพเจ้าเข้าใจว่าแต่งขึ้นในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ซึ่งเสวยราชย์ ณ กรุงศรีอยุธยา เมื่อ ปีขาล จุลศักราช ๙๖๔ พ.ศ. ๒๑๔๕ ด้วยมีเนื้อความปรากฏในหนังสือพระราชพงศาวดารว่า สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมให้ประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิต แต่งมหาชาติคำหลวงแลมีหนังสือกาพย์มหาชาติสำนวนเก่าถึงชั้นนั้น ปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้บางกัณฑ์ กาพย์มหาชาติมีศัพท์มคธน้อย เป็นกาพย์ภาษาไทยมาก สันนิษฐานว่า จะแต่งสำหรับพระเทศน์ให้สัปบุรุษเข้าใจเรื่องง่ายขึ้นกว่ามหาชาติคำหลวง การที่พระเทศน์มหาชาติเป็นทำนองต่างๆ ก็เห็นจะมาจากเทศน์กาพย์มหาชาตินี้ด้วยอนุโลมจากลักษณะสวดมหาชาติคำหลวง แต่สังเกตดูเรื่องยาวคงจะเทศน์ไม่จบได้ทั้ง ๑๓ กัณฑ์ ในวันเดียว จึงเป็นปัจจัยให้เกิดมหาชาติกลอนเทศน์

 หนังสือมหาชาติกลอนเทศน์นั้น คือว่าคาถาภาษามคธแหล่ ๑ แล้วเอาความแปลภาษาไทยแต่งเป็นกาพย์เข้าต่อไปทุกๆ ตอน แต่งภาษาไทยให้สั้นกว่ากาพย์มหาชาติ ที่กล่าวมาแล้วสำหรับพระเทศน์ด้วย ประสงค์จะให้มีทั้งภาษามคธทั้งภาษาไทยแลให้จบทั้ง ๑๓ กัณฑ์ได้ในวันเดียว เพื่อให้เป็นสวัสดิมงคลแก่การพิธี ด้วยเหตุนี้จึงใช้หนังสือมหาชาติกลอนเทศน์กันแพร่หลายไปในพื้นเมืองยิ่งกว่าอย่างอื่น

 นอกจากมหาชาติกลอนเทศน์ ยังมีกวีได้เอาเรื่องมหาชาติมาแต่งเป็นฉันท์ เป็นลิลิตอีกก็หลายอย่าง เรื่องมหาชาติ จึงเป็นเรื่องที่มีหนังสือแต่งกระบวนต่างๆ มากยิ่งกว่าเรื่องอื่นๆ ทั้งสิ้น”

 อนึ่ง ในการจัดพิมพ์ครั้งนี้ ได้ตีพิมพ์รูปภาพแทรกไว้ในเรื่องด้วย รูปภาพเหล่านี้เป็นภาพถ่ายจิตรกรรมฝาผนังจากภาพเขียนเรื่องเวสสันดรชาดก และได้ทำการตรวจสอบชำระต้นฉบับกับสมุดไทย ซึ่งเก็บรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติโดยยึดถืออักขรวิธีตามแบบเดิม


 [๑] สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงบันทึกอธิบายไว้ในหนังสือ บันทึกสมาคมวรรณคดี พิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ ว่า “หนังสือมหาชาติคำหลวงสำนวนเดิม (ครั้งแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ) สูญหายเสียแล้วหลายกัณฑ์ ฉบับที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ ส่อได้ว่าเป็นสำนวนเดิมแต่กัณฑ์ทศพร”





๑. ปัณฑุกัมพลสิลาอาสน์ ที่ประทับของท้าวสักกเทวราชอยู่ภายใต้ต้นปาริฉัตรในดาวดึงสเทวโลก.
๒. ท้าวสักกเทวราช ทรงทราบความที่นางผุสดีเทพกัญญา จะจุติจากดาวดึงสพิภพ ลงไปเกิดในมนุษยโลก จึงให้พระนางทรงเลือกพระพรสิบประการได้ตามความปรารถนา
๓. พระนางผุสดีเทพกัญญาทูลขอพรสิบประการ ดังมีแจ้งในกัณฑ์ทศพร.

  อมฺหากํ ภควา .พุทฺธตาธิคมนสมเย จตุนหุตาธิกา ทฺวิโยชนสตสหสฺสพหลา อยํ มหาปวี อยทณฺฑปหตกํสตาลา วิย วิราวสตํ วิราวสหสฺสํ วิราวสตสหสฺสํ วิมุฺจมานา รวติ วิรวติ จลติ วิจลติ นทติ วินทติ กมฺปติ สงฺกมฺปติ วิวิธปฺปการา อรปฺจมลกรติมิติมิงฺคลวิจริตตรงฺคปจณฺฑตรภุชคปติ นิวาสนฏฺานสมฺภูตา ปรปฏาลวาตวาลสมุตุงฺคตรงฺคสงฺกิณฺณวิวิธวีจิสฺส สมุหา มหาสาคโร สงฺขุพฺภึสุ สตฺตรตนสมุชฺชลิตมณิปภาภาสิโต สห อจฺฉริยภูตเทววิมานํ วิวิธวิจิตฺรปุปฺผผลวรตา ลลิตลลมฺพิวิกสิตกุสุมสฺจิตมานปุถุลสลิลตรุวรตร ชลธรทิพฺพยาน วิราชิตา สุเสทิตตลุนปลฺลวาโกมลวิลสิตเวตฺตงฺกุโร วิย สิเนรุปพฺพตราชา โอนมึสุ จมฺปกํ สรลํ นีปํ นาคปุนฺนาคเกตกํ ทิโสทิสํ โอกิรึสุ นเภ ตตฺถ คตา มรุกสฺส พมปพมุปฺปภมรมธุกรคโล ฯ

 ผุสฺสตี วรวณฺณาเภติ อิทํ สตฺถา กปิลวตฺถุํ อุปนิสฺสาย นิโครธาราเม วิหรนฺโต โปกฺขรวสฺสํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

 สตฺถา อันว่าพระสรรเพ็ชญ์พุทธอยู่เกล้า อุปนิสฺสาย เจ้ากูธเสด็จอาศรัย กปิลวตฺถุํ แก่พิชัยกบิลพิศดุ์ บุรีรัตนพิศาล วิหรนฺโต ธเสด็จสิงสำราญสำริทธิ์ นิโครธาราเม ในพิจิตรนิโครธาราม อารพฺภ พระผู้ผจญเบญจกามพิษัย ตั้งหฤทัย เสด็จเฉพาะ โปกฺขรวสฺสํ อนุเคราะห์แก่โบษขรพรรษธารา อิทํ ธมฺมเทสนํ ยงงพระธรรมเทศนามาธูร คาถาสหสฺสปฏิมณฺฑิตํ อันบริบูรณ์ประดับนิด้วยคาถา ถึงสหัส อักษรอรรถบเอ ฯ

  ผุสฺสตี วรวณฺณาเภติอาทิกํ คือผุสสตีวรวัณณาเภตเปนอาทินี้ กเถสิ พระก็ชี้ชาติแต่หลัง กำบังไปบันทูร จตุวิธปริสานํ แก่จดูรพิธบรรสัษยทงงผอง อันมารองรับรศธรรมท่านนั้น ยทา หิ สตฺถา ปวตฺติตปวรธมฺมจกฺโก อนุกฺกเมน ราชคหํ คนฺตฺวา ฯ หิ ด่งงแท้จริง ยทา กาเล ในกาลถึงเมื่อใดนั้นโสด สตฺถา อันว่าพระสมโพธิพุทธอยู่เกล้า เหง้าพระสุนทรสวรรค์ ปวตฺติตปวรธมฺมจกฺโก อันมีพระธรรมจักรอันเลอศ ประเสรอฐเทศนาแลแล้ว คนฺตฺวา ธก็เสด็จแคล้วคลาไป ราชคหํ ยงงพิชัยราชคฤหนครอันอดิศรเกษมศุข อนุกฺกเมน โดยอนุกรมโสดแล ตตฺถ เหมนฺตํ วีตินาเมตฺวา ธก็เสด็จอยู่ให้สิ้นเดือนหนาวจาวจรด ถดถึงสัมพัษรฉิน ในบุรินทราชคฤหน้นน ฯ อุทายีเถเรน มคฺคุทฺเทสเกน วีสติสหัสฺสขีณาสวปริวุโต อันว่าพระชิเนนทร์ มีพระกาลุทายีเถรเปนพิถีนายก อีกอริยศราพกญิบหมื่น เนื่องคลื่นเปนบริพาร ท่านแล ปมคมเนน ยาว กปิลวตฺถุํ อคมาสิ ธก็เสด็จยัง กบิลพัศดุบุรีราช อันเปนอาทิดำเนอร ท่านนั้น ตทา สากฺยราชาโน มยํ อิมํ สิทฺธตถกุมารํ อมฺหากํ าติเสฏฺํ ปสฺสิสฺสามาติ สนฺนิปติตฺวา ในกาลเมื่อนั้น อันว่าบ้นน พุทธพงษ์ทั้งหลาย ชุํกนนหมายในใจ ว่าเราจะไปเห็นพระไตรโลกนารถ อนนเปนพระญาตยุดมแห่งเราทงงผองน้นนแล ฯ

  ภควโต วสนฏฺานํ วีมํสมานา จึ่งจะเอากันพิจารณา หาสถานอันพิจิตร ที่พระสัมพุทธาทิตย์ จะสถิตสิงสำราญอยู่นั้น นิโคฺรธสกฺกสฺสาราโม รมณีโยติ สลฺลกฺเขตฺวา ธก็หมายในหฤทัย อันว่าไทรชาติพนารามสนามเจ้านิโครธ ที่นั้นโสด สนุกนิ์ ควรแก่พระผู้นฤทุกขนฤโทษบพิตรแล ฯ

  ตตฺถ สพฺพํ ปฏิชคฺคนวิธึ กตฺวา จึ่งจะชำระองค์กวาดมุทิล ทงงดอนดิน รันราบ ดูชรบาบเพียงพลาญเลอศน้นน คนฺธปุปผาจุณฺณาทิหตฺถา ปจฺจุคฺคมนํ กโรนฺโต ก็มีมือถือบุษปคนธ์ ที่จะไปรับพระทศพลบพิตรน้นน สพฺพาลงการปฏิมณฺฑิเต ทหรทหเร นาครทารเก จ นาครทาริกาโย จ ปมํ ปหิณึสุ อันว่า พระสากยราชทงงหลาย ก็ใช้เด็กชายชาวเมืองหมู่บ่าว แลเด็กหญิงถ่าวชาววยงก็ดี อันกันมยงทักแท่ ให้แต่งแง่ดูงาม ตามกนนไปเปนอาทิแล ฯ

  ตโต ราชชุมาเร จ ราชกุมาริกาโย จ อันดับน้นน บ้นนพระสากยราช จึ่งจะส่งอาตมอนุชกุมารกุมารี ไปรับพระมุนีนารถน้นน เต อนฺตรา สามํ คนฺธปุปฺผจุณฺณาทีหิ สตฺถารํ ปูชยมานา อันว่าพระสากยราชทงงหลาย ก็ถวายฉํอํพุชมาลย์ ในกันดาลท้าวทงงหลาย ผู้ก่อนน้นน ภควนฺตํ คเหตฺวา นิโคฺรธารามเมว อคมํสุ จึ่งจะอันเชอญพระผู้มีญาณ เสด็จยงงสถานนิโครธาราม รจิตรน้นน ฯ ตตฺถ ภควา วีสติสหสฺสขีณาสวปริวุโต ปญฺตฺตปวรพุทฺธาสเนนิสีทิ อันว่าพระผู้มีพระภาคยพิมลแลอรหนตเนื่องคลื่น ถ้วนญิบหมื่นเปนบริพาร นั่งในกำราลไพรโรจ ในนิโครธาราม รังเรขน้นน ฯ ตทา สากิยา มานชาติกา มานถทฺธา อันว่าพระสากยวงษ์ทงงหลาย มีใจหมายอนนเยียใหญ่ใคร่แขง จักแสดงโดยชาติตระกูลสูรยพงษน้นน ฯ เต อยํ สิทฺธตฺถกุมาโร อมฺเหหิ ทหรทหโร อมฺหากํ กนิฏฺโ ภาคิเนยฺโย ปุตฺโต นตฺตาติ จินฺเตตฺวา อันว่าพระศรีธารถเพาพาล ควรเปนลูกหลานเปนน้อง แห่งพวกพ้องพระญาติเราโสดไซ้ ฯ เต ทหรทหเร ราชกุมาเร อาหํสุ จึ่งจะบริหารแก่พระราชกุมารทงงหลาย อันหนุ่ม ดงงนี้ ตุมฺเห ภควนฺตํ วนฺทถ อันว่าชาวเจ้าผู้นงพาล จงนมัสการแก่พระศรีธารถ ก่อนเทอญ ฯ มยํ ตุมฺหากํ ปิฏํโต นิสีทิสฺสามาติ อันว่าพวกตูผู้เถ้า ก็จะนั่งเฝ้าแฝงหลัง แห่งลำพังชาวเจ้า อันหนุ่มเหน้าทงงหลาย อยู่น้นน ฯ เตสุ เอวํ ภควนฺตํ อวนฺทิตฺวา นิสินฺเนสุ ในเมื่อพระญาติทงงหลาย บมิถวายอัญชลีแก่พระ แลทำมานะมโน นิศจลน้นน ฯ ภควา เตลํ อชฺฌาสยํ โบตฺวา อันว่าพระผู้ทรงทิพจักษุ์ ก็เห็นลักษณพระญาติ ด้วยอำนาจพระญาณ ด่งงน้นน ฯ น มํ าติโย วนทนฺติ อันว่าพระญาติท่ววไท้ บมิหวังไหว้พระตถาคต ใจแลไปกรรกษ บารนี ฯ

  หนฺทาหํ เต วนฺทาเปสฺสามีติ แม้ดงงฤๅก็ดี อันว่าพระมุนีนารถ ยงงพระ-ญาติทุกองค์ จงจะให้นมัสการ แด่พระผู้กัลชาญพิเศษ เทอญฯ

  อภิาปาทกํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชิตวา อันว่าพระผู้ผ่านสงสาร ก็ถึง แก่จัตุรถัทธฌานสมาธิ์ อันเปนอาทิ์แก่อภิญญา ด่งงน้นน ฯ ตโต วุฏฺาย อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา พระผู้นฤทุกข์ ก็ลุกจากอาศน์ เสด็จอาคาตในคคะนานดรแล ฯ เตลํ สีเส ปาทปํสุํ โอกิริยมาโน วิย ดุจด่งงจะเรี่ยราย ปรายลอองบววบาท เหนือเกล้าญาติตระกูล อันมูลมาชุมนุมในที่น้นน ฯ คณฺฑามฺพรุกฺขมูเล ยมกปาฏิหาริยสทิสํ ปาฏิหาริยํ อกาสิ พระเจ้าจึ่งกทำปราฏิหาริยาศจรรย อนนอนรรค ดุจยมกปราฏิหารย ในต้นคัณฑามพพฤกษน้นน ฯ ตทา สุทฺโธทนมหาราชา ตํ อจฺฉริยํ ทิสฺวา อาห จึ่งกรุงสุทโธทนะเห็นอัศจรรย์ ก็ทูลพลันด่งงนี้ ฯ ภนฺเต ตุมฺหากํ ชาตทิวเส อิสิสฺส กาฬเทวิลสฺส ชฏลสฺส วนทนตฺถํ อุปนีตานํ โว ข้าแต่พระ มุนีนารถ ข้าเห็นพระบาทยุคล แห่งพระทศพลบพิตร อันพิจิตรรัศมี ธาตรีนำแกล่ใกล้ เพื่อจะให้ไหว้กาฬเทพิล ในวันพระมุนินโทรทยน้นน ฯ ปาเท ปริวตฺเตตฺวา พฺราหฺมณสฺส มตฺถเก ํเต พระบาททงงสอง ฉลองขึ้นเหนือเกล้า ทชีเถ้ากาฬเทพิลน้นนฯ ทิสฺวาปิ อหํ ตุมฺหากํ ปาเท วนฺทึ ข้าเห็นเสร็จ ไหว้พระสรรเพ็ชญ์บววบาทแล ฯ อยํ ปฉมวนฺทนา อนี้คือข้าถวายบงงคม เปนประถมแห่งข้านมัสการแก่ ท่านแล ฯ วปฺปมงคลทิวเส ชมฺพุฉายาย สิริสยเน นิปนฺนานํ โว ในเมื่อเจ้ากูธเสด็จบรรธม ใต้ร่มชมพูพฤกษไสยาศน์ เมื่อแรกอาทิตย์แสงศรี ในวนนพระราชพิธีการยมงคลน้นน ฯ ชมฺพุฉายาย อปริวตฺตนํ ทิสฺวา ข้าเห็นร่มชมพูตรูรัตนพิศาล ตรงตระการกว่าชื่นแลฯ อหํ ตุมฺหากํ ปาเท วนฺทึ ข้าไหว้พระบาทบงกชแห่งพระตถาคต ทศพลบพิตรแล ฯ อยํ เม ทุติยวนฺทนา อนี้คือข้าไหว้พระบาทลำยอง เปนคำรบสองแห่งข้า ถ้วนหน้าญาติสรรเสรอญ เมอลอุกฤษฐกว่าชื่นแล ฯ อิทานิ อิมํ อทิฏฺปุพฺพํ ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา ในกาลตรบัด อันว่าข้าเห็นอัศจรรย์ แต่ก่อนอนนบห่อนเห็น แลมาเห็นเปนปรากฏด่งงนี้ ฯ อหํ ตุมฺหากํ ปาเท วนฺทามิ ข้าไหว้พระบาท แห่งพระสยมภูวนารถนายกแล ฯ อยํ ตติยวนฺทนา อนี้คือข้า เคารพยด้วยงาม ถ้วนถึงสามแห่งข้า ทุกท่ววฟ้าอัศจรรย์ โสดแลฯ รญฺเ ปน วนฺทิเต อวนฺทิตฺวา าตุํ สมตฺโถ นาม เอกสากิโยปิ นาโหสิ ในเมื่อพระสาศดาน้นนโสด แลกรุงสุทโธทน์นมัสการ กฤษดาญชลี อันว่าสากยกษัตรีย์ทงงหลาย และจะอาจมีใจหมายเพื่อบมิหวังไหว้ สมเด็จไท้ทรงญาณ ก็บเห็นอหังการ ตนหนึ่งเลย ฯ สพฺเพปิ วนฺทึสุเยว อันว่าพระสากยราชอนนมาชุํนุํ ก็ถวายกรกรรพุมบงกชทศนขะ นมัสการกฤษดาญชลียยุ่งแล ฯ อิติ ภควา าตโย วนฺทาเปตฺวา อันว่าพระมุนีนารถ ยงงพระญาติทุกองค์ ให้จำนงโอนอ่อนแก่พระตถาคต แลแล้ว ฯ อากาสโต โอตริตฺวา พระผู้มีพระภาคย ธก็เสด็จลงจาก อากาศจงกรมน้นน ฯ

 ปญฺตฺตปวรพุทฺธาสเน นิสีทิ ธจึ่งเสด็จพแนงเชอง ดำเกิงเหนือรัตนาศน์ อนนธลาดเลงงามกว่าชื่นแล นิสินฺเน ปน ภควติ ในเมื่อพระมุนีนารถ เสด็จเอา อาศน์แลแล้ว ฯ สิกฺขปฺปตฺโต าติสมาคโม อโหสิ อันว่าชุํนุํพระญาติสหรคต ก็ลุแก่สิกขาบทพระสรรเพ็ชญ์พุทธบพิตรแล สพฺเพ เอกคฺคจิตฺตา หุตฺวา นิสีทึสุ อันว่าพระญาติท้งงชิ่น สทิ้นท้ยนจินดา เปนเอกรรคจิตร สถิตในสถานอยู่น้นน ฯ ตโต มหาเมโฆ อุฏฺจหิตฺวา ในตรบัดน้นน บ้นนมหาเมฆพยู่ห์ จรก็ลู่ขึ้นกลางโพยมากาศโสดแล ฯ โปกฺขรวสฺสํ วสฺสิ อันว่าห่าฝนสวรรค์ชื่อโบษขรพรรษธารา ก็ตกลงมาเมื่อน้นน ฯ ตามฺพวณฺณํ อุทกํ เหฏฺา วิรวนฺตํ คจฺฉติ นํ้าฝนน้นนมีแสงดุจทองแดงบมิเศร้า ทรับทราบเท้าธรณีดลบอยู่เลยฯ เย เตมิตุกามา เต เตเมนฺติ อันว่าคนท้งงหลายผู้ใคร่ให้ต้ององค์ ฝนก็ตกลงชุ่มทราบอาบท่ววสรีราพยพ สบสรรพางค์ คนผู้ใคร่น้นน ฯ อเตมิตุกามสฺส สรีเร เอกพินฺทุมตฺตมฺปิ น ปตติ อันว่าคนท้งงหลายผู้ใดแลบมีใจปรารถนา ฝนก็บมาเมลดหนึ่ง ต้องตนซึ่งผู้บจงใคร่น้นน ตํ ทิสฺวา อจฺฉริยพฺภูตชาตา อเหสุํ จึ่งภิกษุบริพาร เห็นอาการอัศจรรย์ ก็มีใจอาลัยดงงนี้ อโห อจฺฉริยํ โอ อัศจรรย์นักหนา อโห อพฺภูตํ โอบห่อนเห็นแก่ตาแลมามี อโห พุทฺธานํ อานุภาโว โออานุภาพพระศรีสาศดา ดูมหิมากว่าชื่นแล ฯ เยสํ าตีนํ สมาคเม มหาเมโฆ เอวรูปํ โปกฺขรวสฺสํ วสฺสิ ในเมื่อชุํนุํพงษ์ญาติกากร อันว่าโบษขรพรรษธารา ก็ตกลงมาด้วยเดช พระผู้เชษฐแก่สงสารน้นน ฯ กถํ สมุฏฺาเปสุํ อันว่าภิกษุบริพาร ก็บันดาลคำด่งงนี้ฯ ตํ สุตฺวา สตฺถา กายนุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฉิตฺวา อันว่าพระผู้เปนบดีพุทธาจารย์ ครั้นได้ยินภิกษุบริพารพรรณนา ก็มีพุทธฎีกาด่งงนี้ ฯ อิมาย นามาติ วุตฺเต น ภิกขเว อิทาเนว ดูกรภิกษุบริวาร อันว่าท่อธารโบษขรพรรษธารา ตกลงมาใช่แต่กาลบัดนี้เลอยฯ ปุพฺเพปิ โพธิสตฺตกาเล มม าติสมาคเม มหาเมโฆ โปกฺขรวสฺสํ วสฺสิเยวาติ วตฺวา ในเมื่อชุํนุํพงษ์พระญาติ แห่งพระสวยัมภูวนารถบวร อันว่าปโยธรอัศจรรย์ ก็ให้โบษขรพรรษธารา ตกลงมาบนาน ก็มีในกาลก่อนโพ้นฯ วตฺวา ตุณฺหี อโหสิ อันว่าพระผู้เปนโลกยสาศดา ครั้นธมีพระพุทธฎีกาแล้วเสร็จ สมเด็จบพิตรก็บมีพุทธฎีกากว่าน้นนเลอย ฯ เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ อันว่า พระเจ้าผู้มีภาคยบวร แลภิกษุนิกรอาราธน์ ขออัญเชอญให้ประกาศธรรมเทศนา อันมีมาแต่หลัง ให้ภิกษุทงงหลายฟังด่งงนี้ ฯ

  อตีเต ภิกฺขเว สิวิรฏฺเ เชตฺตุตฺตรนคเร สิวิมหาราชา นาม รชฺชํ กาเรนฺโต ดูกรพงษพวกภิกษุ ในกาลอันฦกลับไป อันว่าพระภูวไนยนารถชื่อสีพิราชราชาเสวอยมหามไหศวรรย์ อันอนรรฆพิเศษ ในเมืองเชดุดร อันมีในนิกรสีพิราษฎร์น้นน สญฺชยํ นาม ปุตฺตํ ปฏิลภึสุ แลท้าวสีพิราชน้นนปรากฏ มีอาตมเอารสบวร ชื่อ ภูธรสญชัยราชน้นน โส ตสฺส วยปฺปตฺตสฺส มทฺทราชธีตรํ ผุสฺสตึ นาม ราชกญฺํ อาเนตฺวา จึ่งท้าวสีพิราชให้ไปกล่าว นางนงถ่าวถนิมกาม ทรงนามเจ้าสบรรษดี ลูกสาวศรีกรุงมัททราช ให้เปนบาทบริจาริกา แด่พระยาสญชัย อันอุทัยยงงเยาวน้นน ตสฺส รชฺชํ นิยฺยาเทตฺวา ธก็เวนราไชสูรย์ อันบริบูรณแก่เจ้าสญชัยราชแล ผุสฺสตึ อคฺคมเหสึ อกาสิ ธก็ตั้งเจ้าสบรรษดี เปนอรรคมหิษีเสมออาตม์ แด่โอรสราชสญชัยน้นน

  ตสฺสาปิ อยํ ปุพฺพปโยโค อนี้คือปูรรพปรารถนา นางก็ทำมาแต่ก่อนพู้น อิโต หิ เอกนวิติกปฺปาวสาเน วิปสฺสี นาม สตฺถา สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุทปาทิ ด่งงจริงในเมื่อได้เก้าสิบเอ็ดกลัป แต่ภัททกลัปนี้ไปหนหลงง กาลกำบงงเสร็จสุด อันว่าพระพุทธองค์ ทรงนามพระพุทธพิบรรษี ก็เกอดมามีในโลกยนี้ ตทา พนฺธุมตีนคเร พนฺธุโม ราชา รชฺชํ กาเรสิ อันว่าท้าวผู้มีมหิมา สมญาชื่อกรุงพันธุมดี ศรีสุรกษัตร เสวยสมบัติในเมืองพันธุมดี นครน้นน ตสฺมึ พนฺธุมตีนครํ อุปนิสฺสาย เขเม มิคทาเย วิหรนฺโต ในเมื่อพระพุทธพิบรฺรษี อาศรัยแก่พันธุมดีนคร พระมุนีวรเสด็จอยู่ ในกู่แก้วเกษมมฤคทายพนน้นน ตสฺมึ เอโก สามนฺตราชา รญฺโ พนฺธุมสฺส อนคฺเฆน จนฺทนสาเรน สทฺธึ สตสหสฺสคฺฆนิกํ สุวณฺณมาลํ เปเสสิ อันว่าเอกสามนตราช ก็ส่งกุสุมมาศมาลา คณนาได้แสนทอง รังรองเนื้ออนรรฆ์ อีกแก่นจันทนอนรรฆ มาถวายแด่เจ้าจอมจักรอัครจรรโลงราษฎร์ พระบาทพันธุมดี นครน้นน รญฺโ ปน เทฺว ธีตโร อเหสุํ อันว่าลูกสาวสองพงาแห่งราชาพันธุมดี ก็เกิดมีมาสององค์ โสดแล โส ตํ ปณฺณาการํ ตาสํ ทาตุกาโม หุตฺวา ท้าวธก็ใฝ่ จะให้บรรณาการ แก่นางนงพาลพธู พบูรัตนสองราชน้นน จนฺทนสารํ เชฏฺกาย อทาสิ ธก็ให้แก่นจันทน์ อันมีพรรณแก่นางผู้พี่แล สุวณฺณมาลํ กนิฏฺกาย อทาสิ ธก็ให้ดอกไม้มาศ แก่นางนาฏกนิษฐน้นน ฯ

  ตา อุโภปิ น มยํ อิมํ อมฺหากํ สรีเร อุปเนสฺสามาติ จินฺเตตฺวา อันว่าท้าวทงงสององค์ก็จินดา อันว่าเราบ่พอพึง คำนึงที่จะทัดธาร ดอกไม้มาลย สุพรรณ แลแก่นจันทน์นี้ สตฺถารเมว ปูเชสฺสามาติ ควรเราถวายด้วยใจบริสุทธิ แด่สมเด็จพระพุทธโสดเทอญ ราชานํ อาหํสุ จึงจะทูลแด่พระนเรนสูร ว่าด่งงนี้ ตาต จนฺทนสาเรน จ สุวณฺณมาลาย จ ทสพลสฺส ปูเชสฺสามาติ ข้าแด่พระราชบิดา เผือจะบูชาพระพุทธ ด้วยบุษปสุพรรณแลแก่นจันทน์ จำแนกนี้ ตํ สุตฺวา ราชา สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิ อันว่าพระนรินทร์คร้นนได้ยินคำราชธิดา ก็บัญชาว่าสาธุแล ฯ

  สา สุขุมํ จนฺทนจุณฺณํ กาเรตฺวา อันว่านางผู้พี่ก็ให้บดแก่นจันทน์ โดย ปรตยุบนนลอยดแล สุวณฺณสมุคฺเค ปูเรตฺวา คณฺหาเปสิ ก็ใส่เต็มประอบกาญจน์ นางนงพาลส่งให้ สาวใช้เชื้อชูไปเมื่อน้นน กนิฏฺภคินี ปน สุวณฺณมาลํ อุรจฺฉทํ กาเรตฺวา ส่วนนางกนิษฐกุมารี ก็ใช้สุพรรณพัฒกีรจนา เหมมาลาลงการ ประดับนิกันดาลสกนธ์ ในอุรสถนนิมมาลาศ ดาดด้วยแก้วแพร้วไพฑูรย์ พิพิธน้นน

 สุวณฺณสมุคฺเค ปูเรตฺวา คณฺหาเปสิ ก็เอาดอกไม้น้นนใส่ประอบทอง สาวตระกองชูไปเมื่อน้นน

 ตา อุโภปิ มิคทายวิหารํ คนฺตฺวา อันว่าสองกระษัตรีย์ก็ลีลา ยงงมฤคทายพนพิหาร ด้วยศฤงฆารอนนมากน้นน ตาสุ เชฏฺกา ปน จนฺทนจุณฺเณน ทสพลสฺส สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ ปูเชตฺวา อันว่านางผู้ภรรดา ก็บูชาพระชินศรี อนนมีรัศมีดุจสุวรรณ ด้วยแก่นจันทน์จูรณน้นน

 เสสจนฺทนจุณฺณานิ คนฺธกุฏิยํ วิกิริตฺวา อันว่าจันทนอนนเสศ เจ้าผู้เชษฐก็ ประพรม ในกุฏยุดมเสาวคนธน้นน ภนฺเต อนาคเต กาเล ตุมฺหาทิสสฺส พุทธสฺส มาตา ภเวยฺยนฺติ ปฏฺนํ กตฺวา คาถมาห เอสา ฯ เปฯ คเตติ นางจึ่งปราถนาด่งงนี้ ข้าแด่พระชินศรี ข้าขอเปนชนนีแด่พระพุทธ อันอุดดมด่งงเจ้าข้า ในกาลอนน จะมาภายภาคหน้า ด้วยผลตูข้าอนรรต์ แห่งบูชาจันทนจูรณนี้

 กนิฏฺภคินี ปน ทสพลสฺส สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ สุวณฺณมาลาย อุรจฺฉเทน ปูเชตฺวา อันว่านางผู้อนุชธิดา ก็บูชาพระสวยัมภู อันอำไพรูดุจกาญจน ด้วยบุษบา หารกนก อันประดับอกองค์อรน้นน ภนฺเต ยาว อรหตฺตปฺปตฺตา อิทํ ปสาธนํ มม สรีรา มา วิคตํ โหตูติ ปฏฺนํ อกาสิ เจ้าจึ่งปรารถนาด่งงนี้

 ข้าแต่พระผู้ผ่านสงสาร อันว่าสร้อยสงงวาลเพณี รุจีรัตโนภาศ อย่าได้ปราศจากตนข้า ต่อชั่วหน้าอตยนต์ เท่าลงอรหนตดลนฤพาน โสดเทอญ ฯ

  สตฺถา ปน ตาสํ ปูชานุโมทนํ อกาสิ อันว่าพระสาศดา จึ่งกทำอนุโมทนา ด้วยบูชาแห่งราชธิดาทงงสองนั้น โสดแล

  ตา อุโภปิ ยาวตายุกํ ตฺวา อันว่าสองราชธิดา ก็อยู่จนสิ้นชนมายุพิธี ในธรณีดลน้นน อายุหปริโยสาเน ตโต จวิตฺวา คร้นนท้าวทงงสองตยุติ ถึงเสร็จสุดเสียชาติ ปราศจากมานุษยโสดแล เทวโลเก นิพฺพตฺตึสุ เจ้าก็เสร็จอุทัย ในสุราไลยโลกย์โพ้น ตาสุ เชฏฺภคินี เทวโลกโต มนุสฺสโลกํ มนุสฺสโลกโต เทวโลกํ สํสรนฺตี ลํ้าแต่ราชธิดาทงงสององค์ อันว่านางผู้พี่นงพงา เที่ยวไปเมืองฟ้า แลแหล่งหล้าสงสารโสดแล เอกนวุติกปฺปาวสาเน อมฺหากํ พุทฺธสฺส มาตา มหามายา เทวี นาม อโหสิ ในเมื่อได้เก้าสิบเอ็ดกัลปวายวาง นางก็ได้เปนพุทธมาดานามทยพิธีศิริมหามายาบพิตรแล

 กนิฏฺภคินี ปน ตเถว สํสรนฺตี ส่วนว่านางผู้น้อง เที่ยวแห่งห้องสงสาร ไปมานานดุจน้นน กสฺสปทสพลสฺส อุปฺปาทกาเล กึกิสฺสรญฺโ ธีตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ นางก็ได้เปนลูกสาวจ้าวจิตร แห่งกรุงกิงกิศวราช ทนนพุทโธบาทพระพุทธกาศยปน้นน

 สา จิตฺตกมฺมกตาย วิย อุรจฺฉทมาลาย อลงฺกเตน อุเรน ชาตตฺตา เหตุ นางเกอดมามีอุราฉทกด้วยดวงมาลย์ เปนสังวาลย์วรรเวจเขบจขบวน คือคำนวณในดนูดูงามกว่าชื่นแล อุรจฺฉทา นาม กุมาริกา หุตฺวา ก็มีสํญาชื่ออุรัจฉทากุมารี สาวกระษัตรีสรราชน้นน

 โสฬสวสฺสิกกาเล อุตฺตมรูปธรา ในเมื่อนางหนุ่มเหน้า ได้สิบหกเข้าขเนนับ โฉมงามสรัพพาลพธู ตรูแก่ตาน้นน ตถาคตสฺส ภตฺตานุโมทนํ สุตฺวา นางก็ได้ฟงง-ภัตตานุโมทนา แห่งพระสาศดาบพิตรแล โสตาปตฺติผเล ปติฏฺาย นางก็ประดิษฐานในโสตาบดี มารคญาณอนนยิ่งแล อปรภาเค ภตฺตานุโมทนํ สุณนฺเตเนว ปิตรา โสตาปตฺติผลปตฺตทิวเสเยว อรหตฺตํ ปตฺวา จำนยรนางก็ดล แก่อรหรรตผลพระดิลก ในวันพระชนก นางก็ได้สดับสัพพภัตตานุโมทนา ก็ลุแก่โสดาปรดิผลแล ฯ

  ปพฺพชิตฺวา ปรินิพฺพายิ นางก็บวชได้เปนอารย ก็นฤพานโสดแล ฯ

  กึกิสฺสราชาปิ อญฺา สตฺตธีตโร ปฏฺลภิ อันว่ากรุงกิงกิศวราช พระบาทน้นนก็มี ราชบุตรีเจ็ดองค์ ด่งงนี้

 ตาสํ นามานิ สมณี สมณโคตฺตา จ ภิกฺขุนี ภิกฺขุทาสิกา ธมฺมา เจว สุธมฺมา จ สงฺฆทาสี จ สตฺตมาติ ฯ นามานิ อันว่านามไธยทั้งหลาย ตาสํ สตฺตนฺนํ ราชธีตานํ หมายแห่งราชธิดาทงงเจ็ดองค์ พงษดยวใดน้นนโสด สมณี จ อิติ หนึ่งคือนางนงโพธส้อยสมณีก็ดี สมณโคตฺตา จ อิติ หนึ่งคือภควดีศรสมณโคตรก็ดี ภิกขุนี จ อิติ หนึ่ง คือนางไพโรจเรืองภิกษุนีก็ดี ภิกขุทาสิกา จ อิติ หนึ่งคือกุมารีรัตนภิกษุทาสิกาก็ดี ธมฺมา เจว อิติ หนึ่งคือนางธรรมาธูรก็ดี สุธมฺมา จ อิติ หนึ่งคือนางนารีสูรสุธรรมาก็ดี สงฺฆทาสี จ อิติ หนึ่งคือนางสังฆทาสี บุตรีชาติสุดเสร็จ สตฺตมา คำรบเจ็ดพระองค์ อเหสุํ มีในวงษวรราช แห่งพระบาทท้าวกิงกิศวเรสูรราชน้นน

 ตา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เขมา อุปฺปลวณฺณา จ ปติจฺฉราปิ โคตมี ธมฺมทินฺนา มหามายา วิสาขา จาปิ สตฺตมา ฯ นามานิ อันว่าชื่อทงงมวลบงงควรโคตร ฝูงน้นน ตาสํ สตฺตนฺนํ ราชธีตานํ แห่งเบื้องบ้นน ราชธิดาทงงเจ็ดตน อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท โหนฺติ มีในเมื่อพระทศพลบพิตร เสด็จอุบัติ

 เขมา จ อิติ ตนหนึ่งคือนางกษัตรเขมา มาพาภาศพิมล อุปฺปลวณฺณา จ อิติ หนึ่งคือนางอุบลพรรณานารีราชสาวกษัตร ปตฺตาจารา จ อิติ หนึ่งคือนางปัตตาจารจารณานิตยนิโรธก็ดี โคตมี จ อิติ หนึ่งคือนางโคตมีมียศโยคอนรรตก็ดี ธมฺมทินฺนา จ อิติ หนึ่งคือนางธรรมทินนานายกชาติเศรษฐีก็ดี มหามายา จ อิติ หนึ่งคือนางศิริมหามายา ยาดานารถบพิตรก็ดี วิสาขา จ อิติ หนึ่งคือนางวิศาขา ขาทนียเอมโอช ถวายแก่พระสมโพธิสรรเพ็ชญ์ สตฺตมา คำรบเจ็ดนางหนุ่มเหน้า ทนนในเมื่อพระพุทธเจ้า เสร็จธรรมาในโลกยนี้ ฯ ตาสุ ผุสฺสติ สุธมฺมา นาม หุตฺวา ล้ำแต่นางทงงเจ็ดองค์ อันว่านางผู้ทรงนามสุธรรมา คือราชธิดาสบรรษดีนี้โสดแล ฯ ทานาทีนิ ปุญฺานิ กตฺวา นางก็ทำบุญอันอดุลย เปนต้นว่าให้ทาน อันเปนการกุศลน้นน วิปสฺสิสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส กตาย จนฺทนจุณฺเณน ปูชาย ผเลน ด้วยผลแห่งนางสังกัล์ปก็ทำจันทนเรณู บูชาพระพุทธพิบรรษีน้นน โสดแล ฯ รตฺตจนฺทนปริปฺโผสิเตน วิย สรเรน ชาตตฺตา เหตุนางมีองค์อันอุดดม ดุจทลบมด้วยรัตตจันทนน้นน ฯ ผุสฺสตีติ นามํ กรึสุ อันว่าพระญาติทงงหลาย ก็หมายนามกรพิธี ชื่อเจ้าสบรรษดีศรี เสาวภาคยน้นน เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสรนฺตี นางก็อันโทลไปมาในพิทธยาภพนี้ ฯ อปรภาเค สกฺกสฺส เทวรญฺโ อคฺคมเหสี หุตฺวา นิพฺพตฺติ จำนยรนางก็ได้เปน อรรคมหิษี แด่พระเพชรปาณีศรีสุรเทพโพ้น อถสฺสา ยาวตายุกํ ตฺวา ในกาลเมื่อน้นน อันว่าบ้นนภควดี ก็อยู่จนสิ้นชนมายุพิธีในเทพพู้น ปญฺจสุ ปุพฺพนิมิตฺเตสุ อุปฺปนฺเนสุ ในเมื่อบุพนิมิตรทงงหลาย แลหมายเกอดมามีแก่นางด่งงน้นน ฯ

  สกฺโก เทวราชา ตสฺสา ปริกขีณายุกภาวํ ตฺวา อันว่าเจ้าฟ้าฟอกไพชยนต์ ก็เห็นยุบลแห่งนาง อันจะวายวางอายุศมน้นน มหนฺเตน ปริวาเรน ตํ อาทาย พระภรรดาธิบดี ก็เอาราชเทพีลีลาด้วยบริพาร อันมโหฬารมากน้นน นนฺทนวนุยฺยานํ คนฺตฺวา ก็เสด็จไปยงงตำบลแห่งนนทพโนทยาน อนนเปนสถานสวนสวรรค์วิเศษน้นน ตตฺถ ตํ อลงฺกตสิริสยนปิฏฺเ นิปนฺนํ สยํ สยนปสฺเส นิสีทิตฺวา เอวมาห อินทรก็นั่งแนบแทบไสยาศน์ แห่งอรอาตมาชายา อันกรีธาภิรมย์ บรรธมทิพอนรรฆ์ ในสวนสวรรค์พิศาล จึงมีอินทรวโรงการ ด่งงนี้ ภทฺเท ผุสฺสติ เต ทสวเร ทมฺมิ เต คณฺหาหีติ ดูกรเจ้าสบรรษดี เทพีเทพอับษร พี่จะให้พรสิบอัน แด่สาวสวรรค์อรรคราช จงน้องนาฏมาเอาหนาเจ้า

 สกฺโก ตํ วรํ ททนฺโต อิมสฺมึ คาถาสหสฺสปฏิมณฺฑิเต มหาเวสฺสนฺตรชาตเก ปมํ คาถมาห พระเทพาธิราช ก็จะประสาทพระพร แก่บวรราชกัลยา ก็กล่าว คาถาเปนอาทิ อันมีในมหาแพศยันดรชาติชาดก พระดิลกก็บันทูร บริบูรณธรรม์ ถ้วนถึงพันคาถา ลงการาดิเรกน้นน

 ผุสฺสตี วรวณฺณาเภ วรสฺสุ ทสธา วเร ปพฺยา จารุปุพฺพงฺคิ ยํ ตุยฺหํ มนโส ปิยนฺติ ฯ ภทฺเท ผุสฺสติ ดูกรเจ้าสบรรษดี มหิษีสวรรค์งามรอบ วรวณฺณาเภ เมาะ วราย วณฺณาภาย สมนฺนาคเต ฯ สมนฺนาคเต อันกอปรด้วยสรรพลักษณ์ โฉมตระศักดิ์เสาวภาคย์ พิศมลากลำยอง วณฺณาภาย ใสรงงรองสรรพางค์ สำอางองค์เทพี รุบากฤษดีเลงเลอศ วราย อันประเสรอฐโสภา จารุปุพฺพงฺคิ เมาะ จารุปุพฺพงฺเคน วรลกฺขเณน สมนฺนาคเต อันกอปรด้วยลักษณาการดุลย์ สุนทรเทพมกุฎ ตฺวํ อันว่าเจ้าผู้อุดดมภิรมยศุขอาจิณ พนิดาอินทรแสวงหวงง กตฺวา จงแม่มาสดับฟังเสร็จสรบ ฯ วเร พรคำรบโดยด่วน ทสธา เมาะ ทสหิ โกฏฺาเสหิ อนนเปนสวัสดิส่วนสิบประการ คเหตพฺเพ แลนางนงพาลพี่จะพึงเอาไป ปพฺยา เมาะ ปวิยํ ในพิสัยแหล่งหล้า วรสฺสุ เมาะ คณฺหาหิ จงนางน้องหน้าแม่มาเอา ยํ ตุยฺหํ มนโส ปิยํ เมาะ ยํ ยํ วรํ พระพรเราใดใด มนโส ปิยํ แลพอพึงใจเจ้าจงเสพย์ ตุยฺหํ แห่งน้องผู้เปนอดิเทพเทพี โหติ แลมีด่งงน้นน ตฺวํ อันว่าเบื้องบ้นนเทพอนุช คณฺห จงเจ้าอย่าหยุดอย่าอย่า แม่มาว่าวอนขอ ตํ ตํ วรํ พระพรพอใจน้นนน้นน ทสหิ โกฏฺาเสหิ อนนเปนโกษฐาศ ถ้วนหม้นนทศพิธ เพื่อเจ้าจะเสียชีวิตวายชนม์ ยงงเมืองคนนี้นาเจ้า เอวเมสา มหาเวสฺสนฺตรธมฺมเทสนา เทวโลเก ปติฏฺาปิตา นาม อโหสิ อันว่ามหาแพศยันดรธรรมเทศนาน้นน ชื่อว่า ประดิษฐานหม้นน ในสุราลัยโลกยแล ฯ

  สา อตฺตโน จวนธมฺมตํ อชานนฺตี อันว่าเจ้าสบรรษดี มิรู้ว่าจะสิ้นชีวิต แห่งตน วายวางชนม์เจียรเทพโพ้น

 ปมตฺตา หุตฺวา ทุติยํ คาถมาห อันว่านางผิทำงล ลืมตนหลงตรดัดปมตภาพ มนัศปรดาบหนักหนา ก็สวดคาถาคำรบสอง สนองเทพบดินทรคืนด่งงนี้ ฯ เทวราช นโม ตฺยตฺถุ กึ ปาปํ ปกตํ มยา เทวราช บพิตรพระเทพาธิราช นโม เม อันว่ามูรธาศไหงว้แห่งข้า เต อตฺกุ จงมีแก่เจ้าฟ้าฟอกไตรตรึงษ์ กึ ปาปํ อันว่า บาปคำนึงอันใด มยา ปกตํ แลข้าธต้งงใจจงกทำโทษ ตว สนฺติเก ในสำนักนิเจ้ากูโสดสาหศ แห่งท้าวบุรินททเทเวศรนี้ ฯ รมฺมา จาเวสิ มํ านา วาโตว ธฺรณีรุหนฺติ เทวราช บพิตร พระเทพภรรดา ฯ วาโต อิว เมาะ ยถา วาโต ด่งงฤๅด่งงวาตพยู่หพันฦก ธรณีรุหํ ยงงต้นพฤกษเสาวภาคย์ จาเวสิ แลให้ถอนรากพฤกษผล สกานา จากสถานตนแห่งห้นน ตฺวํ อันว่าเบื้องบ้นนพระบาท เสวยราชสมบัติ มํ จาเวสิ จงกำจัดตูข้า านา เมาะ ตาวตึสฏฺานภวโต จากสถานฟากฟ้าสุราไลย ที่ไตรตรึงษเสวยศุข รมฺมา จ อนนสรนุกนินิศกรรม สมสุรราชมานาน เอวเมว ด้วยประการดุจน้นน ฯ อถสฺสา ปมตฺตภาวํ ตฺวา สกฺโก เทฺว คาถา อภาสิ อนนดับน้นนบ้นนพระอินทก็รู้สวภาพ มนัสประดาบทำงล แห่งตนเทพภรรยา ก็สวดคาถาคำรบสอง สนองคืนด่งงนี้

 น เจว เต กตํ ปาปํ อันว่าพิบัติบาปกำม์ แลเจ้าจะกทำในเมืองนี้ก็บมี นี้นา เจ้า ฯ น จ เม ตฺวมสิ อปฺปิยา อนึ่งเจ้าจะบมิรักบมิใคร่ แห่งพี่ผู้จะหวงงฝนนใฝ่ สมศุขก็บมีนี้นาเจ้า ฯ ปุญฺํ เต ปริกฺขีณํ บุญแห่งเจ้าจักนาศ จากอาวาศเวียง อินทร์ พิภพไส้ เยน เตวํ วทามิหํ เหตุใดน้นนนาเรียมกล่าว นางนงถ่าวรักเร่ง ฟงงคำพี่นี้

 สนฺติเก มรณํ ตุยฺหํ อันว่าความจะม้วยจะมรณ์ แห่งน้องผู้เปนอับษรสุราลัย ก็จะมี ในที่นี้ วินาภาโว ภวิสฺสติ อันว่าความบมิสมศุขด้วยกัน แห่งน้องผู้เปนอับษรสวรรค์ก็จะมีแลนาเจ้า

 ปฏิคฺคณฺหาหิ เม เอเต วเร ทส ปเวจฺฉโต ฯ ภทฺเท ผุสฺสติ ดูกร น้องนงโพธเภาพงา ตฺวํ อันว่าเจ้าผู้เปนอินทรพนิดาเยาวโยค ฯ ปฏิคฺคณฺหาหิ จงเจ้ามาอาโภครองรับ เอเต ทสวเร พรธนับสิบประการ ชีวิตพฺพยุตฺตเก อนนจะควรบริบาลรบด ปวิยํ ในปรฐพีเมทนียมณฑล เม สนฺติเก ในสำนักนิตนแห่งพี่ ปเวจฺฉโต เมาะ ททมานสฺส อนนให้แท้ที่ใจจง เต วเร พรมงคลน้นนโสด ตุยฺหํ แก่แก้วกาโมทยมหิษี กัลยาณีสาวสวรรค์ประเสริฐนั้น ฯ

  สา สกฺกสฺส วจนํ สุตฺวา อันว่านางสบรรษดีน้นน ชั้นได้ยินพระสาศน แห่งอินทราธิราช เจ้าไตรตรึงษน้นน นิจเยน อตฺตโน มรณํ ตฺวา ก็รู้ว่าตนจะ ตายวายชีพสมีปการ ด้วยพิจารณ์น้นน ฯ วรํ คณฺหนฺตี อาห นางก็จะเอาพรบริบูรณ์ ก็ทูลพระอินทรคืนด่งงนี้ วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร ฯ สักกบพิตรไทเทเพนทรผ่านเผ้า เกล้าสุรโลกเมาลี อิสฺสร อนนเปนอธิบดีศรีอับษร สพฺพภูตานํ แห่งภูตคณนิกรอมรแมนเมืองฟ้า ตฺวํ อันว่าเจ้าข้าผู้เป็นจอมนารถ เจ อโท ผิไทก็จะประสาทปรสิทธิ ตํ วรํ พรพิพิธมงคล ทสวิธํ ประการดลสิบสิ่ง เม เมาะ มยฺหํ แก่ข้าผู้เปนนางน้องมิ่งเมียรัตน์ อนนจะเสียสวรรค์สํบัดิ พลัดพระองค์พระบาทนี้ ฯ สิวิราชสฺส ภทฺทนฺเต ตตฺถ อสฺสํ นิเวสเน ฯ ภทฺทนฺเต บพิตรท้าวผู้ผ่านเผ้า เจ้าเสวตรกุญชร ยํ นิเวสนํ ยงงบวรปราสาทอันใด สิวิราชสฺส แห่งกรุงไกรสีพิราช พระบาทเจ้าจุมพล อุตฺตมํ อนนอุดมมณฑลจักร อากยรณ นิเวสนโต กว่ามณเฑียรธรจนา ในพสุธาดิเรกฯ ราชูนํ แห่งเอกกษัตรท้งงหลาย สกลชมฺพุทีเป ิตานํ อนนอยู่ในสายสากลชามพูทวีป โหติ ก็มีในทีป ทงงมวล อหํ อนนว่าข้าผู้จะแปรปรวนชีวิตรสิ้นสุด อสฺสํ เมาะ ภวิสฺสามิ ก็จะ จยรตยุติลงเกอด ตตฺถ นิเวสเน ประเสรอฐในเรือนรัตนแสนสํบัดิเมืองมิ่ง อุตฺตเม อันงามมิ่งรจนา สิวิราชสฺส แห่งพระยาสีพิราช พระบาทไทเปนเฉลอมแผ่นน้นน นีลเนตฺตา นีลภมู จงมีเนตรเพราพรรณ คิ้วคืออัญชนน พรายเพรอดนั้น นีลกฺขีว ยถา มิคี ตาดุจตามฤคดำปลอด เมื่อน้อยคลอดปูนปีหนึ่งน้นน ผุสฺสตี นาม นาเมน จงทรงนามสบรรษดี เมื่อดลปรถพีดลโพ้น ตตฺถ อสฺสํ ปุรินฺทท บพิตรพระบุรินทท ข้าขอมียศในปราสาท แห่งพระบาทท้าวสญชยบพิตรน้นน ฯ ปุตฺตํ ลเภถ วรทํ ยาจโยคํ อมจฺฉรึ ปูชิตํ ปฏิราชูหิ กิตฺติมนฺตํ ยสสฺสินํ ฯ โภปุรินฺทท บพิตรผู้เปนเจ้าเมืองแมนแผนผ่านฟ้า อหํ อันว่าข้าข้อยนารถเทพี ลเภถ เมาะ ลเภยฺยํ ก็จะพึงมีโสดบมินาน ปุตฺตํ ลูกสงสารสายสวาศ วรทํ เมาะ อลงฺกตสีสอกฺขียุคลหทยมํสรุธิรเสตจฺฉตฺตทาราทิกสฺส ยาจิตยาจกสฺส วรภณฺฑสฺส ทายกํ ฯ ทายกํ อันอาจให้แหล่เหลือนับ วรภณฺฑสฺส ทุกธนทรัพย์เลอศล้น อลงฺกตสีสอกฺขิยุคลหทยมํสรุธิรเสตจฺฉตฺตปุตฺตทาราทิกสฺส เปนต้นว่า มุรธาลงการมกุฎ พิสุทธศิโรเพศ เนตรยุคลกมลหฤทยางค์มางษโลหิต พิจิตรเสวตรฉัตร เอารสรัตน ราชเทพี ยาจิตยาจกานํ แก่โยคีคณอนรรต์ สบจตุรพรรณอเนก อันปรเตยกเข้ามาขอ แลลูกพอใจกูน้นนโสด ยาจโยคํ จงปองประโยชน์ด้วยยาจก อนนตกตื่นมาบมิขาด อมจฺฉรึ อนนอาจอวยด้วยง่าย จับจ่ายทรัพย์คลงงคลี่ อย่าได้ตรหนี่ตรหนัก ปฏิราชูหิ แลท้าวทงงผืนแผ่นจักรแหล่งหล้า มม ปุตฺตํ ปฏิจฺจ ชีวนฺเตหิ อันพำนักนิแก่ลูกข้าครองสกนธ์ ปูชิตํ กำนลคณอเนก อดิเรกเรืองปรากฏ ยสสฺสินํ เมาะ มหาปริวารวนฺตํ อันมียศมเหาฬาร มีบริพารอนนมากน้นน คพฺภํ เม ธารยนฺติยา บพิตรในเมื่อข้าทรงครรภ์ ในเมืองมรรตยมานุษยน้นน มชฺฌิมงฺคํ อนุนฺนตํ จงอรรฒางคชรบาบ เอ็วรัดราบรางชางคนแน่งเทอญ กุจฺฉิ อนุนฺนโต อสฺส มีทางท้องสรแทบ อรรแถ้งแนบน้อยงามแง่น้นน จาปํ วลิกฺขิตํ สมํ อันราบเพียงเกาทันธ์ พระพิศวกรรม์รงงเรขแล ฯ ถนา เม นปฺปวตฺเตยฺยุํ สองนมเฉกเฉลาลเอ่ง อย่าคล้อยเคล่งคลาทรวงท้าวน้นน ฯ ปลิตา นสนฺตุ วาสว บพิตรอันว่าเกษาเสวตร ศิโรเพศอย่ามีหนึ่งเลย กาเย รโช น ลิมฺเปถ บพิตรอันว่าธุลีเผ้าผง อย่าติดองค์โอภาศนี้ วชฺฌญฺจาปิ ปโมจเย อันว่าข้าขอโปรด นักโทษเที้ยรทุจริตน้นน ฯ มยูรโกญฺจาภิรุเท ในมณเฑียร อากยรณด้วยเสียงโกรญจสำเนียงโมรมาธูรน้นน ฯ นารีวรคณายุตฺเต กอปรด้วยสาวษัตรี นารีรัตนประเสรอฐน้นน ฯ ขุชฺชเจลาวกากิณฺเณ อันเดียรดาษด้วยเตี้ยเค้าค่อม เคี้ยคอยทวารทุกแห่งแล สุทฺทมาคธวณฺณิเต จึงมีหมู่มหานศทงงมาคธสดุดี เบอกบายศรีสมโพธิน้นน ฯ จิตรคฺคเฬรุฆุสิเต เสียงสรหลักแก้วกาญจน์ เบอกใบทวารกึ่งกลางดุจดุริยางคห้าสิ่งน้นน ฯ สุรามํสปฺปโพธเน มีนายโรงเตือนแต่งเข้า เหล้าแพ่งมัศยมางษมากเทอญ ฯ สิวีราชสฺส ภทฺทนฺเต บพิตรจงมูลมีในปราสาท แห่งท้าวสีพิราชราชาธิเบศร์น้นน ฯ ตตฺถ อสฺสํ มเหสิยา ข้าขอเปนนางนารถ แห่งพระบาทสีพี อนนมียศอากยรณ์ใน มณเฑียรธน้นน ตตฺถ สิวิราชสฺส อคฺคมเหสีภาโว ปโม วโร อันว่าสวภาพเปนอรรคชายา แห่งกรุงสีพิราชาธิราช ในปราสาทบวร พรน้นนเปนที่พึ่ง ทยรธนับหนึ่งแล นีลเนตฺตตา ทุติโย วโร อันว่าสวภาพตาเพราพรรณพพรอง เปนพระพรคำรบ สองสิ่งแล ฯ

  นีลภมุกตา ตติโย วโร อันว่าสวภาพคิ้ว นิลาญชนเลงงาม เปนพรคำรบสามสิ่งแล ฯ ผุสฺสตีติ นามํ จตุตฺโถ วโร อันว่าสวภาพทรงนามสุบรรษดี ยอดไท้ ข้าขอได้ถ้วนถี่ เปนพรคำรบสี่สิ่งแล ฯ

  ปุตฺตปฏิลาโภ ปญฺจโม วโร อันว่าข้าขอมีลูกชาย จงฦๅสายในแหล่งหล้า เปนพรคำรบห้าประการ โสดแล ฯ อนุนฺนตกุจฺฉิตา ฉฏฺโ วโร อันว่าสวภาพท้องบมีทรวดเสมออก เปนพรคำรบหกสิ่งแล ฯ อลมฺพตฺถนตา สตฺตโม วโร อันว่าสวภาพนมบคล้อยตก ขอแด่นายกเทพทรงเพ็ชร เปนพรคำรบเจ็ดสิ่งแล ฯ อปฺปลิตภาโว อฏฺโม วโร อันว่าสวภาพอย่ามีหงอกเหง้า ท้าวถึงสกนธ์ ขอแด่พระผู้ผจญแทตย์ เปนพรคำรบแปดประการ โสดแล ฯ สุขุมจฺฉวิภาโว นวโม วโร อันว่า สวภาพสุขุมฉวี กัลยานีศรีสํบูรณเศร้า เปนพรคำรบเก้าสิ่งแล ฯ

  วชฺฌปฺปโมจนสมตฺถตา ทสโม วโร อันว่าสวภาพข้าขอโปรด ฝูง นักโทษทงงหลาย อันจะล้มตายฉิบ เปนพรคำรบสิบสิ่งแล ฯ

  ตํ สุตฺวา สกฺโก อาห อันว่าท้าวสหัสนัยน์จอมไตรตรึงษพิมาน ก็มีอินทรโองการด่งงนี้

 เย เต ทส วรา ทินฺนา มยา สพฺพงฺคโสภเณ ภทฺเท ผุสฺสติ ดูกรเจ้าสบรรษดี อับษรศรีสุรศักดิ์ ฯ สพฺพงฺคโสภเณ เมาะ สพฺพลกฺขณสมฺปนฺเน อนนกอปรด้วย สรรพลักษณลำยอง ฯ เย ทส วรา อันว่าพระพรใดทงงผองสิบสิ่ง มยา ทินนา แลพี่แกล้งกลิ่งให้แล้ว เต เมาะ ตุยฺหํ แก่นางน้องแก้วแก่นกัลยาณี อนนมีศรีสวัสดิ เสาวภาคย์ โหติ อย่าพร่องพรากสักอนน แลมีโดยกรรม์อนนเกอดน้นน ฯ สิวิราชสฺส วิชิเต สพฺเพ เต ลจฺฉสิ วเร ฯ สา ตฺวํ อันว่าเจ้าผู้ผ่านเผ้าเกล้าอับษร สพฺเพ เต วเร พระพรนั้นสิบประการด้วยดี ลจฺฉสิ เมาะ ลภิสฺสสิ ก็จะพึงมีบมินาน แก่นางนงพาลภักตรพิเศษ วิชิเต เมาะ นิเวสเน ในนิเวศเรือนรัตน์ สิวิราชสฺส แห่งเจ้าจอมกษัตรสีพิราช ด้วยอำนาจนางขอแก่พี่นี้ ฯ

  ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ สตฺถา อันว่าพระสาศดามหาบรมไตรภพนารถ ปกาเสนฺโต ธก็จะประกาศพรรณา ตํ อตฺถํ อรรถาธิกนิกร อนนมีในมหาแพศยันดรชาติชาฎก พระดิลกบันทูร ฯ จตุวิธปริสานํ แก่จดูรพิธบรรสัทยทงงหลาย ด่งงนี้ อิทํ วตฺวาน มฆวา เทวราชา สุชมฺปติ ผุสฺสติยา วรํ ทตฺวา อนุโมทิตฺถ วาสโวติ ฯ

  ภิกฺขเว ดูกรภิกษุบริพาร มฆวา อันว่าท้าวผู้ผ่านคชาธารสารเสวตร เทวราชา อนนเปนเชษฐแก่เทพดา ราชาบรเมนท์มิ่ง วาสโว เมาะ เทวเสฏฺโ ยศยงพ้นเทพดา สุชมฺปติ เมาะ สุชํ นาม อสุรกญฺํ ปติ ฯ ปติ อนนเปน ภรรดาธิเบศร์ อสุรกญฺอํ แห่งอสุเรศสุมารี สุชํ นาม อนนมีชื่อสุชาดา ภรรยาอินทอัคราช ฯ อิทํ วจนํ ยงงพระสาศนด่งงนี้ วตฺวา คร้นนธชี้ให้ตรัสแจ้ง แกล้งแสดงกลประกาศ ทตฺวา ก็ประสาทใสโสมนัศ วรํ เมาะ ทสวเร ยงงพรพิพัฒทัศเพธ ผุสฺสติยา แก่ออกท้าวสุรสุเดศรผุษสดี อนุโมทิตฺถ ก็เกษมศรี ปรีดิปราโมทย์ ในมาโนชท่านน้นน ฯ

 ทสวรวณฺณนา นิฏฺิตา บรรพบริบูรณ์ คำหลวงเลือกล้วนผู้ปรีชานิพนธ์ใน แผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถโน้น ฯ ๑๙ ฯ





๑. พระนางผุสดีเทพกัญญารับพรสิบประการ แล้วจุติไปบังเกิดในตระกูล กษัตริย์มัทราช ได้เป็นอัครมเหสีของพระเจ้ากรุงสญชัย ผู้ครองสีวิรัฐ ประสูติพระโอรสทรงพระนามว่าพระเวสสันดร
๒. พระเวสสันดร เสด็จออกบำเพ็ญทานประจำวัน ทรงช้างปัจจัยนาค
๓. ระหว่างทางเสด็จ พราหมณ์ชาวเมืองกลิงคราษฐ์ทูลขอช้างปัจจัยนาค ก็ทรงบริจาคพระราชทานให้

  อิติ สา วเร คเหตฺวา ตโต จุตา มทฺทรญฺโ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺตีติ ฯ สา ผุสฺสตี อันว่าสมเด็จสบรรษดี คเหตฺวา ก็รับแล้ว วเร เมาะ ทสวเร ซึ่งพระพรสิบอัน แด่สำนักนิท้าวมัฆวาน จุตา ก็จุติจากดาวดึงษาสวรรค์ ลงมา อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ ก็เอาปฏิสนธิในพระอุทรแห่งสมเด็จพระอรรคมเหษี แห่งภูมีมัทธราช ทสมาสจฺจเยน ครั้นถ้วนทศมาศสิบเดือน ก็เคลื่อนคลาศ จากพระมาตุโครธร บวรจากครรภ์พระมาดา ชายมานาย จนฺทนจุณฺเณน ก็มีพระกายาประดับประดาไป ดังลูบไล้ลาทาด้วยจุณแก่นจันทน์ เตน วุตฺตํ เหตุดังนั้นพระบวรวงษา จึงมาถวายพระนามตามองค์ ผุสฺสตีนาม นาเมน ทรงพระนามชื่อสบรรษดี เปนศรีสวัสดีจำเริญไป ฯ

  สา มหนฺเตน ปริวาเรน โสฬสวสฺสิกกาเล อุตฺตมรูปธรา อโหสิ อันว่า พระสบรรษดีราชธิดาก็จำเริญวัยได้สิบหกปี ก็งามมีศรีโสภา ก็แวดล้อมพร้อมด้วยบริวาร เมื่อนั้น อถ นํ สิวิมหาราชา ปุตฺตสฺส สญฺชยสฺสตฺถาย อาเนตฺวา ในกาลนั้น สมเด็จท้าวสีพิราช จึงให้นางนารถสบรรษดี แล้วอภิเศกกับพระสญไชยเมื่อนั้น ฯ

  ตสฺส ฉตฺตํ อุสฺสาเปตวา ตํ โสฬสนฺนํ อิตฺถีสหสฺสานํ เชฏกํ กตฺวา ก็ ยอยกเสวตรฉัตร มอบให้สองกระษัตรครองเมือง เนืองนองด้วยยศบริวารสนมพระกำนัล อคฺคมเหสิฏฺาเน เปสิ ก็ตั้งพระสบรรษดี เปนพระมเหษียิ่งกว่าพระสนมหมื่นหกพันแล้วแล ฯ สา สญฺชยสฺส ปิยา มนาปา สมเด็จนางสบรรษดี ก็เปนที่จำเริญศรีพระสญไชย อถ สกฺโก อาวชฺชมาโน มยา ผุสฺสติยา ทินฺเนสุ วเรสุ นว วรา สมิทฺธาติ ทิสฺวา ในกาลนั้นสมเด็จท้าวโกษี ก็มาเห็นราชสบรรษดี อันมีศรี สัพลักษณเลงเสิศ ประเสริฐสำเร็จด้วยพระพรเก้าประการ ฯ เอโก ปุตฺตวโร น ตาว สมิชฺฌติ ตํปิสฺสา สมิชฺฌาเปสฺสามีติ จินฺเตสิ ยังแต่พรอันนางจะขอพระราชบุตรอันบริสุทธิสืบวงษ์ จำนงปลงใจ ควรเราจะไปอาราธนาพระมหาสัตว์ เสวยสมบัติในดาวดึงษา เมื่อนั้น ฯ อถ สกฺโก ตสฺส สนฺติกํ คนฺตวา มาริส ตฺยา มนสฺสโลกํ คนฺตุํอํ วฏฺฏตีติ ในกาลนั้นท้าวสหัศไนย ก็ไปสู่สำนักนิ สมเด็จจอมจักรภูวนารถ ก็อาราธนาว่า ข้าแต่ท่านผู้เปนเนรทุกข์ จงเปนศุขทุกเมื่อ ขอเชิญเสด็จลงไปแผ่เผื่อโพธิญาณ เปนกาลอันควร แล้วแล ฯ เสสเทวปุตฺตา สฏฺิอิสหสฺสานํ อมจุจานํ เคเหสุ นิพฺพตฺตึสุ ธก็อันเชอญเทพบุตรองค์อื่นได้หกหมื่นองค์ จุติลงมาเอาปฏิสนธิในครรภ์ภรรยาเสนาทั้งหลาย เมื่อนั้น มหาสตฺโตปิ ตโต จวิตฺวา ตตฺถุปปนฺโน อันว่าพระโพธิสัตว์ก็รับปฏิญาณ แห่งท้าวมัฆวานแล้ว จวิตฺวา ก็จุติลงมาพลัน ปฏิสนธิในครรภ์พระสบรรษดีด้วยเร็วแล ฯ

  มหาสตฺเต ปน กุจฺฉิคเต ผุสฺสตี โทหลินี หุตฺวา จตูสุ นครทฺวาเรสุ นครมชฺเฌ จ นิเวสนทฺวาเร จาติ ฯ มหาสตฺเต อันว่า พระมหาสัตว์เมื่ออุบัติในครรภ์ ฯ สา ผุสฺสตี โทหลินี หุตฺวา อันว่า พระสบรรษดี ก็มีพระไทยปราถนาให้ทำ ฉทานศาลาหกแห่ง จตูสุ นครทฺวาเรสุ นครมชฺเฌ ให้ตกแต่งแทบประตูเมือง ท่ามกลาง ในระวางตรอกพ่อค้า วิสชฺเชตฺวา ให้จำหน่ายจ่ายทรัพย์ทั้งหลาย ฉสตสหสฺสานิ โดยมั่นหมายได้หกแสน เทวสิกํ เทวสิกํ กำหนดแม่นเปนนิรันตร์ แลพระสบรรษดีนั้นก็เสด็จไป สตฺต อสฺเส รเถ นิสีทิตฺวา ก็นั่งในราชรถ อัน ปรากฏเทียมยิ่ง ด้วยม้ามิ่งมงคล ฯ มหนฺเตน ปริวาเรน มากเกลื่อนกล่นด้วย บริวาร ฯ สา ผุสฺสตี วีถิยา มชฺฌปฺปตฺเต กาเล ในกาลเมื่อถึง ซึ่งตรอกบมินาน กมฺมชฺชวาตา ลมกามัชวาตก็พัดพานพลัน ให้ไหวหวั่นซึ่งพระครรภ์นางนารถฯ รญฺโ อาโรจยึสุ อันว่าอำมาตย์ทั้งหลายก็ถวายบังคมทูล แด่พระนเรนสูรสญไชย ฯ ตํ สุตฺวา ราชา อันว่าพระมหากระษัตร ก็ตรัสให้พระพลาทอง ไปรองรับพระโอรสา วิชายิตฺวา นางพระยาก็ประสูตรพระโอรส ปรากฏในท่ามกลางทางระวางตรอก มหาสตฺโต มาตุกุจฺฉิโต อกฺขีนิ อุมฺมิเลตฺวา อันว่าพระมหาสัตว์เมื่อออกจากครรภ์พระมาดา ก็ทอดไนยนาลืมพลัน ฯ ปสาเรตฺวา ก็เหยียดพระหัตถ์ ก็ตรัสพระวาจา ฯ อมฺม ข้าแต่พระมาดา ทรัพย์อันใดมีมา ข้าจะขอให้ทานบัดนี้ จงพลันฯ อถสฺส มาตา อชฺฌาสเยน เทหีติ อันว่าพระมาดาเจ้า จึงหยิบเอาทรัพย์พันตำลึง ให้ถึงมือเมื่อนั้น ฯ อถสฺส นามคหณทิวเส เวสฺสวีถิยํ ชาตตฺตา เวสฺสนฺตโรติ อันว่า พระญาติทั้งหลายก็ถวายพระนามตามเหตุ ชื่อพระเพศยันดรดังนั้น ฯ เตน วุตฺตํ เหตุดังนั้น พระเพศยันดรเสด็จบรรธมบรมไสยาศน์ เหนืออาศนก็จินตนาการ เมื่อนั้น ฯ อหํ พาหิรกทานเมว ทมฺมิ ตํ มํ น ปริโตเสติ อชฺฌตฺติกทานํ ทาตุกาโม อันว่าทานภายใน ควรเราจะให้ตามผู้ใดจะมาขอ เราก็จะยอยกให้ตามใจมัน ฯ หทยํ นีหริตฺวา ตสฺส ทเทยฺยํ แม้ผู้ใดจะปราถนา จะมาขอซึ่งดวงใจ เราก็จะให้ดังใจมันฯ สเจ อกฺขีนิ มํ ยาเจยฺยํ ถ้าผู้ใดจะมาอาเพศ ขอไนยเนตรเรา ก็จะเอาให้ดังใจจง ฯ อถวาปิ มํ โกจิ เม ทาโส โหหีติ วาเทยฺยํ ถ้าผู้ใดประสงค์จะมาปลงขอเอา ตัวเราไปเปนทาษ ก็ตามแต่จะปราถนาเอาไป ฯ ชาตทิวเสเยว ปนสฺส เอกา อากาสจาริณี กเรณุกา อภิมงฺคลสมฺมตํ สพฺพเสตํ หตฺถิโปตกํ อาเนตฺวา ในเมื่อวันพระโพธิสัตว์ ออกจากครรภ์พระมาดา ยังมีแม่ช้างตัวหนึ่งพลัน พาเอาลูกนั้นมา โดยเวหาบมินาน กับประดิษฐานไว้ในโรงอันเปนมงคล ฯ มหาสตฺตสฺส ปจฺจยํ กตฺวา จึงพระมหาบุรุษ ให้ฝูงคนสมมุติว่าช้างแก้วปรตยนาท เปนที่ยินดีแก่ราษฎรบ้านเมือง เมื่อนั้น ฯ ตํ สุตฺวา ราชา มม ปุตฺเตน ทินฺนํ พฺรหฺมเทยฺยเมว โหตูติ อันว่าพระมหากระษัตร จึงตรัสให้หาพระนม อันงามสมปรากฏ ด้วยนมรศอันหวาน ก็พระราชทานไปแก่พระองค์ฯ โส สฏฺิอีสหสฺเสหิ ปริวาเรหิ มหนฺเตน ธก็พระราชทานให้บริวารวง อันเกอดร่วมวันทันองค์หกหมื่นตนฯ สหสฺสคฺฆนกํ กุมารํ ปิลนฺธนํ กาเรสิ ธก็ให้ประดับทับทรวงองค์ แด่พระผู้ทรงธรรม เมื่อนั้น ฯ โส จตุปญฺจวสฺสิกกาเล ตํ โอมุญฺจิตวา ธาตีนํ ทตฺวา พระโพธิสัตว์ก็เปลื้องเครื่องประดับทับทรวงองค์ ก็บรรจงปลงให้ทานแด่พระนมทั้งหลายไป เมื่อนั้น ฯ ตํ สุตฺวา ราชา ตํ ปิลนฺธนํ อทาสิ อันว่าพระบิดาก็มาใช้ ให้ช่างทองจำลองพลัน แล้วพระผู้ทรงธรรม์ ก็พระราชทานไปด่งงนี้ ฯ ตสฺเสว สภาวํ สรสจิตฺตํ จินฺเตนฺตสฺส จตุนหุตาธิกทฺวิโยชนสตสหสฺสพหลา อยํ มหาปวี มตฺตวารโณ วิย ตชฺชมานา กมฺปติ ในเมื่อพระแพศยันดรจินตนาในใจ ก็บันดาลไหวหวั่นโดยสำคัญมี พระมหาปัถพีดล ก็รนร้องก้องโกญจนาท พระเมรุราชก็หวาดไหว เมื่อท้าวไทธจินตนา ดังนั้น ฯ ยาว พฺรหฺมโลกา เอกโกลาหลํ อโหสิ อันว่ามหัศจรรย์ ก็บันดาลดลเปนเหตุ ถึง เทเวศรพรหมมินทร์ ได้ฟังยินก็ส้องสาธุการเปนโกลาหลก็มี เมื่อนั้น ฯ

  โพธิสตฺโต โสฬสวสฺสิกกาเลเยว สพฺพสิปฺปานํ นิปผตฺตึ ปาปุณึสุ ฯ ภิกฺขเว ดูกรอาริยสงฆ์ผู้ทรงศีลวิสุทธิบวร เมื่อพระเพศยันดร โสฬสวสฺสิกกาเล ในกาลเมื่อได้สิบหกปี สพฺพสิปฺปานํ นิปฺผตฺตึ ปาปุณึสุ พระองค์ทรงศีล เพทวิเสศบริบูรณ์ ราชา สญฺชโย อันว่าพระบาทบิดา อาเนตฺวา จึงให้นำมา ซึ่งนางนารถราชกัญญา มทฺทีนาเมน ชื่อเจ้ามัทรี สาวศรีมัทธราชธิดา เชฏฺกํ กตฺวา อคฺคมเหสิฏฺาเน เปตฺวา ท้าวธก็ให้อภิเศกเปนเอกนารี มหาสตฺตํ รชฺเช อภิสิญฺจิตฺวา ก็ให้พระเพศยันดรบวรบาท เสวยราชสมบัติครองเมือง ฯ มหาสตฺโต รชฺเช ปติฏฺิอิตกาลโต ปฏฺาย เทวสิกํ ฉสตสหสฺสานิ วิสชฺเชนฺโต มหาทานํ ปวตฺเตสิ อันว่าพระมหาสัตว์ทรงธรรม ก็จำหน่ายจ่ายทรัพย์เปนทาน เปนประมาณวารละหกแสน ฯ อปรภาเค มทฺที เทวี ปุตฺตํ วิชายิตฺวา จำเดิมแต่นั้นไป พระราชเทวีก็ประสูตรปรากฏ พระราชโอรสดังนี้ ฯ ตํ กาญฺจนชาเลน สมฺปฏิจฺฉึสุ อันว่าพระนมทั้งหลาย จึงเอาข่ายทองเข้ารองรับพลัน เหตุดังนั้นจึงถวายนามโดยมี ชื่อชาลีกุมาร ฯ ตสฺส ปทสา คมนกาเล สา ธีตรํ วิชายิ ในกาลเมื่อพระชาลีผู้เภาพาล ค่อยวัฒนาการ จำเริญไวย จึ่งนางนารถองค์อรไทย ก็ประสูตรพระราชธิดา เมื่อนั้น ฯ ตํ กณฺหาชิเนน สมฺปฏิจฺฉึสุ เหตุนั้นพระนมทั้งหลาย จึงมาถวายหนังหมี รองรับพระราชกุมารีธิดา จึ่งถวายพระนามปรากฏ จึงกำหนดนามกัณหา ดังนี้ ฯ ตทา กาลิงฺครฏฺเ ทุวฏฺิกา อโหสิ ในกาลนั้น อันว่าเมืองกาลึงคราษฎ์ ก็บมิอาจให้ฝนตกเมืองตน ก็บังเกิดโกลาหล ทุกประการฯ มนุสฺสา ชีวิตุํ อสกฺโกนฺโต โจรกมฺมํ กโรนฺติ อันว่าฝูงคนทั้งหลาย ก็บมิอาจขวนขวายเลี้ยงตน ก็จลาจลโจร เมื่อนั้น ฯ มหาชนา ราชงฺคเณ สนฺนิปติตฺวา อุปกฺโกสึสุ อันว่าฝูงคนชนชาวเมือง ก็ฟุ้งเฟื่องพร้อมกันร้อง ก้องท้องพระตำหนัก พระยาพลัน ฯ อถ ราชา สาธุ ตาตา เทวํ วสฺสาเปสฺสามีติ ในกาลนั้น บ้นนพระบาทสมเด็จกาลึงคราษฎ์ก็รับปฏิญาณ จึ่งสมาทานอุโบสถ ก็บมิอาจปรากฏฝนมิได้แล ฯ

  เอส เชตุตฺตรนคเร สญฺชยรญฺโ ปุตฺโต เวสฺสนฺตโร นาม ทานาภิรโต อันว่าชาวเมือง ก็เนื่องทูลโดยอรรถ ว่าพระมหาสัตวบุตรสญไชย ท้าวไทธนั้นศรัทธา มีช้างงาเผือกผ่องมงคล ดังนี้ ฯ โส สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา พฺราหฺมเณ ปกฺโกสาเปตฺวา ท้าวธให้หาพราหมณ์ทั้งหลายแปดตน มีโกณฑัญพราหมณ์เปนประธาน ดังนี้ ฯ คจฺฉถ เวสฺสนฺตรํ หตฺถึ ยาจิตฺวา อาเนถาติ เปเสสิ ดูกรพราหมณ์ทั้งหลาย ท่านเร่งผันผายไป ยังกรุงไกรพิชยเชตอุดร วิงวอนขอช้างแก้วปัตย ท้าวธให้ได้แล้วพามา อถ พฺราหฺมณา อนุปุพฺเพน เชตุตฺตรนครํ ปตฺวา พราหมณ์ทั้งหลายก็ไปมิหึง บันลุถึงเชตุดรนครนั้น ปุนทิวเส ราชานํ หตฺถึ ยาจิตุกามา หุตฺวา อันว่าพราหมณ์ทั้งหลายก็ไปสู่โรงทาน ก็บริโภคอาหารสำเร็จ แล้วก็มานั่งรับเสด็จพระองค์ฯ ราชาปิ เสฺว ทานคฺคํ โอโลเกสฺสามีติ ปาโตว นฺหาตฺวา อันว่าพระมหาบุรุษราชผู้ใจบุญ ครั้นเบิกอรุณรุ่งราง ธก็ประดับด้วยแก้วกัณฐี-มณีกร สรรพาภรณ์วิภูสิต ก็เสวยพระโภชนาหารแล้วแล

 อลงฺกริตฺวา หตฺถี ขนฺธวรคโต ปาจีนทฺวารํ อคมาสิ แล้วก็เสด็จเหนือคอ ช้างแก้วปัตยนาท ไปประพาศ ณ โรงทาน โดยพระทวารปาจินทิศาภาคนั้น ฯ พฺราหฺมณา ทกฺขิณหตฺถํ ปสาเรตฺวา ชยตุ ชยตุ เวสฺสนฺตโรติ อาหํสุ จึ่งพราหมณ์ ทั้งหลายแปดคน ก็ถวายชยมงคลแต่สมเด็จพระผู้ทรงธรรมอยู่แล

  มหาสตฺโต พฺราหฺมเณ ทิสวา หตฺถึ เตสํ ิตฏฺธาเน เปเสตฺวา หตฺถิขนฺเธ นิสินฺโนว ปมํ คาถมาหฯ ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ผู้ปรากฏ เปนพุทธชิโนรสรุ่งเรืองงาม ฯ มหาสตฺโต พฺราหฺมเณ ทิสฺวา สมเด็จพระมหาสัตว์ ตรัสทอดพระนยเนตรเห็นพราหมณ์ เปเสตฺวา หตฺถิขนฺเธ ก็บ่ายพระภักตรมณฑลยังพราหมณ์นั้น ปมํ คาถมาห ธก็ตรัสพระคาถาเปนประถมก่อนแล ฯ

  ปรุฬฺหกจฺฉนขโลมา ปงฺกทนฺตา รชสฺสิรา ปคฺคยฺห ทกฺขิณํ พาหุํ กึ มํ ยาจนฺติ พฺราหฺมณา ดูกรพราหมณ์ทั้งหลาย ปรุฬฺหกจฺฉนขโลมา แลมีขนรักแร้ เล็บนั้นแลยาว ปงฺกทนฺตา รชสฺสิรา ฟันก็ขาวล้วน กึ มิ ยาจนฺติ พฺราหฺมณา พราหมณ์ทั้งมวญชวนกันมา เผื้อเหตุการณ์ดังฤๅ ฯ พฺราหฺมณา อาหํสุ อันว่า พราหมณ์ทั้งหลาย ก็ถวายบังคมทูลดังนี้ ฯ

  รตนํ เทว ยาจาม สิวีนํ รฏฺวฑฺฒนํ ททาหิ ปวรํ นาคํ อีสาทนฺตํ อุรุฬฺหวนฺติ ฯ ข้าแต่พระองค์ผู้ผ่านพิภพสีพี ตูข้าทั้งหลายมานี้ จะขอหัตถีรัตนปัตยนาท ขอพระองค์จงประสาทประสิทธิ จงสำเร็จกิจแห่งพระโพธิญาณ เล่าเทอญ ฯ

  ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต อหํ สีสมาทึ กตฺวา อันว่าพระมหาสัตว ฟังซึ่งอรรถ วัจนแห่งพราหมณ์ จึงทรงพระดำริห์ตริโดยงาม ก็จินตนาการในใจ ว่ากูนี้จักกระทำ อัชฌัตติกทาน บัดนี้หมู่พราหมณ์ตามขอช้าง เปนทางพาหิรกทาน ควรจะให้ตามใจขอ ดังนี้ ฯ

  สุคนฺโธทกปูริตํ สุวณฺณภิงฺคารํ คเหตฺวา แล้วท้าวธก็จับเอาเต้าสุวรรณ กมลคนที แล้วก็รดรินวารีหลั่งหล่อต่อมือพราหมณ์ ก็ตรัสด้วยพระคาถา ดังนี้ ฯ

  ททามิ น วิกมฺปามิ ยํ มํ ยาจนฺติ พฺราหฺมณา ฯ ดูกรพราหมณ์ อันว่าช้างแก้วปัตย ก็เป็นสวัสดิมีไชยในพระนคร บวรราชสีพี เมืองเรา ฯ ปิฏฺิยํ มุตฺตาชาลํ มณิชาลํ กาญฺจนชาลนฺติ แล้วประกอบด้วยข่ายทองรองรับหลังแลแก้วมณี ศรีรุ่งเรืองรจนา ฯ หตฺถินา สทฺธึ สตฺตอนคฺฆานิ สพฺพานิ พฺราหฺมณานํ อทาสิ อันว่าเครื่องสรรพาภรณ์ แห่งปัตยานาเคนทรประดับ กำหนดนับได้เจ็ดแสน องค์พระยาช้างนั้นแม้นมิได้ปรากฏ กำหนดก็บมี สห ทาเนเนว ปนสฺส เหฏฺา วุตฺตนเยเนว ภูมิกมฺปาทโย อเหสุํ ในเมื่อท้าวธทรงประสาทศรัทธา อันว่าแผ่นพสุธาอันใหญ่หนาก็จลาจล เมื่อพระทศพลญาณ ทรงพระราชทานปัตย เมื่อนั้น ฯ

  ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าพระสากยมุณีนารถสาศดา เมื่อ พรรณาซึ่งอรรถนั้น ก็กล่าวพระคาถาดังนี้ ตทาสิ ยํ ภึสนกํ ตทาสิ โลมหํสนํ ฯ

 ภิกฺขเว ดูกรภิกษุมุนี ผู้มีศีลทรงไตร เมื่อบรมไทธิเบศร์เพศยันดร มาประสาทปัตยนาทบวร พราหมณ์ก็พาเอากุญชร จรจากนครเชตุดรนั้น

 ตทาสิ ยํ ภึสนกํ ให้บังเกิดสยองพองทุกเส้นขน ทั้งพสุธาดลก็รนร้อง กึกก้องโกญจนาท พระสุเมรุราชก็หวั่นไหว หตฺถินาเค ปทินฺนมฺหิ ในเมื่อบรมไทธิเบศร์ เพศยันดรพระราชทาน เทพยดาก็บันดาลให้ชาวบ้านเมืองฦๅเลื่อง เฟื้องฟุ้ง ขจรอนันต์ พฺราหฺมณา กิร ทกฺขิณทวาเร อันว่าพราหมณ์ทั้งหลายก็บ่ายหน้ามายังทักขิณทวาร หมู่คนแลลานอัศจรรย์ อมฺโภ พฺราหฺมณา อมฺหากํ หตฺถึ อภิรุยฺห กุโต โว ลทฺโธ หตฺถีติ อันว่าฝูงนิคมชนบทก็เห็นปรากฏ จึงถามโดยบทบมินาน พราหมณ์ก็ขานบอกแล พฺราหฺมณา อาหํสุ อันว่าพราหมณ์ทั้งหลาย ก็บอก ออกโดยหมาย ก็ขี่ขับปัตยผันผาย ไปสู่กาลึงคราษฎร์บมินาน เล่าแล ฯ

  เตน วุตฺตํ เหตุนั้นพระผู้ทรงธรรมบพิตร ก็มีพจนสุภาสิต ด้วยลิลิตพระคาถา ดังนี้ อุคฺคา จ ราชปุตฺตา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา หตฺถาโรหา อนีกฏฺา รถิกา ปตฺติการกาติ ฯ ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ผู้ทรงศีลวรคุณ เมื่อบรมไทใจบุญ มาปลดปลงปัตยนาท จรจากราชเวียงวงษ์ อุคฺคา จ ราชปุตฺตา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา ก็ดาลดลปรากฏ ทวยทวิบทนานา มีหมู่อำมาตย์ราชปโรหิตฝูงวานิชนองเนือง เมื่อนั้น

 หตฺถาโรหา อนีกฏฺา รถิกา ปตฺติการกา ฝูงนิกรคชสิทธิกุญชร หมู่อัศดร ราชยานก็ปรากฏ ทงงหมู่รถบทจรแลล้วน

 เกวโล จาปิ นิคโม สิวิโย จาปิ สมาคตา ฝูงชนบทอันมีในบุรีนั้น ก็ชวนกันพรั่งพร้อมล้อมแน่น ทวยทั้งแดนกรุงสีพิราษฎร์นั้น ทิสฺวา นาคํ นิยฺยมานํ เต รญฺโ ปฏิเวทยุํ ยลทชีเผ่ากาลึงคราษฎ์ พาคชลีลาศจากบุรีเรือง ก็ขัดเคืองพิโรธ ก็ร้องอุโฆษประกาศ ไทธิราชสญชยบพิตรนั้น ปุตฺโต เวสฺสนฺตโร ตว กถํ โน หตฺถินํ ทชฺชา ดังฤๅพระเพศยันดรบวรราชโอรส ธมาเปลื้องปลดคชนาทอยราผ่องแท้ นาคํ รฏฺสฺส ปูชิตํ กถํ โน กุญฺชรํ ทชฺชา ก็เปนที่บูชาแก่ชาวเมือง ดังฤๅ พระบุญเรืองบเอื้อ มาก่อเกื้อในทางทาน บมิชอบไส้ ฯ อีสาทนฺตํ อุรุฬฺหวํ เขตฺตญฺญุํ สพฺพยุทฺธานํ หนึ่งอยรางางอน บมิอาจย่อหย่อนอรินทรราช แล้วองอาจรู้จบสงคราม สพฺพเสตํ คชุตฺตมํ ปณฺฑุกมฺพลสญฺฉนฺนํ ช้างแก้วเผือกแผ้วงาม รุ่งเรืองอร่ามด้วยกำพล กายสกลโทรมซับมัน เลิศยิ่งยง ฯ

  ปภินฺนํ สตฺตุมทฺทนํ ทนฺตึ สวาลวีชนึ สัณฐานจับกรมลบรรจง พาลวิชนี องอาจ ยํ่ายีหมู่อรินทรราช ได้แล เสตํ เกลาสสทิสํ สเสตจฺฉตฺตํ สุปตฺเถยฺยํ ตนงามสะอาดดังไกรลาศราชบรรพต ทั้งอลงกฏเสวตฉัตร วิจิตรรัตนทองพราย สาถพฺพนํ สหตฺถิปํ อคฺคยานํ ราชวาหึ มีหมอควานบริบาลบำรุงการ เป็นอัคคยานทรงเสด็จทุกที ฯ พฺราหฺมณานํ อทา ทานํ สิวีนํ รฏฺวฑฺฒนนฺติ ธมาจงใจให้ขาดพฤฒาจารย์ ปานครุวนา ดังสามัญทรัพย์อันจำเริญแก่ชาวเมือง เล่าแล ฯ ปุนเอวมาหํสุ ชาวสีพิราษฎร์ จึ่งร้องประกาศสืบไป ดังนี้ ฯ อนฺนํ ปานญฺจ โส ทชฺชา วตฺถเสนาสนานิ จ สมเด็จพระแพศยันดร ธควรจะทรงพระราชศรัทธาโภชนนานา ทั้งวัตถาภรณ์วิภูษิต วิจิตรเครื่องลาด พระบาทควรจะอำนวยด้วยพฤฒา ภิกขาจารชอบแล ฯ กถํ เวสฺสนฺตโร ปุตฺโต ดังฤๅพระแพศยันดรบวรบุตร มาเผด็จ มิ่งมงกุฎ คชสารสุทธเรืองเดช องค์สญชเยศธิปตย วรยลชอบฤานา สเจ ตฺวํ น กริสฺสสิ สิวีนํ วจนํ อิทํ บัดนี้ผิแลพระผู้ผ่านเผ้า บตามคำเราตูข้า จะเป็นมหิศรา บเอื้อเอาคำเราสีพีดังนี้ ฯ มญฺเ ตํ สห ปุตฺเตน สิวิหตฺเถ กริสฺสเรติ ดังเราทั้งมวลจะชวนกันสำคัญ รันพิโรธราวี ทั้งนฤบดีจะพินาศ เพราะข้าบาทในเนื้อมือเราแล ฯ

  ตํ สุตฺวา ราชา กามํ ชนปโท มาสิ รฏฺญฺจาปิ วินสฺสตุ นาหํ สิวีนํวจนา อันว่ากรุงสญชยราช ฟังประกาศฝูงสีพีพลัน ท้าวธนั้นมั่นหมายสำคัญ ว่าพระลูกนั้นจะวินาศ จึงตรัสประภาศแก่สีพีราษฎร์ทั้งหลาย ว่าแม้นบุรีวินาศ สูประกาสห่อนฟัง ได้รา ฯ ราชปุตฺตํ อทูสกํ ปพฺพาเชยฺยํ สกา รฏฺา พระลูกเรานี้ โสด บมีโทษสักอัน ดังฤๅจะเกียดกันจากสมบัติ พลัดนิเวศจรไกลฯ ปุตฺโต หิ มม อตฺรโช น จาหํ ตสฺมึ ทุพฺเภยฺยํ พระลูกก็เกิดกับตนกูผู้บิตุราช และจะปองพินาศบุตรเราเยียไรได้

 อริยสีลวโต หิ โส อสิโลโกปิ เม อสฺส พระลูกเราแลแท้ทางสัปรุษ ศีล บริสุทธเสพบรรจง แม้จะมาปลงชีพบุตรา ฝูงโลกยจะมาสงไสย ฯ ปาปญฺจ ปสเว พหุํ กถํ เวสฺสนฺตรํ ปุตฺตํ กรรมนั้นไปจะให้รึงรัง ทนทุกขังจิรังกาล ดังฤๅ จะผลาญเจ้าผู้บุตร ด้วยอาวุธทั้งหลาย บมิชอบไส้ฯ ตํ สุตฺวา สิวิโย อโวจุํ ฝูงนครสีพิราษฎร์ ก็ร้องประกาศแก่ท้าวไท ดังนี้ มา นิ ฑณฺเฑน สตฺเถน น หิ โส พนฺธนารโห ข้าแต่พระบาท พระโอรสราชบควรบีทา แม้นจะผูกพันธ์มั่นรึงตรึงตรา ควรแก่ราชาธิเบศร์องค์อร ดังนี้ ฯ ปพฺพาเชหิ จ นํ รฏฺา วงฺเก วสตุ ปพฺพเต ขับเสียจำจาก วิบัติพลัดพราก องค์พระแพศยันดร จรยังบรรพต วงกฏสิงขร เชิญองค์บวร ตามราชหฤไทย ฯ ตํ สุตฺวา ราชา อาห จึงพระภูเบศร์ กรุงสญชเยศ ดำรัสเอาใจ ซึ่งจักบัพพา ตามอัธยาไศรย กูบขัดได้ ตามแต่ท่านรา อิมํ โส วสตุ รตฺตึ กาเม จ ปริภุญฺชตุ บัดนี้ เราขอทุเลาท่าน ในราตรีกาลบมิควร จักชักชวนเชยชม กับนารถภิรมย์มเหษี ก่อนแล

 ตโต รตฺยา วิวสเน สุริยสฺสุคฺคมนํ ปติ สมคฺคา สิวิโย หุตฺวา ในกาลเมื่อรุ่งแสงสว่างศรี ชาวเจ้าทั้งนี้จงมาสพรั่งพร้อม ล้อมบัพพาชนิยจำกัด ให้กระษัตริย์ โอรสเรา นิราศจากบุรี ฯ อุฏฺเหิ กตฺเต ตรมาโน เหวยนักการเอ๋ย เร่งรุกเร็วบัดนี้ พลัน คนฺตวา เวสฺสนฺตรํ วท จงแสดงทุกข์แห่งโอรส ให้ปรากฏโดยคดี สิวิโย เทว เต กุทฺธา ว่าบัดนี้หมู่สีพีลงโทษ โกรธจอมธรรม์ ฯ

 ส กตฺตา ตรมาโนว นักการรับสารด้วยพลัน หนแล่นตระบัดเร็วไว กตฺตา เวสฺสนฺตรํ พฺรวิ นักการลุถึงบัดดล แจ้งกิจฝูงคน ทูลแด่ทรงธรรม ทุกฺขนฺเต เวทยิสฺสามิ ข้าแต่ปิ่นภพนาถา ข้อยจักพรรณา ทุกข์พลันอันมี ฯ มา เม กุชฺฌ รเถสภ ข้าแต่พระผู้ประเสริฐ โทษอันใดเกิด ขออย่ามีแก่ข้าเลย ฯ วนฺทิตฺวา โรทมาโน โส ประนมไหว้ ไห้พลางทางเฉลย ฯ สิวิโย เทว เต กุทฺธา ข้าแต่ปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเอ๋ย บัดนี้สีพีเขาคุมเคียด เกียดจักกระทำโทษพระองค์ อสฺมา รตฺยา วิวสเน สุริยสฺสุคฺคมนํ ปติ เมื่อได้สว่างแจ้งแสงสุริยง จึงพระองค์จะแรมร้างนิราศ จากปรางมาศเวียงไกร ฯ สมคฺคาสิวิโย หุตฺวา รฏฺา ปพฺพาชยนฺติ ตนฺติ พระองค์ นฤศุข เสวยทุกขัง ปิ่นเกล้าเจ้าจงฟังแจ้งรา ฯ

 มหาสตฺโต อาห กษณะนั้นจอมกระษัตริย์ แจ้งยุบลอุบัติจึงตรัสถามตามยิน กิสฺมึ เม สิวิโย กุทฺธา เพื่อใดสีพีพร้องจอง ภยรี จะให้เรานิราศร้างแรมเมือง ฯโย น ปสฺสามิ ทุกฺกฏํ เราก็บเห็นเปนขุ่นเคือง ดังฤๅชาวเมืองยอโทษเรา ฯ ตํ เม กตฺเต วิยาจิกฺข กสฺมา ปพฺพาชยนฺติ มํ เหตุใดจงแสดงซึ่งเหตุแห่งเราอย่านาน เขาปองบัพพาชนิยการ จากนิเวศเหตุดังฤๅ ฯ กตฺตา อาห นักการก้มเกล้าทูลไท เขาพิโรธเข็ญไภย ด้วยให้ปัตยมิ่งมงคลเล่าแล ฯ มหาสตฺโต อาห ปางนั้นพระบรมวงษ์ องค์พระแพศยันดร ตรัสว่าแฮนักการ เราเบิกบานสำราญใจ ด้วยเรามาให้ช้างแก้ว แล้วบัดนี้ยังแต่อัชฌัตติกทานเล่าแล ฯ

  หทยํ จกฺขุมฺปหํ ทชฺชํ กึ เม พาหิรกํ ธนํ หิรญฺํ วา สุวณฺณํ วา หัทยมังษะ โลหิตพระเกษไนยเนตรแห่งเราก็จะยอ คนขอโดยมั่นหมายเงินทองของ นอกกายบยินแล

 มุตฺตา เวฬุริยา มณิ ทกฺขิณํ วามหํ พาหุํ แก้วมุกดา ไพรฑูริย์ แสงใส ให้ไม่อิ่มองค์ศรัทธา ทั้งทักขิณพาหาเราก็จะตัดให้ไปเล่าแล ฯ ทิสฺวา ยาจกมาคเต ทเทยฺยํ น วิกมฺเปยฺยํ แม้เราแลเห็นยาจกมาแท้ เราชื่นชม ในอารมณ์บหวั่นไหว ฯ ทาเน เม รมตี มโน กานํ มํ สิวิโย สพฺเพ เรายอยินให้สิ้นสุดทานบารมี แม้ทวย ชนสีพีจะมาฆ่าตีรัน ฤๅ บัพพาชนิยเรานั้นก็ตามใจเล่าแล ฯ เนว ทานา วิรมิสฺสํ กามํ ฉินฺทนฺตุ สตฺตธาติ แม้จะปราถนาออกปาก จะแบ่งบั่นหั่นเจ็ดภาค เราบเหนื่อยทาน โสดแล ฯ

 โส เทวตาวิคฺคหิโต หุตฺวา กเถสิ กษณะนั้นบั้นเทพบันดาล ให้นักการไขบอกแล ฯ เอวนฺตํ สิวิโย อาหุ เนคนา จ สมาคตา ข้าแต่พระบาท สีพิราษฎร์มาปลงใจ ดังนี้ ฯ โกนฺติมาราย ตีเรน คิริมารญฺชรํ ปติ จักให้พระองค์ สู่พนัศแดนดง ทางท่าน้ำตรงแทบฝั่งโกนติมารา เฉพาะน่าคิรีนั้น เยน ปพฺพชิตา ยนฺติ เตน คจฺฉตุ สพฺพโตติ อันกระษัตริย์มีโทษ ปัพพาศชยสันโดษ โดยมีแล้วแล ฯ โพธิสตฺโต อาห อันว่าพระมหาสัตว์ ตรัสทุกถ้วนชน ว่าท่านผ่อนปรนงดเราฯ ยาว ทานํ ททามิหนฺติ แต่พอเรายอยก สัตตสดกมหาทาน ธก็ให้ตรัสจัดแจงการ ทั้งช้างม้ารถาจารข้าหญิงชาย โภชนทั้งหลายสิ่งละเจ็ดร้อยครบครัน แล้วเสด็จไปพระตำหนักนิเวศเทพีเมื่อนั้น ฯ

 ๏ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ ยํ อตฺถํ อันว่าอรรถอันใด อปากฏํ ยังมิได้ปรากฏ สตฺถา อันว่าพระศาสดา ปกาเสนฺโต เมื่อจะแสดงซึ่งอรรถ ก็มีพุทธ ฎีกาตรัสเปนพระคาถา ดังนี้ ฯ

  อามนฺตยิตฺถ ราชา นํ มทฺทึ สพฺพงฺคโสภนึ ฯ ภิกฺขเว ดูกรภิกษุผู้มีศีลาจาร เมื่อหน่อโพธิญาณผู้อารี ตรัสเรียกพระมเหษีมัทรี ผู้มีศุภลักษณ์ลํ้าเลิศ ฯ ยํ เต กิญฺจิ มยา ทินฺนํ ทรัพย์อันใดประเสริฐ อันเกิดแก่นุชนารถ ยญฺจ เต เปตฺติกํ ธนนฺติ หนึ่งทรัพย์แห่งบิตุราช ให้แก่น้องนารถนารี จงเก็บไว้ให้ดีพ้นภัย เล่า เทอญ ฯ

  ตมพฺรวิ ราชปุตฺติ มทฺที สพฺพงฺคโสภนา สมเด็จพระมัทรีศรีสวัสดิ์ มัทธราชนารี จึ่งมีพระเสาวนีประนมรับ

 กุหึ เทว นิทหามิ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ข้าแต่พระองค์ผู้เปนเครื่องประดับ ซึ่งให้หอมยับทรัพย์หนใด ฯ สีลวนฺเตสุ ทชฺเชสิ ทานํ มทฺทิ ยถารหํ ดูกรพระน้องนารถอรไทย เจ้าอย่าสยมเก็บอบรมทางทาน แก่สมณาจาริย์ท่านผู้มีศีล น หิ ทานา ปรํ อตฺถิ ปติฏฺา สพฺพปาณินนฺติ สิ่งใดบห่อนไปเปนที่พึ่ง บเทียมถึง เท่าทานทั่วไป โย จ ตํ ภตฺตา มญฺเยฺย สกฺกจฺจนฺตํ อุปฏฺเห แม้กษัตรองค์ใด มีพระไทยประดิพัทธ กำหนัดเปนภรรดา ท้าวน้องจงมาบำรุงรักษ์ ภักดีอย่าทรงโศกวิโยคตรอมใจ จงมีไชยสวัสดิ์บัดนี้หนาเจ้า ฯ อถ นํ มทฺที กึ นุ โข เอส เอวรูปํ วจนํ ภณตีติ จินฺเตตฺวา จึ่งศรีสวัสดิ์มัทรีนงเยาว์ ฟังอรรถหน่อเหน้าเจ้าเจษฎา ระทกทอนหทยให้กังขา ดังฤๅพระภรรดามาตรัสผิดที่เล่าแล ฯ กสฺมา อยุตฺตํ กถํ กเถสีติ ปุจฺฉิ อันว่าพระมัทรี จึ่งมีพระเสาวนีโอนเกล้า พระผู้ผ่านเผ้าเจ้าจงไข เหตุใดปิ่นเกล้าแสดงดังฤๅ ฯ ภทฺเท มยา หตฺถิสฺส ทินฺนตฺตา สิวิโย กุทฺธา ดูกรพระน้องนารถยุพาน บัดนี้ให้พี่ให้ปัตยเปนทาน ให้บันดาลคงเคียด ชาวสีพีกัน เกียดพิโรธโกรธขับไกล ฯ สฺวาหํ สตฺตสตกมหาทานํ ทตฺวา พี่นี้ทุเลาไว้ แต่พอได้ ให้สัตตสดกมหาทาน อหํ หิ วนํ คจฺฉามิ โฆรํ วาฬมิคายุตํ พี่จักบทจรไพรสาณฑ์ กันดารพาฬมฤคกึกก้องราวี ฯ สํสโย ชีวิตํ มยฺหํ อันชีวิตรแห่งเรานี้เปนที่สงไสย ฯ เอกกสฺส พฺรหาวเน แต่ผู้เดียวสันโดษไป กันดารไภยในป่า เคยวัฒนาสุขุมาไลย แต่ก่อนแล ฯ ตมพฺรวิ ราชปุตฺตี มทฺที สพฺพงฺคโสภนา อันว่าพระมัทรี ศรีมัทราช มีพจนาทบัณฑูร ดังนี้ อภุมฺเม กถํ นุ ภณสิ ปาปกํ วต ภาสสิ ดังฤๅ พระนรินทร์ น้องบเคยยิน เล่าเลย ฯ เนส ธมฺโม มหาราช ยํ ตฺวํ คจฺเฉยฺย เอกโก จะให้พระองค์ จรแต่ในดงผู้เดียว เสด็จเปลี่ยวผิดไป อหํปิ เตน คจฺฉามิ เยน คจฺฉสิ ขตฺติย เสด็จบทจรทางใด ข้าบาทจักไปตามองค์ มรณํ วา ตยา สทฺธึ ชีวิตํ วา ตยา วินา ข้าข้อยขอตามติด เสียชีวิตรบมิคิดองค์ ตเทว มรณํ เสยฺโย ยญฺเจ ชีเว ตยา วินา แม้พลัดพรากจากพระองค์ ชีพม้วยมอดลงประเสริฐกว่ายัง ฯ ตเทว มรณํ เสยฺโย ยญฺเจ ชีเว ตยา วินา แม้ม้วยด้วยอัคคี ประเสริฐดีกว่ามีชนม์ แม้จากจุมพล ทุกข์ล้นพ้นประมาณ ฯ ยถา อรญฺกํ นาคํ ทนฺตึ อเนฺวติ หตฺถินี พังนารถบวร ตามติดกุญชร พลายพงษ์ ฯ เชสฺสนตํ คิริทุคฺเคสุ สเมสุ วิสเมสุ จ ในพนัศแดนดงพื้นคีรีทั้งปวง ฯ เอวนฺตํ อนุคจฺฉามิ ปุตเต อาทาย ปจฺฉโต แลมีฉันใด ข้านี้ใซ้จักไปตามเสด็จพระบาท จะอุ้มองค์โอรสราช ไปภายหลังจอมธรรม เล่าแล ฯ เอวํ วตฺวา ปุน สา ทิฏปุพพํ วิย หิมวนฺตปเทสํ วณฺเณนฺตี อาห สมเด็จพระมัทรีวรราชธิดา จึ่งพรรณาป่าพระหิมพานต์ ดุจดังนางคราญเจ้าเคยเห็นมา จึ่งเล่าถวายพระภัศดา ก็กล่าวเปนพระคาถาดังนี้ ฯ อิเม กุมาเร ปสฺสนฺโต ข้าแต่พระบาทไทธิราชสามี ธจะด้นดงพงพี พระภูมีจะเห็นแต่พระลูกรักราชทั้งสอง เล่าแล ฯ มญฺชุเก ปิยภาณิเน สองเจ้าจำนรรจา เปนที่เสนหาพึงใจ นี้ ณ ท้าว ฯ อาสิเน วนคุมพสฺมึ เจ้าก็จะเนาในไพรพฤกษา ทั้งสองจำเจรจาไป เล่าแล ฯ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระองค์ผู้บิตุราช จักประพาศพิศวง จะปลื้มปลดปลงลืมภาราเที่ยงแล ฯ อิเม กุมาเร ปสฺสนฺโต หนึ่งโสด พระบรมจักราธิราช จักประพาศเภาพังงาทั้งสององค์ ฯ มญฺชุเก ปิยภาณิเน สองเจ้าเขาพลอดพลาง เปนที่สว่างพระบิดา กีฬนุเต วนคุมฺพสฺมึ เจ้าจักคนองปองเล่น หยุดอยู่เย็นร่มรุกขา ฯ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ แท้จริงพระองค์เจ้า ไหนเลยเล่าจะรฦกเวียงวัง อิเม กุมาเร ปสฺสนฺโต หนึ่งโสดจักได้ชมเชย สองทรามเสบยจอมขวัญทั้งสองเล่าแล ฯ มญฺชุเก ปิยภาณิเน ซร้องศัพท์ดังกันร้อง พระพี่น้องต้องจับใจ พระพ่อฮาฯ อสฺสเม รมณียมฺหิ จักเนาในอรัญญิกาศรม มโนรมย์ชมชื่นใจ ฯ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระองค์จักหลงลืมปลื้มฤไทย บอาไลยถึงเวียงวังรา ฯ อิเม กุมาเร ปสฺสนฺโต หนึ่ง โสดพระผู้ผ่านเผ้า ชมลูกเต้าเจ้าทั้งสองตรุณโอรสา ฯ มญฺชุเก ปิยภาณิเน เจ้าเปนที่รักร่วมพระไทย สองเสด็จไปตามองค์ ฯ กีฬนฺเต อสฺสเม รมฺเม จักชื่นชูอยู่อาศรม อภิรมย์มโนใน ฯ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ สมเด็จท้าวไทจักได้ฟัง ศัพทประดังไพเราะ เพริดเพราเพราะจับใจฯ อิเม กุมาเร ปสฺสนฺโต สมเด็จจอมกษัตรอุดม สองทรามชมชูหรรษา ฯ มาลธารี อลงฺกเต สองเจ้าทั้งสององค์ จักทัดทรงดงดวงพฤกษ์ ดูพิฦกมาไลย ฯ อสฺสเม รมณียมฺหิ จักรื่นชื่นพระไทย วนาไลยประเทศในรมเมศหิมวา น รชฺชสฺส สริสฺสสิ ท้าวธจักทรงไพรต่างไอสวรรย์ พระจอมขวัญบอาไลย ฯ อิเม กุมาเร ปสฺสนฺโต จักปราไสสองทรามรัก เล็งพระภักตร์แล้วชมเชย มาลธารี อลงฺกเต สององค์จักทรง พวงบุษปมาศ ในพนาวาศดงดร อสฺสเม รมณียมฺหิ ในวนาศรมอภิรมย์ร่วมรัก ชมชวนชักชื่นชูใจ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระองค์ผู้เปนใหญ่ในกรุงศรี บยินดีดูคืน เล่าแล ฯ ยทา ทกฺขสิ นจฺจนฺเต ในกาลใด สองหน่อไททั้งคู่ ระรื่นรศเรณูกลิ่น เอาใจขับรํ่าร้อง กุมาเร มาลธาริเน สองเจ้าจักทัดทรงขนอง ทอดกลับกลายลบองรำ กีฬนฺเต อสฺสเม รมฺเม ฟ้อนเล่นในอาศรม ร่วมภิรมย์ภักดี น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระองค์พิศเพ่งเล็งลืม จักปลอบปลื้มละบุรี ยทา ทกฺขสิ มาตงฺคํ หนึ่งโสดจอมจักรพาฬ จักยลสารเชื้อมาตังค์ กุญฺชรํ สฏฺิ หายนํ เปนช้างชาติเชื้อมาตังค์ มีกำลังหกสิบสาร เอกํ อรญฺเ วิจรนฺตํ ตัวเดียวท่องเที่ยวไพร สันโดษไกลพนสาณฑ์ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระองค์จะหลงลืมคชาธาร ในราชสถานบุรีรมย์ ยทา ทกฺขสิ มาตงฺคํ กุญฺชรํ สฏฺิหายนํ เปนช้างกุญชรเชี่ยวชาญ มีสัณฐานสมบูรณ์มี ดังวัฒกีแกล้งบรรจง ยิ่งแล ฯ

 สายํ ปาโต วิจรนฺตํ เช้าเย็นเปนเพลา สัญจรมาในท้องธาร น รชฺชสฺส สริสฺสสิ โอโอะจอมกษัตร จักกำหนัดยินดี จักลืมพระบูรีที่เสวย เล่าแล ฯ ยทา กเรณุสงฺฆสฺส ทั้งฝูงอดิเรกมากมาย พังแลพลายเนาในดง ยูถสฺส ปุรโต วชํ ท่องเที่ยวลงในดงหลวง เนินในห้วงห้วยเหวไพร โกญฺจํ กาหติ มาตงฺโค ก็ร้อง ก้องโกญจนาท เป็นเชื้อชาติกุญชร ลีลาก่อนคชทั้งหลาย กุญฺชโร สฏฺิหายโน ช้างชาติมาตังค์ มีกำลังหกสิบสาร พลเชิงชำนาญสนั่นไพร พฤกษ์นั้น ฯ ตสฺส ตํ นทโต สุตวา มงคลมกุฏราช ยินคชนาทหวาดหวั่นไหว เมื่อนั้น

 น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระผู้หน่อบวรวงษ์ จักหลงลืมปลื้มราชหฤทัย จักเพลินไปบได้คำนึง ถึงนิกรพลหัตถี เล่าแล ฯ อุภโต วนวิกาเส ทั้งพฤกษาชาติ อันมี เขียวขจีเปนทิวทางกลางไพร น รชฺชสฺส สริสฺสสิ หนึ่งโสดกามัทราชจักประพาศยลราชี ตามวิถีแถวแนวไพรไม้ระเรียง ฯ

  วเน วาฬมิคากิณฺเณ จักอาเกียรณเดียรดาษ ฝูงมฤคชาติครามครัน เต้าตามกันแทบอารัญ มุจลินท์ ฯ มิคํ ทิสฺวาน สายณฺหํ ฝูงมฤคินนั้นมหันต์ลีลา เล็มพฤกษาเมื่อสายันต์ในทิวดง ฯ ปญฺจมาลินมาคตํ ฝูงสัตว์ท่องเที่ยวมุจลินท์ ตามกันกินรศวารี มากแล ฯ

  กึปุริเส จ นจฺจนฺเต หนึ่งโสดนาฏกินรกินรี สโมสรยินดีรำฟ้อน บ้าง เร่ร่อนร้องระงมไพร ฯ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระผู้ปิ่นเกล้าเจ้าธรณี ได้ทฤษดีลืมวัง เล่าแล ฯ ยทา โสสฺสสิ นิคฺโฆสํ พระองค์จักทรงฟังชลหลั่งไหล ในแนวไพรท่อธาร สนฺทมานาย สินฺธุยา เสียงชลาไลยไหลลง ครคฤกดงตรงกระแสนที บมิขาดแล ฯ คีตํ กึปุริสานญฺจ พระองค์จะได้เสาวนานาฏกินรี อันร่ำรี่ร้องระเรื่อย เสียงฉะเฉื่อยจับใจ ฯ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระองค์จักเชยชมชูชื่น จักเต็มตื้นติดต้องใจ สนมกรมในบร้างท้าวอนุษรเล่าแล ฯ ยทา โสสฺสสิ นิคฺโฆสํ ประการหนึ่ง พระองค์จะได้ฟัง เสียงประดับสกุณนานาเล่าแล ฯ คิริคพฺภจาริโน อันกึกก้องใน ท้องคิรีภูผา เปนที่อาไศรย วสฺสมานสฺสุลูกสฺส คือ ฝูงนกเค้ากู่ คูขานประสานร้อง พิฦกกึกก้องสยบแสยง ฯ ยทา สีหสฺส พฺยคฺฆสฺส สิงหราชผาดผันผยอง พยัคฆร้ายร้องเริงแรง ขคฺคสฺส ควยสฺส จ ระมาดผาดแผง แรดรายเรียง ศับทสำเนียงเปรี้ยงในดง วเน โสสฺส พาลานํ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ ฝูงสัตว์ร้องอยู่คคฤก เสียงพิฤกในดงแดนแม้นพระองค์ได้ธรงฟัง บเหลียวหลังลืมพารา ยทา โมเรหิ ปริกิณฺณํ ฝูงมยุรปักษาเร่ร่อน บริวารว่อนงามสะอาด ปักษาตติราชโมรา วรหินํ มตฺถกาสินํ จับจอมภูผาผรรผยอง รรีบร้องเรียงราย โมรํ ทกฺขสิ นจฺจนฺตํ ปีกปกอย่างวรกราย หางลํ้าลวดลายวิจิตรเลขา น รชฺชสฺส สริสฺสสิ ท้าวธจักได้ทัศนา จักลืมภาราบุรีรมย์ ฯ ยทา จิตฺรปกฺขินํ โมรํ ขนข้าง ปีกหางน่าชม บริสุทธอุดดม ด้วยรำแลฟ้อน ฯ โมรํ ทกฺขสิ นจฺจนฺตํ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ สายัณห์ ยามเย็นอยู่รอนรอน พื้นพงดงดรรำฟ้อน เนานอนคีรี ฯ ยทา ทกฺขสิ เหมนฺเต ครั้นถึงเหมันต์พฤกษ์นั้นมีศรี ใสสดเขียวขจีมีพรรณ ปุปฺผิเต ธรณีรุเห บานแบ่ง บุบผาผุดผัน แย้มผกาพลันรับสุริยา สุรภิสมฺปวายนฺเต เรณูรื่นรวยชวยมา พระพายพัดพา ฟุ้งตระหลบอบใจ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ ท้าวธจักทัศนาอาไลย นครกรุงไกรบได้จักเล็งแล ฯ

  ยทา เหมนฺติเก มาเส เมื่อถึงเหมันต์ พฤกษ์นั้นบผันแปร พระจักเล็ง แลดู เต็มตา หริตํ ทกฺขสิ เมทนึ หญ้าแพรกผุดพื้นไพรษา เขียวขลับระยับตา โมราเทียมทัน ฯ อินฺทโคปกสญฺฉนฺนํ ดาษพร้อม ค่อมทองเวียรวัน ภุมรินผินผัน รับรศเรณู ฯ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระองค์ผู้จอมจักร ตรัสทายทักชมชู กรุงไกรบ ได้ดู บอยู่เนาในมไหสวรรย์ ยทา ทกฺขสิ เหมนฺเต ปุปฺผิเต ธรณีรุเห ช้องแมวเกด แก้วมูกมัน ดอกดวงพวงพรรณ เหมันตกุสุมชุมผกา ฯ ปุปฺผิตํ โลทฺทปทฺมกํ ไม้ โลทธ์บัวบก เกษรตกโรยรา หอมฟุ้งวนา หิมเวศอรัญ ฯ ยทา เหมนฺติเก มาเส วนํ ทกฺขสิ ปุปฺผิตํ รุกขชาติบุบผา แย้มถลาเฉิดฉัน มีสัณฐานพรรณ วิจิตรเรณู ฯ โอปุปฺผานิ จ ปทฺมานิ บัวหลวงรศร่วงพรั่งพรู อายอบชื่นชู เย็นอยู่ดวงใจ ฯ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระองค์ปรีดิ์เปรม เกษมชมไพร สมบัติเวียงไชย ราศร้างห่างพระองค์ เจ้าแล ฯ เอวํ มทฺที หิมวนฺตวาสินี วิย หิมวนฺตํ วณฺเณสิ ดูกรสงฆ์ อันว่าพงษ์มัทธราชกัญญา ฯ หิมวนฺติ วณฺเณสิ ก็พรรณาป่าหิมพานต์ หิมวนฺตวาสินี วิย ดุจนางคราญเจ้าเคยเห็น จึ่งนำมาเล่าถวายพระราชสามี เอวํ เมาะ เอตฺตกาหิ คาถาหิ โดยพรรณาเปนพระคาถาเท่านี้ ฯ

 หิมวนฺตวณฺณนา นิฏฺิตา จตุตึสสตคาถาปฏิมณฺฑิตา

 ก็ประดับด้วยพระคาถา อันมีร้อยสามสิบสี่ บทบาทบาฬี

 สิ้นแล





๑. เมื่อพระเวสสันดรพระราชทานช้างต้นมงคลให้แก่พราหมณ์ชาวกลิงคราษฐ์ ชาวสีวิรัฐได้ทราบก็พากันขึ้งโกรธ กล่าวโทษพระเวสสันดรต่อพระเจ้ากรุงสญชัย ให้ขับพระเวสสันดรออกจากพระนคร พระเจ้ากรุงสญชัยตรัสผัดไว้วันรุ่งขึ้น.
๒. พระนางผุสดี พระราชชนนีทรงทราบเหตุ ไปเฝ้าทูลขอโทษต่อพระเจ้ากรุง สญชัยก็ไม่ทรงโปรดพระราชทาน
๓. พระนางผุสดีทรงกันแสง รำพันว่าที่แม่ไปทูลขอโทษไม่ทรงโปรดพระราชทาน โทษให้
๔. พระเวสสันดร เสด็จออกทรงบำเพ็ญสัตตสดกมหาทาน
๕. พระเวสสันดร เสด็จทรงราชรถออกจากพระนครพร้อมด้วยพระนางมัทรี และ พระกัณหาชาลีราชปิโยรส ระหว่างทางมีพราหมณ์มาทูลขออัสดรและราชรถก็ทรงบริจาคให้เป็นทาน

  ผุสฺสตีปิ โข เทวี ปุตฺตสฺส เม กฏุกสาสนํ อาคตํ กินฺนุโข กโรตึ, อหํ คนฺตฺวา ชานิสฺสามีติ แม้อนนว่าท้าวเทพี สบรรษดีดาลตระดกจิตร ข่อนข่อนคิดคระหลไห้คระหวล ควรฤๅข่าวร้อนลูก มาลุแม่มิอย่ารา ครานี้พ่อแก้วตาตนกลม จะปรารมภริการย ไฉนนี้นะหนอ แม่แสนอาดูรพ่อ ผู้ยิ่งญาติอยู่กลใด มากูจะไป ให้ดลเดียงถนัด น่อยหนึ่งเทอญ

 ปฏิจฺฉนฺนโยคฺเคน คนฺตฺวา สิริสยนคพฺภทฺวาเร ิตา ธก็ทรงยั่วประเดศยนน รั้วแพรพรรณพรายมาศ ลีลาศล้วนเหล่าชาวข้าท้าวสาวนางล้อมห้อม พระโยคหยุดทยบทวาร ปรางคพิมานพิมล ห้องศรีสยนทองทาบ

 เตสํ ตํ สลฺลาปํ สุตฺวา กลูนํ ปริเทวํ ปริเทเวสิ ยินสรรลาปลาลศ สอง กำสรดสรอื้น เจ็บมลื้นโลดไห้ นํ้าหน้าไล้กำลูน อวรอาดูรด้วยลูกท้าว ธน้นน ฯ ตมตฺถํ อันว่าพระผู้ทรงธรรม์ สรรพรู้เปนครูแปล้ปล่งญาณ เมื่อพุทธโองการ ประกาศอรรถอันดิลก แก่พระสวากยโบฏกตบศรี และศรีสุริยพงษ์พญาพญาต ก็ประภาษพุทธพรพจมาน สารพระคาถาดังนี้

 เตสํ ลาลปิตํ สุตฺวา ปุตฺตสฺส สุณิสาย จ กลูนํ ปริเทเวสิ ราชปุตฺตี ยสสฺสินี ฯ ภิกฺขเว ดูก่อนแฮท่านทงงผอง ผู้ชรลองล่วงห้วงมหรรณพ เห็นภัยภพพันฦก อนนอธึกธูรโหศ ราชปุตฺตี บ้นนพระนงโพธเพ็ญภูล บรมางกูรกษีดิศวร์ ภูมิศวร์มัทธราช ยสสฺสินี ทายาทยยศบริพาร เตสํ ลาลปิตํ สุตฺวา ธได้สดับสารสรดี อนนสองพระศรีแส้วแส้ว ปุตฺตสฺส จ คือลูกแก้วกับพระสุณหฺ์ กลูนํ ปริเทเวสิ ธก็ให้ซบซุนสาหัศ ตรัสจะไจ้จัญจวญ ควรจะเอ็นดูดั่งนี้

เสยฺโย วีสํ เม ขายิตํ

 ภักษ์พิศม์แม่มรณอ้า ดีกว่าเปนลูกข้า ขับเสีย

ปปาตา ปปเตยฺยหํ

 ทอดตนตกเหวห้วย ม้วยแม่ม้วยเทอญม้วยอยู่ไย

รชฺชุยา พชฺฌ มิยฺยาหํ

 กรรแสงสรวมคอหิ้ว ตายบทันลัดนิ้ว หนึ่งดี

กสฺมา เวสฺสนฺตรํ ปุตฺตํ  ปพฺพาเชนฺติ อทูสกํ

ลูกกูอยู่ยังนยร  ทูรโทษทยรเท่าเผ้า
การณฤๅแรงเมืองเร้า  ลูกกู
อชฺฌายกํ ทานปตึ  ยาจโยคํ อมจฺฉรึ
ลูกกูรู้ตรัยเพท  ทานบเดศวร์บได้ส้อน
การณฤๅแรงเมืองต้อน  ลูกกู
ปูชิตํ ปฏิราชูหิ  กิตฺติมนฺตํ ยสสฺสินํ
เมืองออกอ่อนไหงว้วยด  กยรติยศโยคยิ่งลํ้า
กสฺมา เวสฺสนฺตรํ ปุตฺตํ  ปพฺพาเชนฺติ อทูสกํ
ลูกแพทยันดรแม่  นฤขดข้าขับคํ้า เหตุไฉน
มาตาเปตฺติภรํ ชนฺตุํ  กุเล เชฏฺาปจายินํ
แม่พ่อล้ยงสืบสาย  เยียยำเยงท่านเถ้า
กสฺมา เวสฺสนฺตรํ ปุตฺตํ  ปพฺพาเชนฺติ อทูสกํ
เสียดายดวงใจแม่  นฤขดข้าขับเจ้าเหตุไฉน
รญฺโ หิตํ เทวหิตํ  ฌาตีนํ สขินํ หิตํ
ประโยชน์ไท้ท้งงเผ่าผอง  มิตรสหายทั่วด้าว
หิตํ สพฺพสฺส รฏฺสฺส  กสฺมา เวสฺสนฺตรํ ปุตฺตํ
ลูกปองปูนปันราษฎร์  นฤขดข้าขับท้าวเหตุไฉน
ปพฺพาเชนฺติ อทูสกํ
นฤโทษท้าวลูกเจ้า ชาวเมืองหมู่ข้าเค้า

ขับได้ดงงฤๅ เล่าแล ฯ


  อิติ สา กลูนํ ปริเทวิตฺวา สมเด็จพระแก้วกษัตรี ศรีเมืองแม่พระโพธิสัตว์ ตรัสยุบลปริเทพธสงสาร ด้วยประการนี้แลแล้วไส้ ปุตฺตญฺจ สุณิสญฺจ อสฺสาเสตฺวา ก็โลมลูกและสรไภ้ผู้นฤมล รญฺโ สนฺติกํ คนฺตวา อาห จึ่งไปทันใดดลสนเดก เจ้าพญาติเรกราชสวามินทรธน้นน ก็ซ้นนสารอ่านพระคาถา ด่งงนี้ มธูนิว ปลาตานิ บพิตร อนนว่ารวงผึ้งแผ่แม่ร้างรอดฤๅนาน อมฺพาว ปติตา ฉมา ลูกสวายหวานวางขว้นน ตกดินน้นนฉนนใด เอวํ เหสฺสติ เต รฏฺํ ฉนนกรุงไกรมไผทธสาธารณ์ แก่พวกพาลนบบพนน ปพฺพาเชนฺติ อทูสกํ เหตุหมู่มันชาวเมือง ขับบุญเรืองนฤโทษ หํโส นิกฺขีณปตฺโตว อีกหงษ์โหดเหี้ยนขน ปีกหางตนตกฦก ปลฺลลสฺมึ อนูทเก ลุ่มปึกเปือกตมตาก ปิ้มประจากชีพฉนนใด อปวิทฺโธ อมจฺเจหิ ฉนนท่านไททวยมาตย์ หกหมื่นลาศแล้งมละ เอโก ราชา วิหิยฺยสิ พระอย่าดูเบาบงงเหตุ ธจะอยู่เอดเอาเข็ญ ตนฺตํ พฺรูมิ มหาราชเจ้ากูเปน ปิ่นหล้าห้ยมน้นนข้าจึงพร้อง อตฺโถ เต มา อุปจฺจคา ความศุขสร้องเสพย์สเบอย ขออย่าเลยล่วงบาท มา นํ สิวีนํ วจนา เหตุสิพีราษฎร์รุํยุ ทุทรหูมนนอย่ามัก ปพฺพาเชสิ อทูสกํ ขับลูกรักจรลํ่า ส่ำสิ่งโทษ บมีเลอย ณ หววข้ารา ฯ

  ตํ สุตฺวา ราชา อาห จึ่งพระศรีสรญชย ท้าวเจ้าเมืองขวาง ได้ฟงงนางเมียขวัญห้ามคค้อย ธก็อื้นถ้อยคำคืนดงงนี้ ภทฺเท ดูแนเหน้า เจ้าผู้หน้าจะเรอญ ผเชอญน้องท้าว ธน้าวเอาคำกูก่อนรา ธมฺมสฺสาปจิตึ กุมฺมิ บัดนี้กูทำชอบ ขนอบ ขนบเคารบรีด นีติ์ราชประเพณีในเพรงนั้น สิวินํ วินยํ ธชํ ควรขับหนี พระศรีราช บรมบุตร อนนเปนธุชแก่ชาวสีพิราษฎร์น้นน ปานา ปิยตโร หิ เม ผี้ลูกเพศยนตดรเรา เรารักษ์แรงกว่าชีพบารนี้ ปพฺพาเชมิ สกํ ปุตฺตํ กูจำเปนจำนฤเทศ ลูกธิเบศวร์แห่งตนไปพู้นแล ฯ

  สา ตํ สุตฺวา ปริเทวมานา อาห พระมหิษีสบรรษดีสดับ ศับทิศูรวโรงการ ด่งงน้นน ธก็อัดอ้นนอกพกพยงแตก รํ่าจำแนกทูล พระนเรสูรคืน ด่งงนี้ ยสฺส ปุพฺเพ ธชคฺคานิ พระเฮอย เคอยแต่ก่อนกาล ทวยทหารแห่หน้า ถือธงผ้าพรรณราย กณิการาวปุปฺผิตา ทองพระพรายพระแพร่ง คือเครื่องแต่งแลพัสตรา กลกรรณิการะแบ่งบาน ยายนฺตมนุยายนฺติ แอ่นเอางานโดยผงงผ้าย ย้ายยงงสวน เปนอาทิ์ แห่งลูกรักราชตนใด สฺวชฺเชโกว คมิสฺสติ อนนว่าลูกสายใจน้นนฤๅ คือ พระแพศยนนดรดิลก จะจากอกแม่ไปเอ ณ วันนี้

 ยสฺส ปุพฺเพ ธชคฺคานิ พระเฮอยเคอยแต่ก่อนน้นน หมู่ทแกล้วหมั้นมือทาย ธงสามชายแพรเพรอศ กณิการวนานิ ว ธงอลงกรณ์เลอศนิมำเลือง แสงศรบง เรืองเรื่อมาศ ด่งงกรรณิการดาษงามเงื่อน ยายนฺตมนุยายนฺติ กล่นกล่นเกลื่อน เกลื่อนแห่ แก้วแม่ไปเล่นป่าเปนอาทิ์ อ้าลูกรักราชตนใด สฺวชฺเชโกว คมิสฺสติ อนนว่าลูกสายใจน้นนฤๅ คือพระแพศยนนดรดิลก จะจากอกแม่ไปเอ ณ วันนี้

 ยสฺส ปุพฺเพ อนีกานิ พระเฮอยเคอยแต่ก่อนปาง ส่ำเสนางคเสนาธึก หัศดานึกม้ารถรยบ กณิการาว ปุปฺผิตา ริ้วรบยบบาทยาตรา พิศโสภานานาเนก เฉกกรรณิการบานคคลี่ ยายนฺตมนุยายนฺติ เหมื่อยเหมื่อยมีเมื่อโชย โดยเล่นสวนเปนอาทิ์ แห่งลูกรักราชตนใด สฺวชฺเชโกว คมิสฺสติ อนนว่าลูกสายใจน้นนฤๅ คือพระแพศยนนดรดิลก จะจากอกแม่ไปเอ ณ วันนี้

 ยสฺส ปุพเพ อนีกานิ พระเฮอยเคอยแต่ปางบรรพ์ ช้างนับพนนม้านับหมื่น รถนับแสนคฤนนายครอง กณิการาวนานิ ว ธารถนิมทองถ่องเถือก ล้วนแล้ว เลือกสรรเล่า งามเท่าป่ากรรณิกา ยายนฺตมนุยายนฺติ ส่ำสารแสะระแทะเต้น ตาม ไปเหล้นป่าเปนอาทิ์ แห่งลูกรักราชตนใด สฺวชฺเชโกว คมิสฺสติ อนนว่าลูกสายใจ น้นนฤๅ คือพระแพศยนนดรดิลก จะจากอกแม่ไปเอ ณ วันนี้

 อินฺทโคปกวณฺณาภา พระเฮอยเคอยแต่ก่อนเก่า เหล่าเสนาห่มขยวขาบ เฉกศรีสลาบแมลงมาศ คนฺธารา ปณฺฑุกมฺพลา มาแต่คันธารราษฎฺ์พิษัย ลางเลื่อมไลมมี่แสง กำพลแดงสรดะ ยายนฺตมนุยายนฺติ โดยเสด็จพระลูกธนายก ชมไม้นกเปนอาทิ์ อ้าลูกรักราชตนใด สฺวชฺเชโกว คมิสฺสติ อนนว่าลูกสายใจน้นนฤๅ คือพระแพศยนนดรดิลก จะจากอกแม่ไปเอ ณ วันนี้

 โย ปุพฺเพ หตฺถินา ยาติ บุญปลูกลูกธตนใด กี้ก่อนไปเล่นสวนสร้าง เคยขี่ช้างชำนินาค สิวิกาย รเถน จ ลางลางภาคสีพฤกาก่อง รถยานย่องยรรยง ทยมดุรงครวดร่ยว สฺวชฺช เวสฺสนฺตโร ราชา วันนี้จะปล่ยวเปล่าตน พ่อจะเดอรหลใดด้นน พระแพศยนนดรน้นน นักพญา กถํ คจฺฉติ ปตฺติโก ธเคอยทรงสนองบาทัมโพช ครานี้โหดเกือกกาญจน์ ฤๅจะเต้ากนนดารได้ดาย กถํ จนฺทนลิตฺตงฺโค เคอยเลตลบมกายกำจร ด้วยเครื่องสำอางอรอบอวล จันทนเรณูนวลกฤษนา นจฺจคีตปฺปโพธโน เคอยดัดฤดีตาตื่นตรับ สยงสารสงงคีตขับทรอท่อ นางรำบำเรอร่อ รับงาน ขุราชินํ ผรสุญฺจ ด่งงฤๅ จะพรหมจรรย์จารจำง่าย ทรงเสือแสบกลายทงงเล็บ และสยมขุดขอก่ยวเก็บมูลผล ขาริกาชญฺจ หาหิติ ด่งงฤๅจะตํ่าตนตกปรดาปษ์ ต้องหิ้วหาบคอนคาน ดาบศบริษการฺกุณฑี กสฺมานาภิหรียนฺติ การณฤๅผู้ภักดีทงงหลาย จึ่งมินำถวายผ้าผนวช แก่ธนักบวชบุญปอง กาสาวา อชินานิ จ คือคาครองชองเชอบัตร กาสาวพัตรไพเศษ อีกอชินเชศฎาภรณ์ ปวิสนฺตํ พฺรหารญฺํ เมื่อเจ้าแพศยนนดรดวงใจ ธปรเวศยงงไพรพระหารญ ซึ่งสังวาศตรมวลไววิต กสฺมา จีรํ น พชฺฌเร การณฤๅคนผู้คิดคุณขอบ จึ่งมีวิริยความชอบใช้แรงต่อ ช่วยก่ยวก่อก้ยวกรองคา กถํ นุ จีรํ ธาเรนฺติ อ้าเยียไฉน นานุ่งได้ ผ้าเปลือกไม้คากรอง ครองผ้าแฝดผ้าฝาด ราชปพฺพชิตา ชนา สบกษัตรเสียมารยาตรเสื่อมยศ อนนไพร่บ้านปลดมละแค้น ขับจากแคว้นแขวงเมืองท้าวธน้นน

 กถํ กุสมยํ จีรํ มทฺที ปริทเหสฺสติ ยงงโสดไส้ธสาวศรี มัทรีนางนักนิ่น ฤๅจะทรงสทิ่นผ้าปอทอด้วยแฝกคาคาย กาสิยานิ จ ธาเรตฺวา โขมโกทุมฺพรานิ จ ธเคอยทรงสบายสไบเบา กราสิกกระเกลศเกลาอำนรรฆ อีกโกษมพัตรพันค่าผ้า เกาทุมพรแพงค่าควรแสน กุสจีรานิ ธาเรนฺตี กถํ มทฺที กริสสติ อ้าเจ้าจะเข้าแดน ดงชัฏ ทรงสมบศสบบอกบัตรใบแฝก หัวใจแม่จะแตกตายต่าง นางขวัญเข้าเจ้าจะทำกลใด วยฺหาหิ ปริยายิตฺวา สิวิกาย รเถน จ เล่เจ้าเคอยครรไลยทกเทศ ทรงที่นั่งกิริเนศวรโจมทอง แก้วกระหนกลงงลองหล่อศรี คนนหามเหมมะณีรถราช สา กถชฺช อนุจฺจงคี ปถํ คจฺฉติ ปตฺติกา ฉิมโฉมเฉกช่างวาดใครตยร ตีนธแน่ง นางนยรสนองเท้า เจ้าจะเดอนดินด่งงฤๅรอด วันนี้ธจะทอดตนคราง ยสฺสา มุทุตลา หตฺถา จลนา จ สุเข ิตา นางใดดาลไดบางอ่อนลอยด ลักษณะลายลมยดมาลยศุข อยู่ยังฉุกกระฉ่อนไหว คือใบกล้วยทองต้องลมพาล สา กถชฺช อนุจฺจงคี ปถํ คจฺฉติ ปตฺติกา พรยวพรรศรีศุขุมมาลยน้นนนาง แก่นกรรญานุตยางคโยพราช วันนี้จะเดจฉมศรเหยาเหย่า ด้วยตีนเปล่าไฉนแม่ ยสฺสา มุทุตลา ปาทา จลนา จ สุเข ิตา นางใดดาลเชองแง่งามดาย สุกษุมลายอ่อนเลอศนิ์ อยู่เย็นยงงก่นเกอดพิจลการ ปานใบกล้วยกระลอกลม ปาทุกาหิ สุวณฺณาหิ ปิฬมานาว คจฺฉติ เจ้าแม่แต่จงกรมค้อยค้อย ด้วยบราทุกราพร้อยพรายคำ ก็ปิ้มลำบาก บาทางค์ ทรงสรรพางค์พยงซรุด สา กถชฺช อนุจฺจงฺคี กถํ คจฺฉติ ปตฺติกา นางน้นนมกุฎกระษัตรี มีอพยพยาตรฟ้า ไปไฉนอ้าวันนี้ ยังทางพี้โพ้พง ยาสฺสุ อิตถีสหสฺสสฺส ปุรโต คจฉติ มาลินี นางองค์ใดดอกไม้ร้อย แซมหูห้อยคอคยน จรจำนยรบ้นนหน้า แห่งหญิงข้านับพนน สา กถชฺช อนุจฺจงฺคี วนํ คจฺฉติ เอกิกา นางน้นนกัลยางค์ยิ่ง ยุพมาลยมิ่งมัทธราช วันนี้จะลีลาศฉนนใด สู่ซุ้มไพรดยวด่อม ยาสฺสุ สิวาย สุตฺวาน มุหุํ อุตฺตสเต ปุเร นางใดย่อมอยู่วยง แต่สยงหอนแห่งหมาป่า แว่วพยงหว่าหววใจ ดาลตรดกไหวครุ่นคริ่ว สา กถชฺช อนุจฺจงฺคี วนํ คจฺฉติ ภีรุกา นางน้นนดั่งจะลิ่วลอยจาก ช้นนฟ้าฟากเฟื่อยงาม ทรามแก่หารเหอมขลาด ฤๅจะยาตรวนวันนี้ ยาสฺสุ อินฺทสโคตฺตสฺส อุลูกสฺส ปวสฺสโต นางใดกี้ธเคอยเกษม ศุกภิรมย์เปรมปราโมทย์ เมื่ออินทสโคตรเค้ากู่ ร้องก้องอยู่ ณ ยอดไม้ สุตฺวาน นทโต ภีตา วารุณีว ปเวธติ แลธได้ยินรํ่าระย่อ ขวัญหายห่อฝ่อดี กาเยนทรีส่นนรรวว ดุจตัวท้าวทาษยักษ์ สา กถชฺช อนุจฺจงฺคี วนํ คจฺฉติ ภีรุกา นางผู้ทรงลักษณเลอศน้นน งามทั่วบ้นนเบญจงค์ ขลาดจะไคลดงด่งงฤๅ ฉุกชำงือวันนี้หนักกว่าชื่นแล

 สกุณี กตปุตฺตาว สุญฺํ ทิสฺวา กุลาวกํ

 แม่นกลูกนกหาย แลนา ซ่าสูญดายแดรงง แลนา อกคือองงไฟร้อน แลนา เหตุเทวศจากลูกป้อนเหยื่อช้าฉนนใด ก็ดี

 จิรํ ทุกฺเขน ฌายิสฺสํ สุญฺํ อาคมฺมิมํ ปุรํ

 เหมือนแม่จักมาซ่า ณพ่อ เรือนจันทนจ่าเจ้าเปล่า ณพ่อ ร้อนแล้ว เล่าลห้อย ณ พ่อ เหตุเทวศจากลูกน้อย เน่อนช้าฉนนน้นน แลนา

 สกุณี หตปุตฺตา ว สุญฺํ ทิสฺวา กุลาวกํ

 แม่นกลูกนกหาย แลนา เห็นรงงดายเปล่าปล่ยว แลนา ผอมเหลืองห่ยว แห้งเข้า แลนา เหตุบเห็นลูกเศร้า ซุ่นหน้าฉนนใด ก็ดี

 กิสา ปณฺฑุ ภวิสฺสามิ ปิเย ปุตฺเต อปสฺสตี

 เหมือนแม่จักมิเห็น ณพ่อ ลูกสรเล็นบุญฦๅ ณพ่อ ผอมเหลืองคือใบไม้ ณพ่อ เหตุบเห็นหน้าไท้ หน่อท้าวฉนนน้นน แลนา

 สกุณี หตปุตฺตา ว สุญฺํ ทิสฺวา กุลาวกํ

 นางนกลูกนกหาย แลนา เห็นเปล่าดายแดรงง แลนา บินเสอดสงงแสรกชั้น แลนา หาบเห็นลูกด้นน ท่าวด้านฉนนใด ก็ดี

 เตน เตน ปธาวิสฺสํ ปิเย ปุตฺเต อปสฺสตี

 เหมือนแม่มิเห็นภักตร์ ณพ่อ เอารสรักร่วมชนม์ ณพ่อ จักเสริกสรนทกท้าง ณพ่อ ไปจวนลูกจ้าวช้างชอกชํ้าฉนนน้นน แลนา

 กุรุรี หตจฺฉาปาว สุญฺํ ทิสฺวา กุลาวกํ

 แม่นกออกลูกหาย แลนา เห็นรงงดายเปล่าปลอด แลนา ร้อนใจหงอด เหงาเหงี้ย แลนา เหตุเทวศจากลูกเปลี้ย อยู่ช้าฉนนใด ก็ดี

 จิรํ ทุกฺเขน ฌายิสฺสํ สุญฺํ อาคมฺมิมํ ปุรํ

 เหมือนแม่จักมายล ณพ่อ ห้องไหรญร้างเปล่า ณพ่อ ร้อนผะเผ่าเด่าดิ้น ณพ่อ เหตุเทวศจากลูกสิ้นศุขช้าฉนนน้นน แลนา

 กุรุรี หตจฺฉาปาว สุญฺํ ทิสฺวา กุลาวกํ

 แม่กุรุรีจาปน้อยหาย แลนา แต่รงงดายเปล่าตา แลนา ผอมเหลืองลาลศไห้ แลนา เหตุทุกข์ถึงลูกไหม้ หมื่นแค้นฉนนใด ก็ดี

 กิสา ปณฺฑุ ภวิสฺสามิ ปิเย ปุตฺเต อปสฺสตี

 เหมือนแม่มิเห็นหน้า ณพ่อ ลูกรักข้าคนเรือง ณพ่อ จักผอมเหลืองเลือดแห้ง ณพ่อ ทุกข์ถึงสองลูกแล้งแม่แล้ฉนนน้นน แลนา

 กุรุรี หตจฺฉาปาว สุญฺํ ทิสฺวา กุลาวกํ

 แม่กุรุรีจาปน้อยหาย แลนา รงงเปล่าดายดูปล่ยว แลนา เหจฺเหอนท่ยว ทุกด้าว แลนา บเห็นลูกรักร้าวอกไห้ฉนนใด ก็ดี

 เตน เตน ปธาวิสฺสํ ปิเย ปุตฺเต อปสฺสตี

 เหมือนแม่มิเห็นลูก ณพ่อ สองแม่ผูกความใคร่ ณพ่อ จักไขว่วิ่งวุ่นว้า ณพ่อ ยงงทิศน้นนน้นนอ้าอกโอ้ฉนนน้นน แลนา

 สา นูน จกฺกวกฺกีว ปลฺลลสฺมึ อนูทเก

 แม่นกจากพรากพราก แลนา จากจาปน้อยแนมอก แลนา บ้นนตนตกตม ค้าง แลนา เดือดด้วยแท้ทุกข์ร้าง ลูกข้าฉนนใด ก็ดี

 จิรํ ทุกฺเขน ฌายิสฺสํ อาคมฺมิมํ ปุรํ

 เหมือนแม่มาสู่สร้อง ณพ่อ ห้องปราสาทเปล่าแปลก ณพ่อ แดด่งงแยกยิ่ง ร้อน ณพ่อ ขุ่นแค้นค้บคั่งข้อนอกข้าฉนนน้นน แลนา

 สา นูน จกฺกวกฺกีว ปลฺลลสฺมึ อนูทเก

 แม่นกจากพรากพราก แลนา จากจาปน้อยในรงง แลนา ตนตกยงงตมติด แลนา ไผ่ผอมผิดร่างเพี้ยน แลนา ห้ยมบเห็นลูกท้ยน ทุกข์แท้ฉนนใด ก็ดี

 กิสา ปณฺฑุ ภวิสฺสามิ ปิเย ปุตฺเต อปสฺสตี

 เหมือนแม่ใฝ่ใจรัก ณพ่อ ลูกลำนักตาตน ณพ่อ มิยลสองยอดฟ้า ณพ่อ ผอมเหลืองหลากสรากหน้าคร่นนหน้าฉนนน้นน แลนา

 สา นูน จกฺกวกฺกีว ปลฺลลสฺมึ อนูทเก

 แม่นกจากพรากพราก แลนา จากจาปน้อยคอยหล แลนา ตนตกเลนแล้งนํ้า แลนา เสือกกระสายหงายขวํ้า ขวัดแคว้งฉนนใด ก็ดี

 เตน เตน ปธาวิสฺสํ ปิเย ปุตฺเต อปสฺสตี

 เหมือนแม่แลหลหา ณพ่อ สองรักราเร้นเนตร ณพ่อ จักวิ่งเทวศผํ้าผํ้า ณพ่อ ยังทิศน้นนน้นนนํ้าคล่าวหน้าฉนนน้นน แลนา

 เอวํ เม วิลปนฺติยา  เมื่อเผือผู้ข้าบ่น  บระบราน บารนี
 ราชปุตฺตํ อทูสกํ  ลูกท่านไทบมาน  โทษแท้
 ปพฺพาเชสิ จ นํ รฏฺา  ผิขับลูกสงสาร  ชัดมิ่ง เมืองพ่อ
 มญฺเ เหสฺสามิ ชีวิตํ  ข้าใส่ใจข้าแล  รอดฤ้าเปนตน เล่าเลอย

 เทวิยา ปริเทวนสทฺทํ สุตฺวา สพฺพา สญฺชยสฺส สิวิกญฺา สมาคตา ปกฺกนฺทึสุ อันว่านางทงงหลายทงงปวง อนนเปนข้าพญาหลวงเลอศไท้ ได้ยินเสียงรํ่าร้องไห้แห่งนางพญา ก็พร้อมกนนกล้นนนํ้าตามิได้ ไห้ซะซิกซะแซไป ในที่น้นน ตาสํ ปกฺกนทิตสทฺทํ สุตฺวา มหาสตฺตสฺส ตเถว ปกฺกนฺทึสุ ทงงฝูงนางในนิเวศ พระมหาสัตว์ คร้นนได้ยินถนัด สำเนียงนางหมู่น้นนไส้ ก็พร้อมกันร้องไห้อะอิดอะอืออยู่ ยยุ่งแล อิติ ทฺวีสุ ราชกุเลสุ โกจิ สกภาเวน สณฺาเรตุํ อสกฺโกนฺโต อนนว่าชนแต่ผู้เดียวดาย ในสองราชตระกูลทงงหลายน้นน บอาจตั้งหม้นนซึ่งตนดำรง วาตเวเคน ปมทฺทิตา สาลา วิย ปติตฺวา ปริเทวมาโน ปริเทวิ ทอดตนลงล้มแล้วก็ร้องไห้ เหมือนไม้รงงลู่ล้มเนรนาด ด้วยกำลังกาลวาตโบกบยฬ ด่งงนี้แล

  ตมตฺถํ อนนว่าพระสาศดาดุลยาจารย์ เจ้ากูจะประกาศ สารศุภอรรถาดิเรก แก่พระสราพกสราเพกจตูรพิธ จึงมีพระพุทธภาษิตเปนพระคาถา ด่งงนี้

ตสฺสา ลาลปิตํ สุตฺวา สพฺพา อนฺเตปุเร อหุ


พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ สิวิกญฺา สมาคตา

 ภิกฺขเว ดูก่อนภิกษุพิสุทธิ พุทธบริพาร สพฺพา สิวิกญฺา อนนว่าศรีศฤงฆารถ้วนหน้า อนฺเตปุเร อหุ อยู่ในหอแห่งเจ้าหล้าฦาไกร ตสฺสา ลาลปิตํ สุตฺวา ฟงงรํ่าไรโรยแรงแห่งแม่ ณเกล้า สมาคตา มาม่ววสุมกรรเศร้าโศกศัลย์ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ยกสองแขนขึ้นเร้ารนนอกไห้ อยู่แล

สาลาว สมฺปมถิตา มาลุเตน ปมทฺทิตา
เสนฺติ ปุตฺตา จ ทารา จ เวสฺสนฺตรนิเวสเน

 ปุตฺตา จ ทารา จ อนนว่าลูกไท้แลเมียท้าวทงงผอง เวสฺสนฺตรนิเวสเน ในเรือน ของพระแพศยนนดร เสนฺติ ก็ไห้หอนกลิ้งทิ้งทอดกาย อิตฺถีนํ ปกฺกนฺทิตสทฺทํ สุตฺวา ด้วยยินยงงหญิงทงงหลายเลวงศัพท์ สาลาว สมฺปมถิตา ล้มรนาบรนับคือ รงงเถื่อนทท่าว มาลุเตน ปมทฺทิตา อนนมารุตแรงระดมป่าวปัดพัด ให้หักแล ฯ

 ตโต รตฺยา วิวสาเน สุริยสฺสุคมนํ ปติ

  ภิฺขเว ดูก่อนศึกษากามกอปรด้วยศีลสาร ตโต รตฺยา วิวสาเน แต่กาลน้นน ถ่นนคํ่าขีณแล้ว สุริเย อุคฺคเต เทพพนมศรี แผ้วผุดพื้นฟ้า ทานเวยฺยาวตฺติโก ฝ่ายคนผู้ข้าได้ดำรวดดารทาน รญฺโ อาโรเจสิ ก็ทูลการณแก่ราชว่า แต่งแล้ว ณพระฮา ฯ

 อถ เวสฺสนฺตโร ราชา ทานํ ทาตุํ อุปาคมิ

  อถ กาเล ในกาลเมื่อน้นน เวสฺสนฺตโร ราชา บ้นนสมเด็จเจ้าพระยา ธรรมาธิราช ปาโตว นฺหาตฺวา ก็สรงอาตมเอาบงงคนก็ไขตรู่ สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโต สรรพงามบมีคู่ เครื่องธธรง สาธุรสโภชนํ ภุญฺชิตฺวา พิสาสาธุธำรงรศกรยา อุปาคมิ แหนด้วยทวยเสนามาแกล่ใกล้ ทานํ ทาตุํ เพื่อปริตยาคให้ ซึ่งสบดสดกทานธน้นน สฏฺิสหสฺเส อมจฺเจ อาณาเปนฺโต ธก็อื้นบัญชาอาณรรดิราช แก่ สหชาติยามาตยหกหมื่น ดังนี้ วตฺถานิ วตฺถกามานํ สูผู้ร่วมใจจุ่งให้ผ้าแก่ผู้มักผ้า น้นนเทอญ โสณฺฑานํ เทถ วารุณึ จุ่งให้เหล้ากล่นนกล้า แก่ผู้มักเมาน้นนเทอญ โภชนํ โภชนตฺถีนํ จุ่งเอาอรรนอวยแก่ผู้มักบาย น้นนเทอญ สมฺมาเทว ปเวจฺฉถ อ้าสูทงงหลาย จุ่งให้แต่ดี น้นนเทอญ แล

มา จ กิญฺจิ วนิพฺพเก เหยิตฺถ อิธาคเต
ตปฺเปถ อนฺนปาเนน คจฺฉนฺติ ปฏิปูชิตาติ

 ตุมฺเห มา เหยิตฺถ โสดสูธอย่าบยฬให้ลำบาก กิญฺจิ วนิพฺพเก แก่พณิรพกผู้ยาก สักตนดยว อิธาคเต อนนทยวมาที่นี้เพื่อแก่ทาน ตปฺเปถ อนฺนปาเนน จุ่งให้อิ่มอก ด้วยอรรนบานบริบวรณ์ ปฏิปูชิตา อนนกูให้ทงงมวลมากมี คจฺฉนฺติ สร้องสดุสดี ชํสํภารกูแล้วก็ไป ยถา ด้วยประการฉนนใดโดยอำเภอมนน ตถา กโรถ สูจุ่ง เยียฉนนน้นนแก่ยาจกทงงปวง เทอญแล มชฺชทานํ นาม นิปฺผลนฺติ ชานาติ ธก็แจ้งจริงแท้ดีหลี ให้เหล้าบมีผลสักหยาด หนึ่งเลอย เอวํ สนฺเตปิ ครหโมจนตฺถํ ทาเปสิ แม้บมีผลด่งงนี้ไส้ ธก็ให้ให้เพื่อพ้นนินทา นักเลงน้นน

หตฺถีนํ อสฺสานํ รถานํ  ช้างแต่งม้าแต่งเรื้อง  รถระดับ แต่งแฮ

ขตฺติยกญฺาทีนํ อิตฺถีนํ  นางแลนางกระษัตรสัพ  แต่งไว้
เธนูนํ ทาสีนํ ทาสานํ  วววถนนทาษสาวกับ  ทาษบ่าว เล่านา

สตฺตสตกมหาทานํ อทาสิ  เจ็ดเจ็ดร้อยธให้  ชื่อให้สับดสดก อนนเลอศแล

 อปริมาณํ แต่เข้าน้นนลํ้านํ้าน้นนหลาย เครื่องกับบายบริบาล หาประมาณ บมิได้แล

เต สุ มตฺตา กิลนฺตาว  สมฺปตนฺติ วนิพฺพกา
นิกขมนฺเต มหาราเช  สิวีนํ รฏฺวฑฺฒเน

 มหาราเช ในเมื่อพญาใหญ่ยศยิ่ง สิวีนํ รฏฺวฑฺฒเน ผู้เจรอญมิ่งเมืองสีพี นิกฺขมนฺเต แลธถีบออกเมืองจาก เต วนิพฺพกา พณิรพก ผู้ยากถ้วนหน้า มตฺตา กิลนฺตาว ปานเปนบ้าบอบหอบหีน ฉินฺนปาทา วิย ดุจขาดตีนดิ้นดด่าว สมฺปตนฺติ ทอดตนทท่าวแท่นแกล้ง อิติ โรทึสุ สิ้นเสาะแรงร้องไห้ ด่งงนี้

เอจฺเฉจฺฉุํ วต โภ รุกขํ  นานาผลททํ ทุมํ
ยถา เวสฺสนฺตรํ รฏฺา  ปพฺพาเชนฺติ อทูสกํ

 อจฺเฉจฺฉุํ วต โภ รุกฺขํ ด่งงจริงแท้ธชาวเรา พังพวกเมาหมนนตัดไม้ นานาผลททํ ทุมํ ขยวใบไล้ลำใหญ่ แผลเพล็ดใหม่เก่าแกม ยถา เมาะ เยน การเณน ให้ร้อน แรมผลโภช ด้วยเหตุโหดอนนใด เวสฺสนฺตรํ ปพฺพาเชนฺติ ข้าคยดไทยใจแทตย ขับพระแพศยนนดร อทูสกํ รฏฺา อนนนิราบราธจรจำพราก จากไอสรรยวงงวยง เตน การเณน บยฬสะบยงเราให้ส้นน ด้วยเหตุน้นนบมิคลาศกนนเลย

เอจฺเฉจฺฉุํ วต โภ รุกขํ  สพฺพกามททํ ทุมํ
ยถา เวสฺสนฺตรํ รฏฺา  ปพฺพาเชนฺติ อทูสกํ

 อจฺเฉจฺฉุํ วต โภ รุกฺขํ ดงงคับแค้นธชาวเรา ทวยชนเฉาเฉทเชอ สพฺพกามททํ ทุมํ อ้วนชลูดเลอลำแมก สรรพกามแจกเจือคน ยถา ขาดภูชผลพึงใจ เหมือนฉนนใดอุประมา เวสฺสนฺตรํ ปพฺพาเชนฺติ ฝูงประชาชาวราษฎร์ ขับพระบาทบงกช อทูสกํ รฏฺา อนนนฤโทษธรรมเมศร์ จากสีพีเชตอุดดร ตถา เราสิ้นสรณอาไศรย มานอุประไมยฉนนน้นน บแปลกกนนเลอย

เอจฺเฉจฺฉุํ วต โภ รุกขํ  สพฺพกามรสาหรํ
ยถา เวสฺสนฺตรํ รฏฺา  ปพฺพาเชนฺติ อทูสกํ

 กํสุปธารณา ครบภาชนหิรัญรองรศ กษีรสรดสุนธร เอส เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่า พระแพศยนนดรกษิดีศวร์ ใจเปรมปรีดิ์โปรดสัตว์ สมฺหา รฏฺา นิรชฺชติ แล้ว เสด็จซัดเสียญาติ จากนิวาศวยงท้าว ธน้นน

 สตฺต ทาสีสเต ทตฺวา ให้กรรมกรทวยทาษี เอางานดีเจ็ดร้อย สตฺต ทาสสตานิ จ ทาษชายบน้อยเท่ากัน ล้วนคนขยันอยู่ถ้อย เอส เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่าท่านผู้ทานช้อยชมชัว นามพณหววแวศยนนดร สมฺหา รฏฺา นิรชฺชติ แล้วเสด็จคลอนคล้อยคลาศ จากนิวาศวยงท้าว ธน้นน

 หตฺถี อสฺเส รเถ ทตฺวา ให้ช้างม้าหมวดสัตว์ รถแก้วกวัดกวยนกาญจน์ นาริโย จ อลงฺกตา สาวศฤงฆารคนใช้ เครื่องประดับได้ทั่วหมู่ เอส เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่า พระผู้อยู่เอย็นหล้า นามเจ้าฟ้าแพศยนนดร สมฺหา รฏฺา นิรชฺชติ แล้วเสด็จจรจำคลาศ จากนิวาศวยงท้าว ธน้นน

ตทาสิ ยํ ภึสนกํ  ตทาสิ โลมหํสนํ
มหาทาเน ปทินฺนมฺหิ  เมทนี สมกมฺปถ

 มหาทาเน ปทินฺนมฺหิ ในเมื่อมหาสบดสดก ภพนายกธยอให้ ยํ เมาะ ยสฺมึ กาเล ทวยถือได้ยินมลาก กาลใดหากบมิหึง ตทา ภึสนกํ อาสิ ในกาลน้นน อึงอรรศจรรย์ สิบร้อยพนนภนนฦกษณ์ ตทาสิ โลมหํสนํ สยวสท้านททึกท่ววตน ทงงหลายคนขนชื่น เมทนี สมกมฺปถ แผ่นดินดื่นเดื่องไหว อํพุธรยดิ้นรนเร้งรลอก อยู่แฮ

ตทาสิ ยํ ภึสนกํ  ตทาสิ โลมหํสนํ
ยํ ปญฺชลีกโต ราชา  สมฺหา รฏฺา นิรชฺชติ

 ปญฺชลีกโต ราชา อันว่าเจ้าสากลกฤษดาญ ชวลีศทานธแล้ว อิติ ปตฺถนํ กตฺวา ไปสอดแคล้วเคลือบผล ออกโอษฎ์ตนด่งงนี้ อิทํ ปจฺจโย โหตุ อันว่าทานพี้เผื่อไป เปนปตยยอย่าผิด สพฺพญฺญุตาณสฺส แก่สํพุทธาทิตยท่ยงแท้ สรรเพชญ์แปล้ปลุกสัตว์ ยํ เมาะ ยสฺมึ กาเล ธดำรัสข้อปราถนาในเพลาปูนใด ตทาสิ ยํ ภึสนกํ ก็พิดหวนในแลนอก ดาลรลุงรลอกหน้ากลัว ตทาสิ โลมหํสนํ ให้หนงงหววผึ่งพอง ลุกโลมสยองในเพลาน้นน สมฺหา รฏฺา นิรชฺชติ แล้วเสด็จกล้นนทุกขยาตร จาก นิวาศวยงท้าว ธโสดแล

 ตสฺมึ เอวํ ทานํ ททโต ขตฺติยพฺราหฺมณเวสฺสสุทฺทาทโย ปริเทวึสุ ในเมื่อ พระผู้อุศดม ศรัทธาภิรมยบริตยาค ทานทกปลากไปล่ไป ด้วยกำนฎนยเท่านี้ นครวาสิโน อันว่าชาววยงซี้แซ่สุม ชุมชียพ่อกอกษัตรา แพศยพานิชนสูทเปนอาทิ์ ปิ้มใจจะขาดรอนรอน โรทรํ่ารักภูธร ด่งงนี้

 สามิ เวสฺสนฺตร ข้อยขยุมแต่บววบาท สวามิศวรราชผู้รับร้อน ชาวเมือง มนนข้อนขับพระ ให้หลีกมละไอสวรรย์ เหตุนักธรรม์เททาน ปุน ทานเมว เทสิ ก็ยงงบลาญหลาบเข็ด ให้อีกเจ็ดเจ็ดร้อยโสด เพื่อพระโพธิสํภาร ในอนาคตกาล พู้นแล เตน วุตฺตํ เหตุการณน้นน อันว่าผูกคาถา พระผู้ตัดตัณหาไกษย กล่าวแก่ พินัยศึกษา คือพระธรรมเสนา ด่งงนี้

อเถตฺถ วตฺตตี สทฺโท  ตุมุโล เภรโว มหา
ทาเนน ตํ นีหรนฺติ  ปุน ทานํ ททาติ โสติ

 สาริปุตฺต ดูกรสาริบุตร อุศดมอรหรรต์ สทฺโท อันว่าสยงไห้แห่งคน ครรชิต ตุมุโล จรดถึงอุทธํทิศทนนใด เภรโว มหา พึงย่านแสยงภัย แผ่ด่งง อเถตฺถ วตฺตติ ไปในรงงรัดวยงราช วจเนน ด้วยสารประกาศ ด่งงนี้ สิวิโย อันว่าชาวสีพีแส้งทำเข็ญ ตํ นีหรนฺติ มนนนับเดนพระแพศยนนดร ทาเนน เหตุกุญชรทานน้นนไส้ ททาติ โส ธก็ให้อิ่มอก ปุน ทานํ ชึ่งสบดสดกมหาทาน น้นนโสดแล

 ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าพระสาศดานายก โลกรรดยดิลกเลอเกล้า พระเจ้าสํเด็จเมื่อสํแดง แจงชื่ออรรถให้พิศดาร แก่ส่ำสงฆ์บริพารพุทเธารส ก็อื้นพระพจนคาถา คือ “เต สุ มตฺตา กิลนฺตาว” เปนอาทิ์ กูก็ประกาศแล้ว แต่ก่อนน้นน

 ตทา ปน เทวตา ชมฺพุทีปตเล ราชูนํ อาโรจยึสุ เมื่อใด ธให้สบดสดก แก่พณิรพกทงงผอง ปองเปนพระโปรดสัตว์ ในบัดน้นน บมินาน เทพดาดาลบมิ หึง บอกข่าวถึงท้าวคฤ้าน ท่ววแผ่นพื้นชํพูทวีป ขตฺติยา เทวตานุภาเวนาคนฺตฺวา ขตฺติกญฺาโย คณฺหิตฺวา ปกฺกมึสุ ทกท่าวรีบมามา ด้วยเทพานุภาพ นางกษัตร ลาภได้ไป เอวํ ขตฺติยพราหฺมเวสฺสสุทฺทาทโย ตสฺส ทานํ คเหตฺวา ปกฺกมึสุ อีก คนคในวยงราช คือกษัตรชาติชียพราหมณ์ พ่อค้าคามพ่อครัว สี่ตัวตนเปนต้น พ้นกว่านี้มีมาก สัตว์ผู้ยากยาจก ปรฏิคาหกหื่นทาน บานหน้าใสใจคลี่ ได้แล้วมีเมือบทาง ต่างต่างเดอรดูยะยุ่งแล อปิจ ตสฺส ทานํ ททนฺตสฺเสว สายํ อโหสิ เมื่อพระองค์เสด็จ หน่อสรรเพ็ชญ์พญาธรรม์ ทานธปนนไป่จบ ภอพรลบสายา จวนจันทราแสงไข โส อตฺตโน นิเวสนเมว คนตฺวา ก็คือพระครรไลยังนิเวศน์ คิดคำนวณเหตุเห็นงาม มาตาปิตโร วนฺทิตฺวา เสฺว คมิสฺสามิ พฤกพรฮามจักยาตร แต่ไหว้บาทสองเจ้า ก่อนกูเต้าป่ารงง อลงฺกตรเถน มาตาปิตูนํ วสนฏฺานํ คโต ธก็ขึ้นบรรลังก์อลงกต รถรจิตรจรดล สู่ตรมวลวิมาน ที่สึงสถานสองไท้ ไหว้บววบาทสองท้าว ธน้นนนา ฯ มทฺที เทวีปิ จินฺเตตฺวา แม้อันว่าอรรคเทพี มัทรีทรงโฉมฉิน ธก็จินดาด่งงนี้ เล่านา ฯ สามินา สทฺธึ คนฺตวา สสฺสุสสุเร อนุชานาเปสฺสามิ กูไปกับปิ่นเกล้า วรพระเจ้าสองราช อวยอนุญาตไปป่าแก่กูนี้ ฯ เตน สทฺธึ คตา ธก็เทาทนนใด ด้วยท่านไทท้าวผวว มิอย่าเลอย ฯ มหาสตฺโต ปิตรํ วนฺทิตฺวา อตฺตโน คมนภาวํ กเถสิ อันว่าพระมหาสัตว์ ซ้องพระหัตถประนม ถวายบงงคมคัลบาท ชนกาธิราชนเรสูร ทูลลาไปแต่ตน มินานแล ฯ ตมตฺถํ อันว่าสมเด็จพระผู้สละบาปเบญจกาม จักสำแดงคามภีรอรรถ แก่บรรษัทยสี่หมู่ ฝ่ายภิกษุอยู่ชิดชื่น กว่าบรรษัทย์อื่นสามเหล่า ธจึ่งกล่าวพระคาถา ด่งงนี้ ฯ อามนฺตยิตฺถ ราชานํ สญฺชยํ ธมฺมิกํ วรํ ฯ ภิกฺขเว ฟงงแนนิกรสงฆ์ สืบอาริยวงษวยรมา เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่าพญาแพศยนนดร ภูมินทรธิเบศวร์ อามนฺตยิตฺถ ราชานํ ซบพระเกษกับเท้า ลาพระเจ้าเกอดหวว สญฺชยํ ธมฺมิกํ วรํ คือตววท้าวสรญชัย เลอศในฝูงพญาธรรม์ อิติ วจเนน ด้วยคำอนนเปนยุกดิ ปลุกใจท้าวธด่งงนี้ ฯ อวรุทฺธสิ มํ เทว วงฺกํ คจฺฉามิ ปพฺพตํ เย หิ เกจิ มหาราช ภูตา เย จ ภวิสฺสเร ฯ เทว ตูข้าแต่บพิตร สำดิศวรเทวราช อวรุทฺธสิ มํ เบื้องพระบาทปกหล้า มาขับข้าจากกรุง วงฺกํ คจฺฉามิ ปพฺพตํ ผู้ข้าคุงควรเคจน์ เล็ดลอดลุเขาคด มหาราช ข้าแต่พระยศใหญ่ขุน อนนอดุลยมหาราช เย หิ เกจิ ภูตา สรรพสัตวชาติหลายลาง เกอดแต่ปางอดีตกาล เย เกจิ ภวิสฺสเร หนึ่งจักมาในอนาคต แลเกอดปรากฏกาลนี้ พ่อฮา ฯ อติตฺตาเยว กาเมหิ คจฺฉนฺติ ยมสาธนํ โสหํ สเก อภิสฺสสึ ยชมาโน สเก ปุเร ฯ สตฺตา อันว่าทวยท่ววทงงหลาย หื่นกลหายสาหัส อติตฺตาเยว กาเมหิ อนนบอิ่มถนัดในกาม ความปราถนาสองไส้ คจฺฉนฺติ ยมสาธนํ ย่อมไปใกล้พญายม จมในขุมไฟฟุน โสหํ ยชมาโน ปุเร ข้าเสียทุนทำทาน ที่สำราญเรือนตน สเก อภิสฺสสึ การพิกลดงงฤๅ คือว่าบยฬชาวเมือง แห่งตนนี้ ฯ สมฺหา รฏฺา นิรชฺชหํ อันว่าข้าขอออก จากเขตขอกเมืองตน สีวีนํ วจนตฺเถน เหตุพจนพลเมืองสีพี อฆนฺตํ ปฏิเสวิสฺสํ ชีพช้ำบอบบเคอย จักเสวยทุกข์ทรมาน วเน วาฬมิคากิณฺเณ ในกนนดารดงปล่ยว เนื้อร้ายท่ยวอากยรณ ขคฺคทีปินิเสวิเต แรดช้างฉวยรวิ่งไขว่ เสือเต้นไต่ตามรอย อหํ ปุญฺานิ กโรมิ ข้าน้อยกลอยการตน เปนกุศลสืบสร้าง ตุมฺเห ปงฺกมฺหิ สีทถ ฝ่ายเจ้าช้างจงจม ตมเปือกกามามิศ น้นนเล่าเทอญ ฯ อิติ มหาสตฺโต อิมาหิ จตูหิ คาถาหิ ปิตรา สทฺธึ กเถตฺวา อันว่าพระมหาสัตว์ กล่าวเกลาอัตถเอมอร กับบิดรราชา ด้วยคาถาสี่เสร็จ มาตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อนุชานาเปนฺโต คาถมาห ฯ ธก็เสด็จสู่สมเด็จ เอกอรรคชนนีนาง ไหง้วบาทางคยุคล เพื่อให้ยอมแก่ตนต้งงพรต เปนดาบศบรรพชา จึ่งกล่าวพระคาถา ด่งงนี้ ฯ อนุชานาหิ มํ อมฺม ข้าแต่แม่จุ่งปรวฏ ให้ลูกบวชบำเพ็ญ ปพฺพชฺชา มม รุจฺจติ อันว่า เป็นพระฤๅษี ลูกมีใจใสสุทธิ โสหํ สเก อภิสฺสสึ ฤๅแยงยุทธหยาวใคร จึ่งไหมหน้าว่าบยฬเมือง ยชมาโน สเก ปุเร ข้าคิดเปลื้องทานทำ แห่งหอคำข้าดอก แลนาแม่ ฯ สิวีนํ วจนตฺเถน สมฺหา รฏฺา นิรชฺชหํ อันว่าตูผู้ใดไร้เพื่อน จำคลาเคลื่อนจากวยงอาตม์ ด้วยสีพิราษฎร์เรงถ้อย อฆนฺตํ ปฏิเสวิสฺสํ วเน วาฬมิคากิณฺเณ โศกเสร้าสร้อยเสวอยทุกข์ บุกป่าป่งพงพฤกษ พาฬมฤคกลาดเกลื่อน ขคฺคทีปินิเสวิเต อหํ ปุญฺานิ กโรมิ แรดกะทิงเถื่อน วววเถลอง เสือสรางเรองเร่เร้น ข้าบเว้นทำบุญเล่าเลอย ฯ วงกํ คจฺฉามิ ปพฺพตํ ส่ำสมทุนส่งท้าย สรวมชีพลาแม่ผ้าย สู่คุ้งเขาวงกฏแล ฯ ตํ สุตฺวา ผุสฺสตี อาห อันว่าพระราชเทพี สบรรษดีมาดา ได้ฟังลาลูกไท้ รํ่ากำสรดไห้บมิฟื้น รื้อสอื้นไห้บมิหาย ฟายชลเนตรนองภักตร์ ตรัสแก่ลูกรักด้วยคาถา ด่งงนี้ อนุชานามิ ตํ ปุตฺต ปพฺพชฺชา เต สมิชฺฌตุ ฯ ปุตฺต ดูราลูกรักราช อนุชานามิ แม่อนุญาตบรรพชา ตํ เมาะ ตว แก่เจ้าผู้หาห้องพรหมจรรย์ ปพพชฺชา อันว่าเว้นเบญจกาม สมิชฺฌตุ จงสำฤทธิตามใจจง เต ฌาเนน แก่พ่อผู้ประสงค์ด้วยฌานน้นน ฯ อยญฺจ มทฺที กลฺยาณี อีกแท้แลแม่มัทรี ลักษณพิลาศศรีสรวยสม สุสญฺา ตนุมชฺฌิมา องค์เอวกลมกล้องแกล้ง อรอรรแถ้งท้ายเลอศนี้ อจฺฉตํ สห ปุตฺเตหิ จุ่งอย่าเรอดเรือนทอง อยู่กับสองลูกญา กึ อรญฺเ กริสฺสติ เมือมรรคาขุกไข้ เยียสงงใดในป่า แก่เจ้าน้นน เวสฺสนฺตโร อาห พระแพศยนนดรราช ก็ทูลพระชนนีคืน ด่งงนี้ นาหํ อกามา ทาสึปิ อรญฺํ เนตุมุสฺสเห สเจ อิจฺฉติ อเนฺวตุ สเจ นิจฺฉติ อจฺฉตุ ฯ อมฺม ข้าแต่แม่ณเกล้า อย่าแต่เจ้ามัทที นาหํ ทาสึปิ เนตุํ อุสฺสเห แม้ทาษี คนงาน ข้าก็บหาญเอาเมือ อกามา อรญฺญํ สู่ป่าเสือเชรอชรัง ด้วยบหวงงทำงล สเจ อิจฺฉติ อเนฺวตุ ผินฤมลมักข้า เยาวยาตรฟ้าจุ่งไป สเจ นิจฺฉติ อจฺฉตุ ผิใจนางหดหู่ นางจุ่งอยู่โดยใจนาง น้นนเทอญ ฯ ตโต ราชา ปุตฺตสฺส กถํ สุตฺวา สุณฺหํ ยาจิตุํ ปฏิปชฺชิ ลำดับน้นนอันว่าท้าวนามพระเจ้าสรญไชย ฟังลูกไททูลสาร ก็มีพรจมานมาธูร ขอพระสูณหศรีไว้ ห้ามมิให้ไปป่า กับลูกแล ฯ ตโต สุณฺหํ มหาราชา ยาจิตุํ ปฏิปชฺชถ ภิกฺขเว ดูกรอริยสงฆ์มหาราชา อันว่าท้าวผู้ทรงแผ่นดิน ผินภักเตรศวร์ตรัสเกลี้ย ยาจิตุํ เพื่อเคลี้ยคลิงวิงวอน สุณฺหํ ซึ่งสใภ้ภูธรธิราช ด่งงนี้ มา จนฺทนสมาจาเร รโชชลฺลํ อธารยิ ฯ ลกฺขเณ ดูกรเจ้ามัทที นางมารศรีทรงลักษณ จนฺทสมาจาเร เมาะ โลหิตจนฺทเนน ปริกิณณสรีเร รื่นรักจันทนคันธา อบพิโดรกายากยรณ์ รโชชลฺลํ อธารยิ จงจำนยรเนาวในศุข อย่าคลุกเหงื่อเจือไค อยู่เลอย ฯ กาสิยานิ ปธาเรตฺวา แก้วกรไดทรงภูษา โกสยกาสิกพัตร โขมโกทุมฺพรานิ จ อีกโกษมสวัสดิวรรณึก เกาทุมพราถึกทอทอง กุสจีรํ อธารยิ โกศเกบกรองอย่านุ่ง ยุ่งอย่าพาดกวาดกจีร ทุกฺโข วาโส อรญฺสฺมึ อยู่จำศีลในครึม ทุกข์โศรกชึมเศร้าใจ มา หิ ตฺวํ ลกฺขเณ คมิ ลูกอย่าไปป่าเลอย อยู่เสวยศุขสบายกว่าชื่นแล ตมพฺรวิราชปุตฺรี มทฺที สพฺพงฺคโสภณา พระมัทรีศรีใสลูกสาวไทมัทธราช สรรพอาดมอพยพ งามเฉลอมภพแผ่นหล้า ก็ทูลเจ้าฟ้าผู้พ่อผววคืน ด่งงนี้ ฯ

  นาหนฺตํ สุขมิจฺเฉยฺยํ ยํ เม เวสฺสนฺตรํ วินา ฯ ยํ เม สุขํ ข้าพระผู้ประเสรอฐ ศุขใดเกอดแก่ตวว เวสฺสนฺตรํ วินา เพื่อมละผววผ่านเผ้า นามพระเจ้าแพศยนนดร อหํ ข้าผู้จะจรจากถิ่น โดยเสด็จปิ่นปักราษฎร์ ตํ สุขมิจฺเฉยฺยํ บมิมักมากใจหม้นน เอาศุขน้นนแน่แล้ ณหววลูกเฮอย ฯ ตมพฺรวิ มหาราชา สิวีนํ รฏฺวฑฺฒโน จึงพระศรีสวรรศวเรศวร มหิมาธิเบศร์บรมนาถ ผู้เจรอญราษฎรสีพี ก็ซ้นนสวนีแก่สุนิศาคืนด่งงนี้ อิงฆ มทฺทิ นิสาเมหิ กูเตือนแต่แม่มัทรี ศรีสใภ้ให้หูฟงง มเมว วจนํ ยงงพจพ่อต่อความบอก รักอรออกดอกจึงพร้อง วเน เย โหนฺติ ทุสฺสหา ยงงเถื่อนท้องห้องป่าชัฏ สัตว์ใดคนทนมนนยาก พหู กีฏา ปฏงฺคา จ เปนหมู่มากหลากหลากหลาย แมลงเหลือบลายคายบุ้งร่าน มกสา มธุ มกฺขิกา จรเขบพ่าน ซ่านพิศมสุม ยุงริ้นรุมชุมต่อตอด เตปิ ตํ ตตฺถ หึเสยฺยุํ แม่บร้างรอด ปลอดไปล่ปละ แม้นมนนปะพะพึงบยฬ ตนฺเต ทุกฺขตรํ สิยา น้นนโทษทยรนยรสรนุกนิ สิ้นสูญศุขทุกษดร อปเร ปสฺส สนฺตาเป จรจักเห็นเข็ญอิกอื่น ตื่นภัยพร่นนคร่นนคร้ามครนน นทีนูปนิเสวิเต มนนเมลื้อยลู่อยู่พ่างภาค ฝากสรทึงบึงบิบาง สปฺปา อชครา นาม หางหน้ากลววหววหน้ากลยด วยดขนดหลาม นามงูเหลือม อวิสา เต มหพฺพลา เลื่อมเลื่อมลายพิศมพศ ยศดรธามารแรงรื้อ เต มนุสฺสํ มิคํ วาปิ ยื้อมนุษย์ยุดกวางปา คร่าเอาช้าง ง้างเอาหมู อปิจาสนฺนมาคตํ พรูพลัดเพื่อน เคลื่อนพลัดพงษ์ หลงพลัดเหล่าเหย่ามาใกล้ ปริกขิปิตฺวา โภเคหิ ได้ฉมวยมัดรัดด้วยกาย ตายแงบงับพรับตาดยว วสมาเนนฺติ อตฺตโน ฉยวอำนาจอาตมเอาสัตว์ ฝัดบฝืนกลืนเป็นเหยื่อ อญฺเปิ กณฺหชฏิโน ปางเมื่อเจ้าเข้าดงด่าน ตววก่านกาจชาติชัฏขน อจฺฉา นาม อฆมฺมิคา สัตวตนสื่อชื่อมนนหมี ได้ทีทำนำ ความเข็ญ น เตหิ ปุริโส ทิฏฺโ ผู้เห็นพบหลบบได้ ตามไล่ลู่จู่จวนตน รุกขมารุยฺห มุจฺจติ แว่นบนกิ่งวิ่งบนยอด ฤๅรอดข้ยวค้ยวเล็บข่วน สงฺฆฏฺฏฺยนฺตา สิงฺคานิ ลุยเปือกป่วน ส่วนสัตว์โตรด ดุดันโดดโลดลองเขา ติกฺขคฺคาติปฺปหาริโน สรยบ ปลายเปลาเงาโง้งง่า ขวิดผาผ่าฆ่ากดูกทลาย มหิสา วิจรนฺเตตฺถ ชี้ชื่อควายชายชิง แซรง เล็บกล้ยงแกลง แผงฟีกไม้ นทึ โสตุมฺพรํ ปติ อาไศรยได้ใกล้วารีศ นาม นทีศสีตสวโดมพร์ ฯ

กลบทเก่า

  ทิสฺวา มิคานํ ยูถานํ โฉมนางเมืองเมื่อเมือป่า จะซ่าส่ำสรรมฤค ควํ สญฺจรตํ วเน โคกะทิงถึกท่ยวถ้อง ทุกแห่งห้องหิมพานต์ เธนุว วจฺฉคิทฺธาว แดสดุ้งดาลด่าวตวว เหมอนวววนางกำนัดลูก กถํ มทฺทิ กริสฺสสิ อย่าดูถูกอันโทลไพร จะเยียไยแก่อกเจ้า ทิสฺวา สมฺปติเต โฆเร ซ่าสองเท้าท่ยวโจน โผนยอดไม้ยุดแมก โฆเร เมาะ ภึสนวิรูเป รูปปลาศแปลกแปลนคน ภิงษนพิกลกลหลอก ทุมคฺเคสุ ปลฺวงฺคเม ค่างวนวอกครอกครองครวญ จละนีหวลโหน ปลายทูม อเขตฺตญฺาย เต มทฺทิ เจ้าบจัดเจนภูมิพื้นพง เปนเพื่อนองค์แดผวว ภวิสฺสเต มหพฺภยํ กลววยิ่งกลววแกลนขลาด แสนสามารถหมื่นภัย ยา ยา ตฺวํ สิวาย สุตฺวาน อ่อนองค์ใดดวงรัตน ยินสยงสัตวสิงคาล มุหุํ อุตฺตสเต ปุเร ยังตรดกดาลแดยรร เนื่องในจันทนนิเวศน์ สา ตฺวํ วงฺกํ อนุปฺปตฺตา ขวาขวันเนตรน้นนแม่ ถึงเขตรแค่เขาคด กถํ มทฺทิ กริสฺสสิ ศรีทรงยศพ่อเฮอย เยียไฉนเลอยเล่าฮา ิเต มชฺฌนฺติเก กาเล เมื่อเพลาท่ยงไถง เชอเฉาใบบ่มแดด สนฺนิสินฺเนสุ ปกฺขึสุ แสรกสยงแซดซอแซ นกจอแจจับร้อง สุณเตว พฺรหารญฺํ กึกก้องไม้ไพรพรยก ดุจรู้รยกเราท่าน ตตฺถ กึ คนฺตุมิจฺฉสิ ฟงงเย็นย่านแสยงภัย มักไปยงงปาน้นนณแม่ ฯ

  ตมพฺรวิ ราชปุตฺตี มทฺที สพฺพงฺคโสภนา ฯ ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ทรงญาณ อันว่าพระมหิบาลบุตรี อนนสรรพโสภณีในองค์ ก็ทูลท้าวธำรงราษฎร์คืน ด่งงนี้ ยานิ เอตานิ อกฺขาสิ วเน ปฏิภยานิ เม ข้าแต่สวรรศวเรศูร พระบัณฑูรแถลงภัย ท้งงหลายใดในดง แก่ข้าพระองค์อนนอนาถ สพฺพานิ อภิสมฺโภสฺสํ คจฺฉญฺเว รเถสภ ข้าแต่ราชรไถศภ ลูกบหลบหลีกตน อาจอดทนภัยภิต โดยเสด็จอิศวร เจ้าน้นน กาสํ กุสํ โปตกิลํ อุสิรํ ปุญฺชปพฺพชํ เมื่อเข้าขนนขอกป่า แขมคาหญ้าคมบาง กกแขมตวางวลีกาจ มุงกต่ายดาศปล้องแฝก อุรสา ปนุทหิสฺสามิ นาสฺส เหสฺสามิ ทุนฺนยา เอาอกแหวกไว้ช่อง เดอรซะซ่องก่อนไท้ ท้าวธเสด็จได้โดยศุข ทุกข์ธภาข้าบมี พหูหิ วตฺตจริยาหิ กุมารี วินฺทเต ปตึ สาวษัตรีตรูภักตร์ จะได้ผววรักษยิ่งยาก ด้วยจรรยามาก มีพรต อดอาทรทนธาร อุทรสฺสุปโรเธน โคหนุเวฏฺเนน จ อาหารถือถ่อมไส้ รัดบรัศไว้ด้วยผ้า อ้อนแอ้นอ้าเอวบาง ตระโพกคือคางโคผาย อคฺคิสฺส ปาริจริยาย อุทกุมฺมุชฺชเนน จ องงเอาอายอัคนี เพื่อผุดศรีใสสาว บหนีหนาวหน้าตรชัก ลักลงทึกทกไถง เวธพฺยํ กฏุกํ โลเก. คจฺฉญฺเว รเถสภ อ้าพระปรเสรอในสมบัติ ผววสลัดแล้งหญิง ร้อนใจจริงในโลกย ขอวิโยคยงงป่าไป กับผววน้นน ฯ อปิสฺสา โหติ อปฺปตฺโต อุจฺฉิฏฺํ ปริภุญฺชิตุํ อันว่าชายชื่อใด ภูลในชาติตํ่าตก แต่เดนภกษผววมละ ก็บควรจะกินกับ โย นํ หตฺเถ คเหตฺวาน อกามํ ปริกฑฺฒติ ก็อาจจับคร่ามือง่าย คมแหงม่ายอนนมิยอม เวธพฺยํ กฏุกํ โลเก คจฺฉญฺเว รเถสภ อ้าพระจอมรถราช เปนม่ายปราศจากผวว หววอกไหม้ในโลกย์ ขอพิโยคยงงป่าไป กับผววน้นน ฯ เกสคฺคหณมุกฺเขปา ภูมฺยา จฺ ปริสุมฺภนา เปนม่ายชายดูดำ กุมเกษกำแก้ผม ผลักล้มจมดินทราย แสร้งอวยอายอยดยศ ทตฺวา จ โน ปกฺกมติ พหุํ ทุกฺขํ อนปฺปกํ ให้ทุกข์ระทดเท่าฟ้า ซอซรึ่งหน้าบมิหลีก ฝีกแฝงแล้บมิมละ ด้วยปละผววปล่ยวเพื่อน เวธพฺยํ กฏุกํ โลเก คจฺฉญฺเว รเถสภ อ้าพระเลื่อนเลอภพ ธิปไตยศภสมบูรณ์ ม่ายอาดูรในโลกย์ ขอพิโยคยงงป่าไป กับผววน้นน ฯ สุกฺกจฺฉวี เวธเวรา ทตฺวา สุภคมานิโน กำเลาะเหล่ามักม่าย จ่ายจุณขัดผัดฉพี มีสัญญาว่าตนแง่ แผ่สินสู่สักน้อย อกามํ ปริกฑฺฒนฺติ อุลูกญฺเว วายสา ยื้อหญิงย้อยนํ้าตา กละฝูงกากาฬี ไหล้ตามตีตอมรุ้ง แสนสดุ้งดักดน เวธพฺยํ กฏุกํ โลเก คจฺฉญฺเว รเถสภ อ้าพระกูแก่นพญา เจศฎานนตในรถ ม่ายลาลศในโลกย ขอวิโยคยงงป่าไป กับผววน้นน ฯ อปิ าติกุเล ผีเต กํสปฺปชฺโชตเน วสํ ผิพึ่งอยู่ในเหย้าญาติ มิตรอนนอาจเอาธูร ภูลผิดด้วยเงอนทอง ลงงลองของคำใช้ เนวาติวากฺยํ น ลเภ ภาตูหิ สขิเกหิ จ ย่อมได้พากยอพิมาน ว่าเปนงานทำงล พี่น้องดลดูแคลน มิตรปากแปลนดูถูก เวธพฺยํ กฏุกํ โลเก คจฺฉญฺเว รเถสภ อ้าพระผู้ปลูกใจจูง พิภโพดูงคดุลเยศว์ ม่ายหมื่นเทวษในโลกย ขอพิโยคยงงป่าไป กับผววน้นน ฯ นคฺคา นที อนูทกา นคฺคํ รฏฺํ อราชิกํ สรทึงทุลายฦก ขาดขอดทึกธารา เมืองมหิมาม่งงพล บมีตนท้าวป้อง อิตฺถีปิ วิธวา นคฺคา ยสฺสาปิ ทส ภาตโร หญิงใดน้อง น้องพี่ถึงทัศ ผววซัดเสียแสนช้ำ เมืองแม่นํ้านางสาม ยลบมิงามแก่ตา เวธพฺยํ กฏุกํ โลเก คจฺฉญฺเว รเถสภ อ้าพรตราตรัสเมือง เรืองรไถศภสีพี ม่ายเดือดดีพรในโลกย์ ขอพิโยคยงงป่าไป กับผววน้นน ฯ ธโช รถสฺส ปญฺาณํ ธูโม ปญฺาณมคฺคิโน ธงชายปลายงอนรถ รถปรากฏด้วยธงเถกอง ควนนดำเลองแลเห็นไกล ไปปรากฏด้วยควนน ราชา รฏฺสฺส ปญฺานํ ภตฺตา ปญฺาณมิตฺถิยา ออกขุนขวนนวยงยศ วยงปรากฏด้วยขุน ผววมีคุณเมียรักษ์ เมียเพ็ญพักตรด้วยผวว เวธพฺยํ กฏุกํ โลเก คจฺฉญฺเว รเถสภ อ้าพระณหววข้าจ้าว ท้าวเลอศในสมบัติ ม่ายทุกข์ถนัดในโลกย ขอพิโยคยงงป่าไป กบผววน้นน ฯ ยา ทลิทฺที ทลิทฺทสฺส กานดาใดใจยุกดิ์ ร่วมทุกข์ได้ด้วยผวว อฑฺฒา อฑฺฒสฺส กิตฺติมา ผววศุขตววศุขตาม ความชอบกอปรกฤดยากยรณ ตํ เว เทวา ปสํสนฺติ เทพส่ำทยนทุกห้อง ซ้องเยอรยศหญิงน้นน ทุกฺกรํ หิ กโรติ สา สงงใดห้นนข้าให้คำ เหตุหาผู้ทำทยมมนนยาก สามิกํ อนุพนฺธิสฺสํ สรวมลาจากจอมไตรย ไปตามผววเพื่อนสอง สทา กาสายวาสินี ครองกาษาวดาบศ สาภิมตคํ่าเช้า ปถพฺยาปิ อภิชฺชนฺตยา แม้เปนเจ้าหล้าแหล่ง ผู้อื่นแบ่งให้สู่ เวธพฺยํ กฏุกิตฺถิยา หญิงอย่าคู่ขี่เมือง ก็ขุ่นเคืองคับค่งง อปิ สาครปริยนฺตํ ด่งงข้าทูลธเจ้ากู ธรณีคูคือสมุทร พหุวิตฺตธรํ มหึ ชัมพูพสุธธรงทรัพย์ สรรพเนกนับเนืองนอง นานารตนปฺริปูรํ พยบเพญแก้วนานัตร นิจฺเฉ เวสฺสนฺตรํ วินา เมื่อขจัดจากจอมผวว ตววลูกม่ายบมิหวงงเอาเลอย ฯ กถนฺนุ ตาสํ หทยํ สุขรา วต อิตฺถิโย ยา สามิเก ทุกฺขิตมฺหิ สุขมิจฺฉนฺติ อตฺตโน ฯ ยา สามิเก ทุกฺขิตมฺหิ อันว่าหญิงท้งงหลายใด ในเมื่อผววลำบาก สุขมิจฺฉนฺติ อตฺตโน ยำยามหยากอยู่ศุข เสพยสรนุกนิ์แต่ตน สุขรา วต อิตฺถิโย หญิงน้นนคนใจกระด้าง มล้างคุณผววผ่าเผ่า กถนฺนุ ตาสํ หทยํ ด่งงดำนยรเหล่าหญิงน้นนโสด ใจแห้งโหดฉนนนี้ แลฤๅ ฯ นิกฺขมนฺเต มหาราเช ในเมื่อพญาฦๅเลอศหล้า ผินหน้าออกจากกรุง สีวีนํ รฏฺวฑฺฒเน ธบำรุงราษฎร์สีมา ประชาชาวสีพี ตมหํ อนุพนฺธิสฺสํ ข้ามัทรีทูลบาท โดยเสด็จราชน้นนไป หิ เมาะ กสฺมา วทามิ การณกลใดลูกจึ่งว่า จะไปป่าด้วยดาย สพฺพกามทโท หิ เม เหตุท้าวทายบริบวรณ์ ยศท้งงมวลแก่ข้าแล ณ พระฮา ฯ ตมพฺรวิ มหาราชา มทฺทึ สพฺพงฺคโสภนํ อันว่าพญาผู้ประเสรอ สรญชยเลอศนิเลืองกระษัตร ตรัสแก่พระศรีสุณิสางค์ สบสรรพางคโสภณด่งงนี้ ฯ อิเม เต ทหรา ปุตฺตา ชาลี กณฺหาชินา จุโภ อันว่าโททหรี คือชาลีกัณหา ยงงพาลาเล็กนักลูกรักษเจ้านี้แม่ นิกฺขิปฺปลกฺขเณ คจฺฉมยนฺเต โปสยามเส เวนไว้แก่บิดา ดูราลูกทรงลักษณ แม่มักไปจงไป สองดนัยพ่อจะล้ยง เจ้าเองแล ฯ ตมพฺรวิ ราชปุตฺตี มทฺที สพฺพงฺคโสภนา จึ่งจอมนาฏมัทรี บุตรีท้าวมัทธราช ล้วนพิลาศองคอพยพ ก็จบบาทไท้ให้คำคืน ด่งงนี้ ปิยา เม ปุตฺตกา เทว ชาลี กณฺหาชินา จุโภ อ้าบพิตรสมมติศวรเทพา อนนเจ้ากัณหาชาลี ลูกสองศรีเสมอชนม์ รักยิ่งตนยิ่งตา ตฺยมฺหํ ตตฺถ รเมสฺสนฺติ อรญฺเ ชีวโสกินํ ปางลีลาลิวลี่ สถิตย์ที่อาทพาพน ลูกสองตนสองตู จะชูใจเศร้าให้สรดกว่าชื่นแล ฯ ตมพฺรวิ มหาราชา สีวีนํ รฏฺวฑฺฒโน อันว่าสมเด็จเจ้าพญามหินทราธรณีนาถ ผู้เจรอญราษฎรสีพี ก็มีพจนพิลาป ด่งงนี้

สาลีนโมทนํ  ภุตฺวา

อาสูรสองหลานเออย  ย่อมเสวอยเคยเข้าสาลี
  สุจิมํสูปเสจนํ
เนื้ออ่ววค่ววแกงดี  มีรศยิ่งสิ่งกับบาย
รุกฺขผลานิ  ภุญฺชนฺตา
ปางไปในครึมครุ  กินลูกชุลุเพรางาย
กถํ กาหนฺติ  ทารกา
สองราทารกชาย  หญิงจะจำทำกลใด
ภุตฺวา สตปเล  กํเส
อาสูรสองเคยครอง  ภาชนพานรองทองร้อยบรรล
โสวณฺเณ  สตราชิเก
ลวดหลายลายกณิกนันต์  ล้วนสุวรรณพรรณไพรู
รุกฺขปตฺเตสุ  ภุญฺชนฺตา
อาจิณกินพลับพลอง  ใบไม้รองตองปะปู
กถํ กาหนฺติ  ทารกา
กำพร้าหน้าเอ็นดู  สองจะจำทำกลใด
กาสิยานิ จ  ธาเรตฺวา
อาสูรเคอยภูษา  พรรณพัตรากราสิกศรี
โขมโกทุมฺพรานิ 
โกษมไสลไม่มี  ศรีเกาทุมพราเรือง
กุสจีรานิ  ธาเรนฺตา
ยะยุ่งนุ่งปอป่า  เปลือกไม้หญ้าคาเคือง
กถํ กาหนฺติ  ทารกา
ลำบากจากบ้านเมือง  สองจะจำทำกลใด
วยฺหาหิ  ปริยายิตฺวา
อาสูรเคอยทงงสอง  ทรงช้างวองทองเรืองงาม
สิวิกาย  รเถน จ
บางเทื้อเมือคานหาม  งามกวยนแก้วแพร้วพรายพรรณ
ปตฺติกา  ปริธาวนฺตา
ปบป่าฝ่าตีนยู่  เยอนทงงคู่ปู่โศกศัลย์
กถํ กาหนฺติ  ทารกา
ปิ้มม้วยด้วยสองขวัญ  เนตรจะจำทำกลใด
กูฏาคาเร  สยิตฺวาน
อาสูรสองสายใจ  เคอยนอนในกุฎาคาร
นิวาเต  ผุสฺสิตคฺคเฬ
แดดส่องช่องลมผสาน  บานแก้วชิดมิดมณฑล
สยนฺตา  รุกฺขมูลสฺมึ
เดอรดอนนอนขวงเชอ  พุ่มทุมเทวอต่างไหรญ
กถํ กาหนฺติ  ทารกา
สงสารหลานสองคน  เจ้าจะจำทำกลใด
ปลฺลงฺเกสุ  สยิตฺวาน
อาสูรเคอยไสยาศน์  ตยงมุกด์มาศอาศน์โอฬาร
โคนเก  จิตฺรสนฺถเต
ไพจิตรนิทรกำราล  กาฬโกชวเอาใจอร
สยนฺตา  ติณฺณสนฺถาเร
อยู่ยงงรงงแรมป่า  ได้หญ้าฟางต่างเหมาะหมอน
กถํ กาหนฺติ  ทารกา
สองราอาทรนอน  น้นนจะจำทำกลใด
คนฺธเกน  วิลิมฺปิตฺวา
อาสูรเคอยทาดอม  สวคนธหอมหื่นหรรษา
อคลุจนฺทเนน 
อรรคลุจันทน์จุรณา  ยาตนตลบอบพิโดร
รโชชลฺลานิ  ธาเรนฺตา
เหงื่อไหลไคหมักมอม  ต่างเครื่องดอมผอมอกโอน
กถํ กาหนฺติ  ทารกา
ชัฏช่องท่องอนนโทล  สองจะจำทำกลใด
วีชิตงฺคา สุเข  ิตา
อาสูรเคอยเปรมปรีดิ์  แหนผู้ที่ชิอีศฎเอางาน
จามรีโมรหตฺเถหิ
แซ่ทรายกรายพยชนิพาน  ใบตาลคำกำหางยูง
ผุฏฺา ฑํเสหิ  มกเสหิ
ขมอยเมือเฝื่อแฝกหญ้า  ยุงชุมฉ่าฝ่าเหลือบฝูง

กถํ กาหนฺติ ทารกา

 ไร้พยชนิอยดอำรูง สองจะจำทำกลใด น้นนโสดแล ฯ
 
  เอวํ เตสํ สลฺลเปนฺตานญฺเว รตฺติ วิภายิ สุริโย อุคฺคจฺฉิ เมื่อสี่สุริยเหง้ากระษัตร ธดำรัสรํ่ารักกัน โดยพรรณานี้ บมิคลาศ ภอจวบราศตรีรุ่งระราง สรางสรางแสงสุริโยเคจฉ์ เสด็จแสดงดวงเดอรโดยโพยม คฤโฆศประโคมฆ้องขานยาม ย่ำเขยียแฮ ฯ มหาสตฺตสฺส จตุสินฺธวยุตฺตํ อลงฺกตรถํ อาเนตฺวา ราชทฺวาเร ปยึสุ ชาวผู้นักงานท้งงหลาย ก็นำถวายยานลงกต รถอำไพรุไพฑูรย์ ทยมดูร แสนธพชาติ ไว้แทบราชทวารนิเวศน์ เพื่อพระตรีโลเกศวร์ แก่นกษัตร ธทรงเมื่อ น้นน ฯ มทฺที เทวี สสฺสุสสุเร วนฺทิตฺวา เสสิตฺถิโย จึ่งพระมัทรีนางหนุ่มเหน้า เชีย เชิงเจ้าพ่อผววแม่แง่ แม่ผววงามสามท่าธบนาน ลาเหล่าสาวศฤงฆารคะใน อนน เหลือน้นน ฯ ตมตฺถํ อันว่าพระนาถนายพวก ผู้มลวกล้างมลาย คายภพาภพภูล เกษม เมื่อจะโปรดเปรมประกาศอรรถ แก่บรรษัทยสิ้นท้งงมูล ก็บัณฑูรสารคาถา บรรถยาพฤศดิด่งงนี้ ตมพฺรวิ ราชปุตฺตี มทฺที สพฺพงฺคโสภนา ฯ ภิกฺขเว ดูกรภิกษุสาทร ผู้ปรหรห่วงหืนห้า ราชปุตฺตี มทฺที สพฺพงฺคโสภนา อันว่าลูกเจ้าฟ้าฟอดพงษ มัทรีองคลออสรรพ ตมพฺรวิ ก็ให้คำคำนับบววบาท สองสวรรศวราชวเรนทร ด่งงนี้ ฯ มา เทว ปริเทเวสิ อ้าพ่อภูบดีศวร อย่ารัญจวนใจครํ่า มา จ ตฺวํ วิมโน อหุ อย่าร้อนร่ำใจเร้า อย่าเสาะเศร้าใจเสีย ยถา มยํ ภริสฺสาม ข้าผววเมียท้งงสอง ครองผลภูชพยงใด ตถา เหสฺสนฺติ ทารกา สองอ่อนไททารก จะภกษผลพยงน้นน มิอย่าเลย ฯ อิทํ วตฺวาน ปกฺกามิ มทฺที สพฺพงฺคโสภนา พระมัทรีเจ้าจอมปรางค์ นางงามสัพทรงโฉม กล่าวโลมใจนี้แล้ว ลุกคละแคล้วออกมา สิวิมคฺเคน อเนฺวสิ ปุตฺเต อาทาย ลกฺขณา นงลักษณพาพระคู่สมร จรโดยพิถยผลูมารค อนนสีพิราชควรไป เนาในรถก่อนผวว ธท่าอยู่ ฯ ตโต เวสฺสนฺตโร ราชา ทานํ ทตฺวาน ขตฺติโย ปิตุ มาตุ จ วนฺทิตฺวา กตฺวา จ นํ ปทกฺขิณํ ฯ ตโต เมาะ ตสฺสา มทฺทิยา ิตกาเล กาลอนนพระมัทรีสถิต วิจิตฺตรเถ เหนือรถพิจิตรเมื่อน้นน เวสฺสนฺตโร ราชา บ้นนพระบาทแพศยันดร ทานํ ทตฺวาน ขตฺติโย กษิดินทร ทายทานแล้ว ปิตุ มาตุ จ วนฺทิตฺวา ไหว้พระแก้วสองรา กตฺวา จ นํ ทกฺขิณํ เยียสองเปนเบื้องขวาไขว่วยร วงฉวยรสามรอบแล ฯ จตุวาหึ รถํ ยุตฺตํ สีฆมารุยฺห สนฺทนํ อาทาย ปุตฺตทารญฺจ วงฺกํ ปายาสิ ปพฺพตํ ฯ จตุวาหึ รถํ ยุตฺตํ อารุยฺห ก็เถลองทรงรถทยมแสะสี่ สีฆํ สนฺทนํ เดอรเร็วรี่ราชยาน อาทาย ปุตฺตทารญฺจ ภาพระโทบุตร วงฺกํ ปายาสิ ปพฺพตํ สู่สิลุจยวงกาจลน้นน ฯ ตโต เวสฺสนฺตโร ราชา เยนาสิ พหุโก ชโน อามนฺต โข ตํ คจฺฉาม อโรคา โหนฺตุ าตโยติ ฯ ตโต เมาะ ตสฺส มหาสตฺตสฺส คมนกาเล เมื่อท่านขับรถเต้า เวสฺสนฺตโร ราชา จึ่งพระเจ้าจุมพล เยนาสิ พหุโก ชโน ท่วยอยูหลใดคอย ตตฺถ รถํ เปเสตฺวา ขับรถรอยหลน้นน อิติ วจนํ อาห ธก็ซ้นนกล่าวสาร ด่งงนี้ าตโย อ้าฝูงญาติกูเออย อโรคา โหนฺตุ สูจงเสบอยเบาไข้ อามนฺต โข ตํ สองตู ให้คำรา คจฺฉาม ลาสูเหล่าลีลาศ ปุญฺานิ กโรถ สูญาติอยู่เยียบุญ ทานาทีนิ เปนต้นทุนคือทาน เทอญ ฯ โพธิสตฺตมาตา ปุตฺโต เม ทานจิตฺตโก ทานํ เทตูติ เมื่อน้นนสมเด็จนางพญา มาดาพระโพธิสัตว์ ก็ตรัสเห็นเหตุด่งงนี้ อันว่าลูกกูผู้บดี ย่อมมีใจจอดทาน ลูกภูบาลจงให้ โดยธคิดน้นน ฯ อาภรเณหิ สทฺธึ สตฺตรตนปูรานิ สกฏานิ อุโภสุ ปสฺเสสุ เปเสสิ ฯ ธให้ขนแก้วสิ่งสับด กับอาภรณพิพิธ เต็มเล่มสกฤฏหลายหลาก ฝากส่งเต้าตามทาง สองพ่างข้างคยงไป เพื่อลูกไททายทาน แก่คนน้นน ฯ โส ปิ อตฺตโน กายารูฬฺหเมว อาภรณภณฺทํ โอมุญฺจิตฺวา เจ้าพญาแพศยันดร ก็ปลดอาภรณาดูล กายารูฬหรจนา ยาจกานํ อฏฺารสวาเร ทตฺวา ให้ยาจกจรโดย โกรยจักกฤศวโรรส อัศฎาทศถ้วนวาร อวเสสํ สพฺพํ อทาสิ สรรพทรัพยสารสิ่งเสศ ธิเบศวร์บริตยาคให้ บมิเหลือไว้สักน้อยหนึ่งเลอย ฯ โส นครา นิกฺขมิตฺวาว รถํ นิวตฺติตฺวา นครํ โอโลเกตุกาโม อโหสิ พระออกจากวยงชย ธอาลัยสองทรงยศ เพื่อผินรถดูเมืองแห่งตนน้นน ฯ อถสฺส มนํ ปฏิจฺจ รถปฺปมาเณ าเน มหาปวี ภิชฺชิตฺวา ในปางน้นน อันว่าพสุธาดิเรก เฉกดยงแดท่านท้าว ก็ร้าวระแหงให้บมินาน ภอประมาณที่เท่ารถ กุลาลจกฺกํ วิย อโหสิ รถํ นคราภิมุขํ อกาสิ ก็ปรากฏกลจักรฉนงง หยนให้หน้ายานยงงหย่อมเมือง แห่งน้นน ฯ โส มาตาปิตูนํ วสนฏฺานํ โอโลเกสิ จึงพระหน่อโลกนาถ ก็เมอลนิวาศนวรสถาน เจ้าจอมปราณท้งงสอง ในเมืองน้นน ฯ เตน วุตฺตํ เหตุการณน้นน อันว่าจองคาถา อนนสมเด็จพระมหามุนี กล่าวแก่พรหมจารีสาริบุตรเล่า ด่งงนี้ นิกฺขมิตฺวาน นครา นิวตฺติตฺวา วิโลกิเต ตทาปิ ปวี กมฺปิ สิเนรุวนวฏํสกาติ ฯ วสนฏฺาเน ในเมื่อสถานที่สถิต เวสฺสนฺตเรน อันบพิตรเผ่าโพธิ์ นิกฺขมิตฺวาน นครา ท่วยเล็งโลดธออกวยง นิวตฺติตฺวา วิโลกิเต แปรรถมยงเมอลเห็น ยทา เปนบรตยักษปางใด ตทาปิ ปวี ปางน้นนไกรโกรมธาตุ สิเนรุ เอาดอยราชเมรู วนวฏํสกา และนนทพนชูเปนเซรอด กมฺปิ ก็เกอดพิการกำบน ในกษณน้นน ฯ สยํ ปน โอโลเกตฺวา มทฺทีปิ โอโลกาเปตุํ คาถมาห ตนธเล็งจบแล้ว เพื่อยงงรงงแก้วมัทรี ให้ทฤศดีเมืองสร้อง ก็พร้องพระคาถาเตือนไป ด่งงนี้ อิงฺฆ มทฺทิ นิสาเมหิ รมฺมรูปํว ทิสฺสติ อาวาโส สิวิเสฏฺสฺส เปตฺติกํ ภวนํ มมนฺติ ฯ อิงฆ มทฺทิ พี่เตือนอ้าองค์อ่อน ดูก่อนเจ้ามัทรี อาวาโส สิวิเสฏฺสฺส อันว่าบุรีราชาวาศ แห่งสีพิราชเจ้าเจศฎา ทิสฺสติ ปรากฏมายงงเยาคเทศ แห่งสายเนตรนงพาล นิสาเมหิ รมฺมรูปํว จุ่งเล็งสถานท่านท้าว ที่อะคร้าวควรครอง เปตฺติกํ ภวนํ มม เปนประสาทของท้าวพ่อ แห่งพี่แล ฯ อถ มหาสตฺโต สหชาเต สฏฺิสหสฺเส อมจฺเจ เสสชนญฺจ นิวตฺตาเปตฺวา ดับน้นนอันว่า พระหน่อชินศรี ก็มีบัญชาชาวสหชาติ อมาตยหกหมื่นตน และคนอนนเหลือโดยรอบ ให้คืนคอบเข้าพระนคร รถํ ปาเชนฺโต มทฺทึ อาห ธก็ขับรถจรจารึก จึ่งลศึกไขข้อพระสาศน์ แก่พระทาราธิราชเจ้า ด่งงนี้ ภทฺเท ดูแนหน้านฤมล ยาจกา อันว่า ชนยาจกากร สเจ อาคจฺฉนฺติ ยยวจะจรดล โดยหลงง อุปธาเรยฺยาสิ เจ้าช่วยรวงงวิจารณ จุ่งท่ววเทอญ ฯ สาปิ โอโลเกนฺตี นิสีทิ พระมัทรีทรงลักษณ์ ก็น่งงต้งงภักตรแพ่งดู อยู่แล อถ จตฺตาโร พฺราหฺมณา รเถน คโตติ สุตฺวา ในกาลน้นน อันว่าพราหมณสี่รา มามิทนนทานสับดสดก ยินว่าหน่อนายกผู้ใหญ่ยศ ธเสด็จด้วยรถรัตนาศน อสฺเส นํ ยาจิสฺสามาติ อนุพนฺธึสุ ก็ชวนกนนดลโดยมารคผลู คิดว่ากูจะขอม้า แห่งธน้นนฯ อถ มทฺที เต อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวา อาโรเจสิ ฯ ดบน้นนนาฎนงราม เห็นพราหมณท้งงสี่มา ก็ทูลสวามินทรท้าว ให้ชราบแล ฯ มหาสตฺโต รถํ เปสิ ฯ สมเด็จบรมมหาสัตว ตรบัดก็หยุดรถไว้ ในที่น้นนฯ ตมตฺถํ อันว่า พระผู้เลอศผู้ อนนกู้สัตว์สากล ให้ข้ามวลวัฏสงสาร เมื่อประทานแถลงอัดถ์ ก็ดำรัสสารคาถาด่งงนี้ ตํ พฺราหฺมณา อนฺวคมุํ เต ตํ อสฺเส อยาจิสุํ ฯ ภิกฺขเว แฮ ภิกษุท้งงหลายผู้รสายภพท้งงสาม ตํ พฺราหฺมณา อนฺวคมุํ อันว่าพราหมณ์สี่ตน มาโดยดลท่านแล้ว เต ตํ อสฺเส อยาจิสุํ ขอม้าแก้วท้งงสี่ ที่ทยมแก้วกวยนกวัด ยาจิโต ปฏิปาเทสิ บ้นนพระมหาสัตว์สุรภาพ พราหมณ์ขอลาภให้ปลด จตุนฺนํ จตุโร หเย ปลดจาดูรดุรง ปลงแก่พราหมณ์ท้งงสี่ อนนขอน้นนฯ อสฺเสสุ ปน ทินฺเนสุ รถธุรํ อากาเสเยว อฏฺาสิ ฯ เมื่อปลดม้าให้แล้ว แอกรถแก้วก็บนนดาล ประดิษฐานที่อากาศ เปนมหาศจรรยใจ จริงแล ฯ อถ พฺราหฺมเณสุ คตมคฺเคสุเยว มาตรเมื่อพราหมณ์ท้งงสี่ ไปจากที่ธปางน้นน ฯ จตฺตาโร เทวปุตฺตา โรหิตวณฺเณนาคนฺตวา อันว่าบ้นนเทพบุตร สี่องคอุดม์เอาเพษ เปนรม่งงเมศมาศมา รถธุรํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อคมํสุ ดยงศึกษาด่งงแสะ รับรนนแทะธูรเถกอง ย่างยอเชองชักรถธไปแล ฯ มหาสตฺโต เตสํ เทวปุตฺตภาวํ ตฺวา อิมํ คาถมาห พระพุทธวงษมหาสัตว์ ก็ดยงถนัดในกแน่ ว่าเทพเจ้าแง่งำเงื่อนเปน รม่งงเลื่อนลากยาน ก็กล่าวสารพระคาถา แด่พระอรรคชายา ด่งงนี้ อิงฺฆ มทฺทิ นิสาเมหิ จิตฺตรูปํว ทิสฺสติ ฮาเจ้าพี่ชี้ให้แพ่ง เจ้าแน่งเนื้อนวลหงษ์ จุ่งส่งตาแลล่อง จุ่งส่องตาแลดู อัศจรรยตรูตรยบขยล มิคาโรหิจฺจวณฺเณน ทกฺขิณสฺสา วหนฺติ มํ แท้เทพนยรมิตรม่งง เหลืองปล่งงดูดงงทอง ชักรถผยองอย่างอัศว์ สารถีหัดให้ชำนาญ ลานหลากเลงพิศวง กว่าชื่นแล ฯ รถสฺส ปน ทินฺนภาวํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าพระผู้เปนเจ้า เกล้าสงสารมารพิชิต เมื่อปรกาษิตทวิชาคต ขอราชรถธให้พลนน ก็อาห์ฉันทพระคาถาด่งงนี้ อเถตฺถ ปญฺจโม อาคา โส นํ รถมยาจถ ฯ ภิกฺขเว อ้าทวยสงฆ์ท้งงสิ้น บมิดิ้นด้วยโลกธรรม์ อเถตฺถ ปญฺจโม อาคา อันว่า พราหมณ์หนึ่งเต้า บนนจบท้าวถ้วนเบญจ์ โส นํ รถมยาจถ เห็นยานพญาอายาจน์ ราชรถน้นนในเถื่อน ตสฺส ตํ ปฏิยาทาสิ กูบเบือนเคลื่อนคำยอ คำดยวขอก็ให้มนน น จสฺสุปหโต มโน ก็บหู่ใจปนนบริตยาค เพื่อพุทธภูมภาคหน้าไส้ ตโต เวสฺสนฺตโร ราชา พระแพศยันดรไท้ธิราช ตูเอาชาติน้นนแท้ โอโรเปตฺวา สกํ ชนํ ให้ลูกแลเมียลง จากรถทรงทนนใด อสฺสาสยิ อสฺสรถํ อื้นเอาใจพราหมณ์แพร่ มอบรถแง่เรือนงาม พฺราหฺมณสฺส ธเนสิโน แก่พราหมณ์ได้ด้วยฉบับ อนนแสวงทรัพย์สืบชีพ แห่งตนน้นน ฯ อถ มหาสตฺโต มทฺทึ อโวจ ปางน้นนบ้นนบรมสัตว์ ก็ตรัสแก่พระมัทรี ด่งงนี้

ตวํ มทฺทิ กณฺหํ คณฺหาหิ  ลหุกา เอสา กนิฏฺกา

แม่เออยอุ้มแก่นแก้ว  กรรณหา เทอญแม่
ลูกลหุกชินา  นาฎน้อง
อหํ ชาลึ คเหสฺสามิ  ครุโก ภาติโก หิ โส
พี่รับพี่พงา  ชาลีศ เล่าแฮ

หนักกว่าลูกทัดท้อง  พี่อุ้มเอาภาร ฯ

 ตมตฺถํ อันว่าพระพุทธพี ศรีสวากยบฤงคพ สบสรรพพิพิธพุทไธสูรย ไพบูลยบรมาธิการอนรรฆ์ มหันตดโรฬาราภิรมย์ สมภารเพ่อมพนนตยาคี เมื่อ บนนลือสีหสุรนาทสาศน โปรฎประกาศอรรถบวร แก่ทวยสรรพสาธรท้งงสี่ ก็คลี่พุทธพาจก ยกอพสารคาถา อาห์ด่งงนี้

ราชา กุมารมาทาย  ราชปุตฺตี จ ทาริกํ

สมฺโมทมานา ปกฺกามุํ  อญฺมญฺํ ปิยํ วทาติ ฯ
โภ สาริปุตฺต  ดูกรพระธรรมเสนา
สราพกพายขวา  พระเจ้าผู้แจ้งจบธรรม์
ราชา กุมารํ อาทาย  ปางน้นนเจ้าพญาแพศยัน
ดรได้จอมขวัญ  ชาลีพิลาศลักษณา
ราชปุตฺตี จ ทาริกํ  มัทรีมัทธราชธิดา
ได้แก้วกัณหา  สององค์อุ้มองค์สองอร
สมฺโมทมานา ปกฺกามุํ  สองท่านสองท้าวบทจร
สโมทสโมสร  สมรรคสมานบานใจ
อญฺมญฺํ ปิยํ วทา  นักท้าวน้องท้าวหน่อไท
อมฤดยสารใส่  กันแสนสณหเสนหา
นวุตฺตรทฺวิสตคาถาปฏิมณฺฑิตํ  สองร้อยกับเก้าคาถา

ทานกัณฑพรรณา  ก็เสร็จสำฤทธิบริบูรณ์ ฯ

 ทานกณฺฑํ นิฏฺิตํ นิพนธพิศดารทานกัณฑ์ พระรัตนมุนีวัดราชสิทธาราม ถวายสนองพระเดชพระคุณ จบเท่านี้

 วันศุกร เดือน ๕ ขึ้น ๖ ค่ำ พระพุทธศักราช ๒๓๕๗ ปีกุน สับดศก ทฤๅฆายุศม สวัสดิ





๑. เมื่อพระเวสสันดร พระราชทานม้ารถหมดทุกสิ่งแล้ว จึงตรัสแก่พระนางมัทรีว่าพี่จะอุ้มพ่อชาลีเจ้าจงอุ้มแก้วกัณหา พากันเสด็จดำเนินโดยสถลมรรคาบรรลุถึงเมืองเจตราช
๒. พวกเจ้าเจตราชทราบข่าวเสด็จพระเวสสันดร พากันเสด็จมาเฝ้า ทูลถวายพระนครให้ครอบครอง พระองค์มิได้ทรงรับ
๓. เจ้าเจตราช ส่งเสด็จพระเวสสันดรไปเขาวงกฏแล้วทรงตั้งนายเจตบุตรพรานไพรให้เป็นนายด่านรักษาประตูป่า
๔. พระเวสสันดรเสด็จถึงอาศรมในบริเวณเขาวงกฏ ซึ่งท้าวสักกเทวราชให้วิสสุกรรมนิรมิตไว้ แล้วทรงเพศเป็นดาบส พระนางมัทรีก็ทรงเพศเป็นดาบสินี บำเพ็ญพรตอยู่ในพระอาศรมนั้น

 เต ปฏิปเถ อาคจฺฉนฺเต มนุสฺเส ทิสฺวา อันว่าพระมหากระษัตรทงงสองแลพระราชบุตร ยลมนุษย์ทงงหลาย ทวยหญิงชายฝูงราษฎร์ มาโดยมารคอนน เฉพาะพิถี พ่างกษัตรียาภิมุขเมื่อนั้น ฯ กุหึ วงฺกตปพฺพโตติ ปุจฺฉนฺติ ท้าวธก็ถาม ดงงนี้ ดูกรมนุษยทงงผอง อันว่าท้องเขาวงกฏการญ อยู่สถิตสถานตำบลใด นิวสิ้น ฯ มนุสฺสา ทูเรติ วทนฺติ อันว่ามนุษยทงงหลาย จึ่งจะกล่าวท่าวทูล แด่ พระนเรนสูรว่าดงงนี้ บพิตร อันว่าเขาวงกาจลประมาณ อยู่ทุรัศสถานกว่าชื่นแล ฯ เตน วุตฺตํ เหตุการณน้นนท่ยงแท้ อันว่าพระพุทธเจ้าผู้แปล้ปราบพลมาร ก็มีพุทธโองการ แก่สงฆ์นิกรทงงหลาย ด่งงนี้ ยทิ เกจิ มนุชา เอนฺติ อนุมคฺเค ปฏิปเถ มคฺคนฺเต ปฏิปุจฺฉาม กุหึ วงฺกตปพฺพโต ฯ โภ สาริปุตฺต ดูกรพระธรรมเสนาบดี ศรีสาริบุตร อุดมอาริยอรหันต์ เกจิ มนุชา ยทิ เอนฺติ ผิแลคนผู้ใดใครใครก็ดี แลมา อนุมคฺเค โดยปริษฎาคมามารค ปฏิปเถ ในทางราชลีลา โดยรถยาภิมุข มยํ อันว่าตูผู้ทนทุกข์ลำบาก ไพร่ขับพรากจากพระนคร ปฏิปุจฺฉาม คมนมคฺคํ ตูก็ถามพิถยันดรลิ่วลี่ที่ทางตูเสด็จ เต มนุเช แก่คนผู้เคจฉาเคจฉทางท่อง อิติ วจเนน ด้วยคำถ่องดงงนี้ โภนฺโต มหาชนา ดูกรมหาชน พู้นพี้จงสูบอกบถ วงฺกตปพฺพโต อันว่าเขาวงกฏกันดาร กุหึ าเน โหติ มีในสถานที่ใดด่งงน้นน สูเร่งซ้นนบอกแก่ตู หนึ่งรา เต ตตฺถ อมฺเห ปสฺสิตฺวา เขาเห็นตูทงงสี่กระษัตร ในทางพลัดเมืองไปปล่ยวน้นน กลูนํ ปริเทวิยุํ เขาก็ไห้พิลาปลาลศ กราบกรุณา ทุกฺขนฺเต ปฏิเวเทนฺติ เขาก็บอกความทุกขทรเหล แก่ตูผู้บันเดนบันเดอรเท้า ฯ ทูเร วงฺกตปพฺพโต บพิตร อันว่าเขาวงกฏอยู่ไกล แต่นี้ไปลิ่วลี่แล มคฺคสฺส อุโภสุ ปสฺเสสุ ในสองข้างทางท่อง ยังซ้นนซ่องวงกาจล วิวิธผลธาริโน ไม้มีผลต่างๆ ย้อยยำย่างสุกใสทุกแห่งโสด รุกฺเข ทิสฺวา ทารกา โรทนฺติ อันว่าราชกุมารท้งงสองกระษัตร ตรบัดเห็นลูกไม้ ก็ไห้หวนวอนเอาแก่พระราชบิดา ท่านแล ฯ มหาสตฺตสฺสานุภาเวน ผลธาริโน รุกฺขา โอนมิตฺวา ด้วยอานุภาพพระศรีสรรเพ็ชญ์ สมเด็จไท้ทศพล อันว่าไม้มีผลค่าค้อม ก็น้อมนวยทวยทอดมาเอง เมื่อน้นน หตฺถสมฺผสฺสํ อาคจฺฉนฺติ มาบให้ห่างพ่างพระหัตถ์ พระโพธิสัตว์ผู้มีสํภารโสดแล ฯ ตโต สุปกฺกผลาผลานิ อุจฺจินิตฺวา เตสํ เทนฺติ อันดับน้นน อันว่าพระผู้เผ่าศรีสัมพุทธาทิตย์ ธก็ปลิดเอาลูกไม้จากศาขยอันทำนวย อวยแต่พระราชกุมารทงงสองโสดแล ฯ ตํ ทิสฺวา มทฺที สพฺพงฺคโสภนา อันว่าเจ้ามัทรีผู้งามพิเสศ คร้นนแลทอดพระเนตรแยงยลกลอานุภาพ พระผู้ปราบพลมาร ด่งงน้นน ก็ซ้นนกล่าวสรรเสรอญ เยอนยศษจรรย อันบ่ห่อนเห็น แลมาเห็นเปนปรากฏด่งงนี้ เตน วุตฺตํ เหตุการณน้นน อันว่าบ้นนพระคาถานี้ แลพระผู้นี้บาปบานบุญ อดุลยเดชโชไชย ไตรภพนารถ แกล้งประกาศแก่สงฆ์ทงงหลาย ด่งงนี้ ยทิ ปสฺสนฺติ ปวเน ทารกา ผลิเต ทุเม ฯ ภิกฺขเว ดูกรภิกษุบริพาร เทฺว ทารกา อันว่าราชกุมารกุมาริกา ยทิ ปสฺสนฺติ เมาะ ยทา ปสฺสนฺติ ในกาลเมื่อใด ผิแลได้ทอดตาเห็นตรบัด ทุเม ผลิเต ไม้ลำลัดลูกซรุก แห่งไพรภิรุกขดูสรดักสรดื้น ปวเน เมาะ มหาอรญฺเ ในพ่างพื้นอรัญญิก อันวิวิกวนาลีเลอศน้นน เตสํ ผลานํ เหตุมฺหิ อุปโรเทนฺติ ทารกา เทฺว ทารกา อันว่าแก้วแก่นกัณหาชาลีราชบงงอร อุปโรทนฺติ เมาะ ปริเทวนฺติ ก็ไห้หวนวอนเอาบมิอย่า เตสํ ผลานํ เหตุมฺหิ เหตุลูกไม้ป่าเปนบนนเลง วงงเวงใจกว่าชื่นแล โรทนฺเต ทารเก ทิสฺวา ไม้ทงงหลายพาลโพธ เห็นกษัตรสองโรทร้องประปราน อุพฺพิคฺคา วิปุลา ทุมา ดาลสํเพศพนนฦก ลคึกเกรอกกรุณา สยเมโวนมิตฺวาน อ่อนเองมาปรตยาก น้อมนวยสาขยถวายผล อุปคจฺฉนฺติ ทารเก ใกล้หัตถ์ ดลดนุช สองวิสุทธเพาพาล ฯ

 อิทํ อจฺเฉรกํ ทิสฺวา นางนงคราญคร้นนซ่า อัศจรรย์ป่าเปนลาง อพฺภูตํ โลมหํสนํ ปางนี้ใครค่าแจ้ง แลมาแกล้งเกอดกลัวแสยง สาธุการํ ปวตฺเตสิ แครงคํรพยบววบาท ไหว้นรนารถนักบุญ มทฺที สพฺพงฺคโสภนา อรอดุลยยศยิ่ง งามสบสิ่งสรรพางค์ อจฺเฉรํ วต โลกสฺมึ ด่งงนี้ ปางเปนเหตุ ทุกทางเทศมีมา อพฺภูตํ โลมหํสนํ เกษาแสยงสยบกรีดิ์ มีมรีดฤๅแลมามี เวสฺสนฺตรสฺส เตเชน ด้วยพระพิริยพระพ่าห์ ท้ายผู้ผ่าพลมาร สยเมโวนตา ทุมาติฺ ไม้ตระการรยงร่ม บุญท้าวข่มก็โอนเอน อ่อนแลฯ

 เชตุตฺตรนครโต สุวณฺณคิริตาโล นาม ปพฺพโต ปญฺจโยชนานิ อันว่าหนทางแต่เชตุดร แลจะไปถึงศิขรสุพรรณคิรีดาล มีประมาณห้าโยชน์ แล ตโต โกนฺติมารา นาม นที ปญฺจโยชนานิ อันว่าหนทางแต่สุพรรณคิรีดาล แลจะไปถึงนทีธารชื่อโกนติมารานที มีประมาณห้าโยชน์แล ตโต มารญฺชนคิรี นาม ปพฺพโต ปญฺจโยชนานิ แต่โกนติมารานที แลจะไปถึงมารัญชนบรรพต โดยกำหนดว่าไว้ก็ได้ห้าโยชน์ แล ตโต นาฬิทณฺฑพฺราหฺมณคาโม ปญฺจโยชนานิ แต่มารัญชนคิรี แลจะไปถึงนาฬีทัณฑพราหมณคามน้นนโสด ก็ได้ห้าโยชน์แล ตโต มาตุลนครํ ทสโยชนานิ แต่ป่าน้นนแลจะไปถึงมาตุลยพิไสย ไกลสิบโยชน์แล อิติ ตํ รฏฺํ เชตุตฺตรนครโต ตึสโยชนานิ โหนฺติ อันว่าหนทางแต่เชตุดร แลจะไปถึงมาตุลยนคร สามสิบโยชน์ประมาณ ด้วยประการด่งงนี้ ฯ เทวตา ตํ มคฺคํ สงฺขิปึสุ อันว่าเทพยดาก็ปรานีกระษัตรท้งงสี่ ก็บันทึกที่หนทางน้นนเข้ามา บมิให้ทุราทวาร ด่งงก่อนเลอย ฯ เต เอกทิวเสเนว มาตุลนครํ สมฺปาปุณึสุ อันว่ากระษัตรทั้งสี่ตน เสด็จวันเดียวดลมาตุลยนคร พระภูธรก็นฤทุกขแล ฯ เตน วุตฺตํ เหตุการณน้นน อันว่าพระผู้มีญาณยศยิ่ง จึ่งบนนทูรคาถาด่งงนี้ สงฺขิปึสุ ปถํ ยกฺขา อนุกมฺปาย ทารเก ฯ ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ทวยทรงศีลสงงวร ยกฺขา เมาะ อรญฺเ อธิวตฺถา เทวตา อันว่าเทพยดารักษากรถ้วนหมู่ อรญฺเ อธิวตฺถา อนนอยู่ในป่าพระหิมพานต์ พฤกษกันดารไพรยูร สงฺขิปึสุ ปถํ เมาะ เวสฺสนฺตรสฺส คมนมคฺคํ จึ่งบ่นนมูลมรรคา ที่พระมหาสัตว์จะเสด็จไป อนุกมฺปาย เมาะ อนุกมฺปตฺถาย เหตุอาไลยลาลศ ทารเก เมาะ ทารกานํ กำสรดแก่สองราชกุมาร อนนจะข้ามทุรัศทวาร ยาวโยชน์น้นน นิกฺขนฺตทิวเสเนว เจตรฏฺมุปาคมุนฺติ ฯ เต จตฺตาโร ขตฺติยา อันว่า กระษัตรท้งงสี่พระองค์ ฯ อุปาคมุํ เสด็จข้ามดงดลบหึง เจตรฏฺํ ถึงเมืองมาตุลยนคร อันอดิสรในเจตราษฎร์ นิกฺขนฺตทิวเสเนว ในเมื่อท้าวธเสด็จยุรยารตออกแล้ว เชตุตฺตรนครโต จากเมืองแก้ว พระสรรเพชญ์ภูธร อันชื่อเชตอุดดรเมืองมิ่ง อุปคจฺฉนฺตา จ ปน เชตุตฺตรนครโต ปาตราสสมเย นิกฺขมิตฺวา เสร็จเสวยงายไคลคลาส ธก็เสด็จจากราชธานี บุรีรมยท่านน้นน สายณฺหสมเย เจตรฏฺํ มาตุลนครํ สมฺปตฺตา ในกาลเมื่อสายาหยูรยาตร ธก็เสด็จถึงมาตุลยบุรีย อันเปนอธิบดีแก่เจตราษฎร์น้นน ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ สตฺถา อันว่าพระไตรโลกนารถ อีกอดีตชาติสํเร็จ เสร็จสํริทธิ์พระคาถา แก่พระญาพระญาติให้ปรตยักข์ แก่ทักษิณยทงงหลายด่งงนี้ เต คนฺตวา ทีฆมทฺธานํ เจตรฏฺมุปาคมุํ อิทฺธํ ผีตํ ชนปทํ พหุมํสสุโรทกํ ฯ ภิกฺขเว ดูกรภิกษุบริพารอริยสงฆ์ เต จตฺตาโร ขตฺติยา อันว่ากระษัตรทงงสี่พระองค์อนาถ ฯ คนฺตฺวา เสด็จแคล้วคลาสคลาไป ทีฆมทฺธานํ เมาะ ทูรมคฺคํ ทิศมารคอันไกล พ้นพิไสยลิ่วลี่ อุปาคมุํ ท้าวทงงสี่เสด็จดล แดนดรมวลตรบัด เจตรฏฺํ ด้าวเจตรัฎสิมาคมนาคมน อํพลด้วยจีนจาม พราหมณ์ชวารามัญ อันพิไสยไทเทศ นานาเพศทุกปลาก พวกพ้องภาคพาณิช อิทธํ เมาะ สมิทฺธํ อันสมิทธยารถรีปรียกปนก ผีตํ ดาลผิดกดูเกษม เปรมประชากรเกษตร ธนธญฺหิรญฺสุวณฺณวตฺถาลงฺการาทีหิ อันมีประเภท สทำเนือปร ธนธัญญาหาร พระหาไชย ไกรด้วยแก้วเกือบกอง เงินแลทองกว่าโกฏิ ชนปทํ เมาะ พหุชนสมากุลํ อันโจษจรรยสรรพสมากูลมูนมอง แลเนืองนองด้วยมนุษยชาติ ดยรดาษด้าวชคดี นรนารีคชคน อีกดิถยลประเทศสปรเวศบมิม้วย พหูมํสํสุโรทกํ เมาะ พหูหิ มํเสหิ สุราทีหิ อุทเกหิ สมนฺนาคตํ อันกอปรด้วยมางษมัศยาหารสุราบานบานิโยทก ให้อิ่มอกอาณาราษฎร์ถ้วนหน้า สาธุสรรเสรญถึงทุกเมื่อแล ฯ

  ตทา มาตุลนคเร สฏฺิขตฺติยสหสฺสานิ วสนฺติ ในกาลเมื่อน้นน อันว่า กษัตรทงงหกหมื่นตน อันอยู่ในตรมวลเมืองมาตุลยนครน้นน มหาสตฺโต อนฺโตนครํ อปวิสิตฺวา อันว่าพระมหาสัตว์ก็บมิได้เสด็จประเวศ ในนคเรศมาตุลยกันดาล อนนเปนสถานพระภูธรท้งงหลายอยู่น้นน นครทฺวาเร สาลายํ นิสีทิ ท้าวธก็เสด็จในศาลาสถาน อันอยู่แทบทวารเมืองมาตุลยนครน้นน อถสฺส ปาเทสุ รชํ ปุญฺชิตฺวา เมื่อน้นนนางก็ลูบบทบางษุบาท แห่งสมเด็จนรนารถนายก เสียโสดแล ปาเท สมฺพาหิตฺวา เจ้าก็ลูบคลำขยำพระบาทบรมบพิตรน้นน ฯ เวสฺสนฺตรสฺส อาคตภาวํ ชานาเปสฺสามีติ นางก็รำพึงพึงกู ให้ชาววยงดยงพรจมาน อนนมาแห่งพระมหาสัตว์ โสดเทอญ สาลโต นิกฺขมิตฺวา เจ้าก็ยกย่าง ออกพ้นพ่างบรรณศาลยน้นน ตสฺส จกฺขุปเถ สาลทฺวาเร อฏฺาสิ นางก็ยืนอยู่แนบ แทบทวารบรรณศาลา เนตรากริดีย ฟุ้งพิถียประชาชน อนนจะแยงยลท่านน้นน นครํ ปวิสนฺติโย จ นิกฺขมนฺติโย จ อิตฺถิโย ตํ ทิสฺวา ปริวารยึสุ อันว่าฝูงวิลาสินี สัตรีทั้งหลาย อันเข้าออกนอกพระนคร ครั้นเห็นบวรเจ้ามัทรีทิพยลักษณ ก็มีบริรักษบริบาล เปนบริพารยยุ่งแล ฯ

 ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าพระอนนตทิวร อมรแมนมานุษย ปรมุธาญชลี ก็มีพระเสาวนีแก่สิขากามทงงหลาย ด่งงนี้ เจติโย ปริกรึสุ ทิสฺวา ลกฺขณมาคตํ ภิกฺขเว ดูกรภิกษุนิกร อันอรเอาอนุสาศน์ เจติโย อันว่าชาวในเจตราษฎร์ สรดื้นสรดัก ทิสฺวา ครั้นเขาเห็นปรตยักขเต็มตา นํ มทฺทึ ลกฺขณํ นางพญาเยาวโยค โฉมลํ้าโลกยสาวสวรรค์ อาคตํ อันมาถับถึงพลัน พอสายัณหรเรื่อย ปริกรึสุ ก็มาอยู่มเมื่อยแห่ห้อมล้อมเปนบริพาร นางนงคราญผู้มีบุญยยุ่งแล สุขุมาลี อยํ อยฺยา อ้าด่งงจริงเจ้ามัทรี ท่านเคยสุขุมาลีลอององค์ ปตฺติกา ปริธาวติ ด่งงฤๅเจ้ามาเดอรดงอนาถ ลำบากบาทบววทอง วยฺหาหิ ปริยายิตฺวา โฉมลำยองเลอศแล้ว เคยเสด็จด้วยคานหามแก้วเก้าอี้ อ้าบัดนี้แม่มาเดอรดิน สิวิกาย รเถน จ สีพิกากิรินทไกรอาศน กวยนแก้วราชรจนา สาชฺช มทฺที อรญฺสฺมึ บัดนี้เจ้ามาในพรหารญ โออนาถนาจลดํเนอร ปตฺติกา ปริธาวติ เดอรด้วยบาทบศุข ป่งป่าทุกท้องธาร โสดแล ฯ มหาชโน เวสฺสนฺตรญฺจ มทฺทิญฺจ เทฺว ปุตฺเต จสฺส อนาถคมเนน อาคเต ทิสฺวา อันว่ามหาชน ครั้นแลยลพระมหาสัตว์และเจ้ามัทรี แลสองกุมารกุมารีอันมาด้วยดำเนอรบท ก็กำสรดด่งงนี้ คนฺตฺวา ราชูนํ อาจิกฺขิ เขาก็เอาพรจมานสารอาดูร ไปทูลแด่ท้าวเจตราชทงงหลาย เมื่อนั้น เต สฏฺิสหสฺสา ราชาโน โรทนฺตา ปริเทวนฺตา ตสฺส สนฺติกํ อาคมึสุ อันว่ากรุงเจตราชท้งงหกหมื่น ก็ตื่นตรนกนํ้าตาตกบมิขาด ก็ไปยังสำนักนิพระบาทพระโพธิสัตว์ โสดแล อันว่า พระมุนีมเหษีสาศดา ก็บนนทูรคาถาด่งงนี้ ตํ ทิสฺวา เจตปาโมกฺขา ดูกรอารย์ อันว่าภูบาลเจตราช ครั้นเห็นพระบาทพระเพศยันดร อนนมาอนุจรพิบัติองค์ โรทมานา อุปาคมุํ ทรงกรรแสงสงโรท ก็ไปยังสำนักนิพระโพธิไท้ทรงธรรม์ กจฺจิ นุ เทว กุสลํ ความนฤสัลยนฤโศก นฤโรคร้อนธยงงมี กจฺจิเทว อนามยํ นฤทุกข ทินทนโทษ ยงงได้โสดสำราญองค์ กจฺจิ ปิตา อโรโค เต เหง้าสุริยวงษบิดรราช ยงงนฤพยาธิ์นฤภัย สิวีนญฺจ อนามยํ ความอนามัยอับปรี แห่งสีพีราษฎร์มณฑล โก เต พลํ มหาราชฝูงรี้พลทาษไท้ บัดนี้ท้าวธไว้แห่งหนใด โก นุ เต รถมณฺฑลํ กวยนแก้วไกวรถคลี บัดนี้ท้าวธบขี่ขับผยอง อนสฺสโก อรถโก ม้าลำยองรถมาศ บัดนี้ ท้าวธเปลื้องปราศไปไกล ทีฆมทฺธานมาคโต ทางทยวไทจรหลํ่า บทนนคํ่าแล ธรดล กจฺจามิตฺเตหิ ปกโต เจ้าจุํพลภูมิศร์ รอยไพริศ ร้ายกำจัดจร อนุปฺปตฺโตสิมํ ทิสนฺติ ยยวภูธรทนยาก แลมาถึงทิศาภาคด้าวแดนตูอยู่นี้ อถ เนสํ ราชูนํ มหาสตฺโต อาคตการณํ กเถนฺโต อาห อันดับน้นน พระมหาสัตว์ ก็จะบอกการยาคัดแห่งพระองค์ แก่พงษพญาเจตราช ท้าวธก็มีพระสาศนสนองคืน ด่งงนี้

 กุสลญฺเจว เม สมฺมา ดูกรเพื่อนพญา นิราพาธก็บมีแก่เรา อโถ สมฺมา อนามยํ ทุกขกำเดาอาดูร บจำรูญราชหฤทัย อโถ ปิตา อโรโค เม พระสญชยบพิตร สวัสดิจิตรศุขจิโรจ สิวีนญฺจ อนามยํ โทษทุกขรัญชวน บมิรัญจวนใจ ชาวสีพีพล อหํ หิ กุญฺชรํ ทชฺชํ ส่วนตนกูผู้เปนกษัตร ก็ให้ทวีรถรัตนเปนทาน อีสาทนฺตํ อุรูฬฺหวํ วารณทันตทำนวยอวยไชยชํนินรินทร์ เขตฺตญฺญุํ สพฺพยุทฺธานํ อันรู้ภูมินทรสถาน ที่จรบาลบรราช สพฺพเสตํ คชุตฺตมํ ตัวตรดาษ ดํรยรัตน เปนสารสวัสดิมงคล ปณฺฑุกมฺพลสญฺฉนฺนํ บัณฑุรกำพลพรนาศ ปริศฎางพาดแพรพรรณ ปภินฺนํ สตฺตุมทฺทนํ เมามรรมทธแกล้วกล้า อาจข่มฆ่าเศอกแสยง ทนฺตึ สวาลวีชนึ สงครามแครงฟ้งเฟือด งาเงือดฟ้าฟฟ่ายหาง เสตํ เกลาสสทิสํ สุทธเสดางคดูดาษ พ้ยงไกรลาศลลาจันทร์ สเสตจฺฉตฺตํ สุปาเธยฺยํ กำราลพรรณรายรัตน์ อิกเสวตรฉัตรเสลาทอง สาถพฺพนํ สหตฺถิปํ ทงงนายจำลองแลควาญคช หมอเอาสถผสํผสาร อคฺคยานํ ราชวาหึ เปนอัครยานผายผงาด สารทรงราชเรือง มหิมา พฺราหฺมณานํ อาทาสหํ กูศรัทธาทายาทย ให้แล้วขาดแก่พราหมณ์ ตสฺมึ เม สิวิโย กุทฺธา ห้ยมน้นน ความคนโกรธ แกล้งกลับโทษแก่กู ปิตา จุปหโต มโน ทงงพระภูบดีบิดาก็บันดาล บิดลทานราชหฤทัย อวรุทฺธสิ มํ ราชา ขับภูไคลคลาเทศ เมืองช้อยเชตุดรแดน วงฺกํ คจฺฉามิ ปพฺพตํ บแนน กูก็จะกว่า เขาแก้วว่าวงกาจล โอกาสํ สมฺมา ชานาถ ตรมวนใดท้าวธบอก ที่กูจะสร้างศอกศีลสงวน วเน ยตฺถ วสามฺหเสติ ดงใดควรแก่เราราช จะเสด็จไปสร้างสาธุ์จรรยา จงมหากษัตรทงงหลาย บอกรา ฯ ตโต ราชาโน อาหํสุ ท้าวพญาทงงหลาย จะถวายโภชนาหาร ก็ทูลสารแด่พระมหาสัตว์ ด้วยคาถาด่งงนี้

 สฺวาคตนฺเต มหาราช บพิตร ท้าวธเสด็จมาเขษมสาธุ์ เพื่อตูข้าเหนราช เหนหรรษ์ อโถ เต อทุราคตํ พอสายัณห์เรื่อยรีบ พ้ยงสมีปเมืองดยว อิสฺสโรสิ อนุปฺปตฺโต ธงทยวฉัตรศรีเศก เชอญธมาเปนเจ้าเอกไอสูรย์ ยํ อิธตฺถิ ปเวทย ทรัพย์ใดดูรลลํ้าโลกย ท้าวธอาโภคตูข้าขอถวาย สากํ ภิสํ มธุํ มํสํ บพิตร ยงงผักทงงหลายแลเนื้อนฤโทษ ภิงสระสโรชแปมมฤธุรศ สุทฺธํ สาลีนโมทนํ โอทนหมวดขาวถ่อง สาลีผ่องสุทธใส ปริภุญฺช มหาราช เครื่องเสวยใดดูตระการ เชิญพระภูบาลบริโภค ปาหุโน โนสิ อาคโตติ เจ้าจอมโลกยรงงแรก มาเปนแขกแก่ตู ด่งงนี้ ฯ ตโต เวสฺสนฺตโร อาหฺ พระธราธาร ก็มีพระราชโองการแก่กษัตรทงงหลาย ด่งงนี้ ปฏิคฺคหิตํ ยํ ทินฺนํ เครื่องใดท้าวธบูชิต เราก็ปฏิคคหิตด้วยศรัทธา สพฺพสฺส อคฺฆิยํ กตํ ย่อมอคาการควรกษัตร เสพพัศดุเป็นบังคล อวรุทฺธสิ มํ ราชา พระสญชัยยินราษฎร์ แกล้งบัพพาชกูไกล วงฺกํ คจฺฉามิ ปพฺพตํ กูก็จะไปยังวงกฏ เอชคตคืนดยว โอกาสํ สมฺมา ชานาถ ท้าวก็ครยวทูลข่าว บอกกล่าวห้องหิมพานต์ วเน ยตฺถ วสามฺหเสติ ป่าใดดาลยงเยือก กูก็จะเกลือกเต้าตื่นไป ป่าน้นน ฯ เต ราชาโน อาหํสุ อันว่าท้าวเจตราชทงงหลาย ก็ทูลด้วยอภิปรายตน ด่งงนี้ อิเธว ตาว อจฺฉสฺสุ บพิตรเชอญเสด็จในสถานนี้ก่อน เพื่อตูข้าห่อนเห็นพระองค์ เจตรฏฺเ รเถสภ เชอญท้าวธมาทรงธรณิศ ล้ยงกษีดิศรโดยธรรม์ ยาว เจตา คมิสฺสนฺติ กว่าพลพรรค์ชาวเจต ลุประเทศท้าวสญชัย รญฺโ สนฺติกยาจิตุํ เพื่อจะไปถวายนมัศกราบเกล้า ขอโทษเจ้าใจบุญ นิชฺฌาเปตุํ มหาราชํ เพื่ออย่าให้ท้าวธฟุนไฟโกรธ จงรู้ว่าท้าวธหาโทษบมิได้สักอัน สิวีนํ รฏฺวฑฺฒนํ ท้าวธล้ยงจตุรพรรค์ล้ำโลกัฎ สิวีรัวัฒนนิรันดร ตํ ตํ เจตา ปุรกฺขตฺวา พวกตูภูธรหกหมื่น ก็จะตั้งเปนเจ้าหื่นมไหสวรรย์ ปตีตา ลทฺธปจฺจยา ครั้นตูได้ธมาเปนเจ้า ก็จะชมชื่นเท้าวันตาย ปริวาเรตฺวาน คจฺฉนฺติ ตูทงงหลายเหลือแหล่ ก็จะแหนแห่ท้าวธเมือเมือง เอวํ ชานาหิ ขตฺติยาติ ท้าวธอย่าเคืองใจเลยพ่อ ใข่ตูข้าฬ่อลวงพลาง ปางนี้ท้าวธดำรัส ตรัสเองทรพ่อฮา ฯ

  มหาสตฺโต อาห อันว่าท้าวผู้เผ่าตถาคต ก็มีพระพจน์ด้วยคาถาด่งงนี้ มา โว รุจิตฺถ คมนํ จงฝูงท้าวอย่าท่าว ไปทูลข่าวขัดใจกู รญฺโ สนฺติกยาจิตุํ สูอย่าป่วยไปขอโทษ การกษัตรโกรธฤๅวาย นิชฺฌาเปตุํ มหาราชํ เพื่อจะให้ท้าวธหายหฤทัยคยด ว่ากูบได้กยจการกิจ ราชาปิ ตตฺถ นิสฺสโร โทษบพิตรท้าวธก็ฟุน คุณอันชอบท้าวธบเห็น อจฺจุคฺคตา หิ สิวิโย ความเข็ญใครยุญาติ ฝูงร้ายราษฎร์รังทำ พลคฺคา เนคมา จ เย หมู่ดำนาดำไร่ พ่อค้าไพร่พระนคร เต ปธํเสตุมิจฺฉนฺติ เขาก็จะขับพระภูธรบิตฤราช จากปราสาทปรางทอง ราชานํ มม การณาติ มามูลมองมี่กึก เปนศึกใหญ่หยาวเมือง เพื่อกูรำคาญเคืองใจ ไพร่นั้น ฯ

  เต ราชาโน อาหํสุ อันดับน้นน อันว่าท้าวเจตราชทงงหลาย ก็ถวายนมัศการ ก็ทูลสารด้วยคาถา ด่งงนี้ สเจ เอสา ปวตฺเตตฺถ บพิตร แม้พระบาทบมิไป ยังเชตุตราลัยคืนเล่าไซ้ รฏฺสฺมึ รฏฺวฑฺฒนํ หฤทัยท้าวธอุทโยค ย่อมเล้ยงโลกย์โดยธรรม์ อิเธว รชฺชํ กาเรหิ เชอญธเสวอยไอสวรรย์สมบัติ ในเจตรัษบ้านบริมณฑล เจเตหิ ปริวาริโต พลพญายุพราช ก็จะดยรดาษล้อมเปนบริพาร อิทฺธํ ผีตญฺจิทํ รฏฺํ แท่งธนสารแสนโกฏิ เมืองตูข้าโสด สํฤทธิ อิทฺโธ ชนปโท มหาราษฎรบริตเพ็ญภูล พิบูลยเบอกสิมา มตึ กโรหิ ตฺวํ เทว เชอญธกรุณาแก่ตูข้า ก็จะตั้งหน้าที่จะบำเรอ รชฺชสฺส มนุสาสิตุนฺติ เพื่อพระเสมอพระมุนีนารถ ก็จะสอน ประชาราษฎรให้เห็นธรรม วิเศษนั้น ฯ ตโต เวสฺสนฺตโร อาห อันว่า พระผู้เปน ปิ่นเกล้าราชตรกูล ก็มีพระบันทูรด้วยคาถา ด่งงนี้ น เม ฉนฺโท มติ อตฺถิ ดูกร ท้าวเจตราชกรุงกษัตร ใจกูบมิใคร่เสวยสมบัติสักอัน รชฺชสฺส มนุสาสิตุํ เพื่อจะ สอนราษฎรกรรม์ให้ชอบ ใครแลจะขอบใจกู ปพฺพาชิตสฺส รฏฺสฺมา สูอย่าป่วยให้ กินเมือง เขาก็จะขับหนีเนืองนิรันดร เจตปุตฺตา สุณาถ เม พวกภูธรเจตราช จงมาฟังพระสาศนกูสนอง อตุฏฺา สิวิโย อสฺสุ พลทงงสองสีพีราษฎ์ ก็จะบาดเนื้อ บาดใจฟุน พลคฺคา เนคมา จ เย ไพร่ฟ้าขุนนางใหญ่ ชาวนาไร่ฤศยา ปพฺพาชาติสฺส รฏฺสฺมา เขาก็จะว่าพญานี้มีโทษ เรากริ้วโกรธขับหนี เจตา รชฺเชภิเสจยุํ บัดนี้ท้าวธรณีหกหมื่น แลมาตื่นตั้งเปนนาย อสมฺโมทิยํปิ โว อสฺส ความสหาย สองเสน่ห์ ก็จะสนเท่ห์ท้ยนทำเข็ญ อจฺจนฺตํ มม การณา เพราะกูเปนประเดยก ปรตยันตเอกไอสวรรย์ สิวีหิ ภณฺฑนญฺจาปิ ความชํเลาะกนนก็จแรก ความประแกกกนนก็จริน วิคฺคโห เม น รุจฺจติ สองแผ่นดินดาลโกรธ บมิควรแก่ตูผู้จะมล้าง ปลิโพธภายใน อถสฺส ภณฺฑนํ โฆรํ วิเคราะห์ใจเจ็บแสบ ก็จะเปนส้ยนแปลบปลาบแทง สมฺปหาโร อนปฺปโก ก็จะต่อตาวแยงยุทธใหญ่ บช้าใช่สามาญ เอกสฺส การณา มยฺหํ เพราะกูดยวดาลโทษ ก็จะให้สองชาวเจ้าโกรธแก่กัน หึเสยฺย พหุโก ชโน ต่างพลขันธ์เข่นฆ่า หอกดาบกล้ากลางรงค์ ปฏิคฺคหิตํ ยํ ทินฺนํ เครื่องบันจงธประสาท กูก็รับด้วยอาตมศรัทธา สพฺพสฺส อคฺฆิยํ กตํ ควรแก่เราผู้มาเปนแขก ย่อมสูแผกพึงชม อวรุทฺธสิ มํ ราชา พระราชบิดาสมพลไพร่ ขับกูไปล่เมืองมา วงฺกํ คจฺฉามิ ปพฺพตํ กูก็จะไปยังวงกาจล อยู่ตรมวนไพรพง โอกาสํ สมฺมา ชานาถ จงทวยเท้าประกาศ ห้องหิมวาศน้นนแก่กู วเน ยตฺถ วสามฺหเสติ ป่าใดดูอติเรก ควรแก่กูผู้จะสร้างวิเวกวักกรรมอยู่น้นน ฯ เอวญฺจ ปน วตฺวา มหาสตฺโต อเนกปริยาเยน ยาจิโตปิ รชฺชํ น อิจฺฉิ อันว่าพระมหาสัตว์ แลกษัตริย์ท้าวธรณีนิมนตรายาจน์ เพื่อจะให้ท้าวธเสวยราชสมบัติ ด้วยอเนกบรรยายก็ดี ท้าวธก็บมิอิษฏิ์ที่จะสถิตย์ ในราไชสวรรย์ โสดเลอย อถสฺส เจตราชาโน อันดับน้นน อันว่าท้าวเจตราชทงงหลาย ก็ถวายเครื่องบูชาบรรณาการ อันมเหาฬาร แก่ท่านแล ฯ โส อนฺโตนครํ อันว่าพระมหาบุรุษราช ธก็บมิปรารถนาที่จะประเวศน์ ยังเมืองท้าวเจตราชท้งงหลาย โสดเลอย ฯ

  อถ นํ สาลเมว อลงฺกริตฺวา อันว่ากษีดิศร สุริยทงงหลายผู้มียศ ก็ อลงกตศาลา ที่พระมหาสัตว์เสด็จอยู่น้นน สาณิยา ปริกฺเขปํ กตฺวา แล้วก็ประดับ ศาล ด้วยพิดานดาวทอง นาคตระกองสายสาณีรูจีจำรัส ฉวัดฉวยนวยนวัง เปน ผนงงรอบแล มหาสยนํ ปญฺาเปตฺวา ก็ลาดพระกำราล สถานพระบรรธมที่ พระศรีสํพุทธาทิตย ท้าวธเสด็จสถิตยอยู่น้นน สพฺเพ ราชาโน อารกฺขํ กตฺวา ปริวารยึสุ กรุงเจตราชเปนบริพาร ก็บริบาลพระโพธิสัตว์อยู่แล ฯ โส เอกรตฺตึ วสิตฺวา เตหิ สงฺคหิตารกฺโข สาลายํ สยิตฺวา อันว่าพระโพธิสัตว์ แลท้าวเจตราชทงงหลาย แห่ห้อมล้อมเปนบริรักษ ธก็พำนักนิในศาลา สิ้นราตรีหนึ่งแล ฯ ปุนทิวเส ปาโตว นฺหาตฺวา ครั้นอุทัยทินกร พระภูธรก็โสรจสรง ชำระองค์โดยจิตร์แล นานคฺครสโภชนํ ภุญฺชิตฺวา ธก็เสวอยพระกระยาหาร อันนานัประการต่างต่างแล ฯ เตหิ ราชูหิ ปริวุโต สาลโต นิกฺขมิ พระภูมิธิบดีเจตราช ดยรดาษหน้าหลังหลาม ทงงทักษิณพามพิพิธ โดยเสด็จอนุยาทิตยยาตรา จากศาลาลยน้นน เตสฏิฺสหสฺสขตฺติยา เตน สทฺธึ ปณฺณรสโยชนมคฺคํ คนฺตฺวา อันว่าท้าวเจตราชทงงหกหมื่น หื่นหรรษาโมทย์ ก็ไปโดยมารคสิบห้าโยชน์สมรรถ ด้วยพระมหาสัตว์แล วนทฺวาเร ตฺวา ก็อยู่ในชั้นช่อง ที่ทางจะท่องเทา สู่เขาวงกฏน้นน ปุรโต ปณฺณรสโยชนมคฺคํ อาจิกฺขนฺตา อาหํสุ ท้าวเจตราชก็บอกบถ บัณรสโยชน์แด่พระโพธิสัตว์ ให้ธตรัสจงแจ้ง ก็แกล้งกล่าวคาถา ทูลพระกรุณาด่งงนี้ ตคฺฆ เต มยมกฺขาม ยถาปิ กุสลา ตถา เทว บพิตร ข้าแต่พระชคัตรยาพดงพงษประภาสกร มยํ อันว่าตูข้าพํพวกภูธรทงงหลาย กุสลา เมาะ เฉกา ก็ดยงดำรัสตรัสตรา รู้สารอรรถโอวาท โดยบุรพาทิภูบาล ยถา ประการด่งงฤๅนี้วไส้ อกฺขาม เมาะ วกฺขาม ก็จำบอกถไถ้ถแถ้ แต่ตามเพรงพรํ่าพร้อง ตํ ปเทสํ ห้องพิมพานต์อาวาศ ที่มูลมารคทุราคม ตคฺฆ เมาะ เอกํเสน โดยนุกรมบุรพราวรวด ซึ่งแสวงผนวชบวชเปนอาริย ตถา ด้วยประการด่งงนี้ ราชิสี ยตฺถ สมฺมนฺติ ประเทศใดธนรนารถสถิตย์ ทรงบรรพชิตสร้างศรีลาศรย อาหุตคฺคี สมาหิตา ย่อมมีในกรรคตา บูชาชวาลยวิธี กุณฑ์ เอส เสโล มหาราช บพิตร ขุนเขาขยวชรอํ่า อรถ่ำพู้นเห็นมา ปพฺพโต คนฺธมาทโน ทรงคนธาสิบสิ่ง จึงรยกคันธมาทน์มิ่งไม้มีพรรณ ยตฺถ ตฺวํ สห ปุตฺเตหิ บาทบรรพตพระบาท เสด็จด้วยสองรักราชน้อยนงพาล สห ภริยาย อจฺฉสิ อีกประการเทวีศ เหง้ากระษีดีศรดวงสมร ตํ เจตา อนุสาสึสุ พลภูธรนรนารถ แส้งอนุสาศนเตือนใจ อสฺสุเนตฺตา รุทมฺมุขา น้ำตาใครข้ากล้นน นบท่านชั้นทูลสนอง อิโต คจฺฉ มหาราช เชอญธเสด็จโดยคลองทิศาภาค แต่นี้จากตูไกล อุชุํ เยนุตฺตรามุโข ก็ไปโดยอุตตราภิมุขย ทางอุชุกเชราะธาร อถ ทกฺขสิ ภทฺทนฺเต ธจะเห็นไศลสถานหนึ่ง อันน้นนกึ่งกลางหน เวปุลฺลํ นาม ปพฺพตํ ชื่อวิบุลาจลจรฟ่ยว อยู่ปล่ยวข้างทางเทอญ นานาทุมคณากิณฺณํ พฤกษาเจรอญจราวดอก สรดื้นงอกรยงรนน สีตจฺฉายํ มโนรมํ พนนแสงเทาท่ยงชาย สรลายร่มรยงรมย์ ตมติกฺกมฺม ภทฺทนฺเต ข้ามพนมวิบุเลศ ป่าประเวศวนนดยว อถ ทกฺขสิ อาปกํ บทันครยวยามครึ่ง ก็จะเห็นแม่นํ้าอันหนึ่งไหลมา นทึ เกตุมตึ สํญาชื่อเกตุมดี นทีธารทรหวล คมฺภีรํ คิริคพฺภรํ ยันยงยวนไหลหล่อ ในทางท่อเขาเขียว ปุถุโลมมจฺฉากิณฺณํ ชลจรทยวทึกทำ บรู้กี่ส่ำล่าเลมไคล สุปติตฺถํ มโหทกํ ดยรถประไพบบก บูรโณทกบบาง ตตฺถ นฺหาตฺวา ปิวิตฺวา จ เชอญธเสด็จกลาง สรงสรนาน เสวอยทึกธารสรอาด อสฺสาเสตฺวา สปุตฺตเก ท้าวธก็โลมพระราชเอารส ชํชลหมดมุทิล อถ ทกฺขสิ ภทฺทนฺเต ถัดน้นนพระนรินทร์ก็จะบงพระไนยน์ โดยแชรไชชรชงงวารพน นิโคฺรธํ มธุวิปฺผลํ ธก็จะยลนิยโครธ ต้นตรโมจมีรส รมฺมเก สิขเร ชาตํ ร่มบังหมดหมื่นช้าง พูนพ่างข้างเขาหลวง สีตจฺฉายํ มโนรมํ ทิพฉายฉวงฉินฉัตร ใบชรอัดอรชร อถ ทกฺขสิ ภทฺทนฺเต อันดับน้นนธก็ยลบรรพต เอกปรากฏกันดาลไพร นาลิกํ นาม ปพฺพตํ นามไธยอทึก ชื่อนาลึกไศลเลณ นานาทิชคณากิณฺณํ ปักษีเสนนาเนก ทงงครุธเวกเวหา เสลํ กึปุริสายุตํ แท่งเดียวตราตรึงแผ่น กินนรีแอ่นกินนราการ ตสฺส อุตฺตรปุพฺเพน โดยอิสาณนาลึก ทางเท้าทึกอนุจร มุจลินฺโท นาม โส สโร มีสระษรโสถลา สํญาชื่อมุจลินทร์ ปุณฺฑรีเกหิ สญฺฉนฺโน อันประดับด้วยอรพินธุเนานึก บุณฑรึกจงกล เสตโสคนฺธิเยหิ จ อีกอุบลพนนฦกนิ์ เสาวคนธึกพนนฦๅ โส วนํ เมฆสงฺกาสํ ป่าคือเมฆพยู่ห ท้าวธเสด็จสู่อาไศรย ธุวํ หริตสทฺทลํ หญ้าแพรกไพรสรดิ้ว สูงสี่นิ้วนิรันดร สีโหวามิสเปกฺขีว ท้าวธคือไกรษรงามสง่า เสด็จเข้าป่าเปนชี วนสณฺฑํ วิคาหิย เดอรดุจสีหตรศักดิ์ แสวงหาภักษ์กลางพน ปุปฺผรุกเขหิ สญฺฉนฺนํ อารญสร้อยสรพู่ ธรณีรู่ดวงดยรถ์ ผลรุกฺเขหิ จูภยํ บุษปผลผยรถ์กองกิ่ง สองสิ่งไม้มีพรรณ ตตฺถ พินฺทุสฺสรา วคฺคู อันอนรรค์ด้วยพิหคากร พินธุสรสยงมาทูร นานาวณฺณา พหู ทิชา พรรณากูลนาเนก ปีกเพียงเลขลายงาม กูชนฺตมุปกูชนฺติ ร้องโดยยามสรุโนก ถ้อถอยโบกบินฉวาง อุตุสมฺปุปฺผิเต ทุเม จับพฤกษางกูรกัลพุม โดยกุสุมฤดูกาล คนฺตวา คิริทุคฺคานิ ครั้นภูบาลเสด็จเทา ทางเชราะเขาขนองไพร นทีนํ ปภวานิ จ มีชลไหลบเอื้อน บเปื้อนแชะชํ่าชล โส อทฺทส โปกฺขรณึ ท้าวธก็จะยลสระสโรช อันชื่อโบษขรณี กรญฺชกกุธายุตํ อันมีทรุมทํทุมแลไหล้ กุ่มบกใคร้ศรักสาร ปุถุโลมมจฺฉากิณฺณํ อันตระการด้วยชลจร มกรกุมภ์มินมัจฉกุรุมกรรกฎนลโปไลย สุปติตฺถํ มโหทกํ ดยรถประไพพิจิตร วรวาริตบรบูล สมญฺจ จตุรสฺสญฺจ เปนจดูรโกณก ครรโภทกเพ็ญพยง สาธุํ อปฺปฏิคนฺธิยํ นํ้าล้นลยงเอมโอช คนธาโมทยกํจร ตสฺสา อุตฺตรปุพฺเพน โดยอิสาณนานดรแห่งสโรช สระโบษขรณี ปณฺณสาลํ อมาปย เชอญต้งงบรรณศาล ฤๅษีพิศาล ในที่สถานพิสุทธิ์ อันอุดดมพิเศษเทอญ ฯ ปณฺณสาลํ อมาเปตฺวา อุญฺฉาจริยาย อีหถาติ ฯ เทว บพิตร ข้าแต่ตนุชาธิราชท้าว สญชัย ตุมฺเห อันว่าเจ้ากูผู้จะไคลคลาศ ปราศจากตูข้าไปนาน ปณฺณสาลํ อมาเปตฺวา ครั้นธสร้างบรรณศาลสำฤทธิ์ ยาเปตฺวา จงธรักษาชีวิตรโดยธรรม กรรมกสิณภาวนาภาพ อุญฺฉาจริยาย ด้วยลุลาภแสวงหา สรรพาหารรบศ อปฺปมตฺตา จงเจ้ากูสรคตครองศีลสาธุ์ ท้าวธอย่ามีประมาทสักอัน อีหถ เมาะ อารทฺธวิรียา หุตฺวา จงท้าวธทรงพิริย พิบรรษนาเนานิจ ตั้งใจจิตรโคษดม ตสฺสํ ปณฺณสาลายํ ในอาศรมอาศน์สนุกนิ อย่ารู้มีทุกข์สักอัน พ่อฮา ฯ เอวํ เจตราชาโน ตสฺส ปณฺณรสโยชนมคฺคํ อาจิกฺขิตฺวา อันว่าท้าวเจตราชก็มีพจนาโรจ หนทางสิบห้าโยชนสมรรถ แต่พระโพธิสัตว์ด้วยประการดังนี้ ตํ อุยฺโยเชตฺวา ก็ส่งสมเด็จบรมโลกั พระโพธิสัตว์เข้าไป ป่าน้นน เวสฺสนฺตรสฺส อนฺตรายภยา ท้าวเจตราชก็ดำรัสดังนี้ เหตุภีตภยันตราย แต่พระเพศยันดร อันว่าปรปักษผู้ใด จงอย่าได้ลุกลาภ ปราบดลสถาน เพื่อจะประหารประหร พระเพศยันดรราชน้นน เอกํ พฺยตฺตํ สุสิกฺขิตํ เจตปุตฺตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ก็ให้หานายเจตบุตร ลุทธกเนสาท อันฉลาดฉลยว ในทางทยวทุกช่องน้นน ตาต ตฺวํ คจฺฉนฺเต อาคจฺฉนฺเต จ ปริคณฺหาหีติ กลอยบงงคับคำนับ ดงงนี้ ดูกรนายเจตบุตร จงมีรวังระไว มานุษย์อันจะไปจะมา ในมารคาลยนี้เทอญ ฯ วนทฺวาเร อารกฺขณตฺถาย เปตฺวา กรุงเจตราชภูบาล ครั้นประดิสถาน เจตบุตรลุทธกเปนนายกพน ในตำบลปตูผลูมรรคา เพื่อจะให้รักษาป่าน้นนแลแล้ว ฯ สกนครํ ปจฺจาคมึสุ ท้าวเจตราชหกหมื่น คฤๅนรี้พลอื้ออึง ก็เสด็จถึงวยงเล่าแล ฯ

  เวสฺสนฺตโร สปุตฺตทาโร คนฺธมาทนํ ปตฺวา ส่วนพระผู้มีบุญ กับด้วยดรุณดรุณี อีกเจ้ามัทรีก็ลีลาศ ถึงคันธมาทน์บรรพตน้นน ตํทิวสํ ตตฺถ วสิตฺวา ธก็เสด็จจ้งงจรด ในคันธมาทน์บรรพตสถาน เป็นอาทิวารวันหนึ่งแล ตโต อุตฺตราภิมุโข วิปุลปพฺพตปาเทน คนฺตฺวา รุ่งน้นนธก็เสด็จโดยอุตราภิมข ดำเนอรยคดิยร ยาตร ดลบาทบรรพตคตครรไลย ลยบตีนไพบูลย์บรรพตน้นน เกตุมตีนทีตีเร นิสีทิตฺวา ธก็เสด็จเอาอาศนสำราญ แทบธารเขตร เกตุมดีนทีธิกน้นน วนจรเกน ทินฺนํ มธุรมํสํ ขาทิตฺวา ธก็เสวอยเนื้อและนํ้าผึ้งอันพิเศษ อันนายเจตรบุตรพราน ถวายเปนบรรณาการบพิตรน้นน ตสฺส สุวณฺณสูจึ ทตฺวา ธก็ถอดพระอินท์ปิ่นมาศ ประสาทแก่นายพนจรน้นน ตตฺถ นฺหาตฺวา ปิวิตฺวา ท้าวธก็โสรจสรงพระปาณี ใน เกตุมดีนทีธิกน้นน ปฏิปสฺสทฺธทรโถ คร้นนธละห้อยกัลหายอันสรรพาดูร ก็จำรูญ ในพระองค์ท่านน้นน นทึ อุตฺตริตฺวา แล้วธก็เสด็จจากชลดลฉนยร อันอากยรณด้วยศิลาลาด รองพระบาทพระบรมบพิตรน้นน สานุปพฺพตสฺส สิขเร ิตสฺส ธก็เสด็จเอาอาศน บัดแม่งแห่งต้นไทร อันอาศรัยแก่สิงขรคีรีสาณุบรรพตน้นน นิโคฺรธผลานิ ขาทิตฺวา ธก็เสวอยผลนิโครธ ต่างพระโภชนาหารแล อุฏฺาย คจฺฉนฺโต แล้วธก็ลุกจากอาศน์ นิยโครธาวาศวิไสย ก็ลีลาไปโสดแล นาลิกํ นาม ปพฺพตํ ปตฺวา ท้าวธก็เสด็จไปบหึง ก็ถึงนาลิกบรรตน้นน ตํ ปริหรนฺโต ท้าวธก็เสด็จไป โดยดำเนอรเทอนเทา ลยบข้างเขานาลิกน้นน มุจลินฺทสรํ คนฺตวา ธก็เสด็จดล ดำบลมุจลินทร์สระน้นน สรตีเรน ปุพฺพุตฺตรกณฺณํ ปตฺวา ก็ถึงมุจลินทร์อันหนึ่ง กึ่งนทีเสลาสถานนาสิกาจลน้นน เอกปทิกมคฺเคน วนฆฏํ ปวิสิตฺวา ท้าวธก็เสด็จ เต้าเข้ายงงวงกฏ โดยบททยว ดยวบาทจรน้นน ตํ อติกฺกมฺม ท้าวธก็เสด็จข้ามพงพี พ้นพิถียคลองแคบน้นน คิริวิทุคฺคานํ นทีนํ ปภวานํ ปุรโต จตุรสฺสโปกฺขรณึ สมฺปาปุณิ ท้าวธก็เสด็จดลตระบัดร จตุรัศโบษขรณี อันมีในพ่างแพนก นํ้าแซรก อัจโลธรชรธารา มาแต่ตรมวนพหลนทีธาร ประวาลชลบมิขาดน้นน

  ตสฺมึ ขเณ สกฺกสฺส ภวนํ อุณฺหาการิ ทสฺเสสิ ในกาลนั้น อันว่า บ้นนบัณฑุกัมพลรัตนาศอาศนอัมเรสูร ก็สำแดงอูณหาการ ดาลอัศจรรย์โสดแล ฯ

  อถ สกฺโก อาวชฺเชนฺโต ตํ การณํ ตฺวา อันว่าพระอินทร์ก็ดำริห์ตริตรัส ก็รู้การณ์อันอุบัติด่งงน้นน มหาสตฺโต หิมวนฺตํ ปวิฏฺโ พระอินทร์ก็จินดานุญาณเสร็จ อันว่าท้าวผู้หน่อสรรเพ็ชญ์ เสด็จสู่พนพิศาล หิมพานต์ประเทศน้นน ตสฺส วสนฏฺานํ ลทฺธุํ วฏฺฏฺตีติ อันว่ากูก็พึง ถวายสํนึงสํนักนิ์ แต่ท้าวผู้ตัณหักกษยประลยบาป ปราบเบญจพิธมาร อยู่น้นน วิสฺสกมฺมํ อามนฺเตตฺวา คร้นนธรำพึงโดยอัตโนมดี ธก็รยกสูรสิลบีมาเมื่อน้นน อิติ วตฺวา ธก็มีอินทรานุสาศน์ด้วยพลนน แก่พิศวกรรม์ด่งงนี้ คจฺฉ ตาต ตฺวํ วงฺกตปพฺพตกุจฺฉิมฺหิ รมณีเย าเน อสฺสมปทํ มาเปตฺวา เอหีติ ดูกรพระพิศวกรรม์ จงไปสรรค์อาสมบท ในท้องวงกฏกันดาร อันพิศาลสรนุกนิ์ ปลุกตาโลกย์ เพื่อจะให้ท้าวผู้ยศโยคเสด็จสถิตย์ สำฤทธิ์แล้วแลธมาเล่าเทอญ วิสฺสกมฺมํ เปเสสิ พระอินทร์อันเปนเจ้า แก่อมราสวรรค์ ก็ใช้พระพิศวกรรม์ไป โสดแล ฯ

  โศ สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อันว่าเทพวัฑฒกี ก็รับสุเรสูรเสาวนีว่าสาธุแล เทวโลกโต โอตริตฺวา สุเรารสจากสุราลัย รลัดไดดยวก็ดลดิน โสดแล ตตฺถ คนฺตวา ก็ผยองไปยงงไพร พระหิมพานตประเทศนั้น เทฺว ปณฺณสาลาโย เทฺว จงฺกเม รตฺติฏฺานทิวาฏฺานานิ จ มาเปตฺวา ก็นฤมิตรบรรณศาลาสองอัน ก็สรรค์ ที่ธจะจรจงกรมทงงคู่ ก็รจนาที่อยู่รัศตินทิวไทวย ดูประไพพิจิตรแล จงฺกมโกฏิยํ เตสุ เตสุ าเนสุ นานาปุปฺผวิจิตฺเต ปุปฺผคจฺเฉ กทลิวนานิ จ ทสฺเสตฺวา แล้วก็ รจิตรกุสุม ชุํนุํเปนกอ ลออดวงต่างต่าง บให้ห่างให้ชิด พรรณพิพิธไพโรจอีก โจษจรรพราย พิบัลยพิบุษย อุดดมสถานน้นนๆ ทุกแห่งแหล่งหววจงกรมอาศนอาศรม สรนุกนิน้นนๆ สพฺเพ ปพฺพชิตปริกฺขาเร ปฏิยาเทตฺวา ก็ลำดับเครื่อง บรรพชิต บริษการไว้ในบรรณศาลน้นน โสดแล เย เกจิ ปพฺพชิตุกามา อิเม คณฺหนฺตูติ อกฺขรานิ ลิขิตฺวา พระพิศวกรรม ก็จารอักษรทงงหลาย ลายลิขิตไว้ใน บรรณศาลด่งงนี้ ผิบุคคลผู้ใด ใครแลจะปรารถนา ทรงผนวชบวชบรรพชิต ครั้น อ่านลิขิตจงเอาเครื่องบริษการ ในสถานนี้โภค เทอญ ฯ อมนุสฺเส จ เภรวสทฺเท มิคปกฺขิโน จ ปฏิกฺกมาเปตฺวา อันว่าพระพิศวกรรม ก็ยงงไปศาจผีเสื้อเนื้อแลนก อันมีเสียงตรดกพึงภีต บมิให้กีดให้ก้อง บมิให้ร้องระงี่มี่ระงม ก็ขับหนีจากอาศรม พระศรีสรรเพ็ชญ์ ที่ท้าวธเสด็จอยู่น้นน สกฏฺานเมว คโต แล้วธก็คลาไคล สู่ที่ ไพชยนต์สถานแห่งท่านแล ฯ

  มหาสตฺโตปิ เอกปทิกมคฺคํ ทิสฺวา ส่วนพระมหาสัตว์ครั้นเห็นเสร็จ ทาง ที่ธจะเสด็จดำเนอรผเชอญมารค เมอลมวลบาทจุจร ยงงภยันดรกันดาร อันเทพนฤมานนฤมิตน้นน ปพฺพชิตานํ วสนฏฺานํ ภวิสฺสตีติ สลฺลกฺเขตฺวา ธก็รู้ว่าอาวาศประดิษฐ์ เปนที่สถิตสถาพร แห่งสรมณสรสรนุกนิน้นน มทฺทิญฺจ ปุตฺเต เจ อสฺสมปททฺวาเร เปตฺวา ธก็ไว้นางหน่อไท้แทบทวารอาศรมบท แลสองเอารสราชน้นน สยํ อสฺสมปทํ ปวิสิตฺวา ส่วนท้าวธก็เสด็จเข้าไป ในสถานพิหารพิจิตรนั้น อกฺขรานิ โอโลเกตฺวา ธก็เลงลายเลข อันสุรดิเรกจารไว้ ในบรรณศาลาน้นน โสดแล สกฺเกน ทิฏฺโสฺมีติ สกฺกทตฺติยภาวํ ตฺวา ธก็รู้ด่งงนี้ อันว่ากูนี้อินทรเห็น ปรตยักษ์ ว่ากูจะพํนักในอาศรมบทนี้ ปณฺณสาลทฺวารํ วิวริตฺวา ปวิสิตฺวา ธก็เบิกใบทวารบรรณศาล เข้าไปบอยู่เลย ขคฺคญฺจ ธนุญฺจ อปเนตฺวา ธก็ปลดปลงกํพล พระขรรค์ แลกุทันอาวุธไว้ในที่น้นน สาฏกํ โอมุญฺจิตฺวา ธก็ผลัดแผลงแครงเครื่อง อันบริสุทธิ์ ทุษฐพรรณออกแล รตฺตวากจีรํ นิวาเสตฺวา ธก็ทรงผ้าฝาดราษตวาจีร เครื่องทรงศีลเปนดาบศแล อชินจมฺมํ อํเส กตฺวา ธก็พังพาต อชินะจรรมหนังป่า เปลื้องพระพาหุข้างเดียวออกแล ชฏามณฺฑลํ พนฺธิตฺวา แล้วท้าวธก็ทรงชฎามณฑล ถวลพัตรบริสุทธน้นน อิสิเวสํ คเหตฺวา ธก็เอาเพศบรรพชิต เป็นฤๅษีสิทธิ์สํฤทธิแล กตฺตรทณฺทํ อาทาย ปณฺณสาลโต นิกฺขมิตฺวา ธก็ทายทัณฑ์จรจรดบทออก สู่นอกบรรณศาลาลยน้นน ปพฺพชิตสิรึ สมุฏฺหนฺโต ธก็เกิดปรีดารมย์ ชื่นชมบรรพชิตเพศ อันพิเศษพิสุทธนั้น อโห สุขํ ปรมสุขํ ปพฺพชฺชา เม อธิคตาติ ฯ โพธิสตฺโต อันว่าพระโพธิสัตว์ ผู้จะหวังตรัสเปนพระชนะแก่พลมาร อุทานํ อุทาเนนฺโต ธก็มีพระราชโองการชื่นชม อิติ เปนปฐมด่งงนี้ ปพฺพชฺชา ที่แท้อันว่าบรรพชิต ทรงพิริยสิทธิสมาธิ์ เม อธิคตา แลกูแกล้งปรารถนาลุแล้ว แผ้วมุทิลโทษนฤทุกข์ อโห สุขํ โอ้เปนศุขหนักหนา ปรมสุขํ หาศุขอื่นอันจะเปรียบปานมิได้เท่า เว้นไว้แต่ศุขในนฤพาน เมื่อใดกูได้ตรัสแก่สรรเพ็ชดาญาณ ก็จะลุลาภแล จงฺกมํ อารุยฺห ธก็เสด็จขึ้นเหนือพ่างพื้นภูมิจงกรม ชมที่จะภาวนากษิณกรรมน้นน อปราปรํ จงฺกมิตฺวา ธก็จงกรมไปมา ตั้งเอกรรคตาจิตรทุกเมื่อแล

  ปจฺเจกพุทฺธสทิเสน อุปสเมน ปุตฺตทารานํ สนฺติกํ อคมาสิ จึ่งไปยงงสํนักนิ์เจ้ามัทรี แลสองกุมารกุมารี อันมีรูปากฤติยบริสุทธ ดุจพระปรเตยกพุทธเสด็จมา ในที่น้นน ฯ มทฺที เทวีปี โอโลเกนฺตี สญฺชานิตฺวา ส่วนเจ้ามัทรี ก็ทอดพระเนตรปรตยักษ์ ก็รู้ลักษณะว่า พระโพธิสัตว์แล มหาสตฺตสฺส ปาเทสุ นิปติตฺวา นางก็ลันโทลศิโรราบ กราบแทบพระบาทพระโพธิสัตว์ โสดแล วนฺทิตฺวา โรทิตฺวา นางก็ถวายบังคม ลบมพิลาลศกำสรดไปมา โสดแล เตเนว สทฺธึ อสฺสมปทํ ปวิสิตฺวา นางก็เอาเอารสราช ตามพระบาทเข้าไป ยงงอาศรมบทน้นน อตฺตโน ปณฺณสาลํ คนฺตฺวา รตฺตวากจีรํ นิวาเสตฺวา นางก็อํลาพระฤๅษี ก็ลีลายังบรรณศาลาแห่งตน โสดแล อิสินีเวสํ คณฺหิ นางก็อรเอาพระผนวช บวชเปนดาบศดาบศินี โสดแล เต ปจฺฉา ปุตฺเตปี ตาปสกุมารเก จำเนียรนางก็บวช สองราชเอารสเป็นดาบศดาบศินี โสดแล จตฺตาโรปิ ขตฺติยา วงฺกตปพฺพตกุจฺฉิยํ วสึสุ อันว่า กระษัตริย์ทงงสี่พระองค์ เสด็จอยู่ในท้องวงกฏบรรพตาราม โสดแล ฯ

  อถสฺสา มทฺที มหาสตฺตสฺส วรํ ยาจิ อันดับน้นน เจ้ามัทรีก็ขอพรแต่พระโพธิสัตว์ พระแพศยันดรด่งงนี้ เทว ตุมฺเห ผลาผลตฺถาย อรญฺํ อคนฺตวา บพิตร เชอญท้าวธอย่าพนประเวศน์ เหตุจะเดอรหาผลาผลภักษ์ สักสิ่งสักอันเลอย พ่อฮา ปุตฺเต คเหตฺวา อิเธว โหถ จงบพิตรค่อยครองเอารส สถิตย์ในอาศรมบทนี้ โสดเทอญ อหํ ผลาผลํ อาหริสฺสามีติ ไว้ตูข้าขวน ผลาผลมาเปนกักษ์ บำเรอรักษ์ แต่พระบาทเทอญ ตโต ปฏฺาย สา อรญฺโต ผลานิ อาหริตฺวา จับเดิมแต่น้นนไป นางก็เข้าสู่พนาลยเลมล่า อุสสาหะแสวงหาลูกไม้ ใหญ่น้อยได้แต่ป่าน้นน ตโต ชเน ปฏิชคฺคิ เจ้าก็เอามาบํเรอ เผยอภักษ์แต่ภรัษดาษ แลสองราชเอารสน้นน ฯ โพธิสตฺโตปิ ตํ วรํ ยาจิ ส่วนพระภรรดาธิราช ก็พร่ำยาจน์แด่เจ้ามัทรี อันมีประการด่งงนี้ ภทฺเท มทฺทิ มยํ อิโต ปฏฺาย ปพฺพชิตา นาม ดูกรเจ้ามัทรี จำเดิมแต่นี้ไป อันว่าเราอาไศรยแก่บรรพชิตอันอุกฤษสํญา บมีจุลาจลสักสิ่งเลย อิตฺถี จ นาม พฺรหฺมจริยสฺส มลํ ชื่อว่าวรรณิดา ย่อมให้เปนศีลาวิบัติ แก่ผู้จะครองบรมรรถมิตตาภาวนา แห่งบรรพชากรรมน้นน ตฺวํ อิโต ปฏฺาย อกาเล มม สนฺติกํ มา อาคจฺฉาหีติ จับเดิมแต่นี้ไป จงเจ้าอย่าไคลคลามาสู่ตูใช่การ สถานสำนึงพี่นี้ สา สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิ อันนางพระญา ก็รับพระกฤษฎีกากำหนด แห่งพระดาบศว่า สาธุแล ฯ

  มหาสตฺตสฺส เมตฺตานุภาเวน สมนฺตา ติโยชเน าเน สพฺเพ ติรจฺฉานาปิ อญฺมญฺํ เมตฺตจิตฺตํ ปฏิลภึสุ อันว่าสัตว์ติรัจฉาน อันมีในสถานสามโยชน ก็ยงงบงงเกิดมโนทยไมตรีแก่กันไปมา เหตุอานุภาพภาวนาจตุรพรหมวิหาร แห่งพระผู้มีสมภารบพิตรน้นน ฯ มทฺที เทวี ปาโต วุฏฺาย ส่วนเจ้ามัทรีก็นิสยาศย ลุกจากอาศนที่น่งงนอนน้นนแล ทนฺตกฏฺํ ทตฺวา นางก็ถวายไม้เสวอยพระทนต์ เปนบังคลแก่ท่านแล ปานียปริโภชนียํ อุปฏฺเปตฺวา นางก็ตกแต่งพระทึกเสวอย เสร็จสรรพ ลำดับพระทึกสรง บนนจงอบโอช ด้วยคนโธสธุบาบุษปน้นน มุโขทกํ อาหริตฺวา เจ้าก็เอาน้ำชำระสระพระภักตร ปรักฏพระลาลาด มาถวายแด่พระราชฤๅษีสิทธิ์แล อสฺสมปทํ สมฺมชฺชิตฺวา เจ้าก็ชำระอังกรกราด สถานาวาศอาศรมบทน้นน เทฺว ปุตฺเต ปิตุ สนฺติเก เปตฺวา แล้วนางก็ไว้วางพระราชเอารส ในสำนักนิพระดาบศบพิตรน้นน ปจฺฉึ ขณิตฺติญฺจ อาทาย องฺกุสหตฺถา อรญฺํ ปวิสิตฺวา แลมีมือกุํกุณีแล ขอขุดธงง ก็ท่องยงงไพรกันดาร เอามูลผลาหารในพนาลี เต็มกุณีนางนารถน้นน สายณฺหสมเย อรญฺโต อาคนฺตฺวา ในกาลเมื่อสายาห เจ้าก็มาแต่ป่ายงง ลำพงง พระกุฎีด่งงเก่าแล ปณฺณสาลายํ ผลาผลานิ เปตฺวา เจ้าก็ดำกลผลาผลอนนหาได้ ไว้ในบรรณศาลาน้นนแล นฺหาตฺวา ปุตฺเต นหาเปสิ ครั้นเช้าเล่าเจ้าก็สรงสนาบน์ อาบพระราชเอารสแก่แม่น้นน ฯ อถ จตฺตาโร ขตติยา ปณฺณสาลทฺวาเร นิสีทิตฺวา อนนดับน้นน อันว่ากระษัตรทั้งสี่พระองค์ ก็น่งงแนบแทบทวาร บรรณศาลลิขิตน้นน ผลาผลํ ปริภุญฺชนฺติ ก็บริโภคผลาผล เปนบังคลพระกระยาเสวอยแต่ท่านแล ตโต มทฺที เทฺว ปุตฺเต คเหตฺวา ถัดน้นนนางก็ตระกองท้งงสองกระษัตรแก่แม่น้นน อตฺตโน ปณฺณสาลํ คจฺฉติ เจ้าก็ไปสู่คฤหาลยแห่งตนเล่าแล อิมินาว นิยาเมน เต จตฺตาโร ขตฺติยา อันว่ากระษัตรทั้งสี่พระองค์ อนนเปนพงษ์ประภาศ กร วสึสุ ก็สิงสโมสร สระมรรคภาค สตฺตมาเส สิ้นสมาบทวิสัตทศวาร เอาตรึงษ์หารได้ สัปตมาศ ปพฺพตกุจฺฉิมฺหิ ในครรภาศที่วงกฏ โดยนิยมมิยตนยาย สิ้นสายสาร อรรถธรรม์ พระสรรเพ็ชญ์บนนทูร บริบูรณ์พระธรรมเท่านี้ ฯ

 วนปเวสนกณฺฑํ นิฏฺิตํ พระคาถา ๕๗ พระคาถาจบบริบูรณ์ ฯ





๑. ชูชกได้นางอมิตตดาพาไปอยู่บ้านทุนวิฐ พราหมณ์หนุ่ม ๆ เห็นนางปฏิบัติผัวดีกว่าเมียของตัว ก็เดือดใจพาลพาโลตีเมียของตน ๆ
๒. พวกนางพราหมณีเจ็บใจ พอเห็นนางอมิตตดามาสู่ท่านํ้า ก็รุมกันตีด่าว่าขานจนนางอมิตตดาต้องกระเดียดกระออมนํ้ากลับบ้าน
๓. ชูชกเห็นนางเดินร้องไห้กลับมาจึงถามเหตุ นางก็แจ้งคดีให้ฟังแล้วว่า แต่นี้ไปงานการจะไม่ทำ จงไปขอชาลีกัณหามาให้ใช้
๔. ชูชกรับอาสาไปขอชาลีกัณหา ออกเดินทางเที่ยวถามไปทุกหนแห่ง แล้วก็เข้าสู่ดงแดนเจตบุตร

  ตทา กลิงฺครฏฺเ ทุนฺนวิฏฺพฺราหฺมณคามวาสี ชูชโก นาม พฺราหฺมโณ ดูกรสงฆ์ในกาลน้นน ยงงมีพราหมณผู้หนึ่งชื่อชูชก อยู่ในบ้านนอกซอกซอน เปนพฺราหมณ์จร ในบ้านพราหมณ์ทงงหลาย อันธหมายชื่อทุนวิ ชิดเมืองกาลิงคราษฎร์น้นน ภิกฺขาจริยาย กหาปณสตํ ลภิตฺวา แลพราหมณ์น้นนได้ทองร้อย กรสาปน เปนลาภด้วยเดอรขอทาน ทุกวันวารแก่มหาชนทงงหลาย บมิขาดเลย เอกสฺมึ พฺราหฺมณกุเล เปตฺวา ก็ฝากทองนั้นไว้แก่ปรยูรพราหมณฺผู้หนึ่งน้นน ปุน ธนํ ปริเยสนตฺถาย คโต พราหมณ์ขี้ไร้ ย่ามได้จึงจะไปแสวงหาสีน ด้วยขืนขีนขอ เอาเล่าแล ตสฺมึ จิรายนฺเต ในเมื่อชีชูชกเถ้ามหลกอการ ไปแวนนานจรลํ่าแล พฺราหฺมณกุลํ กหาปณํ วลญฺเชตฺวา อันว่าตรกูลพราหมณ์จำหน่ายจ่ายทอง เถ้าทงงผองร้อยกรสาปน ร้ายกว่าพราหมณ์ประดาบน้นนโสดแล ปจฺฉา อิตเรน อาคนฺตฺวา โจทิยมาโน ภายหลังมาจึงพราหมณ์ชูชก พกมาทวงทอง ตนทงงผองร้อยกรสาปน แก่พราหมณน้นน กหาปเณ ทาตุํ อสกฺโกนฺโต พราหมณ์สับปลับสับปลี้ บมิอาจที่จะใช้หนี้ทอง พราหมณ์ทงงผองร้อยกรสาปนน้นนได้ โสดเลอย อมิตฺตตาปนํ นาม ธีตรํ ตสฺส อทาสิ จึ่งจะให้ลูกสาวศรีมีนามอมิดดา แก่พราหมณ์ชราน้นนเปนเมีย เพราะว่าจ่ายสินเขาเสีย หาจะจำนำจะใช้ให้บมิได้น้นน โสดเลอย โส ตํ อาทาย กลิงฺครฏฺเ ทุนฺนวิฏฺํ นาม พฺราหฺมณคามํ คนฺตฺวา วสิ ชูชกก็พาอมิดดานั้นไป อยู่ในบ้านหมู่พราหมณ์ อันชื่อทุนวิษฐติดตรมวล หมู่มหาชนชาวกาลิงคราษฎร์นั้น อมิตฺตตาปนา สมฺมา พฺราหฺมณํ ปฏิชคฺคติ อันว่าอมิดดาก็อยู่บำเรอเชอภักดิ์ งานพราหมณ์หนักมันก็เอา งานพราหมณ์เบามันก็สู้ บมิอาจเยียชู้ ทำคดคู้แก่พราหมณ์ ผดุงโดยตามทุกเมื่อเลอย

 อถ อญฺเ ตรุณพฺราหฺมณา ตสฺสา อาจารสมฺปตฺตึ ทิสฺวา อันดับน้นน อันว่าพราหมณ์หนุ่มทงงหลาย อันธหมายมีในบ้านทุนวิษฐ เขาก็เห็นอมิดดามี มารยาทอันดี แลโดยใจชีพราหมณ์แก่น้นน อยํ อมิตฺตตาปนา มหลฺลกพฺราหฺมณํ สมฺมา ปฏิชคฺคติ จึงพราหมณ์บ่าวทงงหลายก็รำพึงด่งงนี้ อันว่าอมิดดา มันบำเรอรักษาพราหมณ์เถ้า ดุจบำเรอแก่เจ้าแก่ครู แลไปดูดีรบานี้ ตุมฺเห อมฺเหสุ กึ ปมชฺชถาติ เขาก็ท่าวกล่าวแก่เมีย เขาด่งงนี้ อันว่าสูทงงหลายด่งงฤๅแลมาเยีย สเพลาะสแพละ เอาะแอะแลมาลืมตู สูมิดูแม่สูอมิดดา อันมันบำเรอรักษาผัว กลัวยยอบน้นน อตฺตโน ภริยาโย ตชฺเชนฺติ เขาก็คำรนคำราม แก่พราหมณีทงงหลาย ความใดอายเขาก็ด่าแล ฯ ตา อิมํ อมิตฺตตาปนํ อิมมฺหา คามา ปลาเปสฺสามาติ อันว่าพราหมณีทงงหลาย เขาก็รำพึงด่งงนี้ ว่ามาเราจะให้ขับพา อมิดดานี้หนีจากบ้านเรา และจะให้มันไปเอาผัวบ่าวเทอญ นทีติตฺถาทีสุ าเนสุ สนฺนิปติตฺวา เขาก็ไปชุมนุมกันในตาฝั่ง บ้างก็นั่งในท่านํ้า บ้างก็คํ้ากันไปนั่งในจรอก บ้างก็แยกกันออกไปนั่งในตรหลาด เพื่อจะด่าให้อมิดดาหาศแห่พราหมณ์แก่นั้น ตํ ปริภาสึสุ จึ่งจะรุมโรมโซรม ปรทยดสยดตัดภ้อ บ้างดอกล้อแล้วโลมคืน บ้างก็ยืนด่าสเสรก บ้างก็ว่าเอนดูมันเด็ก แลมเราจะส่งงสอน อย่าให้มันหญ้อหญ่อนแก่พราหมณแก่นั้น

 ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ สตฺถา อันว่าพระวินายก ดิลกโลไกสวรรย์ ก็ต้านโดยพระสูตตรันตรปีฎก ยกมาให้เห็นเปนปรตยักษ์ แก่พุทธภักดิ ทั้งหลายด่งงนี้ อหุ วาสี กลิงฺเคสุ ฟงงแฮสงฆ์ ยังมีพราหมณ์ผู้หนึ่ง เรือนร้านพึ่ง กาลึงคราษฎร์น้นน ชูชโก นาม พฺราหฺมโณ โดยด่งงจริงพ่อแม่ แต่น้อยเรียกชูชก บแปลกเลอย ตสฺสาปิ ทหรา ภริยา เถ้ากปนกแพนกพล้าว มีแม่ย้าวสาวศรีหนึ่ง น้นน นาเมนามิตฺตตาปนา พราหมณีนางนงถ่าว ชี่ออมิดดามล่าวเมลาโฉม เฉอด น้นน ตา นํ ตตฺถ คตาโวจุํ ฝูงหญิงโซรมปรทยด ในด้าวดยรถเยาะเหยา แก่แม่ แล นทีอุทกหาริยา เมื่อนางเอาออมอาบ หิ้วหาบนํ้ามาเรือนเล่าน้นน ถิโย นํ ปริภาสึสุ ฝูงหญิงเบือนบ้ยวปาก ตัดภ้อภาคไยไพยยุ่งแล สมาคนฺตฺวา กุตูหลา บ้างสรใบเปลื่อยเปล่า แล่นคลุกเคล้าตามตยนด่าแล อมิตฺตา นูน เต มาตา ดงงจริง แม่มึงบยนมึงฤๅณเจ้า ฤๅว่ายายย่าเถ้ามึงชงง แช่งฤๅ อมิตฺโต นูน เต ปิตา ฤๅว่าพ่อมึงบหวงงปลูกให้เปนคน ทงงตาตนมึงก็ไสเสีย โสดฤๅ เย ตํ ชิณฺณสฺส ปาทํสุ พงษามึงเยียบาป ก็มาให้มึงล้มสพาบแก่พราหมณ์นี้ เอวํ ทหริยํ สตึ โฉม มลากงามสามสี่ เนื้อแถ่งถี่ดำแดง พี่เฮอย อหิตํ วต เต าตี บาปหลงงแรงฤๅณเจ้า ยยวปู่เป้ามึงทำ โทษฤๅ มนฺตยึสุ รโหคตา ความขำเขาซับซี่ ในวัดที่ดรธานปล่ยวนั้น เย ตํ ชิณฺณสฺส ปาทํสุ บนานเขาจับจู่ให้มึงเอาเถ้าปู่เปนผวว ด่งงนี้ เอวํ ทหริยํ สตึ หน้าให้หัวสิหห้าย โฉมแม่บร้ายรูปยงงงามแง่ไส้ ทุกฺกฏํ วต เต าตี ด่งงจริงโคตรนามแม่ ยายเถ้าแก่ทำเข็ญ แก่แม่ฤๅ มนฺตยึสุ รโหคตา เขาบให้เห็นกลกยจ ที่ลับสยดจรรจาจรลํ่าแล เย ตํ ชิณฺณสฺส ปาทํสุ ก็ให้มึงมาปรตยาค แก่เถ้าขี้ไร้สากตำเอง อ่อนเฮอย เอวํ ทหริยํ สตึ งามวงงเวงใจบ่าว ขึ้นหม้ามล่าวมานศรีไส้แม่ฮา ปาปกํ วต เต าตี ด่งงจริงชรอยชีพุก หากทำทุกข์แก่มึง มิอย่าเลอย มนฺตยึสุ รโหคตา เข้าไปถึงที่รโหรหัส อยู่ลหลัดแลมิรู้ตัวตน ด่งงนี้ เย ตํ ชิณฺณสฺส ปาทํสุ แส้งทำกลแก่แม่ มาให้แก่ลุงเถ้าแก่ตาชีนี้ชอบฤๅ เอวํ ทหริยํ สตึ มานศรีสาใจบ่าว ใครต้องคร่าวฤๅจะคืน รอดเลอย อมนาปํ วต เต าตี เขาก็เอามึงมาฝากฝืนแก่เถ้าเรื้อ แลมึงเอาเนื้อมาสู้เสือนี้กลใด ด่งงนี้ มนฺตยึสุ รโหคตา ซิบซับในวัดปล่ยว บให้หน่ยววันคืน เคร่าเลอย เย ตํ ชิณฺณสฺส ปาทํสุ ขืนมึงมาด้วยหยาบ ก็มาให้มึงล้มสพาบ แก่พราหมณ์นี้ เอวํ ทหริยํ สตึ คิดโฉมงามแง่หน้า ชายบ่าวบ้าใจโดย ดด่าวแล อมนาปวาสํ วสิ โอย ไปเจบรบานี้หน้อ แลมึงมาอยู่ด้วยเถ้าพร่อมพร้อพราหมณ์เพรง ด่งงนี้ เอวํ ทหริยํ สตึ โฉมนักเลงฦๅโลก เดอนเยืองโยกแอ้แร้รร่อนไส้ ยา ตฺวํ วสสิ ชิณฺณสฺส ฮาเพื่อนเฮอย หญิงใดแถงถงาดหน้า แลมาตกตํ่าช้าช่องชีพราหมณ์นี้ มตนฺเต ชีวิตา วรํ ความใดอายเขาก็ด่า ตายดีกว่าเปนคนอยู่นี้ น หิ นูน ตุยฺหํ กลฺยาณิ ด่งงจริง พันธุ์ปู่ป้า ยายย่า น้าลุงตามึง แม่ฤๅ ปิตา มาตา จ โสภเน ทงงน้าป้ามึงแม่ พวกพ้องแพร่โซรมชัง แช่งแล อญฺํ ภตฺตารํ วินฺทึสุ เขาบหวงงให้ผววบ่าว มาให้แก่ชีพุกพ่าวโพกลวง ตูกลยดนี้ เย ตํ ชิณฺณสฺส ปาทํสุ รอยเขาลวงลม่อม แลมาให้แก่บาคค่อมขวลทรรป ฤๅชอบนา เอวํ ทหริยํ สตึ เปนสาวสันทัดสง่ยม พร่ยมรร่ยมปาก เปรมตรู โสดแล ทุยิฏฺนฺเต นวมิยํ ยยวแม่บูชาผีเก้าคํ่า กาเถ้าพรํ่ามากิน ก่อนฤๅ อกตํ อคฺคิหุตฺตกํ ปรดิทิน นางบไหว้ไฟ ใดแต่หลังมาฤๅ ณเจ้า เย ตํ ชิณฺณสฺส ปาทํสุ จึ่งญาติกากุมมือฝาก แลบมีขันหมากไหว้ มาถาม กล่าวนี้ เอวํ ทหริยํ สตึ คิดโฉมงามท้างเทศ เกล้าเกลี้ยงเกษดกดำ คือภู่นี้ สมเณ พฺราหฺมเณ นูน รอยมึงบยำชีหน้าหนวด นักบวชด้วยดบัศวี แต่ก่อนฤๅ พฺรหฺมจริยปรายเน อันมีศีลมรรยาตร ท่านน้นนฉลาดฉลยวธรรม ทุกเมื่อโสด สา ตฺวํ โลเก อภิสฺสปิ รอยบยนบรรพชิตชีเถ้า ธผู้เปนเจ้าแจ่มใจ อารยพิเศษน้นน สีลวนฺเต พหุสฺสุเต ปรีชาญาณเปรมปราชญ์ รู้บรมาถรทรงศีลศุทธนั้น ยา ตฺวํ วสสิ ชิณฺณสฺส บาปเพรงขืนข่มเจ้า จึ่งแม่มาได้ผววเถ้าเว้าวำเก แก่นี้ เอวํ ทหริยํ สตึ นางโนเนนักนิ่น ปักปิ่นเกล้าโจรงโขดง พี่เฮอย น ทุกฺขํ อหินา ทฏฺํ งูขบโหงหายง่าย แล่นพิศพ่ายกลัวไกล อ่อนฮา น ทุกฺขํ สตฺติยา หตํ หอกหางไหลแหลนแส่ ทักกรแบ่บกลวว ลำบากเลอย ตฺจ ทุกขญฺจ ติปฺปญฺจ แม่มามีผววปู่เถ้า คืออยู่เฝ้าผีสาง ด่งงนี้ ยํ ปสฺเส ชิณฺณกํ ปตึ ปรานีนางณแม่ แลมาได้ผววเถ้าแก่ชีเชอญ นตฺถิ ขิฑฺฑา นตฺถิ รติ การเบญจกามรศร่วม ฐกัดนี้แก่เถ้าตุ่ยต่วมฤๅจตรู ด่งงนี้ ชิณฺเณน ปตินา สห อยอกอยักชูเชยแก้ม หน้าเหน้าแย้มฤๅจะสรวล แต่ใดเลอย นตฺถิ อลฺลาปสลฺลาโป บังควรคำถ้อถ้อย รักน้อยหนึ่ง ฤๅจะมีเลอย ชคฺฆิตมฺปิ น โสภติ หเหอยหววหห้าย ผววเถ้าร้ายรูปฤๅงาม แง่เน้นน ยทา จ ทหโร ทหรา ยามใดบ่าวรราวสาวรรื่น คคร้านใครครยวกัน ฤๅอิ่มเลอย มนฺตยึสุ รโหคตา คร้นนเมื่อถึงที่สงัด กามกำหนัดนิจรรจา ฉเฉื่อยแล สพฺเพ โสกา วินสฺสนฺติ สองตอบตาตรยบหน้า ทุกข์เท่าฟ้าเห็นหาย โสดแล เย เกจิ หทยสฺสิตา ไข้เครื่องตายลำบาก ความรักรากอย่าคืนถอยแล ทหรา ตฺวํ รูปวตี โฉมแม่มลื่นตาบ่าว เนื้อนงถ่าวถนิมกาม ปุริสานํภิปตฺถิตา ยำยามใจเลงโลกย์ ใคร่ยวนโยคสํสอง วว่งงไส้ คจฺฉ าติกุเล อจฺฉ แม่อย่าครองเถ้าถึกเถื่อน เร่งไปหาเพื่อนพ้องมึงเร็วด้วยด่วนเทอญ กึ ชิณฺโณ รมยิสฺสติ เถ้าลำเลวสเอวเปล่า เล็บเน่าเนื้อหนังหยาบ โลกสวภาพฤๅจะมีศุขแต่ใดเลอย ด่งงนี้ ฯ สา ตาสํ สนฺติกา ปริภาสํ ลภิตฺวา อนนว่าอมิดดพราหมณี ได้ยินคดีเขาด่า ว่าพพรูกรูพพรั่ง บ้างพลางสั่งแส้งด่าปรทยด บ้างพลางสยดแส้งด่าปรทับ เพื่อว่าจะใคร่ขับมนนหนีไปไกล จากพิสยบ้านน้นน โสดแล สา โรทมานา อาคนฺตฺวา ก็เอากลออมน้ำกรดยด คยดในใจหญิกหญิก ไห้กสิกกสิกไปพลาง วางยังเรือนตน ด้วยด่วนแล กึ โภติ ปริเทวสีติ ตํ ทิสฺวา อาห พราหมณ์คร้นนเห็นนาง ไห้ไปพลางกสึกกสึก ก็ลคึกถาม ดูกรนางพราหมณีน่ารัก ใครแลมาแช่งชักหักไม้ ให้เจ้าไห้สอื้น เชอญแม่ขึ้นเรือนเรา ธแม่ฮา ตสฺส อาโรเจนฺตี พฺราหฺมณี อาห อันว่านางพราหมณนีกพลิกพล้อ ล้อแก่พราหมณ์คืน ด่งงนี้ นาหํ ตมฺหิ กุเล ชาตา ดูกรพราหมณ์ ตรกูลกูใช่ชั่วช้า ผววจะเป็นข้าขาด แก่เมียนี้ บมีไส้ ยํ ตฺวํ อุทกมาหเร ชีแม่มึงทูลนํ้ามา ชำระสะเชองได้ กูบมีมล้าง เหงื่อไคด้วยนํ้ามึง ปู่ฮา เอวํ พฺราหฺมณ ชานาหิ ดูกรเถ้าอกขน แต่นี้มึงรู้ตนว่ามึง อกาลแก่เทอญ น เต วจฺฉามหํ ฆเร กูก็มิไปยังอย้าวเรือนเผือนกู โอะเอนดูชีปู่เฮอย มึงก็จะเปนเปล่าแล สเจ เม ทาสํ ทาสึ วา ดูกรพราหมณ์บาบี ยังทาษทาษี ทำการนิวไส้ นานยิสฺสสิ พฺราหฺมณ ผิมึงบมิเอามาตักนํ้าตำเข้า สนองตนเถ้าแก่กลัวเมียยยอบแล เอวํ พฺราหฺมณ ชานาหิ ดูกรชีชรา ครานี้มึงรู้ตนว่ากูกลยดเทอญ น เต วจฺฉามิ สนฺติเก เรือนมึงเปนแก้ว กูก็บมิปอง เรือนมึงเปนทองกูก็บมิไป อยู่เลอย ฯ ชูชโก อาห อันว่าชูชกนํ้าตาตกคร่าว กล่าวแก่นางพราหมณีคืน ด่งงนี้ นตฺถิ เม สิปฺปฏฺานํ วา ข้าแต่แม่ยอดสงสาร การใดอันจมรู้จมหลัก พี่นี้แก่ฤๅนักฤๅจะทำ นี้นะเจ้า ธนํ ธญฺญฺจ พฺราหฺมณิ ทั้งเข้าเปลือกเข้าปล้อย สินน้อยหนึ่งฤๅจะมี แก่พี่นี้ กุโตหํ ทาสํ ทาสึ วา หญิงชายค่าเค้าครอก พี่จะทำออกได้แต่ใดมา นี้แม่ฮา อานยิสฺสามิ โภติยา และจะเอามาให้เปนข้าข้อย แก่แม่อ่อนสร้อยแสแท้ พี่นี้ อหํ โภตึ อุปฏฺิสฺสํ ไว้พี่จะค่อยอดเอาการก้มหน้า ขอเปนข้าแม่เพรางาย นี้นเจ้า มา โภติ กุปฺปิตา อหุ เจ้าอย่ากริ้วอย่าโกรธ แม่อย่าโรธอย่าร้อน ทำเยียอ้อนอ่อนแก่พี่พราหมณ์ เทอญแม่ฮา ฯ พฺราหฺมณี อาห อมิดดาก็รานระ ตระบะชีพราหมณ์คืน ด่งงนี้ เอหิ พฺราหฺมณ คจฺฉาหิ เวอยพราหมณ์ มึงอย่าได้มาตอแย ไว้แม่มึงจะเห็นให้แก่มึงไปนิทวัน ยถา เม วจนํ สุตํ โดยด่งงจริง เขาว่า ฦๅช่าบ้านเมืองเรา นี้นเวอย เอส เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่าท้าวผู้เอารสราชพระบาทท้าว สญชัยบพิตรน้นน วงฺเก วสติ ปพฺพเต ธไปเปนฤๅษี แสวงพรต ในเขาวงกฏ คิรีครรภ์ ตํ ตวํ คนฺตวาน ยาจสฺสุ ข่ำขยวพลันอย่าอยู่ ปักไปสู่ขวลขอ ทาสํ ทาสิญฺจ พฺราหฺมณ ลูกพอใจเจ้าหล้า แทนทาษข้าหญิง โส เต ทสฺสติ ยาจิโต ท้าวธก็จะทายธให้เปนช่วงใช้มึง พราหมณแล ทาสํ ทาสิญฺจ ขตฺติโย ได้เด็กงาม ลูกท้าวก็จะเป็นค่าครอกอย้าวเรือนเรา แลนเวอย ฯ ชูชโก อาห ชูชกพราหมณ ก็ยกคำงามกล่าว ลห้อย แก่แม่หนุ่มน้อยอมิดดาคืน ด่งงนี้ ชิณฺโณหมสฺมิ ทุพฺพโล ดูกรแม่ พี่นี้แก่นัก แลจะลงล่างย่างเดินก็บมิได้ ไว้แต่งานบนไส้พี่จะทำ ธแม่ฮา ทีโฆ จทฺธา สุทุคฺคโม ทางเต็มหนำไกลแกล่ ข้าเถ้าแม่ฤๅจะเดอร รอดเลอย มา โภติ ปริเทเวสิ แม่อย่ารํ่าไรไพมอก สอื้นออก นางด่า พี่นี้เลอย มา โภติ วิมนา อหุ อย่าเจ็บใจเลอยน้อง ใช้พี่ฟ้องว่า บมิไป นี้นเจ้า อหํ โภตึ อุปฏฺิสฺสํ ตนไทขอเปนข้า ใช้แม่ทร้าทรามสงวน พี่เฮอย มา โภติ กุปฺปิตา อหุ เชอญแม่มาสงวนสํภาศ อย่าคยดคาดแก่กัน อ่อนฮา พฺราหฺมณี อาห พราหมณีก็กล่าวกริ้ว สริ้วสยากแก่พราหมณ์คืน ด่งงนี้ ยถา อคนฺตฺวา สงฺคามํ เวอยพราหมณ์ มึงนี้ด่งงเลวบันดาลเนา แลธมิเอาไปยงงงานพระราชสงคราม ท่านน้นน อยุทฺเธวปราชิโต ไป่ทันปามปะศึก มาละคึกด่วนกลววแกลน หอกไป่ติดแพน แหลนไปติดด้าง ช้างไป่ถึงงา แลมึงมาด่วนระอาราถอย ด่งงนี้ เอวเมว ตุวํ พฺรหฺเม อนี้คืออ้ายพร่อยฟันหัก อยู่มลักแลเขามิกลววมึง อคฺนตฺวาว ปราชิโต ไป่ทันถึงท่านเจ้า แลมาด่วนเร้าราถอย ด่งงนี้ สเจ เม ทาสํ ทาสึ วา ดูกรพราหมณ์ มึงจิงรำพึงถึงขยุมหญิงชายช่วงเทอญ นานยิสฺสสิ พฺราหฺมณ ผิมึงมิรู้อายแลมิเอามา อย่าได้สงกา ว่ากูจะรักมึงด่งงเก่าเลอย เอวํ พฺราหฺมณ ชานาหิ จงมึงรำพึงแก่ตนแก่เนื้อ ว่ากูมิได้เอื้อเฟื้อโสดสักอัน พ่อออกเฮอย น เต วจฺฉามหํ ฆเร ดูกรพราหมณ์ ชื่อว่าเรือนมึงงาม ด่งงเรือนท้าว อย้าวมึงงามด่งงเรือนไท กูก็บมิไปเยือนเลอย อมนาปนฺเต กริสฺสามิ ความอนนใดอาพาธ กูก็จะทำให้เถ้าหาศทุกปรการ กว่าชื่นแล ตนฺเต ทุกฺขํ ภวิสฺสติ บนานเลอยมึงก็จะตรอมรอมโสดแล ฯ

 ตโต โส พฺราหฺมโณ ภีโต พฺราหฺมณิยา วสานุโค ฯ ภิกฺขเว ดูกรพํพวกพุทธบุตรทงงหลาย ตโต เมาะ ตทา รำพึงนิยายแต่หลงง กาลกำบงงแล้วลับสิ้น พฺราหฺมโณ อันว่าพราหมณ์ชรา ชีณกัปนก ชูชโก นาม นาเมน ชื่อชีชูชกโดยนาม ภีโต วจนโต อมิตฺตตาปนา พราหมณก็ตกกหม่า ตยมแต่อมิดดาด่าให้หาศ วสานุโค พฺราหฺมณิยา ก็ลุอำนาจในมือพราหมณีนางหญิง โหติ ก็มีจริงโดยกล่าวนี้ ฯ อฏฺฏิโต กามราเคน พฺราหฺมณึ เอตทพรฺวิ ฯ โส พฺราหฺมโณ อันว่าชูชกพราหมณ์ กามราเคน แลกามตัณหา ราคาความรินรัก อฏฺฏิโต เมาะ ปติโต หากมาหนักหนาอก เพี้ยงแพพกมาทับ หับเหงบ่าค่าคาง เอตํ วจนํ ยงงคำครางคำครวญสวาศ ก็บมิอาจอืไอได้สักคำ พฺราหฺมณึ อพรฺวิ จึ่งจะกล่าวด้วยคำ ยำพลางปลอบ ตอบอมิดาเมียตนด่งงนี้ ปาเถยฺยํ เม กโรหิ ตฺวํ ดูกรเจ้า จงแม่มาแต่ตำสบยง พี่บมิถยงว่าบมิไปเลอย แลแม่ฮา โสดแล ทฺวารํ ปฏิสงฺขริตฺวา ก็กทำแม่ทวารใบบานประตู บมิให้เห็นรูเห็นช่อง ที่ล่องลับคำนับนิแล้ว โสดแล อรญฺา ทารูนิ อาหริตฺวา แล้วก็เยียปกาปกัง ผังไปยังป่า ล่าเก็บฟืนมาไว้แก่เมียตน โสดแล ฆเฏน อุทกํ อาหริตฺวา แล้วก็เอากลออมดิน แล่นตตินยงงท่า แบกน้ำด้วยบ่ามายงงเรือนตน โสดแล เคเห สพฺพภาชนานิ ปูเรตฺวา ก็ให้นํ้าเต็มเต้า เข้าเต็มไห ไปเต็มม่อ ชื่อว่ากล้อก็บมิให้พร่องเลอย ตตฺเถว ตาปสเวสํ สมาทยิตฺวา ก็ดำแลงเพศเปนดาบศ จำเมียสํมตว่ากูชี ให้ดูดีในเรือนตน โสดแล ภทฺเท อิโต ปฏฺาย อกาเล มา นิกฺขม จึ่งจะสอน อมิดดา ด่งงนี้ จำเดิมแต่นี้ไปในเมื่อใช่กาล แม่อย่าคลาดคลานออกไป จากออกเรือนเรานี้ ณแม่ฮา ยาว มมาคมนา อปฺปมตฺตา โหหี ติ โอวทิตฺวา ตราบใดพี่ไปบมิมา จงแม่อย่าเยียสเพลาะสแพละ นัดแนะชายชู้ ทำคดคู้จากพี่นี้ อุปาหนํ อารุยฺห พราหมณ์ก็กุมเกือกเลือกสบ กบกับตีนตนให้มั่น โสดแล ปาเถยฺยปสิพฺพกํ อํเส ลคฺเคตฺวา ก็สพายถุงไถ่ ใส่กับบ่าตนลม่อมแล อมิตฺตตาปนํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ก็กทำปรทักษิณสามรอบ คอบอมิดดาเมียตนแลแล้ว อสฺสุปุณฺเณหิ เนตฺเตหิ ปกฺกามิ พราหมณ์ชูชก นํ้าตาตกชูเช็ด เดอรด่ยวเด็จตนไปปล่ยวแล ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ สตฺถา อันว่าพระศรีสุคต นิหตราคตัณหา ก็ปรดับปรดาพระคาถาให้ ผู้หวงงกุศลผลผนวช บวชในพระสาศนพุทธ ศีลวิสุทธิ์ ทงงหลายฟัง ด่งงนี้ อิทํ วตฺวา พฺรหฺมพนฺธุ ดูกรอาริย อันว่าชูชกพราหมณ์ คร้นนกล่าวคำนับ นิลำดับด้วยเมียตน แล้วแล ปฏิมุญฺจิ อุปาหนํ ตีนเถ้าสบสองเกือก ตากลับเกลือกมยงเมีย แม่น้นน ตโต โส มนฺตยิตฺวาน อันดับน้นน พรหมณีเตือนแต่ง แม่อย้าวแพ่งภักดีด้วย ด่วนแล ภริยํ กตฺวา ปทกฺขิณํ ฉวัดฉวยรวยรสามรอบ ไหว้นบนอบลานาง อยู่เทอญ ปกฺกามิ โส รุณฺณมุโข ไห้ไปพลางสรอื้น ตาตุ่มชื่นชำงือใจ ลำบากแล พฺราหฺมโณ สหิตพฺพโต แปรเพศเป็นบาบวช เถ้าจังกวดกามกวนบอยู่เลอย สิวีนํ นครํ ผีตํ ก็ไปจวบจวนเมืองมหาราช พระบาทท้าวสญชยบพิตรน้นน ทาสปริเยสนญฺจรนฺติ เพื่อจะแสวงหาข้าใช้ช่วง มาพูนพ่วงเรือนตน โสดแล โส ตํ นครํ คนฺตฺวา อันว่าชีชูชกก็ไปด่านผลูกลุ ถึงเมืองเชดุดรแล สนฺนิปติตํ ชนํ ทิสฺวา พราหมณก็ยล หมู่มหาชนอันชุํนุํกันอยู่น้นน เวสฺสนฺตโร กุหินฺติ ปุจฺฉิ พราหมณ์ก็ถามด้วยความงาม ด่งงนี้ ดูกรชาวเจ้า อันว่าพระแพศยันดร ท้าวธเสด็จจรไปในที่ใดนี้วสิ้น ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ สตฺถา อันว่าพระภูริบวรญาณมหาดิลกรัตน์ ก็บอกบรมรรถธรรมปรเภท แก่บุนยเกษตรทงงหลาย ด่งงนี้ โส ตตฺถ คนฺตฺวา อวจ ดูกรภิกษุ อันว่าพราหมณ์ ครั้นถึงก็ถาม ชาวเชดดุดร ด่งงนี้ เย ตตฺถาสุํ สมาคตา ที่ใดคนแครคร่งง ชุมกนนน่งงเนืองนองในที่น้นน กุหึ เวสฺสนฺตโร ราชา ดูกรชาวพระนคร พระแพศยันดร เสด็จด้าวแดนใด นี้วสิ้น กตฺถ ปสฺเสมุ ขตฺติยํ เราใคร่ขอเห็นหน้า ธเจ้าหล้านารถนักธรรม เต ชนา ตํ อวจึสุ ฝูงมหาชนเหลือแหล่ ก็กล่าวแก่เถ้าแก่กปนก ด่งงนี้ เย ตตฺถาสุํ สมาคตา นอกนครเนืองน่งง สรพรั่งพร้อมแก่พราหมณ์น้นน ตุมฺเหหิ พฺรหฺเม ปกโต ดูกรชีชูชก สูทงงหลาย บยนพ่อ ด้วยความฬ่อโลมขอด่งงนี้ อติทาเนน ขตฺติโย เพราะธให้ทานบมิถ่อย สิ่งสินอ่อยเอาบุญ มากแล ปพฺพาชิโต สกา รฏฺา แลพลสีพีชาวเชด นฤเทศท้าวธไปป่าแล วงฺเก วสติ ปพฺพเต สิงสังวาศเขาคด ชื่อวงกฏกันดาลไพร ตุมฺเหหิ พฺรหฺเม ปกโต เวอย ดบัศวีสรวมแช่ง มึงจำให้พระแล่งพระนคร ท่านน้นน อติทาเนน ขตฺติโย เหตุท้าวธเฟื่อยฟ้า พลไพร่ข้าขับขยว อาทาย ปุตฺตทารญฺจ เดอรเด็จดยวด้วยลูก เมียแก้วปลูกไมตรี วงฺเก วสติ ปพฺพเต เปนฤๅษีสารูป ไปตั้งตูบตีนเขา อยู่แล ฯ เอวํ อมฺหากํ ราชานํ นาเสตฺวา อันว่าฝูงมหาชนทงงหลาย ก็กล่าวแก่พราหมณ์ ด่งงนี้ ว่าสูหมู่พราหมณ์เดอรขอทานท้งงหลาย หากให้เจ้าตูฉิบหายจำงายพรากพระบุรี ท่านนี้ ปุนปิ อาคตา อิธ ติฏฺถาติ มึงมาอยู่ในสถาน ที่จะขอทานโสดแล ฯ เลณฺฑุทณฺฑาทิหตฺถา พฺราหฺมณํ อนุพนฺธึสุ ฝูงมหาชนท้งงหลาย กริ้วโกรธก็กล่าวแก่พราหมณ์ ด่งงนี้ ว่ามึงจะมักตายฤๅ ก็มีมือถือไม้ค้อนก้อนดิน เครื่องจะกินเนื้อพราหมณ์ ก็ตามคำรนคำรามไปพลาง โสดแล ฯ โส ตํ เทวตาธิคฺคหิโต หุตฺวา วงฺกตปพฺพตมคฺคเมว คณฺหาติ อันว่าพระมารพิชิต พิกสิตบรมญาณ กล่าวสารพระคาถา ผดยงแก่ดบัศวี ชิเดนทรีย์ทงงหลาย ด่งงนี้ โส โจทิโต พฺราหฺมณิยา ดูกรภิกษุ อันว่าพราหมณ์บาบี พราหมณีนางบาป กำราบให้มันไป โสดแล พฺราหฺมโณ กามคิทฺธิมา เพื่อไฟกามกำนัดนิ ให้เถ้าพลัดเรือนตน โสดแล อฆนฺตํ ปฏิเสวิตฺถ ท้ยนทนทุกข์เดือดร้อน คนไล่ต้อนตามตี ยยุ่งแล วเน วาฬมิคากิณฺเณ หนีเข้าพึ่งพนาลย ที่อาศรยเสือคร่งน้นนแล ขคฺคทีปินิเสวิเต เขาตามส่งถึงนอกเมือง พเสือเหลืองแลแรด อาทาย เวฬุวํ ทณฺฑํ ด้นนดงแพสยไต่เต้า ทายเท้าไผ่ผงงหนี อคฺติหุตฺตํ กมณฺฑลุํ กุณฑี ธรรมกรก เครื่องบ่าพกพกบ่าแล โส ปาวิสิ พฺรหารญฺํ เข้ายงงป่าไพรพนม เถ้ายอมือผคมแล่นลลาน ยตฺถ อสฺโสสิ กามทํ ป่าใดดาลได้ข่าว ท้าวผู้คล่าวคลงงธรรม์ ตํ ปวิฏฺํ พฺรหารญฺํ ยงงพราหมณ์ ผรรผงงกว่า เข้ายงงป่าอาทวา โกกา นํ ปริวารยุํ หมาเจตรบุตรใช่น้อย นับด้วยร้อยติดตามพราหมณ์ วิกฺกนฺทิ โส วิปฺปนฏฺโ เถ้าววามหลงหน ไห้รักตนออุ่ย ทูเร ปนฺถา อปกฺกมิ ร้องว่าวุ่ยไปพลาง หลงหนทางที่จะไป ยงงคิรียวงกฏน้นน ฯ ตโต โส พฺราหฺมโณ คนฺตฺวา ดูกรสงฆ์ พราหมณ์กลีโลภล้น ใจบาปพ้นพรรณา วงฺกสฺโสหรเณ นฏฺโ หลงมรคาที่จะไปสู่ พณเกล้าอยู่ณหวว สุนเขหิ ปริวาริโต หมาเจตรบุตรพววพร่งงพร้อม ตามเห่าห้อมหวงไป รุกฺขสฺมิญฺจ นิสินฺโนว ขึ้นอาศรยไม้แมก พอแลวกกจุตน อิมา คาถา อภาสถ เถ้าทุรชนชั่วชื้น สรอื้น ออกร้องร่ำศัลย์ โก ราชปุตฺตํ นิสภํ พญาธรรม์พ้นแพ่ง ใครรู้แห่งแหนไป ชยนฺตมปราชิตํ กรุงไผทโกรมก่อหล้า ใจเพื่อยฟ้าทำทาน ภเย เขมสฺส ทาตารํ อาจให้ศุขสำราญแก่โลกย์ ที่ต้องโศกกลววแกลน โก เม เวสฺสนฺตรํ วิทู ใครรู้แดนเจ้าช้าง จงบอกบ้างแก่กู โย ยาจตํ ปติฏฺาสิ พระแพศยันดรตนใด ฝูงเข็ญใจใจถึง ยาจกพึงสู่สํภาร ภูตานํ ธรณีริว ท้าวธน้นนปานแผ่นกว้าง ทุกทวยอ้างอาศรย ธรณูปมํ มหาราชํ พระแพศยันดรดุจแผ่นหล้า สัตว์ถ้วนหน้าอยู่เย็นใจ โก เม เวสฺสนฺตรํ วิทู ใครรู้แห่งพระแพศยันดร บอกจงอรใจกู โย ยาจตํ คตี อาสิ พระแพศยันดรใครคู่ ยาจกสู่แสวงหา สวนฺตีนํว สาคโร คือสาครอย่างย่าน แม่น้ำน่านนองถึง อุทฺธูปมํ มหาราชํ อันว่าพระแพศยันดร อนนเสมอรัตนากร สรสินธุ์ โก เม เวสฺสนฺตรํ วิทู ใครรู้แห่งเจ้าแผ่นดิน ชื่อพระนรินทรแพศยันดร อย่าให้กูไห้หอนวานบอกรา กลฺยาณติตฺถํ สุจิมํ ด่งงฤๅ ด่งงสระสโรช ท่าช้อยโชติควรชม สีตูทกํ มโนรมํ มโนภิรมย์ สระสิตกษีดิรถดูงาม ปุณฺฑรีเกหิ สนฺฉนฺนํ อัมภุชหลามเหลืออ่าน ทุกอย่างย่านยรรยงสินธุ์ ยุตฺตํ กิญฺชกฺขเรณุนา อรพินธุ์บางบุษบบววมาศ เกสรสาธุ์ เสาวคนธ์ขจร รหทูปมํ มหาราชํ อนี้คือพระแพศยันดรดาบศ พ้ยงรหทใสสรร โก เม เวสฺสนตรํ วิทู ใครเห็นหรรษบอกบ้าง ที่พระผู้สร้างสาธุ์ จรรยา อสฺสตฺถํว ปเถ ชาตํ ด่งงฤๅ ด่งงโพพฤกษากิ่งกว้าง เกิดแทบท้างทางทยว สีตจฺฉายํ มโนรมํ ใบขยวร่มรเรื่อย สรนุกนิเฉื่อยฉายา สนฺตานํ วิสเมตารํ อาจโลมลาเพโลกย์ อันร้อนโรคลำเค็ญ กิลนฺตานํ ปฏิคฺคหํ เปนพำนักนิในราษฎร อันมล้ามารคจรัลจร ตถูปมํ มหาราชํ อนี้คือพระแพศยันดรโพธิสัตว์ พ้ยงอสัษฐวิศาล โก เม เวสฺสนฺตรํ วิทู ใครรู้วานว่ารา ที่พระผู้เฟื่อยฟ้าดินเกษม นิโคฺรธํว ปเถ ชาตํ ด่งงฤๅ ด่งงไซรชรเอมชรอื้อ อรทื้อแทบทางเดอร สีตจฺฉายํ มโนรมํ ร่มเย็นเมอล มืดเมฆ พ้ยงชลเศกเสบยใจ สนฺตารํ วิสเมตานํ ทวยใดเดอรแดดร้อน ดับไข้ข้อนกัลหายหิว กิลนฺตานํ ปฏิคฺคหํ ร่มเย็นฉิวเฉื่อยหล้า ถ้วนหน้าเหนื่อยพำนักนอน ตถูปมํ มหาราชํ อนี้คือพระแพศยันดรสันโดฐ พยงนิยโครธสูงสเบอย โก เม เวสฺสนฺตรํ วิทู ใครรู้เฉลอยกูกล่าว ที่ท้าวผู้คล่าวคลังธรรม อมฺพํ อิว ปเถ ชาตํ ด่งงฤๅด่งงไม้ม่วงมาศ บแคล้วคลาศทางเทอน สีตจฺฉายํ มโนรมํ ใบบงงเหอนหาวบด มีรศเรื่อยใจคน สนฺตานํ วิสเมตานํ ทวยทูรพลหิวหอบ ให้ชุ่มชอบใจคืน กิลนฺตานํ ปฏิคฺคหํ สบสัตว์ยืนย้งงอยู่ ดับร้อนสู่สโมสร ตถูปมํ มหาราชํ อนี้คือพระแพศยันดรแมนมูรดิ พย้งพฤกษจรูญเจรอญผล โก เม เวสฺสนฺตรํ วิทู ใครรู้หนแห่งไท้ อย่าไว้ว่าแก่กูหนึ่งรา สาลํ อิว ปเถ ชาตํ ด่งงฤๅ ด่งงไม้รงงรจิตร อันอยู่ชะชิดทางเทา สีตจฺฉายํ มโนรมํ ร่มเย็นเอาใจโลกย์ ลำโล้โลกใบกราง สนฺตานํ วิสเมตานํ ทวยคนครางข้อนไข้ ครั้นอยู่ได้แรงมา กิลนฺตานํ ปฏิคฺคหํ ทั่วประชาพยาธิ์ ได้ศุขสาธุ์สาธร ตถูปมํ มหาราชํ อนี้คือแพศยันดรใจกล้ยง ประดุจพ้ยงศาลสวรรค์ โก เม เวสฺสนฺตรํ วิทู บอกจงทนนที่ร้อน ท้าวธผู้ข้อนขิ่งทำทาน ทุมํ อิว ปเถ ชาตํ ด่งงฤๅด่งงไม้พิษฎารเหลือแหล่ หนุ่มแก่ใกล้มรคา สีตจฺฉายํ มโนรมํ ฉายร่มร่มรร่อน ชรอื้ออ่อนเอาใจ สนฺตานํ วิสเมตานํ คนใดมามม่าว บให้ผ่าวเผาแด กิลนฺตานํ ปฏิคฺคหํ ยอดแสแท้ทวยศาขย สบสัตว์ยากอยู่เสบอย ตถูปมํ มหาราชํ อนี้ คือพระแพศยันดร ลเหอยทุกขราษฎร์พ้ยง พฤกษาชาดิราชี โก เม เวสฺสนฺตรํ วิทู ที่พระศรีสํโพธิ ยาอยดโอทแหนไป เอวญฺจเม วิลปโต ในเมื่อกูถามถึงท่านไท้ ร้อนรํ่าไห้โหยหา ปวิฏฺสฺส พฺรหาวเน แลกูมาลุในป่ากว้าง บมีที่อ้างอาศรย อหํ ชานนฺติ โย วชฺชา คนใดว่ารู้แห่ง ท้าวพ้นแห่งพาธรรม์ นนฺทํ โส ชนเย มม หากให้หรรษาโมทย์ เปนประโยชน์แก่กู เอวญฺจ เม วิลปโต ในเมื่อกูไห้ทรหูรํ่าร้อง สยงมี่ก้องกลางดง ปวิฏฺสฺส พรหาวเน แลกูมาหลงคว่งงคว้าง ในป่ากว้างวงงเวงวล อหํ ชานนฺติ โย วชฺชา คนใดว่ารู้ที่ ท้าวผู้คลี่คลังทาน ตาย โส เอกวาจาย ด้วยคำหวานเพราะพร้อง คำหนึ่งต้องใจกู ปสเว ปุญฺํ อนปฺปกํ ผู้น้นนโออดุลย์ อาจให้บุญคุณยศแก่กูมากแล ฯ ตสฺส ตํ ปริเทวนสทฺทํ สุตฺวา อารกฺขณตฺถาย ปิโต เจตปุตฺโต มิคลุทฺทโก หุตฺวา อรญฺเ วิจรนฺโต อันว่านายพรานเจตบุตร อันท้าวพระญาประดิษฐานไว้ให้พิทักษ์รักษา เจ้าพระยาแพศยันดร มนนก็จรจรัลไปมาในป่า ก็ได้ยินซ่าศับทสำนยงพราหมณ์ไห้ ในต้นไม้เกนเกนอยู่น้นน อยํ พฺราหฺมโณ เวสฺสนฺตรสฺส วสนฏฺานํ ปริเทวติ มนนก็รำพึง อันว่าพราหมณ์นี้มาถึงป่าไม้ และร้องไห้เพื่อจะแสวงหา เจ้าพระยาแพศยันดรเยียใด ด่งงนี้ น โข ปเนส ธมฺมตาย อาคโต ด่งงจริงพราหมณ์นี้มา เพื่อจะหวงงแสวงหาลาภ ใช่จะมาด้วยสวภาพแสวงธรรม อันอื่นเลอย มทฺทึ วา ทารเก วา ยาจิสฺสติ มันจะมาขอเจ้ามัทรี ผิบมีเจ้าชาลีแลกัณหา สองพงงงารักราชน้นน อิเธว นํ มาเรสฺสามิติ มากูจะฆ่าเถ้าแก่กาจ ให้พินาศตนตายวายชีพิตรในป่านี้ ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา นายพรานค่อยทรานทราบเข้าใกล้ แทบต้นไม้ที่พราหมณ์อยู่น้นน โภ พฺราหฺมณ น เต ชีวิตํ ทสฺสามีติ มนนก็ร้องว่าเวอยพราหมณบาปคาบนี้ กูมิให้ชีวิตรมึงรอดเลอย โส ธนุํ อาโรเปตฺวา อากฑฺฒิตฺวา ตชฺเชสิ เจตบุตรกเยียคคฤ้าน ขึ้นเกาทันฑ์ยันยืนป่ายปืนพาด ร้องตรหวาดชีพราหมณ์แล ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ สตฺถา อันว่าพระนรสีหอธิบดิศร บวรอมรแมนสวรรค์ ก็พร้องพระธรรม์คาถา ให้ประชาสัตว์ทงงหลายฟงง ด่งงนี้ ตสฺส เจโต ปฏิสฺโสสิ ดูกรภิกษุ อันว่าเจตบุตร ครั้นได้ยินเสียงสำเนียงไห้แห่งพราหมณ์ อรญฺเ ลุทฺทโก จรํ เจตบุตรเปนนายสนามป่า คำรามว่าเวอยชี ตุมฺเหหิ พฺรหฺเม ปกโต สูย่อมยายีท่านไท้ ด้วยด่วนได้โดยขอ อติทาเนน ขตฺติโย เพื่อทยทานทายาท ให้ช่างชาติชัยภูมิ ปพฺพาชิโต สการฏฺา ไพร่เมืองมีพระพร่งงพร้อง ขับธจยรจากห้องไหรญ วงฺเก วสติ ปพฺพเต บัดนี้ธเอาตนไปสิงสถิตย์ ทรงบรรพชิตข้างเขาหลวง ตุมฺเหหิ พฺรหฺเม ปกโต เวอย พราหมณ์มึงย่อมลวงเอาลาภ ให้ท้าวธปรดาบเข็ญใจ อติทาเนน ขตฺติโย บัดนี้ธให้สารใสเสวตร ชำนินเรศน้นนแก่สู อาทาย ปุตฺตทารญฺจ พระภูบดีเอาเอารส อีกนางนักพรตเสด็จไป วงฺเก วสติ ปพฺพเต อยู่สำนักนิในวงกฏ ทรงเพศพรตเอาบุญ อกิจฺจการี ทุมฺเมโธ มึงมีคุณเค่นโคลก ทำผิดโสรกก็จะถึง รฏฺา ปวนมาคโต มึงมาลุป่าใหญ่ สงัดไส่สยงแขง ราชปุตฺตํ คเวสนฺโต แลมึงมาแสวงหาลูกท้าว มึงบมิรู้จ้กฝีมือพ่อมึงผู้ร้าว ฤๅนเวอย พโก มจฺฉมิโวทเก มึงนี้เคอยดุจนกยางแฝงฝ่งง ทำเพศด่งงชีผขาว ตสฺส ตฺยาหํ น ทสฺสามิ ชีวิตรมึงมิยาวเลอยกูบอก โอกำศดแก่บาคู้คอกบัดศรี ชีวิตํ อิธ พฺราหฺมณ มึงจะเปนผีบัดนี้ณเถ้า มึงมิทันสั่งลูกเต้าแลเมียมึง อยํ หิเต มยา นุนฺโน ปืนกูนี้ขึงสายสรับ ครั้นดีดถับถึงยรรยอดแล สโร ปาสฺสติ โลหิตํ มันก็จะตอดติดตับกินเลือด เถ้าแห้งเหือดคุงโครง สิโร เต วชฺฌยิตฺวาน กูก็จะตัดหัวมึง โหงลงจากค่าไม้ ตรแบ่นไว้กลางดิน หทยํ เฉตฺวา สพนฺธนํ ศรีศิลปกูก็จะปาด ให้มึงขวั้นขาดตับไต ปนฺถสกุณํ ยชิสฺสามิ ก็จะให้เป็นพลี บูชาผีที่ป่านี้ ตุยฺหํ มํเสน พฺราหฺมณ ส่วนเนื้อมึงกูก็จะพล่าแลสยบไม้ ให้ไหว้เทพยดา บูชาพระพนัศบดี ตุยฺหํ มํเสน เมเทน มนนมึงมีเท่าใด ทงงสันในสันนอกน้นน มตฺถเกน จ พฺราหฺมณ อีกกบอกหววมึงกูจะผ่า กูจะกล่าเอาขวนนหววมึงออกแล อาหุตึ ปคฺคเหสฺสามิ กูก็จะออกทำอถรรป์ เชอญพลีกรรม์การยุทธน้นน เฉตฺวาน หทยํ ตว สุดไปกูก็จะตัดหววใจมึงจี่ ฉฉี่กลางใจไฟ ตํ เม สุยิฏฺํ สุหุตํ ไฟจปรลยอาตมา เมื่อกูจะบูชาสำเร็จ กุณฑ์พิธีการย ตุยฺหํ มํเสน พฺราหฺมณ ดูกรพราหมณพาล ครั้นมึงลาญชีวิตแลแล้ว น จ ตฺวํ ราชปุตฺตสฺส มึงก็บมิทันยงงพระแก้วผู้หวงงพระ อันชนะแก่โมหมัศจรรย์ ภริยํ ปุตฺเต จ เนสฺสสิ ยงงเมียขวันแลลูกพระ มามีสวะให้พลัดพราก ท้าวธจะจากกันไกล เพื่อจะเอาไปสู่พิสัยเรือนมึงโสดแล ฯ

 โส ตสฺส วจนํ สุตฺวา อันว่าพราหมณ์ ครั้นได้ยินคำเจตบุตร ลุทธอันกล่าวกล้า ว่าจะฆ่าชีวิตรตนเสีย เมื่อนั้น มรณภยภีโต ก็ตระดกตกใจกลววแก่มรณภยานดราย ที่จะฉิบหายวายวอดน้นน มุสาวาทํ กโรนฺโต อาห พราหมณ์ก็กล่าวมฤษาวาท พรางพรอกออกอื้น สวดคาถาคืนว่าแก่เจตบุตรนายพรานด่งงนี้ อวชฺโฌ พฺราหฺมโณ ทูโต เจตปุตฺต สุโณห เม ฯ เจตปุตฺต ดูกรเจ้าเจตบุตรนายพราน พฺราหฺมโณ ทูโต อันว่าพราหมณาจารย์ผู้เป็นสารพิษัย ชเนหิ แลคนผู้กรใดรู้จักหน้า วิชฺชมาเนหิ อิมสฺมึ โลเก อันมีในแหล่งหล้า รู้ว่าข้าท้าวพญามหาราช อวชฺโฌ เมาะ อวธิตพฺโพ บมิพึงพิฆาฎฆ่าฟัน ให้สิ้นกรรม์เลวลาญ โหติ ก็มีด้วยประการด่งงนี้ เอส ธมฺโม สนนฺตโน เจ้าผู้แกล้งก่อกรุณา อดชีบาอย่ากริ้วโกรธ สุโณหิ จงมาฟงงสารโสดกูจตรสาย วจนํ คำอภิปรายชั่วเป้า โปราณยุตฺตํ อันควรด้วยผู้เถ้าผู้แก่แต่เพรงมา เม แห่งกูผู้จะจรรจาพาทีไปภายหน้า แล ท่านอย่าพ่าฆ่าชีเสียนี้นเจ้า ตสฺมา หิ ทูตํ น หนฺติ ห้ยมกูกล่าวแก่นายพราน อันว่าพระภูบาลแต่ก่อน บห่อนฆ่าสื่อเมืองเสีย เอส ธมฺโม สนนฺตโน อันว่าท้าวพญา และจะเยียหยาบ สวภาพจะฆ่าพราหมณ์ก็บมี นิชฺฌตฺตา สิวิโย สพฺเพ ชาวสีพีส่อสยด บัดนี้ท้าวธบมิได้คยด แก่พระสรรเพ็ชญ์เลอย ปิตา นํ ทฏฺฐุมิจฺฉติ สํเด็จพระราชบิดา ก็จะปรารถนาเห็นพระบาทไส้ มาตา จ ทุพฺพลา ตสฺส อันว่าพระราชชนนีทระพล ด้วยทุกขานลอันมากแล อจิรา จกฺขูนิ ชียเร เนตรยุคลก็พิการ เพื่อท้าวธปรปรานทรงกนนแสง เตสาหํ ปหิโตฺ ทูโต อันว่ากูนี้เปนบาแดงแทรงไซ้ สารส่งให้มาทูลข่าวแล เจตปุตฺต สุโณหิ เม จงธพรานไพรฟังกูตร่ายไตรกล่าวรา ราชปุตฺตํ นยิสฺสามิ กูนี้ท้าวธให้เอาข่าว มาเป็นสารพิษย เพื่อจะอันเชอญ ท้าวธเสด็จไปเมือง เล่าแล ยทิ ชานาสิ สํส เม ผิธยลเยื้องไพรพระดำหนักเจ้าจอมจักรจงบอกรา ฯ

 ตทา เจตปุตฺโต เวสฺสนฺตรํ กิร อาเนตุํ อาคจฺฉติ ในกาลเมื่อนั้นจึ่งเจตบุตร ลุทธกรำพึง ด่งงจึงอันว่าพราหมณ์เถ้า มันจะมาอัญเชอญเจ้ากูไปเสวอยราชเล่าแล โสมนสฺสปฺปตฺโต นายพรานก็ชุ่มชื่นรื่นใจงาม ด้วยชีพราหมณ์น้นน โสดแล สุนเข พนฺธิตฺวา เอกมนฺเต เปตฺวา มันกูผูกหมาพาไปไว้ ในต้นไม้แห่งอื่นแล พฺราหฺมณํ โอตาเรตฺวา ก็ปลงพราหมณ์ลงจากค่าไม้น้นน โสดแล สาขา สนฺถเร นิสีทาเปตฺวา ก็ให้พราหมณ์ยาจก ถกถเกองน่งงเหนือใบไม้ ที่มันปูไว้เป็นอาศนน้นน ปตฺตสฏฺเ พฺราหฺมเณ อาห อันว่าเจตบุตรนายพราน ก็สวดสารปรศรย แก่พราหมณคืนดงงนี้ ปิยสฺส เม ปิโย ทูโต ปณฺณปตฺตํ ททามิ เต ฯ โภ พฺราหฺมณ ดูกรพราหมณ์ พิษย ตฺวํ อันว่าท่านผู้พระสญชยใช้มา เม ปิโย ก็เปนที่เสน่หาแห่งกู ทูโต ภวสิ ท้ยนเปนทูตทูลสาร เวสฺสนฺตรสฺส แห่งพระแพศยันดร ภูบาลเจ้าจอมจักร ปิยสฺส อันเปนที่รักที่ใคร่ เม แห่งกูผู้ธตั้งให้เปนใหญ่ในอารญ อหํ อันว่ากูผู้เปนนายกพนพรานป่า ปณฺณปตฺตํ ททามิ ก็ให้บรรณาการ อันมีค่าพันพึงใจ เต เมาะ ตุยฺหํ แก่ท่านผู้มาในสำนักนิเรา แลท่านฮา ฯ อิมญฺจ มธุโน ตุมฺพํ มิคสตฺถิญฺจ พฺราหฺมณ ฯ พฺราหฺมณ ดูกรพราหมณ อหํ อันว่ากูผู้ฟังความธกล่าว ข่าวว่าท้าวธใช้ ททามิ อิมญฺจ มธุโน ตุมฺพํ กูก็ให้นํ้าผึ้งรวงแลบาย มิคสตฺถิญฺจ อีกขาทรายเตอมต่างเข้าเปนผอก ตุยหํ แก่ท่านผู้จะไปบอกพระราชกิจการ เพื่อจะไปอันเชอญพระภูบาล บพิตรน้นน ฯ ตญฺจ เต เทสมกฺขิสฺสํ ยตฺถ สมฺมติ กามโทติ ฯ ยตฺถ เมาะ ยสฺมึ ปเทเส ยงงประเทศที่ใดน้นนท่าน เวสฺสนฺตโร ราชา ที่ท้าวธผู้ผ่านแผ่นดิน อันเป็นนรินทรนายก กามโท อันให้อิ่มอกโลกยสงสาร อวยพระทานอรเอม เปรมปราถนาเนืองนิตย์ สมฺมติ เมาะ วสติ แลท้าวธเสด็จสถิตยสิงสังวาส อหํ อันว่ากูผู้ฉลวยฉลาดในพนาลี ถ้องพิถีวงกาจล อกฺขิสฺสํ เมาะ กเถสฺสามิ ก็จะบอกดํบล บมินาน ตํ ปเทสํ ที่ธสถิตยสถานประเทศ เต เมาะ ตุยฺหํ แก่ท่านผู้จะไปอัญเชอญพระนเรศท้าวธเมื้อเมือง ท่านน้นน ฯ

 ชูชกปพฺพํ นิฏฺิตํ อันประดับประดาด้วยพระคาถา ๗๙ พระคาถา คณนา ในชูชกบรรพพระสรรเพชญ์บันทูล บริบูรณ์พระธรรมเท่านี้แล





๑. สุนัขเจตบุตรเห็นชูชกก็รุมไล่กัด ชูชกหนีปีนขึ้นต้นไม้
๒. นายเจตบุตรเห็นก็ขู่ว่าจะยิงด้วยหน้าไม้ ชูชกไหวดีแก้ว่า เป็นทูตของพระเจ้ากรุงสญชัย เจตบุตรเชื่อ ผูกสุนัขเข้ากับโคนไม้ ต้อนรับชูชก ถามว่าอะไรอยู่ในย่าม ชูชกชี้ไปที่กลักพลิกกลักงาว่า นี่คือกลักพระราชสาร
๓. เจตบุตรเชิญชูชกขึ้นไปบนเรือน ให้กินเนื้อย่างจิ้มนํ้าผึ้ง แล้วก็พาออกไปชี้มรรคา
๔. เจตบุตรพรรณนาพรรณไม้ อันมีในป่าหิมพานต์แล้วบอกทางที่จะไปสู่เขาวงกฏ และว่าจะไปพบกับอจุตฤษี.

  เอวํ เจตปุตฺโต พฺราหฺมณํ โภเชตฺวา ฯ ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ทวยทรงศีลวิสุทธิ์ เจตปุตฺโต อันว่าเจตบุตรลุทธพนจรก ยังชูชกชีชรา ให้กินโภชนาหาร ด้วย ประการดั่งนี้แลแล้ว ฯ ปาเถยฺยตฺถาย ตสฺส มธุโน ตุมฺพญฺเจว ปกฺกมิคสตฺถิญฺจ ทตฺวา เจตบุตรก็ดำแลงแปลงปล้องไม้ ให้นํ้าผึ้งเป็นผอก ตวงเต็มบอกภอพ่าง เนื้อยองย่างภอพยง ประโยชน์เป็นสบยงภอแพ่ง ตกแต่งให้แก่พราหมณ์นั้น โสดแล มคฺเค เปตฺวา ทกฺขิณหตฺถํ อุกฺขิปิตฺวา จึ่งให้พราหมณ์อยู่แนบ แทบทางที่จะกว่า พรานป่ายอใดสดำ มหาสตฺตสฺส วสโนกาสํ อาจิกฺขนฺโต อาห เมื่อจะแนะนำวงวัศที่พระมหาสัตว์เสด็จอยู่นั้น ก็ซั้นสวดคาถาดังนี้ เอส เสโล มหาพฺรหฺเม ดูกร พราหมณ์ เขาขยวงามลออ ดาดดำถมอทมื่น ไม้ไล่หื่นห่อมฉํ ปพฺพโต คนฺธมาทโน สมตรยกคันธมาทน์ โดยด้ามอาทิสวคนธ์ ยตฺถ เวสฺสนฺตโร ราชา ตรมวลใดแดนราช พระบาทแพศยันดร สห ปุตฺเตหิ สมฺมติ กับสองอรหน่อเหน้า มัทรีเกล้ากษัตรีย์ ธาเรนฺโต พฺราหฺมณวณฺณํ ทรงเพศชีอยู่เถื่อน งามเงื่อนพร้อม เพรียงพรหม อาสทญฺจ มสญฺชฏํ ลบํศิวภัศมบรรัษจองชฎาธาร จมฺมวาสี ฉมา เสติ ภักสังวารนุ่งหนังเสือ ไสยาศนเหนือแผ่นดิน ชาตเวทํ นมสฺสติ ปรดิทินเงื่อนปรเตยก ไหว้ไฟเฟกเปลวเปล่ง บำเพ็ญเพ่งพยรธรรมอยู่นั้น เอเต นีลา ปทิสฺสนฺติ เห็นขยวหลยวแต่ไกล กันลองไพรอํพน นานาผลธรา ทุมา ไม้มีผลต่างต่าง ช่อช้อย ช่างแชรงดวง อุคฺคตา อพฺภกูฏาว สุดสรวงสูงวิเวก จอมจิ้มเมฆพยู่ห์ นีลา อญฺชนปพฺพตา สรพู่ขยวพรายเพรา ดูดุจเขานิลาญชัน ธวสฺสกณฺณา ขทิรา หูกวางพรรค์กระแบก ตคยรแมกมี่มีสาง สาลา ผนฺทนมาลุวา สรคร้อยางรังราย ทรสายกิ่งชื้อชัฏ สมฺปเวเธนฺติ วาเตน ต้องลมลัดลันโทน ทบท่าวโอนลันทวย สกึ ปีตาว มาณวา ปรยบชายมวยมึกเหล้า เมากลิ้งเกล้าเกลือกเดิร อุปริ ทุมปริยาเยสุ นกหคเหินเหลือแหล่ จับไม้แซ่ขันขาน สงฺคีติโยว สุยฺยเร สัตว์บันสารเสียงศรี ดุจดนตรีสารสวรรค์ นชฺชุหาโกกิลา สงฺฆา ดุเหว่าพรรค์ภูลโดก นกลางโบกบินฉวาง สมฺปตนฺติ ทุมา ทุมํ รี่ร้องวางโผผาย จับไม้กรายเกริ่นก้อง อฺวหยนฺเตว คจฺฉนฺตํ สารดุจร้องรยกคน อันเดิรหนทางเหนื่อย สาขาปตฺตสมีริตา ไม้ไล่เฉื่อยสยงก้อง เพื่อลมต้องกิ่งใบ รมยนฺเตว อาคนฺตํ คนมาไกลแกล่ใกล้ อยุดอยู่ได้แรงรมย์ โมทยนฺติ นิวาสนํ เย็นเฉื่อยฉํสังวาส ห่อนใคร่คลาศคลาคืน ยตฺถ เวสฺสนฺตโร ราชา ด้าวใด หืนหรรษาโมทย ด้าวน้นนโพธิสำนักนิ สหปุตฺเตหิ สมฺมติ ด้วยลูกรักแลเมียมิ่ง นักธรรมยิ่งใจบุนย์ ธาเรนฺโต พฺราหฺมณวณฺณํ อดุลด้วยเพศพรต จำศีลสงดบำเทอง อาสทญฺจ มสญฺชฏํ เถกองกุณฑวิธี โมลีเทอดชฎาธาร จมฺมวาสี ฉมา เสติ สำราญปล่ยวเปล่าอาศน์ แฝกเฝื่อคาดคาครอง ชาตเวทํ นมสฺสติ โหมกุณฑ์กองสการ อ้างองค์อาริยปรเตยก ตั้งวิเวกวักกรรม อยู่นั้น ฯ

  ตโต อุตฺตรึปิ อสฺสมปทํ วณฺเณนฺโต อาห ฯ เจตปุตฺโต อันว่า เจตบุตรลุทธไพรทเมิน เมื่อจะสรรเสรอญห้องหิมเวศ ที่พระเพศยันดรตรัส อันวิวัธวิเวก อุตฺตรึ อเนกบรรยาย ก็ภิปรายด้วยพระคาถาดังนี้ อมฺพา กปิตฺถา ปนสา ดูกรทชีพราหมณ์ ไม้ม่วงงามมขวิดขนุน สาลา ชมพู วิเภทกา รังรยงหว้าพึงภุญช์ พิเภทเพจผกากาญจน หรีตกี อามลกา สมอหมากขามป้อม พกค่าค้อมทั้งลำลาญ อสฺสตฺถา พทรานิ จ โพบายตรบอกบาน พุทราหวานวังเวงใจ จารุติมฺพรุกฺขา เจตฺถ พลับทองลังลองเลือง ผลเรืองรังรองไร นิโคฺรธา จ กปิตฺถนา หมากสังสรลมไทร ใบทรสุมทรสายศาล มธุมธุกา เถวนฺติ ทรางสุกลูกช้อยโชด ลิ้มไล้โอชกระเอบหวาน นีเจ ปกฺกา จุทุมฺพรา เดื่อดองบมานมาน ดานดื่นลูกถูกไขขจร ปาเรวตา ภเวยฺยา จ กล้วยหอมกล้วยงาช้าง ลูกอ้าอ้างงากุญชร มุทฺทิกา จ มธุตฺถิกา กล้วยตีบแตงนวลอร คอนเครือสรล้างบ้างปลีแปลน มธุํ อเนลกํ ตตฺถ ผึ้งรวงบมีแม่ ผึ่งผืนแผ่พยงผูกแขวน สกมาทาย ภุญฺชเร ใคร่กินบเยียแคลน ในดงแดนดูหลากหลาย อญฺเตฺถ ปุปฺผิตา อมฺพา พวงพู้นไม้ม่วงอื่น ช่อช้อยชื่นแชรงสอสวาย อญฺเ ติฏฺนฺติ โทวิลา โรยดวงพวงผลพลาย หลายหลั่นปลูกบปูนปาน อญฺเ อามา จ ปกฺกา จ อ่อนแก่ห่ามดิบสุก ช่อช้อยชรุกระโยงยาน ภิงฺควณฺณา ตทูภยํ กบขนองสองสัณฐาน ปานปรยบม่วงสุกใสขจี อเถตฺถ เหฏุา ปุริโส ชายใดเดอนแหบให้ นั่งภายใต้เปรมปรีดิ์ อมฺพปกฺกานิ คณฺหติ เลือกกินโดยอิษฎ์ ม่วง กิ่งแปล้ปลิดถึงมือ อามานิ เจว ปกฺกานิ สุกดิบดกกิ่งก้อม พกค่าค้อมคู่ใบถือ วณฺณคนฺธรสุตฺตมา กลิ่นรศพันเลอศลือ คือรศฟ้าไล้ลูกงาม อเตว เม อจฺฉริยํ อัศจรรย์ในป่ากว้าง กว่าอกอ้าง กูอ่านความ หิงฺกาโร ปฏิภาติ มํ ฟังแฮ ทชีพราหมณ์ คือโคมยามกระอึกอึง เทวานมิว อาวาโส อาวาศคือวาศพ ลบโลกไตร ตรึงษ์ โสภติ นนฺทนูปโม ไม้ไหล้เลอดแลพึง คำนึงนันทโนทยาน วิเภทกา นาฬิเกรา พราวตาลตรการกล รศคนธเจือจาน ขชฺชุรีนํ พฺรหาวเน ไพรพฤกษ์พิลาศ สถาน หื่นหอมหวานวางเวงใจ มาลาว คนฺถิตา นฺติ บุษปมาลยบานแกล้งกรอง ในกันลองกันลงไพร ธชคฺคาเนว ทิสฺสเร ช่อช้อยกวะแกว่งไกว คือธงไชยโบกโบย บน นานาวณฺเณหิ ปุปฺเผหิ ดอกไม้หลายแสงโสด บานช่วงโชติทั้งไพรพน นภํตาราจิตามิว พยงพื้นในนภดล ดำกลดาดด้วยดวงดาว กุฏชีกุฏฺตครา กฤษณาแล กอโกฐ ไม้มูกโสดตระศักดิ์สาว ปาฏลิโย จ ปุปฺผิตา แคแจรเจอรอญจราว แคฝอย ขาวแข่งแบ่งบาน ปุนฺนาคา คิริปุนฺนาคา งั่วนาวทรนาวเนก กรูดฉุรเฉกจรุงธาร โกวิฬารา จ ปุปฺผิตา ทองหลางสรล้างกาญจน์ บานเรืองรุ่งคือเพลิงพราย อุทฺทาลกา โสมรุกฺขา ชยพฤกษมรุํรยง เพจพวงพยง พิโดรถวาย อคลุ ภลฺลิยา พหู ตาเสือ ชรมยงชายหมายมหวดมหาดแหน ปุตฺตชีวา จ กุกฺกุฏา คำไก่ ไตรโตรดตร่างกิ่ง กระช่างเฉกไม้แมน อสนา เจตฺถ ปุปฺผิตา ประดู่ดื่นหมื่นแสน ดอกดาดแดนด้าวอาศรม กุฏชา สรฬานีปา เตงแต้วมูกมันช้อย สรลสยดสร้อยรำเพยลม โกสมฺพา ลพุชาธวา กรเบาสำลอสรลํ ตรแบกลมตรบัดโบย สาลา จ ปุปฺผิตา ตตฺถ รังร่มดวงบานชื่น ศาลารื่นเมื่อลมโชย ปลาลขลสนฺนิภา ดอกไม้อันบานโรย โกยกลู่กลาดคือลาญใน ตสฺสาวิทูเร โปกฺขรณี สระโบษขรณี ใกล้กุฎีเจ้าจอมไตร ภูมิภาเค มโนฺรเม เปนที่จำเริญใจ นํ้าสระใสหมดมุลทิน ปทุมุปฺปลสญฺฉนฺนา อาเกียรณ์อุบลบัทม์ สโรชรัตนรวยริน เทวานมิว นนฺทเน พยงสระสำอางอินทร อันชื่อนันทโบษขร อเถตฺถ ปุปฺผรสมตฺตา รศมาลยบานหื่นหอมขจร กลบสร้อยสระสร ตระหลบคืออบชลธาร โกกิลา มญฺชุภาณิกา โกกิลเรื่อยร้องสยงหวาน ถ้อถ้อยบันสาร เสนาะสโนควังเวง อภินาเทนฺติ ตํ วนํ พันฦกกึกก้องอลเวง ป่าเปนบันเลง แลฟัง บันลุงลาญทรวง อุตุสมฺปุปฺผิเต ทุเม ไม้ไหล้หลายพรรค์เพลจพวง เพยียบุษปบานดวง เมื่อกาลระดูดูดี ภสฺสนฺติ มกรนฺเทหิ เรณูร่วงรายโรยขจี จากเกษรศรี สุรศเร้ารวดขจร โปกฺขเร โปกฺขเร มธู อยาดอยดมฤธุรศเอมอร มฤธุโบษขร ก็มีในสระบัวบง อเถตฺถ วาตา วายนฺติ มารุตรำเพยพานลง ลาดพฤกษไพรรหง ก็หวรยังสร้อยสระฉนยร ทกฺขิณา อถ ปจฺฉิมา พัดแต่ทักษิณ ฉวัดฉวยร ประจิมวงวยร เปนทักขิณามณฑล ปทุมกิญฺชกฺขเรณูหิ ลอองโอชสาโรชรศคนธ์ ขจรจรุงจรบล ตรเลอศตรลบอบอาย โอกิณฺโณ โหติ อสฺสโม เกสรเสารพโปรยปราย อาศรมดุจถวาย ภิเณษหื่นหอมขจร ถูลา สิงฺฆาฏกา เจตฺถ กระจับใหญ่มีในโบษขรเท่าศีษะกาษร และใบบแรงภักษภุญช์ สํสาทิยา ปสาทิยา สุทธสาลีโอทยอดูล มีมากมายมูล ก็ภูลในสร้อยสรสรรค์ มจฺฉกจฺฉปพฺยาวิทฺธา เต่าปลาจริจราวจรจรัล เปนพวกพวกพรรค์ก็หว้ายลลยบเลมไคล พหู เจตฺถ มุปยานกา ปูเปี้ยวเที่ยวคลํ่าสระใส เห็นตัวแต่ไกลก็มีก็มากหลากหลาย มธุํ ภิเสหิ สวติ มฤธุรศบัวบทมบันลาย จากง้วนเหง้าหมาย สุรสแม้นมาธูร ขีรํ สปฺปิ มุฬาลิภิ อรพินธุนพนิดเพ็ญภูล บทมบันลายมูน ก็ภูลทุกพรรณพึงชม สุรภิ ตํ วนํ วาติ ป่านั้นหรรษาหื่นหอมฉํ เรื่อยเรื่อยรวยลม รำพายรำเพยรศมาลย์ นานาคนฺธสเมริตํ กลั้วกลิ่นจวงจันทร์จรุงธาร กลิ่นบุษปแบ่งบาน บันเทองบันเทาทรหวร สมฺโมทิเตว คนฺเธน ชายใดเดอรร้อนรนนจวน จวบสร้อยสรสวร ก็หายกัลหายหื่นหรรษ์ ปุปฺผสาขาหิ ตํ วนํ หันหื่นชื่นชมบุษบรรณ บุษบาเบญพรรณ ก็หอมกระหลบอบองค์ ภมรา ปุปผคนฺเธน หมู่แมลงผึ้งพรรณกันลง เมาซาบเชยบงษุ์สุวรรณเรณูนวล สมนฺตามภินาทิตา หอมหื่นชื่นบุษปจันทร์จวน อื้ออื้ออึงอวร กันลงกันลึงคลึงคนธ์ ฯ อเถตฺถ สกุณา สนฺติ อนึ่ง โสดนกนานานนต์ จับแจโจษจล สะพรักสะพรยกสระศรี นานาวณฺณา พหู ทิชา เกิดแต่ไข่ขาวขยวขจี แดงเหลืองหลายศรี พิจิตรขนแข่งขยน โมทนฺติ สห ภริยาหิ เคล้าคลอคู่เคียงชรมยร ใช้สลาบหรรหยนดันเหิมกระสรรสยวสนน อญฺมญฺํ ปกูชิโน ถ้อเถื่อนเพื่อนภาษากัน ร้องรับขานขัน ตระศักดิ์ตระสยกพรยกไพร ธอยู่นั้น ฯ นนฺทิกา ชีวปุตฺตา จ ชีวปุตฺตา ปิยา จ โน ปิยา ปุตฺตา ปิยา นนฺทา ทิชา โปกฺขรณีฆราติ อาทินี เตสํ นามานิ ดูกรพราหมณ์ นกหนึ่งนามเปนอาทิ์ นันทิกชาติ์ทิชากร เตสุ หิ ปมา สามิ เวสฺสนฺตร อิมสฺมึ วสนฺโต นนฺทาติ วทนฺติ ก็ร้องถวายพระพรเปนประถม แต่บรมนเรศเวศยันดรดิลก ด้วยพิหคภาษา ดังนี้ สามิ เวสฺสนฺตร ข้าแต่พระผู้ผงรแผ่นแผ้ว จงเจ้ากูอย่ารู้แคล้วความสุข ให้นฤทุกข์นฤโทษ นฤไภยโสดสำราญ ในสุรสถานดำหนักพน อย่ารู้วิจลสักอันเลยพ่อฮา ฯ ชีวปุตฺตา จ เมาะ ทุติยา ตฺวญฺจ สุเขน ชีวปุตฺตา จ เตติ วทนฺติ พรรคหนึ่งนกชื่อชีวปุตตา คํรพชรไมมามเหมื่อย อเอื่อยอื้ออวยไชย ข้าแต่พระไกรกฤษดิกระษัตรี ขอเจ้ากูจงทรงพระพิรียเจริญผล สกลสัตว์สบสังวาศ พำนักนินารถอยู่เย็น เพื่อเปนศิริสวัสดิ์ ธจงเสวยศุขด้วยสองรัตนราชเอารส ให้พระยศยิ่งยืนโยค อย่าร้อนโรคลำเค็ญ สักคาพเลย พ่อฮา ฯ ตติยา ตฺวญฺจ ปิยา ปุตฺตา เจติ วทนฺติ นกพวกพรรณที่สาม มีนามปิยาปุตตา ชุมกันมานะมี่ระรี่ร้องถวายพร ข้าแต่พระผู้อดิศรณสัตวโลกย์ จงท้าวธอาโภคภิรมยรักษ์ พระชาลีลักษณ์เลิศลูกยา แก้วกัณหาลูกหญิง อยู่ศุขสิงสังวาศ อีกนางนารถมัทรี ดาบศนีนงโพธ เสวอยศุขจิโรจอย่ารู้เศร้า ยืนต่อท้าวอวสาน ข้าสํภารพึ่งอยู่เย็น วายวิเวรวิวาท บอาฆาฏอคากัน เพราะพระถวัลถวิลโลเกษ อย่าประเหตุสักคราเลอย พ่อฮา ฯ จตุตฺถา ตฺวญฺจ ปิยา นนฺทา จ เตติ วทนฺติ นกหนึ่งชื่อปิยานันทาสกูณ มาคํรพจตูรสรดื้นสรดัด อื้นอวยพระพร แด่พระแพศยันดรซะแซ่ ข้าข้อยแด่ธเจ้าหล้าธล้ยงฟ้าดินเย็น เพื่อพระเปนฉัตรแก้ว ฉัตรกั้งแผ้วแผ่นไตร สบสมัยไมตรีราช ถ้วนหน้าสาธุ์พำนักนิ์ จงพระจอมจักรมาปรีดา ด้วยพระกัณหาชาลี เกรษนีนางนักพรต มัทรียศยอดไท้ ให้เจริญชนม์ชีพ อยู่ศุขสืบหย่ารู้เศร้า อย่ารู้เถ้ารู้ตาย อย่ากันหายสักคาพเลอย พ่อฮา ฯ ทิชา โปกฺขรณีฆรา อันว่าฝูงพิหคากรทั้งปวง อยู่รังรวงรยงรอบ ริมคันขอบโบษขรณีในที่นั้น โสดแล ฯ มาลาว คนฺถิตา นฺติ ดูกรพราหมณ์ ดอกไม้งามเงื่อนแต้ม แชรงยอดแย้มผกาแจรง ธชคฺคาเนว ทิสฺสเร จาวจำแทงจำเทิด โฉมฉินเฉิดเฉกธง นานาวณฺเณหิ ปุปฺเผหิ ขยวขาวดงแดงดาษ โอภาศพรรณพึงชม กุสเลหิ สุคนฺถิตา เกิดเองสํเสมอแต่งร้อยรอบแห่งสระศรี โบษขรณีนั้นนพราหมณ์ ยตฺถ เวสฺสนฺตโร ราชา อารามใดที่ธเสด็จดล ชีก็จยลเยืองพระตำหนัก สห ปุตฺเตหิ สมฺมติ ท้าวธเสด็จด้วยลูกรักแลเมียแก้ว มัทรีแล้วเลอศนาง ธาเรนฺโต พฺราหฺมณวณฺณํ เว้นวางเครื่องครองกระษัตร พรหมจรรย์จรัสเจรอญผล อาสทญฺจ มสญฺชฏํ ถืออาสทญขอก่ยว จองชฎาช่ยวโหมอาหุดี จมฺมวาสี ฉมา เสติ จัมมวาสีไสยาศน์ แผ่นดินดาษใบไม้ ชาตเวทํ นมสฺสติ เปลวไฟไท้ธนบอนนต์ แทนทศพลปรเตยกนั้น ฯ

  เอวํ เจตปุตฺเตน เวสฺสนฺตรวสนฏฺาเน อกฺขาเต ชูชโกปิ ตุสฺสิตฺวา อันว่าชีชูชกเถ้าฝอก ครั้นได้ยินเจตบุตรบอกตำบลสิ้นเสร็จ ที่พระศรีสรรเพชญ์แพศยันดรดิลก เถ้าก็อิ่มอกอิ่มใจ ปฏิสนฺถารํ กโรนฺโต เมื่อจะปราไสยตอบ ขอบแก่นายพราน ก็สวดสารพระคาถา ดังนี้

อิทญฺจ เม สตฺตุภตฺตํ  มธุนา ปฏิสํยุตํ

มธุปิณฺฑิกา จ สุกตาโย  สตฺตุภตฺตํ ททามิ เตติ
สตูตูเต้าเถื่อน  ถือมา
เคล้าคลุกมธุราเอม  โอชอ้อย
แม่นางมิ่งมิดดา  ผดุงแต่ง

เขือขอบใจข้อยให้  แก่เจ้าจงเอา กินเทิญ

 ตํ สุตฺวา เจตปุตฺโต อาห อันว่านายพรานเจตบุตร ฟังพราหมณ์วุฒิกล่าวดังนั้น กซั้นผคตวาจก แก่ชีชูชกคืน ดั่งนี้ ฯ ตุมฺเหว สมฺพลํ โหตุ อันว่าเข้าสตูที่ทบอกทแบ่ง จงเปนแพ่งเปนภักษ์ ท่านเทิญ นาหํ อิจฺฉามิ สมฺพลํ รับแกล้งกล่าวแก่กู กูก็บยินดี ดูที่จะเอา โสดเลอย อิโตปิ พฺรหฺเม คณฺหาหิ แต่นี้เถ้าจากกูไกล จงเอาไปเปนสํพลังเล่าเทอญ คจฺฉ พฺรหฺเม ยถาสุขํ โดยหวังธลีลาศ จำอย่าคลาสคำกูสั่งนี้ อยํ เอกปที เอติ อันว่าผลูนี้บแพร่งบแพร่ จุเต้าแต่ตีนดยว เดอรแล อุชุํ คจฺฉติ อสฺสมํ ทางเที่ยวแซ่วซื่อเฉพาะ พอบงเบาะบริเวณ พระนเรนทรราชฤๅสิทธิ์ เสด็จตั้งพิทธีอยู่นั้นโสดแล ฯ อิสีปิ อจฺจุโต ตตฺถ ธก็จะพบฤๅษีตนหนึ่ง แทบท่ามกึ่งกลางหน อนนตนามอรรจุต ปงฺกทนฺโต รชสฺสีโร ฟันขาวสุดสิโรเพศ เกล้ากลุ่มเกษธุลีเลือน ธาเรนฺโต พฺราหฺมณวณฺณํ เหมือนเพศพรหมพรํ่าพร้อม ชฎิลด้อมเดินดง อาสทญฺจ มสญฺชฏํ สังวาลบงบ่าฉวยง จองชฎาดยงดูดาษ จมฺมวาสี ฉมา เสติ จำมาวาศนอนแผ่น ใบไม้แท่นยมไผท ชาตเวทํ นมสฺสติ ไหว้ไฟใจวิเวก เงื่อนปรเตยกศรีอริยนั้น ตํ ตฺวํ คนฺตฺวาน ปุจฺฉสฺสุ โส เต มคฺคํ ปวกฺขตีติ ดูกร พราหมณ์ จงธถามทางตยาคต ยังพระดาบศตนนั้น ธก็จะบอกบั้นพิถี ให้ทชีทุกประการ โสดแล ฯ

 ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าสํเด็จพระมารพยศน์ ผู้กลยดเกลศราค ก็มีพุทธพากยโองการ แก่ภิกษุบริพารทั้งผอง ดังนี้ อิทํ สุตฺวา พฺรหฺมพนฺธุ เจตํ กตฺวา ปทกฺขิณํ อุทคฺคจิตฺโต ปกฺกามิ เยนาสิ อจฺจุโต อิสีติ ฯ ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ ทวยพงษ์พวกสราพก ชูชโก อันว่าเถ้าชูชกชีโฉด พฺรหฺมพนฺธุ เมาะ พฺราหฺมณปุตฺโต เค้าโคตรเผ่าพันธุพราหมณ์ สุตฺวา ครั้นได้ฟังความเสร็จสุด อิทํ เมาะ เจตปุตฺตวจนํ คำเจตบุตรบอกบรรยาย เจตํ กตฺวา ปทกฺขิณํ เถ้าก็ผันผายประทักษิณสามรอบ ขอบแก่นายพราน อุทคฺคจิตฺโต เมาะ โสมนสฺสปตฺโต มีกมลเบิกบานบันเทิงเริงรื่น ดันเหิมหื่นหรรษาโมทย์ อ้าบัดนี้กูจะลุลาภโสดเสร็จสม คเณแม่นมิอย่า อิสิ อันว่าทางท่าป่าดง พงพนัศลิ่วลี่ ที่พระฤๅษีศีลวิสุทธ ชื่อว่าอรรจุตใจอจล อสิ เมาะ อโหสิ แลมีพิริยเจริญผลบำเพ็ญฌาณ เยน เมาะ ทิสาภาเคน ในพนกรรดารด้าวแดนใดนั้นโสด ปกฺกามิ เถ้าก็ตระโหมดมุ่งเมอล ตกตีนเดอรซซ่อง ยังชั้นช่องวไว่ทายเท้าไผ่ผผํ้า ท่องทางถํ้าทิวเทิน ข้ามเขาเขินไพรพนอง ลำลองเดอรโดดดยว แขงขํ่าขยวครยวเคร่ง ราคาแรงเร่งบมิอยุด ดลแดนกุฏิพระอรรจุตเจ้าใจอารยนั้น ฯ

จุลฺลวนวณฺณนา นิฏฺิตา


จุลพน ๓๕ พระคาถาจบเสร็จ

พระสรรเพชญ์บันทูล ก็บริบูรณ์พระธรรมเท่านี้แล ฯ




๑. ชูชกเดินไต้เต้าตามอรัญญวิถี ก็บรรลุถึงอาศรมอจุตฤษี จึงเข้าไปถามไถ่ถึง ทุกข์สุข แล้วแจ้งว่าเป็นทูตของพระเจ้ากรุงสญชัย.
๒. พระสิทธาจารย์รู้ว่าเฒ่าชูชกโกหก บอกให้เชื่อก็เชื่อ แล้วให้เฒ่ายับยั้งอยู่หนึ่งราตรี รุ่งขึ้นจึงพาไปชี้ทางให้ทชีไปสู่เขาวงกฏ.
๓. พระอจุตฤษีพรรณนาหมู่สัตว์ ที่อาศัยอยู่บริเวณเขาวงกฏ มี ช้าง เนื้อ เสือ สิงห์ กวาง กระต่าย และพรรณไม้นานาชนิด และสัตว์น้ำในโบกขรณี ใกล้ พระอาศรมแห่งพระเวสสันดรราชฤษี.

มหาวนวัณณนา

  คจฺฉนฺโต โส ภารทฺวาโช ดูกรสงฆ์ อันว่าพงษ์ภารัทวาช ก็ไปโดยมารค เจตบุตร บอกความฉุดใจตน อทฺทส อจฺจุตํ อิสึ จึ่งจะยลฤๅษี อันมีชื่ออุดดม ทิสฺวาน ตํ ภารทฺวาโช ครั้นเห็นสมณแสวงผนวช ชีหน้าหนวดหน่ายพลาง สมฺโมทิ อิสินา สห ชีพราหมณ์พลางถามข่าว ด้วยกล้ยกล่าวคำงาม กจฺจิ นุ โภโต กุสลํ ความบไข้ขวันบ่า ด้าวแดนป่าธยงงมี กจฺจิ โภโต อนามยํ อยดอัปรีแปรพยาธิ์ ทุกขาพาธยงงพาล กจฺจิ อุญฺเฉน ยาเปถ ผลาหารยังมาก ลูกไม้ภาคภอฉัน กจฺจิ มูลผลา พหู รากไม้พรรณภอแพ่ง ลูกไม้แต่งสับเสวย กจฺจิ ฑํสา มกสา จ ยุํยงง เหอยหายดยด เหลือบร้ายจยดจรหนี อปฺปเมว สิรึสปา สัตว์ตัวรีเข่นข้ยว งูงอด ง้ยวเหลือหลาย วเน วาฬมิคากิณฺเณ เสือคร่งควายสิงหราช คชสีหดาษคชสาร กจฺจิ หึสา น วิชฺชติ ยงงบพาลบพาธ ด้าวอาวาศอาวาศิกนี้ ฯ

  ตาปโส อาห พระดาบศ ก็ผคตความเสน่ห เล่หขานพราหมณ์คืนดั่งนี้ กุสลญฺเจว เม พฺรหฺเม ดูกรพราหมณ์ ความบไข้ได้แก่กู ดูทุกประการ อโถ พฺรหฺเม อนามยํ รำคาญทุกข์ ขุกความยาก ภาคกงงวลกลบมี อโถ อุญฺเฉน ยาเปมิ ปรีดีมะนะสะความไร้ ได้ล้ยงตน ผลอาหาร อโถ มูลผลา พหู การหลายภาค รากพฤกษผล กลรบด ทดความแคลน อโถ ฑํสา มกสา จ แสนเหลือบดิ้น ริ้นขบแขง แครงครวญสวาดิ ดาษทงงดง อปฺปเมว สิรึสปา ยงแยงง้ยว ข้ยวพิศเข็น เปนลำบากยากทุกวัน วเน วาฬมิคากิณฺเณ พรรณมฤค ถึกเถื่อนเถลอง เรองอำนาจ อาจทุกตัว หึสา มยฺหํ น วิชฺชติ กลัวบขบตอดพาธา หาความคยด จยดจรฉงาย พหูนิ วสฺสปูคานิ หลายปีอยู่คู่เสือสีห มีในป่า ล่าเลมไพร อสฺสเม สมฺมโต มม ในอาศรมชมสนุกนิ์ ศุขสำราญนานในดง นาภิชานามิ อุปฺปนฺนํ คงความศุข ทุกขบเห็น ลำเค็ญโทษ โสดสักอัน อาพาธํ อมโนรมํ สรรพาพาธ พยาธิ์บบยน นยรภยโทษ โสดสำราญ สฺวาคตนฺเต มหาพฺรหฺเม อาจารยธมา ครานี้ชอบ กอปรดำเนอร เมอลดูงาม อโถ เต อทุราคตํ ความธมา ครานี้ฤๅ คือคู่ใกล้ ให้กูเมอล อนฺโต ปวิส ภทฺทนฺเต เชอญชีเถ้า เข้ามาพ่าง อ่างนํ้าโจรง โรงนํ้าสรง ปาเท ปกฺขาลยสฺสุ เต จงชำระสระเชองใด ไคทุลี ชีอาจารย์ ตินฺทุกานิ ปิยาลานิ ตระการพลับ กับหมากหาด ดาษดูงอม หอมดูงาม มธุเก กาสมาริโย สยามสอการ หวานแตงไร่ ชชรไมหมากซาง ปางนี้เชอญชีมาฉัน ผลานิ ขุทฺทกปฺปานิ สรรพผล กลผึ้งน้อย อ้อยกรเอบ เสพโดยใจ ภุญฺช พฺรหฺเม วรํ วรํ ใดลูกไม้ ได้ดูงอม หอมอร่อย ค่อยมากิน อิทํปิ ปานิยํ สีตํ สินธุสิต ปริดิ์เอาใจ ใสสาหศ รศกำจร อาภตํ คิริคพฺภารา ซรเซาะเขา เราตักแต่ง แห่งเหวเชรา เอามานาน ตโต ปิว มหาพฺรหฺเม วารีรศ หมดมุทิล กินลูกไม้ได้โดยใจ สเจ ตฺวํ อภิกงฺขสิ ใดโดยจิตร อิษฏิ์โดยจง คงความเสน่ห์ เล่ห์ทุกประการ โสดเทอญ ฯ

 ชูชโก อาห อันว่าพราหมณวุฒิ์ ขานอรรจุตฤๅษีคืน ด่งงนี้

ปฏิคฺคหิตํ ยํ ทินฺนํ โภนฺโต ข้าข้อยแต่ ฤๅษี
  ยํ ทินฺนํ ใดดี แกล่แกล้ง
สพฺพสฺส อคฺฆิยํ กตํ อาหารเครื่องกินมี เอมโอช
  อนิโภชนหวานแจ้งข้า ขอบไหว้เหนือหวว
สญฺชยสฺส สกํ ปุตฺตํ ไท้ท้าวนฤโทษข้า ขับหนี
  ลูกราชสีพิกลัว ไพร่ฟ้า
สิวีหิ วิปฺปวาสิตํ พลเมืองบดูดี ดาลคยด
  กรลยดลับลี้หน้า อยู่สร้างแสวงบุญ
ตมหํ ทสฺสนมาคโต ข้าเถ้าบอยดถ้อย มาถึง
  เพราะทันทึงเห็นขุน ขี่เกล้า
ยทิ ชานาสิ สํส เม ธเห็นที่ธสึง สังวาศ
  ประกาศแก่ข้าเถ้า ท่านร้าพระเอย
ตาปโส อาห อรรจุตฤๅษี ก็ขานชีชูชกคืน ด่งงนี้

  น ภวํ เอติ ปุญฺตฺถํ  อันว่าธมาครานี้ ใช่จักจงบุญ
  ประมาณมีคุณ อันอื่นอันไกล
 สิวิราชสฺส ทสฺสนํ  ใช่ท่านใคร่เห็น ลูกพระสไชย
  อันอยู่กลางไพร พนานดรดยว
 มญฺเ ภวํ ปตฺถยติ  ด่งงใจกูหมาย
  ท่านนี้แครงครยว คืนคํ่าขํ่าขยว จักขอสักอัน
 รญฺโ ภริยํ ปติพฺพตํ  จักขอเมียรัก ท่านไทยทรงธรรม์
  เมียแก้วเมียขวัญ บำเรอรักษา
 มญฺเ กณฺหาชินํ ทาสึ  ด่งงกูรำพึง แก่นแก้วกัณหา
  ลูกรักราชา เปนทาษทาษี
 ชาลํ ทาสญฺจ อิจฺฉสิ  ผิใช่กัณหา ใคร่ชายชาลี
  ลูกไท้ธรณี เปนทาษทำการ
 อถวา ตโย มาตาปุตฺเต  อนึ่งโสดไส้ ลูกพระภูบาล
  อีกนางนงคราญ แม่ลูกสามองค์
 อรญฺา เนตุมาคโต  จะมาเอาท้าว จากด้าวแดนดง
  ประสบประสงค์ ประไศรยไปมา
 น ตสฺส โภคา วิชฺชนฺติ  ธทรงพระผนวช ห่อเกล้าชฎา
  ใช่ท้าวพระยา จะมีสิ่งสิน
 ธนํ ธญฺญฺจ พฺราหฺมณ  เข้านํ้าทํ้าโจท ทโหจทหิน
  จขํ่าจขิน จะขอฤๅควร

 ตํ สุตฺวา ชูชโก อาห อันว่าชีชูชกพราหมณ์ กล่าวบมิขาม พรางพรอก ครั้นแลได้ยินดาบศออกอื้นกล่าวน้นน ก็ซั้นสวดคาถาด่งงนี้

อกุทฺธรูปาหํ โภโต  ข้าแต่พระชี ท่านเจ้าใจดี อย่าคยดอย่าฟุน
นาหํ ยาจิตุมาคโต  ใช่ข้าจมา สู่ใจเจ้าบุญ ขอเข้าของขุน ผู้ขี่เมืองขวาง
สาหุ ทสฺสนมริยานํ  ใคร่เห็นพระอาริยกในสงสาร สรนุกนิ ทุกบาง
สนฺนิวาโส สทา สุโข  แห่งสิงสู่อยู่ ศรัทธาทุกปาง โกษาเบาบาง ทั่วโลกากร
อทิฏฺปุพฺโพ สิวิราชา  กูนี้พราหมณ์พฤธิ เปนบโรหิต นานเห็นภูธร
สิวีหิ วิปฺปวาสิโต  ไพร่ฟ้าหน้าใส ชาวเชตอุดร กำจัดท้าวจร จากเมืองมานาน
ตมหํ ทสฺสนมาคโต  กูมาใช่เข็น เพื่อจักใคร่เห็น ท่านเจ้าใจหวาน
ยทิ ชานาสิ สํส เม  ผิไท้ยังรู้ ที่พระภูบาล บอกแจ้งอย่านาน ตูข้าขอฟงง. หนึ่งราฯ

  โส ตสฺส วจนํ สุตฺวา สทฺทหิตฺวา อันว่าอรรจุตฤๅษี ครั้นได้ยินชีพราหมณ์ทูลท่าว กล่าวคำผคต พระดาบศก็เชื่อแล โหตุ สํสิสฺสามิ เต ดูกรพราหมณ์ อันว่าความธบอกแก่กูนี้ กูก็ฟงงท่านแล้ ที่แท้ก็จะบอกอาศรมบท ที่ท้าวทรงพรตเสด็จอยู่น้นน อชฺช ตาว อิเธว วสาหีติ วันนี้จงธพราหมณ์อย่าพ่าไป อยู่อาไศรยในศาลากูนี้ก่อนเทอญ ตํ ผลาผเลหิ สนฺตปฺเปตฺวา แต่มูลผลอันตระการ ก็จะให้เปนอาหารแก่พราหมณ์ โสดแล ฯ

  ปุนทิวเส มคฺคํ ทสฺเสนฺโต ในเมื่อพระฮาม ยามสุริยเสด็จออก ดาบศก็บอกหนทางแก่พราหมณ์ โสดแล หตฺถํ ปสาเรตฺวา อาห ดาบศก็ยกมือขวาขึ้น ข้างหนึ่ง ชี้ช่องซึ่งพราหมณ์จะไต่เต้า ไปสู่เจ้าจอมนารถ ก็ประกาศด้วยคาถา ด่งงนี้ ฯ

๏ เอส เสโล มหาพฺรหฺเม  ฟงงแฮทชีพราหมณ์ เขาขยวงาม ท้งงแท่งทงัน
 ไม้ไล่ช่อแชรงกัน ต่างต่างพรรณไขขจร
ปพฺพโต คนฺธมาทโน  มีนามแต่อาทิ์ คันธมาทน์ศิขร
ยตฺถ เวสฺสนฺตโร ราชา  ที่ใดท่านภูธร แพศยันดรราชา
สห ปุตฺเตหิ สมฺมติ  เสด็จด้วยสองกุมาร ลูกสุดสงสาร โสภา
ธาเรนฺโต พฺราหฺมณวณฺณํ  ทรงบรรพชา สาธรในพนาไลย
อาสทญจ มสญฺชฏํ  ห่อเกล้าชฎาธาร ภักสังวารบูชาไฟ
จมฺมวาสี ฉมา เสติ  แผ่นหล้าสำนองไผท หนังเสือไท้ ท่านทรงธาร
ชาตเวทํ นมสฺสติ  ไหว้ไฟใจวิเวก เงื่อนปรเตยกศริย อาริย
เอเต นีลา ปทิสฺสนฺติ  ขยวมาบไกลสถาน พิศาลพู้นพรํ่า เห็นแสดง
นานาผลธรา ทุมา  ย่อมไม้มีลูกช้อย ต่างต่างห้อยดอก ดวงแชรง
อุคฺคตา อพฺภกูฏาว  ปลายยอดจำเทอดแทง แสงพยง เมฆมีพรรณ
นีลา อญฺชนปพฺพตา  ขยวมาพํพร้องเพรา ดุจดงงเขา นีลาชัน
ธวสฺสกณฺณา ขทิรา  หูกวางตระแบกบรรพ์ ขธิรพรรณ ไพสา
สาลา ผนฺทนมาลุวา  สระคร้อยางรังราย กิ่งทรสาย ทรสุมผกา
สมฺปเวเธนฺติ วาเตน  ลมไล้ยยาบสาขาพรั่งพร้อมใน ไพรพง
สกึ ปีตาว มาณวา  ปรยบชายมึกมวยเหล้า ไม้ค้อมเกล้ากราบ กลางดง
อุปริ ทุมปริยาเยสุ  นกหคแลห่านหงษ์ ลงจับไม้แข่งขานกัน
สงฺคีติโยว สุยฺยเร  จักจั่นแลปักษี ดุจดนตรีตระสักสวรรค
นชฺชุหา โกลิลา สงฺฆา  ภูลโดกดุเหว่าพรรณ กรสัลถ้อ ใสสยงหวาน
สมฺปตนฺติ ทุมา ทุมํ  รายรยงจับไม้แมก ร้องขานแขกรลุงลาญ
อวฺหยนฺเตว คจฺฉนฺตํ  ไม้ไล่ใสสยงหวาน สารดุจร้องรยก ฝูงคน
สาขา ปตฺตสมีริตา  พฤกษาในเถื่อนถ้อง ใบกึกก้อง เพื่อนลมบน
รมยนฺเตว อาคนฺตํ  ทั่วฝูงประชาชน ก็จดิ้นจโดยหา
โมทยนฺติ นิวาสินํ  ลํพัดรชวยชื่น ดุจหื่น จะหรรษา
ยตฺถ เวสฺสนฺตโร ราชา  ที่ใดที่แดนอา ศรมราชธทรงธรรม์
สห ปุตฺเตหิ สมฺมติ  เสด็จด้วยลูกรักษาราช อีกนางนารถ เมียขวัญ
ธาเรนฺโต พฺราหฺมณวณฺณํ  ทรงเพศทำกรรม์ บรรพชิตชีไพร
อาสทญฺจ มสญฺชฏํ  ชฎาสังวาลเวี่ย หน้าตะเบี่ยบูชาไฟ
จมฺมวาสี ฉมา เสติ  หนังเสือสมบูรณใส อาศนอาไลยแท่นธาตรี
ชาตเวทํ นมสฺสติ  ไหว้ไฟไกรตระบะ ดุจด่งงพระชินศรี
กเรริมาลา วิตตา  เถื่อนถ้องพนาลี มีกุ่มนํ้าดอกดวงบาน
ภูมิภาเค มโนรเม  ในเทศทั่วทุกพาย บุษปารายหื่นหอมหวาน
สทฺทลาหริตา ภูมิ  หญ้าแพรกหญ้าวรรวาร บ้างบานแบ่ง แข่งขยวขจี
น ตตฺถุทฺธํสเต รโช  ผงเผ้าบฟ้าฟ้ง ที่ในถ้งพนาลี
มยูรคีวสงฺกาสา  หญ้าสร้อยสมบูรณ์ศรี ปรดุจสร้อยนกยุงทอง
ตูลผสฺสสมูปมา  ลบัดอันอ่อนกล้ยง ฟักฟุ้นพยง สำลียอง
โสภณานิ ตาว นฺติ  งอกงามพรรณรายรอง ดูทรสอง ทรสุมผกา
ติณานิ นาติวตฺตนฺติ  ลมพัดพุ่งพ้น ปลายแลต้นเตรียบกันมา
สมนฺตา จตุรงฺคุลา  บไคลกึ่งเกษา หญ้าขึ้นเส้นสี่ข้อมือ
อมฺพา ชมฺพู กปิฏฺา จ  มขวิดหว้าม่วงช้อย ยำอยางห้อย ดอกดวงถือ
นีเจ ปกฺกา จุทุมฺพรา  หมากเดื่อเด็จถึงมือ คือคู่ต้นหมากเขือพาล
ปริโภเคหิ รุกฺเขหิ  ป่าน้นนอาศรยสัตว์ ฤดีดัดด้วยอาหาร
วนนฺตํ รติวฑฺฒนํ  ใจจงกำหนดนาน หวานป่าช้อยจำเรอญใจ
เวฬุริยวณฺณสนฺนิภํ  มีนํ้าผผ่องแผ้ว ดุจดวงแก้วพิทูรใส
มจฺฉคุมฺพนิเสวิต  เต่าปลาเปลี่ยนชมไคล พึ่งใบไม้ฝงงแฝงหัว
สุจิ สุคนฺธํ สลิลํ  นํ้าใสไหลคล้ายคล้าย ครั้นปลาหว้ายหวั่น เห็นตัว
อาโป ตตฺถปิ สนฺทติ  ตกมาแต่เชราะชรัว พัวพฤม เขาทั่วไพรพนม
ตสฺสาวิทูเร โปกฺขรณี  สระแก้วสี่มุมไกร อยู่บไกลอาศน์ อาศรม
ภูมิภาเค มโนรเม  ที่น้นนเปนที่ชม เปนปรลม ปรโลมใจ
ปทุมุปฺปลสญฺฉนฺนา  เต็มด้วยดอกดวงบาน เลญจงมาลย บงงใบ
เทวานมิว นนฺทเน  นํ้าช้อยชื่นชลใส คือในเทพสระสวรรค์
ตีณิ อุปฺปลชาตานิ  ฟงงแฮทชีพราหมณ์ อุบลสามประการัน
ตสฺมึ สรสิ พฺราหฺมณ  มีในสโรสันท อันชื่นโบษขรณี
วิจิตฺตํ นีลาเนกานิ  บ้างขยวยยับใส เกิดแกมในสมบูรณ์ขจี
เสตา โลหิตกานิ จ  บ้างขาวผผ่องมี ในสระศรีดาษ ดวงแดง

 เอวํ จตุรสฺสโปกฺขรณี วณฺเณตฺวา อันว่าอรรจุตฤๅษีน้นนโสต ก็พรรณาโบษขรณี อันมีในหิมพานต์ ด้วยประการด่งงนี้ ปุน มุจลินฺทสรํ วณฺเณนฺโต อาห แล้วก็จะพรรณามุจลินทสระสรัท ก็บอกอรรถด้วยคาถา ด่งงนี้ โขมาว ตตฺถ ปทุมา ดูกรพราหมณ์ บัวขาวงามเงื่อนโขษมพัตรก็มี เสตโสคนฺธิเยหิ จ จงกลบัทมอุดบล ก็มี กลมฺพเกหิ สญฺฉนฺโน ตระกวนสนเสียดสร้อยก็มี มุจลินฺโท นาม โส สโร สระช้อยชื่อมุจลินทก็มี อเถตฺถ ปทุมา ผุลฺลา อินทีรวบัวแบ่งก็มี อปริยนฺ ตาว ทิสฺสเร บานถ้วนแห่งเหลือเห็นก็มี คิมฺหา เหมนฺติกา ผุลฺลา ทงงเดือนเย็นเดือนร้อนก็มี ชณฺณุตคฺฆา อุปตฺถรา สระบัวซ้อนเขาติ้นก็มี สุรภี สมฺปวายนฺติ ฟุ่งฟ้าขึ้นไขขจรก็มี วิจิตฺตปุปฺผสนฺถตา ดอกสรหลอนเถื่อนถ้องก็มี ภมรา ปุปฺผคนฺเธน แมลงมาศร้องรับคนธก็มี สมนฺตามภินาทิตา ท่ววหิมวันตหากลิ่นก็มี อเถตฺถ อุทกนฺตสฺมึ สรช้อยชื่นฉนยรไกรก็มี รุกฺขา ติฏุนติ พฺราหฺมณ ไม้สรไหวรยงรอบก็งาม กทมฺพา ปาฏลี ผุลฺลา ดูกรพราหมณ์ ก่อมเกาะคามแคธารก็มี โกวิฬารา จ ปุปฺผิตา ทองหลางบานดวงเด็จก็มี องฺโกลา กจฺฉิการา จ ปรูปรางเคชดวงดาษก็มี ปาริชญฺา จ ปุปฺผิตา บาริกชาตดวงโดรก็มี วารณา วยนา รุกฺขา กทิงโอน อ้อยช้างก็มี มุจลินฺทมุภโต สรํ อยู่สรหว้างสรโสรจก็มี สิรีสา เสตปาริสา จริก โจรตพยงผกากรรณก็มี สาธุ วายนฺติ ปทฺมกา ทรมุกพรรณดวงจาวก็มี นิคฺคณฺฑี สรนิคฺคณฺฑี คนทีขาวดำก่านก็มี อสนา เจตฺถ ปุปฺผิตา ประดู่หวานฉํฉุรก็มี ปงฺกุรา พหุลา เสลา ไม้พกุลศุรกรมก็มี โสภญฺชนา จ ปุปฺผิตา มรุมสํสพร้อมก็มี เกตกา กณิการา จ รำเจียกก้อมกรรณิกาก็มี กณเวรา จ ปุปฺผิตา ฉบาบานดวงดอกก็มี อชฺชุนา อชฺชุกณฺณา จ รกฟ้าออกอินทนิลก็มี มหานามา จ ปุปฺผิตา สรท้อนบินบานดอกก็มี สุปุปฺผิตคฺคา ติฏฺนฺติ ไม้งามงอกผกากาญจน์ก็มี ปชฺชลนฺเตว กึสุกา ทองหลาง บานเปลวป่าก็มี เสตปณฺณี สตฺตปณฺณา ทลอกค่า ตีนเป็ดก็มี กทลิโย กุสุมฺภรา กล้วยกล้ายเพชผกามาศก็มี ธนุตกฺการิปุปฺเผหิ กรนทาดาษดวงพรายก็มี สีสปาวรณานิ จ ประดู่ลายสรหลอดก็มี อจฺฉิปา สิมฺพลีรุกฺขา เขมขยวยอดงิ้วงอกก็มี สลฺลกิโย จ ปุปฺผิตา ช้างน้าวดอกดวงยาวก็มี เสตเครูตคริกา กฤษณาขาวแลตรคัลก็มี มํสิกุฏฺา กุลาวรา โกดสองพรรณมังสืดก็มี ทหรา รุกฺขา วุฑฺฒา จ ไม้มีพืชหนุ่มแก่ก็มี อกุฏิลา เจตฺถ ปุปฺผิตา ไม้งามแง่บานแบ่งก็มี อสฺสมํ อุภโต นฺติ สองข้างแห่งอาศรมก็มี อคฺยาคารํ สมนฺตโต สรนสรหลมรอบกุนทก็มี อเถตฺถ อุทกนฺตสฺมึ แทบสรสุนทรเทศก็มี พหู ชาตา ผณิชฺชกา ไม้แก้วเกดผักคราดก็มี มุคฺคติโย กรติโย ราชมาศแสดกบายก็มี เสวาลาสีสา พหู ถั่วแม่ตายรักดจันทน์ก็มี อุทฺธาปวตฺตํ อุลฺลุฬิตํ สระใสสันทฝั่งหม้นนก็มี มกฺขิกา หิงฺคุชาลิกา ผึ้งรวงบ้นนบันเจ็ดก็มี ทาสิมกญฺชโก เจตฺถ สีเสียดเทศเต่าร้างก็มี พหู นีเจ กลมฺพกา บุ้งร้วมส้างใบขยวก็มี เอลมฺผรุขกสญฺฉนฺนา วรรทองรยวรุ่นก้ยวก็มี รุกฺขา ติฏฺนฺติ พฺราหฺมณ ไม้ปมปยวปรยงป่าก็มี สตฺตาหํ ธาริยมานานํ ทัดเกล้ากว่าเจ็ดวันก็มี คนฺโธ เตสํ น ฉิชฺชติ ห่อมหื่นหรรษาโมชก็มี อุภโต สรญฺจ มุจลินทํ สองข้างโบษขรณีก็มี ปุปฺผา ติฏฺนฺติ ภาคโส พยงฤๅษีสิทธปลูกก็มี อินฺทีวเรหิ สญฺฉนฺนํ ราชพฤกถูกไขขจรก็มี วนนฺตมุปโสภติ ไม้ดยรดรดูเลอศก็มี อฑฺฒมาสํ ธาริยมานานํ ครึ่งเดือนเฉอศฉมคนธก็มี คนฺโธ เตสํ น ฉิชฺชติ จรุงจรบลอายโอชก็มี นีลปุปฺผี เสตวารี อัญชันโชดิดำขาวก็มี ปุปฺผิตา คิริกณฺณิกา โพทเลจาวดวงดอกก็มี กเลรุกฺเขหิ สญฺฉนฺนํ โอบเชยงอกเรียงรันก็มี วนนฺตํ ตุลสีหิ จ แลงลักพรรณเพราเพรอดก็มี สมฺโมทิเตว คนฺเธน ป่าน้นน เจรอดจรุงใจก็มี ปุปฺผสาขาหิ ตํ วนํ กิ่งดวงใบบานชื่นก็มี ภุมรา ปุปฺผคนฺเธน กันลงหื่นหารสก็มี สมนฺตามภินาทิตา สัตบดบินปวงป่าก็มี ตีณิ กกฺการุชาตานิ ฟุบเหงฟ้าฟักแฟงก็มี ตสฺมึ สรสิ พฺราหฺมณ แทบฝ่งงแฝงมุจลินทรก็มี ภุมฺภมตฺตานิ เจกานิ เท่าไหดินลางลูกก็มี มุรชมตฺตานิ ตา อุโภ สองสิ่งถูกเท่ากลองก็มี อเถตฺถ สาสโป พหุโก ผักกาดกองกระชอมก็มี นาทิโย หริตายุโต กทยมหอมรำแย้ก็มี อสี ตาลาว ติฏฺนฺติ ใบแกล่งแกล้คอคยมก็มี เฉชฺชา อินฺทีวรา พหู ผักตบตยมชลชรก็มี อปฺโผฏา สุริยวลฺลี จ โคกสุนทรวรพาศก็มี กาฬียา มธุคนฺธิยา ขี้กาอยาดอย้านางก็มี อโสกา มุทยนฺตี จ ทยนไทคางอโศกก็มี วลฺลิโภ ขุทฺทปุปฺผิโย สรลิศโบกเขมขจรก็มี โกรณฺฑกา อโนชา จ หางช้างชรเส้งโสดก็มี ปุปฺผิตา นาคมลฺลิกา กทิงโลดมลิกาก็มี รุกฺขมารุยฺห ติฏฺนฺติ วรรวารหนาก้ยวกิ่งก็มี ผุลฺลา กึสุกวลฺลิโย กล่างเครือชิงชาลีก็มี กเฏรุหา จ วาเสนฺตี ชุมแสงขจี ฝางแฝกก็มี โยธิกา มธุคนฺธิยา คัดเค้าแสอกเอาใจก็มี นิลิยา สุมนา ภณฺฑี ครามแสงใส ปุษปชาติก็มี โสภติ ปทุมุตฺตโร รำดวรดาษบัวบกก็มี ปาฏลี สมุทฺทกปฺปาสี ฝ้ายทเลรกแคป่าก็มี กณิการา จ ปุปฺผิตา กรรณิกาค่าใบสรานก็มี เหมชาลาว ทิสฺสนฺติ พยงหรีดาลพรายเพรอศก็มี รุจิรคฺคิ สิขูปมา พยงไฟเกอดกลางพนก็มี ยานิ ตานิ จ ปุปฺผานิ ดอกดวงผลเหลือแหล่ก็มี ถลชานูทกานิ จ เกอดแต่นํ้าแต่บกก็มี สพฺพานิ ตตฺถ ทิสฺสนฺติ งามดูดกดวงกิ่งก็มี เอวํ รมฺโม มโหทธีติ เปนสวนมิ่งสระศรีก็มี อถสฺสา โปกฺขรณิยา โบษขรณีน้นน พฺราหฺมณ พหุกา วาริโคจรา เต่าปลา หลามเหลือแหล่ก็มี โรหิตา นลปี สิงฺคู กุ้งกดแพร่ ตเพียรทองก็มี กุมฺภิลา มกรา สุสู มงงกรฉลองเข้ข่าก็มี มธุ จ มธุลฏฺิ จ ผึ้งเปลวป่าชเอมก็มี ตาลิยา จ ปิยงฺคุกา ประยงเหมดาสิศก็มี กุทฺทชา ภทฺทมุตฺตา จ แห้วหมูพิชกรามพลูก็มี สตฺตปุปฺผา จ โลลุปา โลลูปาง สัตรบุตก็มี สุรภิ จ รุกฺขา ตครา กำยาน สุทธสรภิศก็มี พหุกา ตุงฺควลฺลิโย พัดแพวพิชกรยรดงก็มี ปทฺมกา นรทา โกฏฺา กรักขีพงเทพทารูก็มี ฌามกา จ หเรณุกา ฌามกาสูรหนาดหนั่นก็มี หลิทฺทกา คนฺธสิลา เข้าหมิ้นอยั่นหว้านเหลืองก็มี หิริเวรา จ คุคฺคุลา อย้านางเนืองคคุณก็มี วิเภทกา โจรถา โกฏฺา เปราะโกดฉุรพิเภทก็มี กปฺปุรา จ กลิงฺคุกา กับบุเรศสมุลแวงก็มี ฯ

๏ อเถตฺถ สีหา พฺยคฺฆา จ  มีราชสีห์พยัคฆราช เดียรดาษในกลางดง
ปุริสาลู จ หตฺถิโย  มีอัศวมุขีคชยรรยง ทรนงในพนาดร
เอเณยฺยา ปสทา เจว  มีชมดบำเรศมฤคคณา พลพาล ไกรสร
โรหิตา สรภา มิคา  มีทงงสมรรถพนจร รม่งงมร กำพงไพร
โกฏฺสุณา สุโณปิ จ  กรต่ายกรแตทงงเนื้อทงงเบื้อ มีหมาเนื้อแลหมาใน
ตุลิยา นฬสนฺนิภา  จ้อนรอกสรบงบุดฉรไร บไกลอ้อ ดอกดวงบาน
จามรี จลนี ลงฺฆี  บ่างค่างชนีกุกฏโรธ ดาลอุโฆษ ด้วยสยงฟาน
ฌาปิตา มกฺกฏา ปิจุ  ลิงจุ่น ลิงจ้อน สำเนียงสำนานขานแข่งเหล้นแทบสระศรี
กกฺกฏา กตมายา จ  วัวลานวัวแดงปรชนปรเชอญกทิง เทอญพนาลี
อิกฺกา โคณสิรา พหู  วัวเพราะ วัวพรยว ทงงเหม้น ทงงหมี โคคีรี รวงงพล
ขคฺคา วราหา นกุลา  มีหมูแลแรดตัวผู้ตัวแผด พังพรแวดประโดยดล
กาฬเกตฺเถ พหูตโส  อ้นดำเอลดำอเนกานนต์ แทบอารญดูเหลือหลาย
มหิสา โสณสิงฺคาลา  สฤงฆาลิกาบรู้กี่หมู่ แล่นคบคู่ คณาควาย
ปมฺปกา จ สมนฺตโต  ลิงลมลิงเลก จับรวกรยงราย ยายอยู่ข้าง ฤๅษีสม
อากุจฺจา ปจลากา จ  เหี้ยแลนอเนกมีสิ้นประเตยก เกี้ยวกิ่งไม้ ทรสายสม
จิตฺรกา จาปิ ทีปิโย  เสือเหลืองเสือลายท่ยวท่องท้องไพร พนมมฤคา ชมชังวารไพร
เปลกา จ วิฆาสาทา  กรแตกรต่าย บรู้กี่ร้อย ขุนแร้งห้อยปีกบังใบ
สีหา โคคณิสาทถา  เสือคร่งเสือแผ้วเอนกาไลย ไกรสรสีหส่งเสียงแขง
อฏฺปาทา จ โมรา จ  โมรมาศพิจิตรคลภูษ มีทิ้งทูตอยู่ยืนแฝง
ภสฺสรา จ กุกุฏฺกา  นกกรอดนกกดมีตาอันแดง หงสา แสงสร บงศรี
จงฺโกรา กุกฺกุฏา นาคา  ไก่นํ้าไก่เถื่อนร่อนร้องหาเพื่อน พิหเคนทร อินทรีย์
อญฺมญฺํ ปกูชิโน  สำเนียงสำนานบรู้กี่มี ในพงพีพนาราม
พกา พลากา นชฺชุหา  ยางขาวยางกรอกยางโทน ยางทอ กชภูลโดก ร้องรรี่รับยาม
ทินฺทิภา กุญฺชวาชิกา  กรยนตกรุมตรเตเวจตามพราหมณ์ แก่เอย รักเร่งรงงฟัง
พยคฺฆินสา โลหปิฏฺา  แขลงเขลาะรงงนาน กางเขนหัวขวาน รรักร้องพรยกไพรกรัง
จปฺปกา ชีวชีวกา  ค้อนหอยบันเหอรตีปีกปรนงง พรหิตผงงผาดบินบน
กปิณฺชรา ติตฺติราโย  คับแคคณทังนกททา ทรหหว้าย ล่องลอยชล
กุลา จ ปฏิกุฏฺกา  แขวกขว้างดรูรจิตรพน จอกฟ้ายลยังยงยวร
มนฺทาลกา เจลเกฏ  เต็นเต้นตรแบ่น นกเอี้ยงแอ่นหว้ายหว่าย ไม้ทรสมสวร
ภณฺฑุติตฺติรนามกา  ทุงทองทรเล่ห์สระทรหวล รัญจวน ชูชื่นชมเมีย
เจลาวกา ปิงฺคลาโย  นกจอกนกจาบมีทงงนกจิบเยียซซิบซซอเชีย
โคฏกา องฺคเหตุกา  กางเขนคลิ้งโคลงนนัวนเนีย วักนํ้า เจียจอกแหนไคล
กรวิกา จ สคฺคา จ  กรวิกพิจิตรแอ่นเอี้ยงชานชาด ออื้ออถ้อ รวงงไว
อุหุงฺการา จ กุกฺกุหา  แสรกสร้านเอาขวัญตอกตอตระใน อุกออก ไททเสียงโดยยาม
นานาทิชคณากิณฺณํ  ป่าน้นนพิศาล มีนกตระการอเนกดูงาม
นานาสรนิกูชิตนฺติ  ร่อนร้องรวงงพนพิราม เปนสนามสรนุกนิไพร

อเถตฺถ สกุณา สนฺติ


ดูกรทวิชจำนรรศสำนวน นกตระการมี อันดับไป

นีลกา มญฺชุภาณิกา

วิจิตรสรลิตเสียงไส ปีกรงงรองไร ดูเขียวขจี

โมทนฺติ สห ภริยาหิ

ปรมุทอนุชภรรยา สกุณา สกุณีศรี

อญฺมญฺํ ปกูชิโน

สุรัติวิรัติวาที ในพนาลี ลัญลุงชม

อเถตฺถ สกุณา สนฺติ

สกุณพิหคนานา โดยอันดับมา ในไพรพนม

ทิชา มญฺชุสฺสรา สิตา

วจนมฤตยบันสานสม เสียงรงม ยืนบแหบหาย

เสตกฺขิกูฏา ภทฺรกฺขา

พิสุทธนยนอาภา ขาวทงงสองตา ดูโพรงพราย

อณฺฑชา จิตฺรเปขุณา

วิวิธจิตรโฉมฉาย เกิดแต่ไข่ลาย ลออองค์

อเถตฺถ สกุณา สนฺติ

อดุลยวิบุลยปักษี ในพนาลี พราหมณ์พงษ์

ทิชา มญฺชุสฺสรา สิตา

มธุรสุรสำนยงคง ดูยรรยง ในพนาดร

สิขณฺฑี นีลคีวาหิ

นิลคนจิตรเลขา อัญชนาภา พรรณรายหงอน

อญฺมญฺํ ปกูชิโน

อัญมัญมนสาทร ร้องรงมอร ออื้อขาน

กุกุฏฺกา กุฬีรกา

นกกดสองสิ่งสยงหวาน ไก่เถื่อนอันตรกาน อเนกในพนสณฑ์

โกฏฺา โปกฺขรสาตกา

กวักกว่าเปล้าป่าโจษจล ออกเอี้ยงอลวล ก็ร้องวางเวงเวหา

กาลาเมยฺยา พลียกฺขา

ซงงแซวเหยี่ยวรุ้งเร้นกา จับจอมพฤกษา สรหล้ายสรหลมชมกัน

กทมฺพา สุวสาลิกา

สาลิกาแขกเต้าขานขัน บันลิงลายพรรณ พยงพบูแมนขยน

หลิทฺทา โลหิตา เสตา

แขกเต้าขาวเหลืองดาษดยร แดงขยวพิศพยร คือมีในฉากจีนจาร

อเถตฺถ นฬกา พหู

ถัดน้นนจอกจิบเสียงหวาน กางเขนเห็จชาญ ก็เยียอรรแถ้งถดหัว

วารณา ภิงฺคราชา จ

หัศดีลึงคนสึงต่างตัว เต้นต่อบมิกลัว จำทับจำแทงไปมา

กทมฺพา สุวโกกิลา

โกกิลร่อนร้องภาษา แสกยานยมถา มาสบมาส่คู่คยง

อุกฺกุสา กุรรา หํสา

นกออกขาวดำรันรยง หงษาสารสยง สรเนาะสุรโนคลัญลุง

อาฏา ปริวเทนฺติกา

เจ่าเจรียงสยงต่อตบยุง ยุงทองทยมทุง ทรเหล่ในสระเสสันท์

ปากหํสา อติพลา

หงขาวหงแดงเฉอดฉรร ห่านเหอรจัปจรัล แลหงษ์ฟ้าฟายหาง

นชฺชุหา ชีวชีวกา

พรหิตเหจเหอรรำฉวาง ภูลโดกนวลนาง ก็หว้ายรันแชงชมชล

ปาเรวตา รวิหํสา

พิราบเบดนาสยดสน ดอกบววบินบน บันหารบันเหอรจับจร

จกฺกวากา นทีจรา

กานํ้าชมชื่นสระสร มัวมัศยากร แลจากพากพิหคินทร์

วารณาภิรุทา รมฺมา

ป่าน้นนมีนกนามอิน - ทรีทรานหัศดินทร คาบคันไลยเวหา

อุโภ กาลูปกูชิโน

พนคณนกหคภาษา ร่อนร้องโดยกา ละเช้าชรเสียงเที่ยงคืน

อเถตฺถ สกุณา สนฺติ

พนคณนกหคบมีหืน บมีโหจยมยืน ตรศักดรสยกพรยกไพร

นานาวณฺณา พหู ทิชา

พนคณนกหคนานาวิไล ต่างต่างกันไกว ดูรจำรยงสยงหวาน

สพฺเพ มญฺชู นิกูชนฺติ

พนคณนกหคดูตระการ ร้องก้องเสียงสาร สรเสนาะสุรโนคเอาใจคน

มุจลินฺทมุภโต สรํ

พนคณนกหคดาษดล สองข้างสระสล อเนกชื่อมุจลินทร์

อเถตฺถ สกุณา สนฺติ

พนคณนกหคโบยบิน ไปมาหากิน คในชลามพุชสถล

กรวีกา นาม เต ทิชา

พนคณนกหคหลายกล เหอยสูรสานนท ฟงงลันลุงลานใจ

โมทนฺติ สห ภริยาหิ

พนคณนกหคชมไช ลูกเมียนอนใน พนาลีการงงพนม

อญฺมญฺํ ปกูชิโน

พนคณนกหคอุดม ถ้อถ้อยรยงรม รรักรรี่ไปมา

อเถตฺถ สกุณา สนฺติ

พนคณนกหคภาษา กรวิกกาภา พิจิตรปีกปานขยน

กรวีกา นาม เต ทิชา

พนคณนกหคอากรยณ์ เกรียงกรางไพรเฉนียร ณ ที่คในนอนแรม

สพฺเพ มญฺชู นิกูชนฺติ

พนคณนกหคก่านแกม ปีกหางนวยแนม นนัวนเนียร้องริน

มุจลินฺทมุภโต สรํ

พนคณนกหคหากิน สองข้างมุจลินทร์ จับดูรเรียงราย

เอเณยฺยปสทากิณฺณํ  ป่าน้นนมีมฤคเอลอันอธึกหลาย ชมดทรายแลฟานแล่น ลำยอง
นาคสํเสวิตํ วนํ  ร่มรยงรายรุกขษาขนาคณตรกอง สารคนองคณาดาษทงงดง
นานาลตาหิ สญฺฉนฺนํ  หญ้านํ้าวรรลีพนพฤกษดูรหง นานาในไพรพงพิศาล
กทลิมิคเสวิตํ  ป่าน้นนมีกทลีมฤคางคณ ประมาณ สถิตสถานสถาพร พิบูลย์
อเถตถ สามา พหุกา  มีเข้าฝ้างแลลมานบพักทำก็มาภูล เองด้วยอดูลยเดชพระ
นีวาโร วรโก พหุ  สูรเสมามีบมิน้อยคในสระ เข้านกก็ฉกะกองสรหลอน
สาลิ อกฏฺปาโก จ  สาลีชาติสุคนธโภชนากำจร สุทธัญบวรนฤมุทิน
อุจฺฉุ ตตฺถ อนปฺปโก  มีอ้อยเอมโอชอันอ่อนอัน มีมฤธุสรลิลกลืนกิน บพักยํ้าก็ยวน
อยํ เอกปที เอติ  หนทางเทียวธจะไปประมาณ ก็บงงควรตื่นเดียวก็จวนจวบ กุฎี
อุชุํ คจฺฉติ อสฺสมํ  ชื่อแซ่วแคล่วบมีแคล้วที่ อาศรมฤๅษี สรรเพชญ์ภูมี สโรชเสด็จอยู่น้นน

 ขุทํ ปิปาสํ อรตึ ตตฺถ ปตฺโต น วินฺทติ ฯ โภ พฺราหฺมณ ดูกรพราหมณ์แก่ ปุริโส อันว่าชายผู้เต้าแบ่หลังมา อสฺสมํ ปตฺโต ครั้นแลถึงวัดวาวงกฏ เวสฺสนฺตรสฺส แห่งพญาผู้ทรงพรตแพศยันดร ขุทํ ปิปาสํ น วินฺทติ ก็มิได้อยู่รรอน ที่จะอยากนํ้า คลํ้าที่จะอยากเข้า อรตึ เมาะ อุกฺกณฺิตํ วา ก็มิได้คำนึง ถึงลูกเต้าเย่าเรือน ตตฺถ เมาะ ตสฺมึ อสฺสเม แม้ชีอยู่ชั่วปีฤๅเดือนในป่าน้นนก็ได้ ด้วยเดชท่านไท้ ผ่านเผ้าเจ้าใจหวาน สรรพาหารจะกินก็เหลือแหล่แล ยตฺถ เวสฺสนฺตโร ราชา ดูกรพราหมณ์ อารามใดที่ธเสด็จดล ชีก็จะยลมิอย่าเลย สห ปุตฺเตหิ สมฺมติ ท้าวธเสด็จเสวอยสวัสดิ ด้วยเอารสรัตนท้งงสอง ธาเรนฺโต พฺราหฺมณวณฺณํ ปองประดิษทรงบรรพชิตเพสอุดํ อาสทญฺจ มสญฺชฏํ ลํบศิวภัศม์ บรัศชฏาธาร ธรงสงงวาลบูชาไฟ จมฺมวาสี ฉมา เสติ เมทนิยไสยาศน อาศนบัตรบันจง ธรงอชินจรรมจํเรอญผล ชาตเวทํ นมสฺสติ นบอนนต์แทนทศพลพระ ประเตยกพุทธ อุดมส้างจรรยา ในโลกนี้ ฯ

  อิทํ สุตฺวา พฺรหฺมพนฺธุ อิสึ กตฺวา ปทกฺขิณํ อุทคฺคจิตฺโต ปกฺกามิ ยตฺถ เวสฺสนฺตโร อหุ ฯ ภิกฺขเว ดูกรอาริย อันประหับประหานเบญจมกาม โส ชูชโก อันว่าชูชกพราหมณ์แก่ พฺรหฺมพนฺธุ เมาะ พฺราหฺมณปุตฺโต พ่อแม่ย่อมหน้าหนวด บวชแต่น้อยมานาน สุตฺวา ครั้นแลได้ฟงงสารเสร็จสุด อิทํ อจฺจุตตาปสวจนํ คำอรรจุตบอกแจ้ง กตฺวา ปทกฺขิณํ เมาะ ปทกฺขิณํ กตฺวา อิสึ เมาะ อิสิโน ก็แกล้งฉวัดฉวยรวยนรอบ ขอบพระดาบศบริสุทธ ชื่ออรรจุตฤๅษี อุทคฺคจิตฺโต เมาะ ปมุทิตจิตฺโต บัดน้นนชีก็ชมชื่น หื่นเรองดำเกองใจยย้าว อาบัดนี้กูจะได้ลูกท้าวมาเปนข้าเมียกู ขาดเด็จงาน ยตฺถ เมาะ ยสฺมึ าเน สถานใดอันอุดม เวสฺสนฺตโร อหุ ที่พระฤษีศรมณสรรเพชญ์ สมเด็จเจ้าใจบุนย ปกฺกามิ เถ้าก็ชุลมุนไปซซ่อง ยังช้นนช่องดงดอย อันพอจุรอยตีนเดียว ก็บเหลียวหลังคืนเล่าเลอย ฯ

มหาวนวณฺณนา นิฏฺิตา


มหาพน ๘๐ พระคาถาจบเสร็จ

พระสรรเพชญ์บัณฑูร บริบูรณ์พระธรรมเท่านี้แล




๑. ชูชกนอนพักแรมที่เนินผาใกล้บริเวณพระอาศรม เมื่อตื่นขึ้นคะเนว่าเวลานี้ พระนางมัทรีคงจะเสด็จเข้าป่าหามูลผลาผล จึงเข้าไปเฝ้าพระเวสสันดร เพื่อจะทูลขอสองกุมาร ชักเอาแม่นํ้าทั้งห้ามาเปรียบเทียบ
๒. สองกุมารเมื่อรู้ว่าภัยมาถึงตัว ก็พากันหนีลงไปในสระ เอาวารีบังองค์เอาบุษบงบังเกศ
๓. พระเวสสันดรทรงทราบว่าสองกุมารหนี จึงเสด็จไปตรัสเรียกหาที่สระโบกขรณี ตรัสเปรียบเรื่องสำเภา ชาลีกัณหาก็ขึ้นมากราบบาท
๔. พระราชทานสองกุมารให้แก่พราหมณ์ชูชก
๕. เมื่อชูชกได้รับพระราชทานสองกุมาร พาไปถึงทางตะกุกตะกักเฒ่าเดินทะลุดทะลาดพลาดล้มลง สองพระกุมารก็วิ่งมาสู่สำนักพระบิดา

กุมารบรรพ

  ชูชโกปิ อจฺจุตตาปเสน กถิตมคฺเคน ยาว จตุรสฺสโปกฺขรณีตีรํ ปตฺวา จินฺเตสิ บ้นนชูชกพราหมณ์ ไปบมิขามโดยด่าน บมิล่านบมิหลง ด้นนแดนดงไต่เต้า เท้าถึงฝ่งงจตุรัสโบษขรณี โดยอจุตฤๅษีส่งง ก็ช่งงใจรำพึง รำพึงดงงนี้ อชฺช อติสายณฺเห ในวันนี้ ตรวันบ่ายม่ายไม้ ก็จะจวนเข้าไต้ภอพลบ สบโสนธยาบาตแล อิทานิ มทฺที อรญฺโต อาคมิสฺสติ ในกาลบัดนี้อันว่าเจ้ามัทรี ก็จะลีลามาแต่ป่าแล มาตุคาโม หิ นาม ทานสฺส อนฺตรายกโร โหติ ดงงจริง ชื่ออันว่าหญิงท้งงหลาย ย่อมกทำเปนอันตราย แก่ทานทายกไส้ เสฺว ตสฺสา อรญฺคตกาเล ในกาลพรุกนี้เช้า ครั้นเจ้ามัทรี ดาบศนี้นักพรต จากพระดาบศไปป่าน้นน อสฺสมปทํ คนฺตฺวา อันว่ากูก็จะไต่เต้าเข้าไปสู่ ถึงที่อยู่อาศรมน้นน เวสฺสนฺตรํ อุปสงฺกมิตฺวา ครั้นกู เข้าไปใกล้พระราชฤๅษี อันมีใจตยาคน้นน ทารเก ยาจิตฺวา กูก็จะขอพระราชเกา มารทงงสององค์ แด่ท้าวธผู้จงจำเรอญธรรม ทุกเมื่อน้นน ตาย อนาคตาย เอวํ ในเมื่อเจ้ามัทรี ไปบมิมาสู่อาศรมบทน้นน เต คเหตฺวา ปกฺกมิสฺสามีติ กูก็จะเอา สองกุมารกุมารี ไปโดยดีด้วย ด่วนแล ตสฺสาวิทูเร เอกํ สานุปพฺพตํ อารุยฺห พราหมณก็ขึ้นข้างเขาเงื้อมแง่ แต่แว่นวัน ก็บมิไกลบรรณศาลาอาศรมบทน้นน ผาสุกฏฺาเน นิปชฺชิ ผืนผาใดชรบาป เถ้าก็กราบกรนอึงอยู่น้นน ฯ

  ตํ ปน รตฺตึ ปจฺจูสกาเล มทฺที สุปินํ อทฺทส ในเมื่อจะใกล้รุ่งพุ่งพระฮาม ในยามราตรีน้นน เบื้องบ้นนเจ้าภควดีมัทรีก็ฝนนเห็นอัศจรรย์ โสดแล เอวรูโป สุปิโน อโหสิ อันว่าสุบินนานุเพท แห่งนเรศราชธิดา ก็มีมาตร ด่งงนี้ เอโก ปุริโส กณฺโห อันว่ากรทยชายผู้หนึ่งดำ ดูกำยำโสดแล เทฺว กาสายานิ ปริทหิตฺวา นุ่งผ้า แดงเพียงเข่า เกี้ยวเหนือเล่าดูแดง เห็นสยบแสยงกว่าชื่นแล ทฺวีสุ กณฺเณสุ รตฺตมาลํ ปิลนฺธิตฺวา มันทัดดอกไม้แดงแฝงสองหู เห็นอดสูกว่าชื่นแล อาวุธหตฺโถ ตชฺเชนฺโต อาคนฺตฺวา มีมือถือดาบกล้า อวดค้า ๆ คำราม คำรนปามปึงมาด้วยด่วนแล ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา ก็เข้ายังบรรณศาลาอาศรม มีที่นางพญาผธมอยู่น้นน มทฺที ชฏาสุ คเหตฺวา จึงกรหวัดชฎากุํเกษนางนารถน้นนแล อากฑฺฒิตฺวา จึงจะทรู่ไปหยาบ ด้วยอานุภาพกำลังมัน โสดแล ภูมิยํ อุตฺตานํ ปาเตตฺวา ผลักให้ตากตนอยยด ชรดยดด้าวดิ้นดรนอน อยู่แล วิรวนฺติยา ตสฺสา เทฺว อกฺขี อุปฺปาเฏตฺวา ในเมื่อนางร้อง ววุ่ยวว่าย มันก็ควักเอาพระเนตรท้งงสองฝ่าย บมิขามโสดเลอย เทฺว พาหานิ ฉินฺทิตฺวา แลัวมันก็เอาตาวตรบัด ตัดพระหัตถ์นางพญา ทงงซ้ายขวาขาดแล อุรํ ภินฺทิตฺวา แล้วมันก็ผ่า อุรหัวอกออกสองภาค ให้ลำบากกลางดินดิ้นด่าวแล ปคฺฆรนฺตํ โลหิตพินฺทุํ หทยมํสํ อาทาย ปกฺกามิ แล้วมันก็เชือดเอาหัวใจนาง เลือดตกพลางสรสรก แล่นฉวยฉกพาไปบอยู่แล สา ภีตตสิตา ปพุชฺฌิตฺวา นางก็ตื่นตรดก ตกปรหม่า บ่าใจหาย โสดแล ปาปโก เม สุปิโน ทิฏฺโ นางก็รำพึงด่งงนี้ อ้าอนี้ความฝนนเห็น โอะไปเห็นเข็ญรบานี สุปินปาโก ปน เวสฺสนฺตเรน สทิโส นาม นตฺถิ อันว่าผู้จะทำนายฝนน แลจะทันพระศรีสรรเพ็ชญ์ เสด็จภูมีบาล ในสงสารภพนี้ก็บมี โสดแล ปุจฺฉิสฺสามิ นนฺติ จินฺเตตฺวา มากูจะไปถามความสุบิน แต่พระนรินทราชฤๅษี โสดเทอญ คนฺตฺวา มหาสตฺตสฺส ปณฺณสาลทฺวารํ อาโกเฏติ นางก็ค่อยเอามือไปตีปตูบรรณศาลา แห่งพระมหาสัตว์เสด็จอยู่น้นน ฯ มหาสตฺโต โก เอโสติ อาห อันว่าพระมหาสัตว์ก็ถาม เพื่อว่าดึกดื่นตื่นนอน ใครแลมาเทงทรวาร พระกุฎีกูดังนี้ ฯ อหํ เทว มทฺทีติ อันว่า เจ้ามัทรีก็ทูล บพิตรข้านี้ใช่ผู้อื่นผู้ไกล แลจะเข้ามาในพระกุฎี ข้านี้ชื่อมัทรีสนาท้าว ฯ ภทฺเท อมฺหากํ กติกวตฺตํ ภินฺทิตฺวา ท้าวธก็มี พระเสาวนี ดูกรนางพญา อันว่าความกฤดีกา แต่สองราแรกทรงพรต กำหนดว่าใช่กาลบมิพาน ไปมาสู่สถานด่งงฤๅ แลนางบมิอยู่ในธรรมอันสัตย์ แลมาตัดความบริคนเสียนี้ว่าสิ้น กสฺมา อกาเล อาคตาสิ ด่งงฤๅแลเจ้ามาในเวลาอันใช่กาล ใช่ความจะสงสารแลมาสู่กูเยียใด ด่งงนี้ ฯ เทว น กิเลสวเสนาคจฺฉามิ จึ่งเจ้ามัทรีเฉลอย ว่าพ่อเอย ใช่ต้งงใจแก่ความกำหนัด ในตรกัดกรีธา แลข้าจะมาในที่นี้ อปิจ โข ปน เม ปาปโก สุปิโน ทิฏฺโ อนึ่งข้าฝนนเห็นอัศจรรย์พึงกลัว จึ่งมายังสำนักนิ์พณหัวนิโสดไส้ ฯ ยเทว กเถหิ มทฺทีติ พระมหาสัตว์ก็มี พระสาศนด่งงนี้ ผิด่งงน้นน จงเจ้ามาแก้ฝนน แต่นอกบรรณศาลา มาพี่จะทำนาย ทายทนาเจ้า ฯ สา อตฺตนา ทิฏฺนิยาเมเนว กเถสิ อันว่าเจ้ามัทรีจึ่งจะแก้ฝัน โดยอัศจรรย์ตนเห็น แต่ท้าวผู้เปนผัว โสดแล ฯ มหาสตฺโต ตํ สุปินํ ปริคฺคณฺหิตฺวา อันว่า พระมหาสัตว์ ก็พิจารณาความฝนนเห็น แห่งนางผู้เปนดาบศนี น้องท่านน้นน ฯ มยฺหํ ทานปารมิโย ปูเรสฺสติ ธก็รำพึงด่งงนี้ อันว่าทานบารมีตา อันจะลุแก่สรรเพ็ชญ์ ก็จบเสร็จบริบูรณ์แก่กูโสดแล เสฺว มํ ยาจโก อาคนฺตฺวา พรุกนี้เช้ายาจก ก็จะตกตีนไต่เต้า เข้ามาสู่สำนักนิ์มิยาเลอย ปุตฺเต ยาจิสฺสติ ก็จะมาขอพระราชกุมาร ลูกสงสารกูทงงสอง โสดแล มทฺทึ อสฺสาเสตฺวา อุยฺโยเชสฺสามีติ จินฺเตตฺวา อันว่ากูก็จะโลมลาเพนางพญา อย่าให้รู้อัทยาศรัย ก็จะส่งคืนไปเล่าเทอญ มทฺทิ ตว ทุสฺสยนทุพฺโภชเนหิ จิตฺตํ อาลุลิตํ ภวิสฺสติ อันว่าพระโพธิสัตว์ ก็ใช่กลกล่าวกำนยด กยดแก่นางพญา ด่งงนี้ ดูกรเจ้าอันว่าใจเจ้าเศร้า ด้วยที่นอนก็นอนในดิน ด้วยที่กินก็กินลูกไม้ ทงงนางไท้ได้ฝนน เปนบาปกรรม์นี้เพื่อน้นน มา ภายีติ ปโมเหตฺวา เจ้าอย่าเกรง อย่ากลัว แม่มาลาผัวไปหาลูกเทอญ ฯ อสฺสาเสตฺวา อุยฺโยเชสิ ครั้นพระมหาสัตว์ใส่ คำหวานสารลาลด โลมนางดาบสแลแล้ว แก้วก็ส่งคืนไป เล่าแล สา วิภาตาย รตฺติยา อันว่าเจ้ามัทรี ในเมื่อราตรีแลรุ่งแล้ว ดงงน้นน สพฺพํ กตตพฺพยุตฺตกํ กตฺวา เจ้าก็กทำการ อันกรไดปรดิบัติ แต่พระโพธิสัตว์แต่ก่อนน้นน เทฺว ปุตฺเต อาลิงฺคิตฺวา แล้วเจ้าก็กอดสองโบดก แนบกับอกอ่อนไท้ ลไล้ลูบลาเพพระแม่แล สีเส จุมฺพิตฺวา นางก็จูบผากเผ้า สองเจ้าราชกุมาร แก่แม่แล ตาต อชฺช เม ทุสฺสุปิโน ทิฏฺโ นางก็กล่าวแก่สองพระราชกุมารทงงสอง ด่งงนี้ คืนนี้แม่ฝนนเห็นร้ายนัก ลูกรักแม่จงจำคำแม่ในใจ โสดเทอญ อมฺมตาต อปฺปมตฺตา ภเวยฺยาถาติ โอวทิตฺวา ดูกรสองเจ้า จงสองเจ้าอย่าได้ทลีนชรล่งง ค่อยน่งงเฝ้าพระบาท อย่าได้คลาศพระองค์พระพ่อเลอย มหาสตฺตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา เจ้าก็เอาราชกุมารทงงสอง สมพองไปยงงสำนักนิ์พระมหาสัตว์ โสดแล เทว ทารเกสุ อปฺปมตฺตา โหถาติ นางทูลพระกรุณา จงเจ้ากูทพิทักษ์รักษา ท้าวอย่าลืมหลงพงาท่าน แล มหาสตฺตํ ปุตฺเต ปฏิจฺฉาเปตฺวา เจ้าก็เวนวรราชสองกระษัตริย์ แก่พระราชฤๅษีสิทธิ โสดแล ปจฺฉิขณิตฺติอาทีนิ อาทาย เจ้าก็ทาย เครื่องทงงหลายเปนต้นว่า กุณิแลชรแลงแลงอาศรมบท แลกำสดไปป่าแล อสฺสูนิ ปุญฺฉนฺตี น้ำตาตก พพฤกรำฦกความฝันเห็น กลัวกาลเข็ญก็ทมาแล มูลผลาผลตฺถาย วนํ ปาวิสิ นางก็เข้าไปยังไพรสนฑ์ เพื่อจะแสวงหาผลภักษน้นน ฯ ชูชโกปิ อิทานิ มทฺที อรญฺคตา ภวิสฺสติ ส่วนชูชกพราหมณ์ก็จินดา ปานนี้เจ้าภควดี มัทรีลีลา ไปสู่พงไพรไกลพระกุฎี นี้มิยาเลอย สานุปพฺพตา โอรุยฺห มันก็คลาคลาน กุมหินดานเงื้อมง่อน เถ้าก็ยันอย่อน ตนลง โสดแล เอกปทิมคฺเคน อสฺสมาภิมุโข ปายาสิ มนนก็บนนน่าชช่อง โดยทางท่องตีนเดียวบเหลียวหลัง ผงงสู่อาศรมบทน้นน ฯ มหาสตฺโตปิ ปณฺณสาลโต นิกฺขมิตฺวา ส่วนพระมหาสัตว์ก็เสด็จออก อยู่นอกบรรณศาลาพระองค์ โสดแล ปาสาณผลเก สุวณฺณปฏิมา วิย นิสีทิตฺวา ท้าวธเสด็จเหนือศิลาบาตรบรรยงก์ ก็มีพระองค์คือพระมาศ เนื้อนิกขชาติ์ชามพูนุท ศรีสุทธประไพ จึ่งจะคิดในพระราชหฤทัย ด่งงนี้ อิทานิ ยาจโก อาคมิสฺสติ ในกาลบัดนี้อันว่ายาจก ก็จะตกตีนไต่เต้า เข้ามาสู่กูบัดนี้แล ปิปาสิโต วิย สุราโสณฺโฑ ตสฺสาคมนมคฺคํ โอโลเกนฺโต นิสีทิ พระโพธิสัตว์เสด็จนั่งอยู่ท่า เล็งแลหายาจก อันจะมาสู่พระองค์น้นนฤๅ คือชายผู้หนึ่งมักกินเหล้า แลเหล้ามิทันปาก อดอยากถ้าดูทล ใช้เมียตนไปตรหลาด ไส้จะขาดรอน ๆ อยู่น้นน ฯ ปุตฺตาปิ ตสฺส ปาทมูเล กีฬนฺติ อันว่าสองกระษัตริย์รักษราชก็เล่น ใกล้บาทพระฤๅษีสิทธิแล ฯ โส มคฺคํ โอโลเกนฺโต อันว่าพระมหาสัตว์ ก็ต้งงตาแลตรง่อง ซึ่งช้นนช่องมรรคาที่มีผู้จะมาน้นน โสดแล พฺราหฺมณํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา สตฺตมาเส นิกฺขิตฺตํ ทานธุรํ อุกฺขิปนฺโต วิย ธก็เห็นพราหมณ์บมิเยียบยงง ผงงเข้ามาโดยศรัทธาจอมราช มโนนารถรำพึง คำนึงดุจดงงพราหมณ์จะมาชรลอ ยอตรทรวงทานบารมีอันปลงไว้ ได้เจ็ดเดือน เลื่อนวันคืนจรหลำน้นน เอหิ วต โภ พฺราหฺมณาติ ธก็มีพระสาศน ดูกรพราหมณ์ อย่าขามแลเข้ามา ถึงอาศนาเราอยู่นี้ โสมนสฺสปตฺโต ท้าวธก็มีพระหฤทัยปรีดาภิรมย์ ชมชื่นหื่นหรรษา ศรัทธาธิการบาลกมลจิตร วิสิตโสมนัสสาภินนท์ อำพลด้วยเบญจพิธ ปริดิโสดแล ชาลีกุมารํ อามนฺเตนฺโต อิมํ คาถมาห ธก็เรียกเจ้าชาลีกุมาร ลูกสงสารสายสวัสดิ์ ก็มีพระราชโองการ ด้วยสารพระคาถา ด่งงนี้ อุฏฺเหิ ชาลิ ปติฏฺโปราณํ วิย ทิสฺสติ ฯ ตาต ชาลีกุมาร ดูกรเจ้าชาลีกุมารพ่อ ตฺวํ อันว่าเจ้าผู้เกื้อก่อกุศลธฺรรม์ อุฏฺเหิ ลุกเร็วพลนนทนเจ้า อิโต านา เจ้าจากสถานอย่าช้า ปติฏฺ เมาะ มม ปุรโต ติฏฺาหิ อยู่ซึ่งหน้าพ่ออย่านาน โปราณํ วิย ทิสฺสติ เมาะ อิโต ปุพฺเพ เชตุตฺตรนคเร นานาทิสาหิ ยาจกานํ อาคมนํ วิย อชฺช ยาจกานํ อาคมนํ มยฺหํ ทิสฺสติ ปญฺายติ อาคมนํ ฯ อันว่าสัตว์ผู้แสวงหาทาน ข้ามกันดารเขามา ยาจกานํ แห่งยาจกทุพรรณ อชฺช ทิสฺสติ เมาะ ปญฺายติ ก็ปรากฎในวนนนี้แล นาลูก มยฺหํ แห่งพ่อผู้จะหวังปลุกประชาชน ให้เอาตนสู่ฟ้า อาคมนํ วิย ยาจกานํ ดุจตำเนอรถ้วนหน้าแห่งยาจก อันตกตีนมาเหลือแล นานาทิสาหิ แต่ทิศต่างๆ ทยนบห่างเห็นเนือง เชตุตฺตรนคเร ในเมืองเชดุดร นครรัตนราชธานี อิโต ปุพฺเพ เมื่อเรายงงเปนขัติยธิบดี อยู่ศุขสวัสดิ์ เสวยสมบัติบริบูรณ์ แต่ก่อนพู้น ฯ พฺราหฺมณํ วิย ปสฺสามิ นนฺทิโย มาภิกีรเร ฯ อหํ อันว่าพ่อผู้จะเกื้อก่อกรุณา ปสฺสามิ ก็ได้ทอดตาเห็นเสร็จ เอตํ ปุคฺคลํ บุทคลผู้เดอรเด็จดยวมา มาหาเราถึงเถื่อน พฺราหฺมณํ วิย งามเงื่อนพยงพรหมาจารย์ สำนานมาเปนแขก เอกสฺส พฺราหฺมณสฺส ทิฏฺกาลโต ปฏฺาย รังแรกกาลกูเห็น พราหมณ์มาเปนอาคันตุก นนฺทิโย เมาะ โสมนสฺโส อันว่าศุขสำราญ บาลกระมลหฤทัย อภิกิรเร เมาะ องฺคปจฺจงฺเค อภิกิรรนฺติ ก็ซับทราบไปท่ววศริราพยพ สพสรรพางค์ มยฺหํ แห่งพ่อผู้วยรวางโมหมศรรย์ แลกูผู้เจอรญธรรม์น้นน โสดแล ฯ ฆมฺมาภิตตฺตสฺส สีเส สีตูทกฆฏสตสหสฺสาภิสิญฺจนกาโล วิย ชาโตมฺหิ ฯ สีตูทกฆฏสตสหสฺสาภิสิญฺจนกาโล วิย ดุจกาลธโสรดสรงนํ้าเย็น ลงบมิน้อย นับด้วยร้อยด้วยพนน กลออมอนนพยบพ้น ปูริสสฺส สีเส ล้นหล่อลงเหนือเกล้า เท้าท่ววตนชายหนึ่ง ฆมฺมาภิตตฺตสฺส ซึ่งมันมาแต่ร้อน ข้อนเข็ญใจจไจ้ ปาโตมฺหิ คือได้ศุขสำราญ ก็จะมีแก่พ่อผู้จะเอาสัตว์สงสาร สู่สํบท ถนัดด่งงธเอาสุธารศมาอรอาบ ทีนี้รอยพ่อจะได้ปราบด สรรเพ็ชดาชาณ แลลูกฮา ฯ ตํ สุตฺวา กุมาโร อาห อันว่าเจ้าชาลีกุมาร ครั้นได้ยินพระราชโองการออกพญา ก็ทูลพระกรุณา สนองคืน ดงงนี้ อหํปิ ตาต ปสฺสามิ บพิตรพณเกล้า ข้าเห็นพราหมณ์เถ้าแถกมาถึง ชาวกาลึงคราษฏร์ฦๅ โย โส พฺรหฺมาว ทิสฺสติ ดูดำเนอรยูรยาตร พยงกัมลาศลงมาดิน ฤๅว่าอินทรนฤมิต โสดแล อทฺธิโก วิย อายาติ ดุจคุ้นเคยอายาจน์ เข้ามาในอาวาศวัดเรา กนนหนวดเครางาม แง่แล อติถี โน ภวิสฺสติ รอยรูปพราหมณ์นี้เป็นแขก รงงแรกเต้าตรกาล พฤทธาจารย์สาธุโสด วตฺวา จ ปน ชาลีกุมาโร มหาสตฺตสฺส อปจิตึ กโรนฺโต อันว่าเจ้าชาลีกุมาร คร้นนทูลสารสนองพระราชบิดา เจ้าพญาก็จะทำให้ พอพระราชหฤทัย โดยอัทยาศรยท้าวผู้พ่อน้นน อุฏฺายาสนา พฺราหฺมณํ ปจฺจุคฺคนฺตฺวา เจ้าก็ผายผาด ลุกจากอาศนด้วยงาม ปองไปรับพราหมณ์น้นน ปริกฺขารคหณํ อาปุจฺฉิ เจ้าก็ถามดูกรลุงพราหมณ์มาภกไภ่ อยยวถุงไถ่ธเหนื่อยหนัก มาหลานรักษ์จะช่วยดู เชอญชีครูไปปรีดิ์เทอญ ฯ พฺราหฺมโณ ตํ โอโลเกนฺโต ส่วนชูชกาจารย์ ก็เลงลลาญลเลือก เหลอกตามยงอยงคล ยลราชาชาลีกุมาร โสดแล อยํ เวสฺสนฺตรสฺส ปุตฺโต ชาลิกุมาโร นาม ภวิสฺสติ นึกในใจดังนี้ โอะอนี้ชรอย ลูกพระราชฤๅษี ชื่อชาลีนี้ มิยาเลอย อาทิโต ปฏฺาย ผรุสวจนํ กเถสฺสามีติ มากูจากล่าวคุกคาม คำรามแต่หววปี จงชาลีนี้กลววกู โสดเทอญ อเปหิ อเปหีติ อจฺฉรํ ปหริ พราหณ์ก็เยียสรสร้านสนนทับ ดีดมือถถับเถ้าสริ้ว ทำหน้านิ่วว่าเวยพน้อยๆ มึงอย่าได้มาขวางมาขวาง หลีกๆ ทางที่กูจะไป นิ้วสิ้น ฯ กุมาโร อปคนฺตฺวา เจ้าชาลีก็หลีกหนี กลววพยงผีลุกไหล้แล อยํ พฺราหฺมโณ อติวิย ผรุโส กินฺนุโข เจ้าก็รำพึงด่งงนี้ อันว่าพราหมณ์นี้จะมาขอ จึงกล่าวพอใจผู้จะให้ ด่งงฤๅมาใส่ไคล้กริ้วโกรธ คุมความโหดอนนใด ด่งงนี้ ตสฺส สรีรํ โอโลเกสิ เจ้าก็หลยวแลดูองคาพยพ สบสรรพางคพราหมณ์น้นน อฏฺารสปุริสโทเส ปสฺสิ เจ้าก็เห็นปรตยักษ์ อนนอัปลักณ์สิบแปดแห่ง ร้ายพ้นแพ่งฝูงคนในโลกยนี้ ฯ พฺราหฺมโณ โพธิสตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ส่วนชูชกไปงงกงงรร แทบสถานอนนธเสด็จอยู่น้นน ปฏิสนฺถารํ กโรนฺโต อาห พราหมณ์ก็ทำปราศรัย ด้วยพระนเรสูร ก็ทูลด้วยพระคาถาด่งงนี้ กจฺจิ นุ โภโต กุสลํ บพิตร อันว่าบมิร้อนบมิโรค ยงงนฤโศกนฤศัลย์ ฤๅณท้าว กจฺจิ โภโต อนามยํ อนึ่งความนฤทุกข์นฤโทษ แห่งท้าวผู้สร้างสัมโพธิสมภารยังมีโสดฤๅ กจฺจิ อุญฺเฉน ยาเปถ ท้าวธยงงเกื้อยงงก่อองค์ด้วยเดอรดงเดรด่วนฤๅ กจฺจิ มูลผลา พหู อันว่ารากไม้แลไร่มนน ผลทุกพรรณทุกภาคฤๅ กจฺจิ ฑํสา มกสา จ หมู่เหลือบยงงมาหลาย ยุงยงงรายยงงร่านฤๅ อปฺปเมว สิรึสปา ทงงงูง้ยวงอด ยงงโดยตอดโดยตามท่านฤๅ วเน วาฬมิคากิณฺเณ ในป่าในปวงดง สัตว์ตัวยงตัวยิ่งฤๅ กจฺจิ หึสา น วิชฺชติ ยงงบยดยงงบยนดยร ท้าวทำนยรธรงพรต ในป่านี้ ฯ โพธิสตฺโตปิ เตน ปฏิสนฺถารํ กโรนฺโต อาห ส่วนพระโพธิสัตว์ก็จะทำปราศรัยด้วยพราหมณ์ไปมา ก็สวดคาถา ด่งงนี้ กุสลญฺเจว โน พฺรหฺเม ดูกรพราหมณ์ อันว่าความบไข้ขวนนอ่อน ยงงค่อยนอนค่อยน่งงไส้ อโถ พฺรหฺเม อนามยํ บแดบเดือดเนื้อ ความบเอื้อบอาดูรสักสิ่งโสด อโถ อุญฺเฉน ยาเปม ลูกไม้ลูกม่วงมีในกุฎีดูดาษแล อโถ มูลผลา พหู ทงงมูลทงงมนนมาก แต่ภอปากภอเปนภักษไส้ อโถ ฑํสา มกสา จ ทงงริ้นทงงร่านก็บขบ เหลือบเหลือตบก็บตอม โสดเลอย อปฺปเมว สิรึสปา อนึ่งพศอนึ่งพิศ บรำคาญจิตรรำคาญใจ สักสิ่งโสด วเน วาฬมิคากิณฺเณ ในดงในด่านช้าง สัตว์ตัวขว้างยืนขวาง มากแล หึสา มยฺหํ น วิชฺชติ จเห็นจหิงษา ท่ววมฤคามฤเคษ ในหิมเวศหิมวันต์ ก็บมีโสดเลอย สตฺต โน มาเส วสตํ อรญฺเ ชีวโสกินํ พฺราหฺมณ ดูกรภารทวาช พฺราหฺมโณ นาม ชื่อว่าเชื้อชาติชีพราหมณ์ ตาทิโส อนนเห็นบงงควรดูงามดงงท่านนี้ โน เมาะ อมฺหากํ แลตูผู้มา ลับลี้ซี้ซอน จรในป่าเปนชี ชีวโสกินํ อปคตโสกานํ อนนมีโศกอนนปราศ วสตํ เมาะ วสนฺตานํ อนนสิ่งสํวาศแสวงผล อิมสฺมึ อรญฺเ ในไพรสณฑ์นี้เปนเรือน สตฺตมาเส สิ้นเจ็ดเดือนจรหลํ่า ทิฏฺปุพฺโพ แลจะพรํ่าเห็นพราหมณ์ด่งงนี้ แต่ก่อนท่อนหลงง น โหติ ก็ บมิทงงสัตตมาศ ที่ตูสร้างศีลสมาธิ์นาน นี้นาชี อิทํปิ ปมํ ปสฺสามิ เราเมอลชีมีชาติ์ ยลเปนอาทิ์ อาคันตุกะแลพฺราหฺมณํ เทววณฺณินํ เราเห็นพราหมณ์งามเงื่อนพรหม มาเป็นศรมณเป็นสาธุโสด อาทาย เวฬุวํ ทณฺฑํ เท้าไม้ผากไม้ไผ่ ทยมตูมไข่ตูมขวิด แจ่มแล อคฺติหุตฺตํ กมณฺฑลุํ ทรงอัคนีโหมอัคนีหูตร ธรรมกรกสูตรกรองสายใส่โสด สฺวาคตนฺเต มหาพฺรหฺเม ธลีลาศลีลา ดำเนอรมาดูมลากแล อโถ เต อทุราคตํ ธมาไกลดุจใกล้ พยงพ่างให้พอเห็นด่งงนี้ อนฺโต ปวิส ภทฺทนฺเต ธมาพบมาพ่าง ใกล้นํ้าอ่างนํ้าอบออม อยู่นี้ ปาเท ปกฺขาลยสฺสุ เต เชอญชํรชํราบ ด้วยนํ้าอาบน้ำอบ องค์นี้ ตินฺทุกานิ ปิยาลานิ ทงงหมากหวดแลหมากหาด ลูกพลับดาษพลองดงมากแล มธุเก กาสมาริโย ลูกซางลูกซอง แมวม่องขอแนวม่วงไข่ แตงกวาไร่แตงแกว มากโสด ผลานิ ขุทฺทกปฺปานิ ลูกไม้เอมไม้อ้อย เงื่อนผึ้งน้อยผึ้งนิ่มน้นน ภุญฺช พฺรหฺเม วรํ วรํ ลูกไม้ง้วนไม้งอน เชอญชีอย่าถนอมกินถนัดจงอิ่มเทอญ อิทํปิ ปานิยํ สีตํ นํ้าเย็นเฉื่อยเย็นฉํ่า ตักแต่คํ่าไว้แรม มากแล อาภตํ คิริคพฺภรา นางตักตรองตั้งแต่ง ที่ทุกแห่งเหวเขาใหญ่น้นน ตโต ปิว มหาพฺรหฺเม ลูกไม้ลูกมนนมาก แต่พอปากพอเปน ภักษน้นน สเจ ตฺวํ อภิกงฺขสิ เชอญธกลืนธกล้ำ รศแห่งนํ้าแห่งใน จงโดยใจท่านเทอญ ฯ วตฺวา จ ปน มหาสตฺโต จินฺเตสิ อันว่าพระมหาสัตว์ คร้นนกทำปราศรัยด้วยพราหมณ์ ภารัชทวาชแลเสร็จ พระสรรเพชญ์ก็รำพึง ด่งงนี้ อยํ พฺราหฺมโณ น อการเณน อิมํ พฺรหารญฺํ อาคมิสฺสติ อันว่าพราหมณ์นี้มาในป่าดงพงใหญ่ ใช้ว่าหาการณบมิได้ แลจะมาหากูดงงนี้ อาคมนการณํ ตํ ปปญฺจํ อกตฺวา อันว่ากูก็บมิพึงกทำการ อนนมาแห่งพราหมณ์นี้เปนอำญวร ควรกูกทำจงพลนน ทนนทีปรารถนา พราหมณ จงชอบไส้ ปุจฺฉิสฺสามิ นนฺติ จินฺเตตฺวา มากูจะถามโดยถ้อยความจงถี่ ที่ดำเนอรอย่าให้พราหมณ์นี้เปนจรทุกจรเทอญ โสดแล อิมํ คาถมาห คร้นนธรำพึงบริบูรณ์ พระนเรนสูรก็สวดคาถาพราหมณ์ ด่งงนี้ อถ ตฺวํ เกน วณฺเณณ ดูกรชูชกาจารย์ เพื่อประการกลใดนิวสิ้น เกน วา ปน เหตุนา เห็นทวงเหตุฉันใด แลธต้งงจงใจคระใคร่นี้ อนุปฺปตฺโต พฺรหารญฺํ จึ่งมาลุไพรพงดงแหล่งไหล้ ที่กูสี่ไท้กทำกรรมในป่านี้ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ดูกร พราหมณ์ กูถาม ธบอกแจ้ง รักแกล้งกล่าวจงเห็น หนึ่งรา ฯ ชูชโก อาห ชูชกก็ทูลพระกรุณา แก่พระมหาบุรุษคืน ด่งงนี้ ยถา วาริวโห ปูโร สพฺพกาลํ น ขียติ เอวนฺตํ ยาจิตวคญฺฉึ ปุตฺเต เม เทหิ ยาจิโต ฯ โภ เวสฺสนฺตร ข้าแต่พระแพศยันดรราชฤๅษี ยถา วาริวโห เมาะ ยถา อุทกวาโห ด่งงฤๅ ด่งงนทีแท้ท่าว คคล่าวคลายคคก อนนบมิรู้บกรู้บาง วิชฺชมาโน อนนมีรอดปางคคล่าน ปญฺจสุ มหานทีสุ ในแม่นํ้าน่านห้าประการ

 คงฺคายมุนาจิรวตีสรภูมหีมหานทีสงฺขาเตสุ อนนธกล่าวคือปรวาล คงคายํมุนาอจิรวดี สรภูมหิมหานทีเที่ยงหม้นน แลแม่นํ้าน้นนโสด ปูโร เมาะ อุทเกน ปูโร อนนโจศจรรย์ ด้วยอุทกอนนอธึก สนฺทมาโน อนนฦกไหลหล่งง แถมถ่งงมาบมิขาด อนฺวตฺตตาทิโต อนนมีแต่อาทิ์อัทธวา สมญาคือ อโนตัตต์ ชเนหิ แลทวยสบสัตว์ฝูงคน ปิปาสิเกหิ อนนครหนครหาย เครื่องจักตายลำบาก อดปากแห้งนักหนา ตํ นทึ อาคนฺตวา ก็มายังแม่น้ำน้นนบมิน้อย นับด้วยร้อยด้วยพนน อุทกํ โอสิญฺจิตฺวา โกยกนนตักเต็มใจ นทีใสสุทธิชาติ หตฺเถหิ วา ด้วยมือสาด สนงโบยก็ดี ภาชเนหิ วา ด้วยให้โกยกัลออม บางแช่ชอมโชรมอาบ ปิวิยมาโน กินหลายคาบหลายครา น ขียติ ก็บมิรู้คลารู้คลาศ ก็บมิรู้แปลนหาดเห็นทราย สพฺพกาลํ กินต่อตายก็มิรู้สิ้นรู้สุด ตฺวํ อันว่าท้าวธผู้จะหวงงเปนพระพุทธ ใจบริสุทธิหน่อไท้ น ขียติ ก็บมิรู้ไร้รู้ร่อย ก็บมิรู้ถ่อยรู้ถด ทาเนน แลฦๅ พระยศด้วยพระทาน ให้ด้วยหาญโจมจ่าย ให้ด้วยง่ายบมิคิด สพฺพกาลํ เนานองนิตยทุกเมื่อ เพื่อฦๅแลว่าด่งงน้นน ตุยฺหํ สทฺธาย ปูริตตฺตาย เหตุธหม่นนหม้นนกรุณา เอวํ ดุจน้นน แลมหาราช อหํ อันว่าข้าผู้เถ้าเชื้อชาติชีพราหมณ์ อิทํ การณํ มญฺมาโน คิดความงามด่งงนี้ท่ยง อาคญฺฉึ ขวนนก่ยงได้เปนดี ผีชักชวนมาสู่ ตว สนฺติกํ ถึงที่อยู่พณเกล้า ยาจิตํ เพื่อข้าเถ้าทานมาขอ เทวปุตฺเต สองกระษัตรพอใจราช ตํ ตุวํ แต่พระบาทเจ้าใจธรรม ฯ ปุตฺเต เม เทหิ ยาจิโต ฯ ตฺวํ อนนว่า ธท้าวผู้จะหวงงปองโปรดสัตว์สู่สวรรค์ฟากฟ้า ยาจิโต มยา แลข้ามาขอเปนลาภ ปุตฺเต ลูกท้าวธคาบนี้จงได้ เอหิ อย่าไหว้เลอยณพ่อ เร่งเกื้อก่อการธรรม์ ให้ด้วยพลนนทนนแคลน เม แก่ข้าผู้มาถึงแดนดงใหญ่ คือวันใฝ่ฝนนเห็น พระบาทนี้ ฯ ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต โสมนสฺสปตฺโต หุตฺวา อันว่าพระมหาสัตว์ คร้นนได้ยินคำพราหมณ์ด่งงน้นน ก็ซ้นนชื่นชม มโนภิรมยโสดแล ปสาริตหตฺเถ สหสฺสตฺถวิกํ เปนฺโต วิย พระโพธิสัตว์ดุจชายหนึ่งเปนดี มีอัธยาศรยจะใคร่ให้ทาน ก็ประดิษฐานถุงทองพนนหนึ่ง ยื่นซึ่งมือผู้มาขอ พึงพอใจกว่าชื่นแล ปพฺพตปาทํ อุนฺนาเทนฺโต อาห ท้าวธก็จะให้นินนาท ก็เกรอกบาทบรรพต เซงพระยศปวงป่า ซ่าพระยศปวงปือ ลือพระยศท่ววสวงสวรรค์ ทัลดาบาลบดล ท้าวธก็นิพนธ์คาถาแถลงท่าว กล่าวแก่พราหมณ์พฤทธาจารย์ ด่งงนี้ ฯ ททามิ น วิกมฺปามิ อิสฺสโร นย พฺราหฺมณ ฯ โภ พฺราหฺมณ ดูกรพรามหมณ์นักสิทธิ อหํ อันว่า กูผู้มีจิตรใจธรรม์ ททามิ ก็บมิควรหิตให้แล้ เทฺว มม ปุตฺเต ลูกท้าวแท้ทานทงสอง ตสฺส ตุยฺหํ แก่ท่านผู้มาแส้งสํพองใจขอ อันว่ากูผู้ยอยอดทานบารมีท่ววฟ้า ท่ววแหล่งหล้าเมืองคน น วิกมฺปามิ เมาะ น ผนฺทามิ ใจกูก็มิจินจลสักสิ่ง ตสฺมึ ปุตฺตทาเน ในที่จะให้ลูกรักยิ่งสงสาร โส ตฺวํ อันว่าท่านผู้เปนพฤทธาจารยผู้เถ้า อิสฺสโร เมาะ สามิโก หิตฺวา ธแลมาเป็นเจ้าเปนจอม มม ปุตฺตานํ แห่งลูกกูท้งงสองถนอมใจรัก ฤๅถ่อย นย เมาะ นยาหิ เชอญชีค่อยครองเอาไป ด้นนดงใหญ่คลาศคล้อย เอเต เทฺว กุมาเร นน้อย พ่อทงงสอง ยถา อชฺฌาสยํ โดยสํพองแห่งพฤทธาจารย์ อนนข้ามกนนดารมาถึงเรานี้ทวัน ปาโต คตา ราชปุตฺตี อันว่าเจ้ามัทรี ราชบุตรีไปป่า แต่เช้าล่าเลมภักษ โสดใส้ สายํ อุญฺฉาโต เอหิติ คร้นนพระสุรยเสด็จตํ่า นางไท้พรํ่าจักมา แต่ป่าแล เอกรตฺตึ วสิตฺวาน ธมาภกชรออบ คืนเดียวชอบชีนอน ก่อนรา ปาโต คจฺฉสิ พฺราหฺมณ คร้นนชรมัวเมื่อเช้า จึ่งชีเอาสองเจ้าตูไปนี้ทวัน ตสฺสา นฺหาเต อุปฆาเต จงทนนเห็นหน้าแม่ อุ้มอักแอ่เอาสรง ก่อนรา อถ เน มาลธาริเน อนึ่งโสด จงทนนนางลูบไล้ ทัดดอกไม้มนธาร แก่ลูกรา เอกรตฺตึ วสิตฺวาน คืนดยวเชอญชีปู่ รักย้งงอยู่ไสยาก่อนรา ปาโต คจฺฉสิ พฺราหฺมณ คร้นนพระฮามยามรุ่ง ชีเถ้าพุ่งพลนนไป โดยด่วนเทอญ นานาปุปฺเผหิ สญฺฉนฺเน ต่างต่างร้อยแซมเกล้า แก่สองเจ้าราชเอารสพ่อนี้ นานาคนฺเธหิ ภูสิเต ต่างต่างคันธเกล้ากลิ่น แก่เนื้อนักนิ่น สองกรษัตร แก่พ่อนี้ นานามูลผลากิณฺเณ ต่างต่างพรรณลูกไม้ เพื่อจะให้แก่สองอ่อนไท้ เปนสบยงไปเถื่อนแล คจฺฉ สฺวาทาย พฺราหฺมณ เชอญชีเอาสองราช จากอาวาศตูไป นี้ทวัน ฯ ชูชโก อาห ชูชกาจารย์ก็ทูลทาน พระราชโองการพระฤๅษีคืน ด่งงนี้ น วาสมภิโรจามิ บพิตร ข้ามิควรที่จะอาศรย ในพงไพรประเทศนี้ คมนํ มยฺหํปิ รุจฺจติ ความอยู่อยยวทุกหาด ควรลาราชเวนวนน แลพ่อฮา อนฺตราโยปิ เม อสฺส ผิข้าสิงสำราญ ความอเลาะกาลก็จะมี มิอย่าเลอย คจฺฉญฺเว รเถสภ บพิตร ข้าจะไปมิอย่า ยงงดีกว่านางทนน โทษแล นเหตา ยาจโยคี นํ ฝูงหญิงย่อมทัดทาน แรงรยาน แก่ยาจกไส้ อนฺตรายสฺส การิยา มีใจมวนมานบาป มาแซรกกลาง ลาภล่วงบุญท่านไส้ อิตฺถิกา มนฺตํ ชานนฺติ พรรณหญิงมิโอมอ่าน ตุ่นต่านให้ชายกลวว ยยอบแล สพฺพํ คณฺหนฺติ วามโต ผววชักขวามาซ้าย การกยดก้ายกลหญิง ยิ่งน้นน สทฺธาย ทานํ ททโต บพิตร ในเมื่อไท้ธปรสาทสองราชด้วยศัทธา ท่านน้นน มา สมทกฺขิ มาตรํ คร้นนข้าเห็นออกเจ้า รอยรูปเถ้าจักไปเปล่าแล อนฺตรายํปิ สา กยิรา ความอนนใดจะเปนอนนดาย ความอนนตรายก็จะเปน อนนเกอดแล คจฺฉญฺเว รเถสภ บพิตร ข้าต้งงหน้าไป บมิติง อยยวนางชิงชี ยากแล อามนฺตยสฺสุ เต ปุตฺเต เชอธส่งสองราช อย่าให้คลาศวนนคืน หนึ่งเลอย มา เต มาตรมทฺทสุํ อย่าทนนให้ช้าแม่ลูกเห็นกนน ส่งข้าจงแว่นวนฺนธพ่อฮา สทฺธาย ทานํ ททโต คร้นนธให้สองเสาวภาคฺย์ ด้วยใจตยาคศรัทธา ท่านน้นน เอวํ ปุญฺํ ปวฑฺฒติ การกุศลจพุล การเบื้องบุญก็จะเพิ่มแล อามนฺตยสฺสุ เต ปุตฺเต เชอญธรยกลูกสองราช เวรให้ขาดแก่กูโสดเทอญ ฯ มา เต มาตรมทฺทสุํ อย่าทนนเห็นแม่ออก ชีสู่ซรอกซรงงไป ดีกว่าแล มาทิสสฺส ธนํ ทตฺวา สองเอารสรักราช แลธให้แก่ผู้มาอายาจกลกูนี้ ฤๅนท้าวราช สคฺคํ คมิสฺสสีติ อำนาจทานก็จะส่งให้ท้าวปล่งไปสวรรค โสดแล ฯ

 เวสฺสนฺตโร อาห พระแพศยันดรราช ก็มีพระสาศนสนองพรามหณ์ ด่งงนี้ สเจ ตฺวํ นิจฺฉเส ทฏฺฐุํ ผิทชีบเคร่าถ้า เห็นหนุ่มหน้านางเมือง นิ่งน้นน มม ภริยํ ปติพฺพตํ เปนเมียมิ่งไมตรี ย่อมภักดีโดยราชไส้ อยฺยกสฺสปิ เม เทหิ จงธเอาเข้าไปปรสิทธิ แต่บพิตรพระสญชย ผู้ปู่เทอญ ชาลึ กณฺหาชินํ จุโภ คือกัณหาลูกแก้ว ชาลีแล้วโลมใจ พ่อนี้ อิเม กุมาเร ทิสฺวาน มญฺชุเก ปิยภาณิเน สองสยงใสตรศักดิ ไพเราหรักฤๅอิ่มเลอย ปตีโต สุมโน วิตฺโต พระสญชยชมชิ่น เห็นสองนักนิ่นเนื้อชมเชอย ฤๅอิ่มเลอย พหุํ ทสฺสติ เต ธนนฺติ ท้าวธก็จะให้สิ่งสีนพี่นพ่งง อยู่ถ้าน่งงนอนกิน แก่แล ฯ ชูชโก อาห ชูชกาจารย์ ก็ขานพระราชฤๅษีคืน ด่งงนี้ อจฺเฉทนสฺส ภายามิ บพิตร สองเจ้าราชเสมอสีน กลววทชีนชิงนา พ่อฮา ราชปุตฺต สุโณหิ เม เชอญธฟงงราพ่อ ท้าวธอย่าใส่ใคล้ฬ่อลวงชีนี้ ช่ววฤๅ ราชทณฺฑาย มํ ทชฺชา อยยวท้าวธจะให้ริบราทลงอาญาช้าง ใครจะค่าขว้างกรรตน รอดเลอย วิกฺกีเณยฺย หเนยฺย วา อนึ่งอยยวธจให้ศักหน้าขายไปก็ได้ อนึ่งอยยวธ จะให้ขิงฟนน เจ้าไท้ผู้ใดจะมาขอทนนใน ที่น้นน ชิโน ธนญฺจ ทาเส จ สิ่งสีนตนก็จะหาย ข้าหญิงชายก็จะโหจ แล้วก็จะต้องโทษทุกข์ทัณฑ์ใหญ่น้นน คารยฺหสฺส พฺรหฺมพนฺธุยา พราหมณ์มันก็จะด่าว่าเถ้ายาจกแสนโฉด ได้แล้วโสดแลมาเสียคืน เล่าน้นน ฯ

 เวสฺสนฺตโร อาห พระแพศยันดรราชฤๅษี มีพระเสวนีสนองพรามหณ์ ด่งงนี้ อิเม กุมาเร ทิสฺวาน ดูกรพราหมณ์ คร้นนพระสญชัยผ่านเกล้า เห็นหน้าอ่อนเจ้าเอารส พ่อนี้ มญฺชุเก ปิยภาณิเน สองกล่าวกล้ยงเกลาใจ ฟ่งงสยงใสสวน ยิ่งแล ธมฺเม ิโต มหาราชา ท้าวธมีสุจริต ทรงทศพิทธราชธรรมทุกเมื่อไส้ สิวีนํ รฏฺวฑฺฒโน บำเพ็ญผลพยบหล้า ถ้วนหน้าอยู่เย็นใจ โสดไส้ ลทฺธา ปีติโสมนสฺสํ คร้นนได้หลานราช ท้าวธจะชมสาธุ์สรรเสรอญชี กว่าชื่นแล พหุํ ทสฺสติ เต ธนนฺติ สิ่งสินมาครามครนน ท้าวธก็จะรางวลลพรามณ์ โสดแล ฯ ชูชโก อาห ชูชกยกความบมิท่าว กล่าวโดยพระฤๅษี ก็ทูลคดีด่งงนี้ นาหนฺตํปิ กริสฺสามิ บพิตร ท้าวอย่าจำใจชี ใช่ความดีแลจะโดย ท่านนี้ ยํ มํ ตฺวํ อนุสาสสิ ความใดท้าวสอนส่งง ข้าเถ้าฟ่งง แฟวกลววกว่าชื่นแล ทารเกว อหํ เนสฺสํ ข้าขยวขอลูกไท้ คร้นนได้ด่วนเอาไป นิฤๅท้าว พฺราหฺมณิยา ปริจาริเก ก็จะให้พราหมณีหน้าช้อย เปนข้าข้อยขาด กลางเรือนมนน โสด ฯ ตนฺตสฺส ผรุสวจนํ สุตฺวา ทารกา อันว่าพระราชกุมารกุมารี คร้นนได้ยินคดีพรามหณ์ฉกรรจ์ คำถถุนถถันบมิอาจ แลแกล้งกล่าวผาดด่งงน้นน ภีตา ปิฏฺิปณฺณสาลํ คนฺตฺวา สองเจ้าก็ตรนกตกใจ แก่พรามณ์บาป แกล้งกล่าวหยาบยินฉกรรจ์ ก็หนีไปหลังบรรณศาลา ด้วยด่วนแล ตโต ปลายิตฺวา แล้วก็แคล้วคลาศคลาไป จากหลังบรรณศาลาไลยน้นน เล่าแล วนคุมฺพคหเน นิลิยึสุ แล้วก็ด้นนด้นนเข้าไปเร้นในพรน้อม ตาคอยด้อมแลดูด่านแล ตตฺรปิ ชูชเกนาคนฺตฺวา คหิตํ วิย อตฺตานํ สมฺปสฺสมานา ราชกุมารท้งงสองเห็นตนอยู่บลับ ดุจดังพราหมณ์จะมาด้วยฉับ จับเอาตนในที่น้นน กมฺปมานา กตฺถจิ สณฺาเรตุํ อสมตฺถา สองเจ้าก็มีตนส่นนระรวว กลววพราหมณ์กาจ ก็บมิอาจธรงอาตมภาพอยู่ได้ ในที่น้นนโสดเลอย อิโต จิโต อุปธาวิตฺวา สองเจ้าก็แล่นหลีกไปจากสถานพู้นพี้ หนี้น้นน อยยวพราหมณ์จะมากรรซ้นน ก้นนกุมเอาตนไปในที่น้นน ยาว จตุรสฺสโปกฺขรณีตีรํ คนฺตฺวา ก็หนีไปบอยุดบย่งง เทาถึงฝ่งงจตุรัสโบษขรณี น้นนแล ทฬฺหํ วากจีรํ นิวาเสตฺวา ก็นุ่งเปลือกไม้ติดต่ยว คากรองก่ยวก้ยวเอาอิกโสด อุทกํ โอรุยฺห ก็แหล้นไปผผํ้า ลงในนํ้าด้วย ด่วนแล อุทเก ปติฏฺา อฏฺํสุ พระราชกุมารท้งงสองก็เร้นรอก ซอกซอนในตระพงง แลนํ้าบงงตววบววบงงเกล้า เพื่อสองเจ้าตกหม่าบ้าใจหาย เพราะกลววอยยวพราหมณ์จะมาททายตนไปในที่น้นน ฯ

 ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าพระสาศดา จสํแดงจรรยาปิฎก พระดิลก บันทูลคาถา ด่งงนี้ ตโต กุมารา พฺยถิตา ดูกรสงฆ์ สองสายใจปรจาก พี่น้องพรากพระกุฎี ท่านแล สุตฺวา ลุทฺทสฺส ภาสิตํ เพื่อฟงงสยงพราหมณ์ แสรกพยงร้องแถกเอาขวัญ สองจาบัลย์บอยู่เลอย เตน เตน ปธาวึสุ จึ่งจะแล่นหนีไป ยงงที่ศาลาลยล่องอื่น พี่น้องตื่นตนตายก็มาแล ชาลี กณฺหาชินา จุโภ คือ ชาลีโลเกษ เนื้อนเรศกัณหา ลูกพงา พระฤๅสิทธิ์ น้นน ฯ ชูชโกปิ กุมาเร อทิสฺวา ส่วนชูชกพราหมณ์เถ้า คร้นนบมิเห็นสองเจ้าราชชุมาร ในสถานที่น้นน โพธิสตฺตํ อปสาเทสิ มนนก็กล่าวบมิอยยด ตัดภ้อคยดคำแสลง ด้วยขึงแขงแก่พระราชฤๅษี คืนคดี ด่งงนี้ โภ เวสฺสนฺตรํ ตฺวํ อิทาเนว มยฺหํ ทารเก ทตฺวา ดูกรเจ้าแพศยันดร ผู้ใจมอนแก่กุศล ท้าวธให้ลูกตน แกกูบัดนี้แลแล้ว มยา นาหํ เชตุตฺตรนครํ คมิสฺสามิ ในเมื่อกูกล่าว คำบมิท่าวใจตาม ว่ากูชีพราหมณ์บมิได้ เอาไปยงงพิษยเชดุดรน้นน ทารเก มม พฺราหฺมณิยา ปริจาริเก เนสฺสามีติ วุตฺเต คร้นนกูกล่าวว่าจะเอาข้าท้งงสองนี้ไปให้ เปนช่วงใช้เมียกู นิว่าไส้ อิงฺฆิตสญฺํ ทตฺวา ปุตฺเต ปลาเปตฺวา ก็กทำอิงฆิดาการคือการให้หน้าให้ตา แก่ลูกพงาอนนรัก ให้ลอบลักหนีไป เพราะว่าจะหวงงให้เปนไทคืนเล่าฤๅ อชานนฺโต วิย นิสินฺโน แล้วก็น่งงเยียม่งง ช่งงอยู่จรกล้าย ว่าเถ้าร้ายฤๅจะรู้กล ด่งงนี้ นตฺถิ มญฺเว โลกสฺมึ ตยา สทิโส มุสาวาโท ด่งงกูรำพึง อันว่าคนจรรจาลิ้นล่าย กล่าวสองฝ่ายให้ดูดี แลจะปานพญาชี ในโลกบมีโสด เลอย ฯ ตํ สุตฺวา มหาสตฺโตปิ กมฺปิโต หุตฺวา อันว่าพระมหาบุรุษรัตน ผู้อยู่ในสัตยวาที ฟงงคำชีพราหมณ์ฬ้อ เถ้าตัดภ้อหยนนอยาบ ก็มีมนัศดาปตรดก กว่าชื่นแล ปลาตา ภวิสฺสนฺตีติ จินฺเตตฺวา ธก็รำพึงดงงนี้ อันว่าพระราชกุมารสองกษัตรีย์ รอยลอบลักหนี มิอย่าเลอย พฺราหฺมณ มา จินฺตยิ ธก็มีพระเสาวนีด้วยงาม ดูกรพราหมณ์ มิเปนใดมิเปนใด ธอย่าร้อนใจ โสดเลอย อาเนสฺสามิ เต กุมาเรติ ไว้กูจะหาสองกษัตรมาให้ เปนช่วงใช้ชีคืน เล่าเทอญ อุฏฺาย ปิฏฺิปณฺณสาลํ คนฺตฺวา ท้าวธก็เสด็จผุดผาย คลายคลาไคลลุกจากอาศน์ ไปยงงหลงงคฤหาวาศน้นน เตสํ วนคหนํ ปวิฏฺภาวํ ตฺวา ท้าวธก็เห็นว่าสองนงงาม แล่นติดตามกันไป เข้ายงงทำทุมไพร โสดแล ปทวลญฺชานุสาเรน โปกฺขรณีตีรํ คนฺตวา ธก็ค่อยไต่ตาม โดยรอยย่าง เห็นกระช่างตีนน้อย พึงคลาศคล้อยคลาไป ตีนน้นนใหม่บมิหมอง ลำยองยลจักรลักษณ์ เท้าถึงสำนักนิโบษขรณีน้นน โสดแล อุทเก โอติณฺณปทํ ทิสฺวา ก็เห็นรอยตีนแล่นผผํ้าลงในน้ำสระนั้น อุทกํ โอรุยฺหา ิตา ภวิสฺสนฺตีติ ตฺวา ธก็หมายในหฤทัย ว่ารอยสองกษัตรีย์ กลววแก่ชีชรอกชรงงไป จะรํ่าอยู่ในตรพงง บมิอย่าเลอย ตาต ชาลีติ ปกฺโกสิตฺวา คาถมาห ธก็รยกเจ้าชาลีกุมาร ก็มีพระราชโองการลห้อย กล่าวแก่อ่อนน้อยด้วยคาถาดงงนี้

  เอหิ ตาต ปิยปุตฺต ปูเรถ มม ปารมึ ฯ ตาต ปิยปุตฺต ดูกรเจ้าชาลีลูกรัก ตฺวํ อันว่าเจ้าผู้เสมอจักษุท้งงคู่ เอหิ อย่าย้งงอยู่เร็วมา ตุมฺเห อันว่าสองพงาลูกแก้ว ปูเรถ จงให้เต็มแล้ว โพธิสํภารปารมึ เมาะ ทานปารมิโย พระทานบารมีอันอุดม มม แห่งพ่อผู้ศรัทธาชํใช่น้อย เจ้าอย่าให้พ่อค้อยรยกเปนนาน ราลูกฮา หทยํ เมภิสิญฺเจถ กโรถ วจนํ มม ฯ ตุมฺเห อันว่าชาวเจ้าท้งงสองพระองค์ อภิสิญฺเจถ จงมาสรง มาโสรด ด้วยอํ้าฤดาโมทยหลั่งไหล หทยํ เม ดับหฤทัยแห่งพ่อ พฺราหฺมณสฺส วจเนน ทฑฺฒํ แลคำพราหมณ์เสมอไฟจ่อลุกล่าว ร้อนผ่าวเผาอก ตุมเห อันว่าสองดิลก ลูกรักราช กโรถ เมาะ อนุกโรถ จงเจ้าอาจมาทำสนอง วจนํ มม โดยสํพองพ่อกล่าว จงเจ้าอย่าให้ทุกข์ทบท่าวทับแด พ่อรา ยานนาวาว เม โหถ อันว่าสองเจ้าหน่อนงเยาว์ จงมาเปนสํเภาแก่พ่อเทอญ อจลา ภวสาคเร อนนบมิรู้โคลงรู้คล่อง ขี่ข้ามช่องสงสารเสมอสมุทรน้นน ชาติปารํ ตริสฺสามิ อนนอาจ เอาพ่อไปยงงนฤพานนคร ที่พ้นชาติชรา มรณานฤทุกข์น้นน สนฺตาเรสฺสํ สเทวกํ พ่อก็จะขี่ข้ามโลกยประชา อีกเทพาภพสวรรค์ โสดแล ฯ ตํ สุตฺวา กุมาโร พฺราหฺมโณ มํ ยถารุจึ กโรติ ส่วนเจ้าชาลีกุมารก็รำพึง ดงงจึงพราหมณ์นี้ผิแลมนน จักทำทัณฑ์ถึงสิ้นกรรม์ก็ดี กูก็บมิอาจให้พระราชฤๅษีผู้ผ่านเผ้า เจ้ากูผู้บงงเกอดหวว กลววแก่ภัยพราหมณ์ด่า ช่างเถ้าร้ายร่ากทำโทษ โดยกริ้วโกรธใจมนน โสดเทอญ ฯ ปิตรา สทฺธึ เทฺว กถา น กเถสฺสามีติ กูก็จบมิพึงจรรจาเปนสอง สนองคำพระราชฤๅษี ผู้มีพระคุณแก่กูน้นน โสดเลอย สีสํ นีหริตฺวา ปตฺตานิ วิยูหิตฺวา อุทกา อุตฺตริตฺวา เจ้าก็เอามือเบิกเลิกใบบวว ยอหววขึ้นจากนํ้า ตรลํ้าแล่นขึ้นมา คลาจากที่ชลาลยน้นน มหาสตฺตสฺส ทกฺขิณปาเท ปติตฺวา เจ้าก็กราบสยบซบลงเหนือพระบาทเบื้องขวา แห่งพระมหาสัตว์ โสดแล โคปฺผกสนฺธึ ทฬฺหํ คเหตฺวา ปโรทิ เจ้าก็เอาพระกรกระหวัด สองมือรัดข้อพระบาท ไห้อนาถไปมาลาลศ ครวญกำสรดกว่าชื่นแล ฯ

 อถ นํ มหาสตฺโต อาห เมื่อน้นนพระราชฤๅษี ก็มีพระสาสนถามพระราชกุมาร ดงงนี้ ตาต ชาลิ ภคินี เต กุหินฺติ ดูกรเจ้าชาลีน้องเจ้ากัณหา เสด็จลีลาไปหนใด โสดสิ้น ฯ ตาต อิเม สตฺตา นาม ภเย อุปฺปนฺเน อตฺตานเมว รกฺขนฺติ อันว่าเจ้าชาลีกุมาร ก็สนองพระราชโองการพระราชบิดา ดงงนี้ ข้าแต่พระบาท ชื่อว่าสัตว์ชาติท้งงหลาย ย่อมกลววแก่ความตายอนนจะมาถึงตน ทยนย่อมขวนขวาย ที่จะผายเอาตนรอดไส้ ฯ อถ มหาสตฺโต ปุตฺเตหิ เม กติกา กตา ภวิสฺสตีติ ตฺวา เมื่อน้นน พระมหาสัตว์ก็รำพึง ดงงจึงรอยข้าพี่น้อง พร้องปรดิญาด้วยกนน ว่าแม้ มีผู้ตามทนนก็ดี อย่าพนนบอกที่อยู่ มิอย่าเลอย เอหิ อมฺม กณฺหาชินาติ ปกฺโกสาเปตฺวา คาถมาห พระมหาบุรุษก็จะรยกเจ้ากัณหา ก็สวดคาถา โลมลา เพพระราชธิดาดงงนี้ เอหิ อมฺม ปิยา ธีตา ปิยา เม ทานปารมี ฯ อมฺม กณฺหา ดูกรเจ้าแก้วแก่นกัณหา ลลาใจจอมสวาดิ ปิยา ธีตา อันเปนลูกรักราชท้าวทรงผจง ตฺวํ อันว่าเจ้าผู้เกิดกลางองค์อกพ่อ อย่าให้ก่อเปนนาน เอหิ จงลูกสงสารเสด็จมา เร็วหนาเจ้า ปิยา เม ทานปารมี อันว่าเกล้าพระทานบารมีเปนต้น ปิยา เม พ่อรัก พ้นแพ่งสรรพทรัพย์ โหติ ก็มีอัประมาณในโลกย์ จงเจ้ามาอุทธโยค ทำพ่อเทอญ หทยํ เมภิสิญฺเจถ จงเจ้ามาดับหฤทยที่ไหม้ อนนพราหมณ์ร้ายไร้ กล่าวเสมอไฟฟอกนี้ กโรถ วจนํ มม จงเจ้าเร่งมาทำ โดยดงงคำพ่อกล่าวนี้ ยานนาวาว เม โหถ สองเจ้าแพงเภตรา แก่พ่อผู้จะปราถนาเปนพระพุทธน้นน อจลา ภวสาคเร พยงแผ่นดินบตรอาล ข้ามสงสารเสมอ อรรณพน้นน ชาติปารํ ตริสฺสามิ พ่อจะขี่ข้ามจากชรามรณชาติ ด้วยอำนาจทานสองกระษัตรนี้ อุทฺธริสฺสํ สเทวกํ พ่อก็จะยอ สวรรค์มนุษยโลกย์ สู่บทโมกษนฤพาน แลนาเจ้า ฯ สา ปิตรา สทฺธึ เทฺว กถานา กเถสฺสามีติ อันว่าเจ้ากัณหา ก็จินดาดงงนี้ กูก็บมิควรจรรจา ด้วยออกยากู เปนสองสนองคำ ควรกูยำพระราชโองการท้าวผู้พ่อไส้ ตเถว อุทกา อุตฺตริตฺวา เจ้ากัณหาก็ขึ้นมาจากโบษขรณี ดุจเจ้าชาลีผู้พี่น้นน มหาสตฺตสฺส วามปาเท นิปติตฺวา โคปฺผกสนฺธึ ทฬฺหํ คเหตฺวา ปโรทิ เจ้าก็กราบกำสรดเหนือพระบาท เบื้องซ้ายพระมหาสัตว์บมิคลาศ รัดข้อพระบาทบมิคลา ไห้ไปมาแค้นคิด อกกระอิจกว่าชื่นแล เตสํ อสฺสูนิ มหาสตฺตสฺส ผุลฺลปทุมวณฺเณ ปาทปิฏฺเ ปตนฺติ อันว่านํ้าตาพระราชกุมารท้งงสอง ก็ตกลงเหนือหลงงสองพระบาท พยงบววมาศบานรองอยู่น้นน ตสฺส อสฺสูนิ เตสํ สุวณฺณผลกสทิสาย ปิฏฺิยา ปตนฺติ อันว่านํ้าตาพระมหาสัตว์ ก็ตกเหนือปริษฎางค์สองกระษัตรกุมาร ประดุจแผ่นขดานมาศ ท้งงคู่อยู่รงงรอง รองชลเนตรพระมหาสัตว์แล อถ มหาสตฺโต กุมาเร อุฏฺาเปตฺวา เมื่อน้นนธก็ให้ สองราชกุมาร ลุกขึ้นบมินาน ในที่น้นน อสฺสาเสตฺวา ท้าวธก็โลมเล้าสองเจ้าราชกุมาร ก็มีพระราชโองการดงงนี้ ตาต ชาลิ กึ ตฺวํ มม ทานจิตฺตกภาวํ น ชานาสิ ดูกร เจ้าชาลีมิรู้ฤๅ สวภาพหฤทยแห่งพ่อ อนนใคร่เกื้อก่อกทำทาน อนนเปนการยกุศลน้นน อชฺฌาสยํ เม มตฺถกํ ปาเปหิ วตฺวา จงเจ้าให้อัทยาศรัยพ่อ ลุเสด็จ อนนจะเปนบำเหน็จนฤพาน พ้นสงสารภพนี้ณเจ้า โคเณ อคฺฆาเปนโต วิย ตตฺเถว ิโต กุมาเร อคฺฆาเปสิ อันว่าพระโพธิสัตว์เสด็จในที่น้นน ซ้นนกัดค่าพระราชกุมารให้อยู่ คู่ดงงชายขายววว กัดค่าตววให้ขาด ตรหลาดพสานโสดแล โส กิร ปุตฺตํ อามนฺเตตฺวา ดงงได้ยิน อันว่าพระโพธิสัตว์รยกเจ้าชาลี ก็มีพระสาสนดงงนี้ ตาต ชาลิ สเจ ตฺวํ ภุชิสฺโส โหตุกาโม ดูกรเจ้าชาลีลูกรักราช ผิเจ้าจะปราถนา เป็นไท นิวไส้ พฺราหมณสฺส นิกฺขสหสฺสํ ทตฺวา จงเจ้าให้ทองพนนตำลึง ยื่นถึงมือพราหมณ์นี้ ภุชิสฺโส ภเวยฺยาสิ เจ้าก็ปราศจากค่าชีพราหมณ์พิษไสย ก็จะได้เปนไทยแลนาเจ้า ภคินีปิโข เต อุตฺตมรูปธรา ส่วนน้องเจ้าเจ้ากัณหา อนนมีรูปากฤดิกัลยาณีอนนอุดมนี้ ฤๅณเจ้า โกจิ หิ ชาติโก พฺราหฺมณสฺส กิญฺจิเทว ธนํ ทตฺวา ยยวมีชายผู้หนึ่งโหด ฝูงเค้าโคตรสามานย แลให้ทรัพย์แต่พอประมาณ แก่พราหมณ์นี้ ตว ภคินึ ภุชิสฺสํ กตฺวา ชายน้นนมนนจะเอาน้องแก้ว ได้เด็จแล้วไปเปนเมียมนน โสดแล ชาติสมฺเภทํ กเรยฺย มนนก็จะให้เสียพงษ์พระญาติ อนนเปนราชตระกูลสูริยวงษ์แต่ก่อนน้นน อญฺตฺร รญฺา สพฺพสตทายโก นาม นตฺถิ ดูกรเจ้าชาลี เท่าว่าเว้นไว้แต่ท้าวพญามหากระษัตราธิราช ชื่อว่าชายหินชาติเผ่าพันธุ์ แลมีทรัพย์ครามครนนบน้อย แลสิ่งแลร้อยแลจะให้ สนองช่วงใช้ชีพราหมณ์ ก็บมิโสดเลย ตสฺมา ภคินี เต ภุชิสฺสา โหตุกามา เหตุน้นนนางน้องนารถเจ้าเจ้ากัณหา ผิจะปราถนาเปนไทย นิวไส้ พฺราหฺมณสฺส ธนํ ทตฺวา จงเจ้าให้ทรัพย์แก่ชูชกาจารย์ มีประมาณแลสิ่งแลร้อยโสดเทอญ ทาสีสตํ คือค่าหญิงร้อยหนึ่งหมาย ทาสสตํ คือค่าชายร้อยหนึ่งหม้นน หตฺถิสตํ คือเบื้องบ้นนคช กำหนดร้อยหนึ่งแล อสฺสสตํ คือเกษแสะชํนิโสด อุสภสตํ คือโคโคตรกำหนดสตสงงขยา นิกฺขสตํ คือหาดทองแท่ง แต่งตราตรงร้อยหนึ่งน้นน เอวํ สพฺพสตํ ทตฺวา คร้นนนางน้องนารถเจ้าเจ้ากัณหา ให้ทรัพย์อนนคณนาเท่าน้นนแลแล้ว นิวไส้ ภุชิสฺสา โหตุกามา น้องเจ้าก็จะได้เปนไทย ไกลเปนทาษปราศจากค่าชีพราหมณ์ โสดแล ฯ เอวํ กุมาเร อคฺฆาเปนฺโต อันว่าพระมหาสัตว์ คร้นนกัดค่าพระราชกุมาร ด้วยประการเท่านี้แลแล้ว กุมาเร สมสฺสาเสตฺวา ท้าวธก็โลมเล้า สองเจ้าราชเอารสท่านแล อสฺสมปทํ คนฺตฺวา ธก็นำราชกุมารสองกระษัตร ไปตรบัดบมินาน ถึงสถานอาศรม บทน้นน กมณฺฑลุนา อุทกํ คเหตฺวา ธก็ทายกุณฑีอนนเต็มไปด้วยน้ำทักษิโณทก ยกยอมาเมื่อน้นน เอหิ วต โภ พฺราหฺมณ ดูกรพราหมณ์จงอย่าขามแลมา นี้ทวัน สพฺพญฺญุตาณสฺส ปตฺถนํ กตฺวา ธก็ต้งงปณิธานปราถนา แก่สรรเพชดาชาณยกโยค อนนจะให้บทโมกษนฤพานน้นน อุทกํ ปาเตตฺวา ธก็หล่อนํ้าทักษิโณทก ตกลงมาด้วยดี ในธรณี ดลน้นน ปวึ อุนฺนาเทนฺโต พฺราหฺมณสฺส ปิยปุตฺตานํ อทาสิ ธก็ให้แผ่นดินจินจล ท่ววมณฑลจักรวาฬ ธก็ให้สองสารแก่พราหมณน้นน ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห พระสาสดาบพิตร จะปกาสิตคาถา แก่ขษิณาศรพยท้งงหลาย ดงงนี้ ตโต กุมาเร อาทาย ดูกรภิกษุนิกร อันว่าพระแพศยันดรดาบศ ธก็เอาสองเอารสราช นํ้าเชื่อชาติวรวงษ์น้นน ชาลึ กณฺหาชินํ จุโภ คือ ชาลีลาญสวาดิ กัณหาราชลาญใจ เจ็บนักในลาญทรวง พยงจรลวงลาญชีพแล พฺราหฺมณสฺส อทา ทานํ ท้าวธจับจ่ายเปนทาน ให้ด้วยหาญด้วยหื่น ให้ด้วยชื่นด้วยชม บปรารมภ์ปรารพยเลอย สิวีนํ รฏฺวฑฺฒโน จำเริญราษฎรสบเกษตร ทุกประเทศเมืองเกษม เปรมประชาศุขสานติ ในเมื่อกาลกษณน้นน ตโต กุมาเร อาทาย ถัดน้นนนารถนายก ธก็เอาสองโบดกด้วยศรัทธา ท่านแล ชาลึ กณฺหาชินํ จุโภ คือ ชาลีลํ้าโลก กัณหาโยคเยาวยศ พ่อน้นน พฺราหฺมณสฺส อทา วิตฺโต มีหฤทัยชมชื่น ยกยื่นให้แก่พราหมณ์น้นน ปุตฺตเก ทานมุตฺตมํ สองสายใจจอมราช เวนด้วยสาธุ์ศรัทธา ท่านแล ตทาสิ ยํ ภึสนกํ ในเมื่อธให้พระราชกุมาร ท่ววจักรวาฬพึงกลววกว่าชื่นแล ตทาสิ โลมหํสนํ แม้นมนุษย์ตื่นเต้น ก็มาเส้นแสยงหวว โสดแล ยํ กุมาเร ปทินฺนมฺหิ ในเมื่อไท้ธประสาท ลูกรักราชเปนทานน้นน เมทนี สมกมฺปถ แผ่นดินดาลไหวหว่นน ร้องก้องป่นนปรดิรพย ท่ววแล ตทาสิ ยํ ภึสนกํ ฟฟ่นนแมนเมืองฟ้า ฟฟ่นนหล้าเมืองคน โสดแล ตทาสิ โลมหํสนํ ขนลุกโลกถ้วนหน้า ดินฟ้าสาธุการชม ชื่นแล ยํ ปญฺชลิกโต ราชา เมื่อน้นนไทผู้ผ่านเผ้า ไหว้กึ่งเกล้าสรรเสรอญทาน ท่านแล กุมาเร สุขวจฺฉิเต ยงงสองศุขสาโรธ เนื้อนงโพธเพาพาล พ่อน้นน พฺราหฺมณสฺส อทา ทานํ ท้าวธให้เป็นทาน แก่ชูชกาจารย์ใจโลภน้นน สิวีนํ รฏฺวฑฺฒโน จำเรอญราษฎรมณฑล สีพีพลพระบาท อนาราษฎรพระองค์ ท่านน้นน ตทา ทานเตเชน อุนฺนาทนฺตี มหาปวี ในกาลเมื่อนั้น อันว่าพื้นแผ่นหล้าเหลือไตร ก็หว่นนไหวด้วยเดช ทานพระนเรศ ราชฤๅษีสิทธิแล จตุนหุตาธิกทฺวิโยชนสตสหสฺสพหลา อยํ มหาปวี มตฺตวรวารโณ วิยฺ คชฺชมานา กมฺปิ อันว่าแผ่นดินกว้างท้างทุกแดน อนนหนาได้ยิบแสนสี่หมื่นโยชน์ประมาณ ดาลปรตยนต ไหวหว่นน ป่นนคคว้าง ดุจช้างสารตกมันมท เสียงสาหศหแห้น ตแตร้นร้องนินนาท ชื่นชมสาธุ์การด้วยพระทาน ท่านแล มหาสาคโร อุพฺพตฺติ อันว่าพระสาครคควิวควงง คล้ายๆ หลงงผกาแจรง ครแลงเลื่อนเปนคลื่น ร้องก้องชื่นชมทาน ด้วยบุญญาธิการท่านน้นน สิเนรุปพฺพตราชา สุเสทิตเวตฺตงฺกุโร วิย โอนมิตฺวา อันว่าพญาเขาหลวง ท้งงปวงป่นนปรดิรพ อ่อนโอนสยบแสยงสาธุการถวาย ดุจยอดหวายแลททายมาลนไฟ น้นนแล วงฺกตปพฺพตาภิมุโข อฏฺาสิ ถวายหน้านมัศการ ยงงสถานที่วงกฏ ที่พระดาบสบพิตร ท้าวธสถิต อยู่น้นน สกฺโก เทวราชา อปฺโผเฏสิ อันว่าพระอินทร อนนเปนเจ้าแก่เทพยดา มหาคณครุธ เท้งพระพุทธรพาห์ ฦๅชาสับทสำเนียง สยงอนุโมทนา ชมกฤดาธิการทาน ท่านแล มหาพฺรหฺมา สาธุการมกาสิ อันว่ามหาพรหมกมลบรรยงก์ ท้าวธเสด็จหงษ์สี่หน้า ร้องจจ้าสยงสาธุการ สรรเสรอญพระราชสํภาร ท่านน้นน สพฺเพ เทวา สาธุการมกํสุ อันว่าผู้แมนมาทเมืองสวรรค์ ก็ถวายวรวันทนกราบเกล้า เท้าทั่วหมื่นโลกธาตุ ถวายกัมลาชมกฤดาญชุลี ดุศดีทานท่านแล ยาว พฺรหฺมโลกา เอกโกลาหลํ อโหสิ อันว่าโกลาหลแต่ผืนแผ่น ดลเท้าแท่นพรหมโกษ ดาลอุโฆษครรชิต บผวนผิดเปนดยวด้วยกนน โสดแล

  ปวีสทฺเทน เทโว ตชฺชนฺโต อันว่าอากาศคเครง ลเวงลวลบดลด้วยเมทนีย มีสับทสํนยง กรยงรงม ประนมโอนโอนต แต่ท้าวผู้เปนศรีสุคตพงษ์ องค์พุทธางกูรบพิตรน้นน ขณิกวสฺสํ วสฺสิ อันว่านํ้าฟ้าฟากเมืองสวรรค ชื่อขณิกพรรษธารา ก็ตกลงมา โสดแล อกาลวิชฺชุลตา นิจฺฉรึสุ อันว่า ฟ้าแมลบเมลืองเนือง ก็อือบนนฦๅสยงสับท ประดับด้วยเมฆทลา เวหาเห็นกระช่าง แสงใสสว่างทุกทิศ โสดแล หิมวนฺตวาสิโน สีหาทโย จตุปฺปทา สกลหิมวนฺตํ เอกนินฺนาทํ กรึสุ อันว่าสัตว์สี่ตีนท้งงหลายเปนต้นว่าสีหก็ลืมอาหาร สารลืมหญ้าแลนํ้า เนื้อก็บกลํ้ากลืนกลยง สยงเสือโคร่งกบคำราม บด้อมดามเอาทราย ตื่นตนตายตรดก ครุฑก็ลืมฉกฉวยนาค ประจากใจรันทด หัศดีลึงค์ก็ลืมคาบคชเปนเหยื่อ เมื่อธให้พระราชกุมารเปนทาน ดาลอรรศจรรยาดิเรก เอกนินนาททุกที มีสยงสับทท่ววหิมพานตประเภทน้นน เอวรูปํ ภึสนกํ อโหสิ อันว่าการพนนฦกนิพึงแสยง ก็สํแดงแดนโลกไตร แผ่นดินไหวฟ้าไห้ เมืองเทพก็ไข้ขวนนป่า สัตวท้งงป่าบรดิรพ สยบอาดมาดูร ด้วยนเรนสูรลสองกระษัตรย์ อนนจะได้พลัดพระบาท เจ้าจอมนารถพระบิดามารดาท่านน้นน อมฺโภ พฺราหฺมณ ปุตฺเตหิ เม สตคุเณน สหสฺสคุเณน สตสหสฺสคุเณน สพฺพญฺญุตาณเมว ปิยตรํ พระมหาบุรุษราช ก็มีพระสาศนดงงนี้ ดูกรชีชูชกาจารย์ อันว่าสรรเพชดาชาณนี้เปนที่รัก แห่งกูนักในสงสาร มีประมาณบน้อย ได้ร้อยเท่าพนนแสนทวี กว่าสองกุมารกุมารีกูนี้แล ตสฺสตฺถาย อทาสิ อันว่ากูให้ราชกุมารท้งงสอง ปองเปนทานแก่พราหมณ์ผู้หืนโหจ เพื่อประโยชน์แก่สรรเพชดาชาณ อนนจะเอาสัตว์สงสาร พ้นจากทุกข์น้นน มหาสตฺโต ทานํ ทตฺวา อันว่าพระมหาสัตว์ คร้นนธให้สองราชกุมาร ไปเปนทานแก่พราหมณ์ แลแล้ว อโห สุทินฺนํ วต เม ทานนฺติ ปีตึ อุปฺปาเทตฺวา ท้าวธก็เกอดปรีดาภิรมย์ ชมชื่นหื่นหรรษา ก็มีอัทยาศรัยด้วยคำ ดงงนี้ ดงงจริงอันว่าทานกูให้ด้วยดี เพื่อสองกุมารกุมารีกูรักนัก กูก็จะชักให้เปนทาน ด้วยง่ายน้นน กุมาเร โอโลเกนฺโต อฏฺาสิ ท้าวธก็แลมลัก พิศพระภักตรพระราชกุมาร ท้งงสอง อยู่แล ชูชโกปิ วนคุมฺพํ ปวิสิตฺวา ส่วนชูชกพราหมณ์ ก็เข้าไปววามยงง ทำทุมไพรป่าน้นน วลฺลึ ทนฺเตหิ ฉินฺทิตฺวา มนนก็กัดเอาเชือกเขาเถาวัลลิ์ ด้วยฟนนมนนโสดแล อาทาย กุมารสฺส ทกฺขิณหตฺถํ กุมาริกาย วามหตฺเถน สทฺธึ เอกโต พนฺธิตฺวา ก็เอามากรหวัดมือราชชาลีเบื้องขวา พาไปกรหวัดมือราชกัณหาเบื้องซ้ายหม้นน ก็ฝ้นนเปนกลยวดยวด้วยกัน โสดแล ตเมว วลฺลิโกฏึ คเหตฺวา พราหมณ์ก็กุมปลายเชือกเขาข้างหนึ่ง แกว่งอยู่ซึ่งจะหวงงตีสองกษัตริย์น้นน โปถิยมาโน คเหตฺวา ปกฺกามิ มนนก็ตีราชกุมารท้งงสอง จำนำจำนองเอาไป โสดแล ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถาอาห ฯ

  สตฺถา พระสาศดาตถาคต ถึงแก่สํบทจรรยา ก็บันทูลคาถาดงงนี้ ตโต โส พฺราหฺมโณ ลุทฺโท ดูกรอารย รํ่าถึงชูชกาจารยใจโลภ เถ้าลโมบมักสิ้นกว่าชื่นแล ลตํ ทนฺเตหิ ฉินฺทิย มนนก็กัดวัลหร้ยนหร้ยน ด้วยฟนนห่างห้ยนหักครึ่งน้นน ลตาย หตฺเถ พนฺธิตฺวา มัดมือสองสายสวาดิ ด้วยวัลคาดก็จำ แล่นแล ลตาย อนุมชฺชถ ตามตีหลงงสองเจ้า ด้วยเชือกเถาถือไป น้นน ตโต โส รชฺชุมาทาย เมื่อน้นนเถ้าลิ้นลาตาเหลือก ถือปลายเชือกซาวตามคคร่องแล ทณฺฑญฺจาทาย พฺราหฺมโณ กุํไม้เท้าทายกว่า คำรามว่าเวอยไป อย่าอยู่เลอย อาโกฏยนฺโต เต เนติ จับวัลวายสองอ่อน บให้หย่อนทุกที่ อย่างน้นน สิวิราชสฺส เปกฺขโต ตามตีสองกำพร้า ต่อหน้าราชรนตาย ดด่าวแล เตสํ ปหฏปหฏฏฺาเน ฉิชฺชติ เมื่อน้นน หลงงสองกษัตริย์ อ่อนคือสำลี คร้นนพราหมณ์ตี ก็ปรีเปนเลือดแล โลหิตานิ ปคฺฆรนฺติ อันว่าเลือดสองกุมารไหลออกสรสรก เมือเถ้าชูชกตามตี ทุกคาบน้นน ปหรณกาเล อญฺมญฺสฺส ปิฏฺึ เทนฺติ เมื่อมนนตีเจ้าผู้พี่ไส้น้องหญิงเอาหลงงนี้มาป้อง เมื่อมนนตีเจ้าผู้น้องไส้ พี่ชายเอาหลงงนี้มาก้นน ถ้อยรองวัลวายฟาด เพื่อสองราชกรุณาแก่กัน โสดแล เอกสฺมึ วิสมฏฺาเน พฺราหฺมโณ ปกฺขลิตฺวา ปติโต เมื่อน้นน ชูชกพราหมณ์ ไปววามบสดวก ตีนแพลงพลวกก็สดุด เถ้าก็โทรมทรุดเท้าล้ม ก้มหน้าในผืนแผ่น ที่ดอนแดนดินดาน บราบน้นน กุมารานํ มุทุหตฺเถหิ ถทฺธวลฺลี คฬิตฺวา อันว่าเชือกเขาไสแขงขด มือราชเอารสท้งงสองอ่อน เชือกน้นนก็ดาลหย่อนหลุ้ยจากมือ ลม่อมแล เต โรทมานา ปลายิตฺวา เมื่อน้นนสองกุมารกุมารี ทนแก่พรหมณ์ตีบมิได้ ร้องไห้แล่นหนีพลาง โสดแล มหาสตฺตสฺส สนฺติกํ อคมํสุ ก็แล่นไปรรงงผงงไปรรวว กลววพราหมณ์ตีพราหมณ์ด่า ด้นนดงป่าไป ยงงสำนักนิ์พระมหาสัตว์ โสดแล ฯ

  ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าพระไตรโลกยมุนีนารถ ก็ประมวล ชาติชาฎก พระดิลกบันทูลคาถา แก่จตุราพิธบรรสัษยท้งงหลาย ดงงนี้ ตโต กุมารา ปกฺกามุํ ดูกรสงฆ์ สองสูรยวงษ์ก็คลาไคลไปด้วยพราหมณ์แล พฺราหฺมณสฺส ปมุญฺจิย พ้นมือพราหมณ์ยาจก เถ้าสรสรกอกขน ทูรลักษณทุกแห่งแล อสฺสุปุณฺเณหิ เนตฺเตหิ มีนํ้าตาไหลหล่อ ไห้ยงงพ่อพระฤๅษี ท่านแล ปิตรํ โส อุทิกฺขติ เลงหน้าพ่อมลัก เจ็บใจภักมม่าว โสดแล เวธมสฺสตฺถปตฺตํว ยรรอกองค์อนาถ พยงลำลาศใบโพอ่อนน้นน ปิตุ ปาทานิ วนฺทติ กราบสยบ ซบเหนือบาท ไทปิตุราชฤๅษี สิทธิแล ปิตุ ปาทานิ วนฺทิตฺวา ไห้พิลาปลาลศ ไหว้บววบทพระพ่อ แล อิทํ วจนมพฺรวิ ยงงความทุกข์เท่าฟ้า กำพร้าพ่อก็ทูลพิทธ ดงงนี้ อมฺมา จ ตาต นิกฺขนฺตา บพิตร ออกนางตูไปป่า แต่เช้าล่าเดอรดง โสดไส้ ตุวญฺจ โน ตาต ทสฺสสิ ท้าวธบมิเห็นแก่ตูข้าก็ดี จงธเห็นแก่ออกนางมัทรีท้าวแม่ ดงงฤๅแลมาให้ พราหมณ์แก่โบยตี ดงงนี้ ยาว อมฺมํปิ ปสฺเสมุ เมื่อได้เห็นออกท้าว จากที่ด้าวดงมา เมื่อน้นน อถ โน ตาต ทสฺสสิ เมื่อน้นนธเวนตูผู้ลูก ช่างพราหมณ์ผูกเผือไปธพ่อฮา อมฺมา จ ตาต นิกฺขนฺตา บพิตรออกนางตูจากพณหวว แต่ชรมววไปป่า ไส้ ตฺวญฺจ โน ตาต ทสฺสติ ดงงฤๅท้าวธมาทำใจมล่อยให้ลูกน้อยพ่อ แก่พราหมณ ดงงนี้ มา โน ตฺวํ ตาต อททา บพิตร ท้าวธอย่าพาให้ตูไปแก่พราหมณ์ ขออยู่ยามดยวก่อนรา ยาว อมฺมาปิ เอติ โน หว่าออกท้าวตูเต้าแต่ป่า เล่าลาเพลูกรา ตทายํ พฺราหฺมโณ กามํ ช่างทำได้โดยโกรธ เถ้าทำโทษโดยกรรมก่อนเทอญ วิกฺกิณาตุ หนาตุ วา แม้มนนข้ามนนขาย จะก้มหน้าตายโดยบาปแล พลงฺกปาโท อทฺธนโข บพิตร พราหมณ์นี้แข้งคดเล็บห้ยน หน้าครึ่งท้ยนทุรลักษณ์โสดไส้ อโถ โอพทฺธปิณฺฑิโก อนึ่งฅอเปนอนนออกพอก เถ้าเถลง หนอกหน้าญาณ อีกโสด ทีโฆตฺตโรฏฺโ จปโล ปากบนปกตํ่า ลิ้นลลํ่าลายไหลออกแล กฬาโร ภคฺคนาสโก จรหมูกหักคดเคี้ยว ฟนนงอกข้ยวเสมอหมู ทอดน้นน กุมโภทโร ภคฺคปิฏฺิ หลงงฺ หักเห็นโครงเปล่า มีท้องเท่าไหหาม โสดแล อโถ วิสมจกฺขุโก ตาขวาขวิดเบื้องบน ตาซ้ายสลนตกตํ่าแล โลหมสฺสุ หริตเกโส มีหนวดพยงหลงงเคา ผมบางเทาเห็น แล่นแล วลีนํ ติลกาหโต ขี้แมลงวนนเหลือแล่ ทุกกระแบ่เนื้อบเห็น เปล่าเลยย ปิงฺคโล จ วินโต จ ตาพรแววแมวหลอก เอาหลงงคอกคดฅอ อีกโสด วิกโฏ จ พฺรหา ขโร หนงงหยาบสุรสยงสับท ดูก็กรกรับกรกรยบ โสด อชินานิปิ สนฺนทโธ หนงงลายหมายเสือป่า อายพร้อยล่าเลงไพร ทุกแห่งแล อมนุสฺโส ภยานโก รอยรูปยักษ์บรู แปรเพศผู้เผือกลวว กว่าชื่อแล มนุสฺโส อุทาหุ ยกฺโข บพิตรแม้มีผู้ถามว่า พรหมณ์ผู้นี้คนฤๅยักษ์ บมิรู้จักเฉลอย โสดเลอย มํสโลหิตโภชโน กินเนื้อเลือดเต็มปาก พยงพุงครากบอาย อิ่มเลอย คามา อรญฺมาคมฺม จากถิ่นฐานบ้านอยู่แส้งมาสู่สำนักนิ์เรา ในป่านี้ ธนํ ตํ ตาต ยาจติ แส้งมาขอตูข้าท้งงสอง เสมอทองแท่งท้งงคู่แล นียมานา ปิสาเจน บพิตร ยังอ่อนน้อยเอารศ เถ้ารากษษพาไป พ่อฮา กินฺนุตาต อุทิกฺขสิ ดงงฤๅท้าวทเลงดูอยู่ ให้เถ้าทรู่ตูไป ดงงนี้ อสฺมา นูน เต หทยํ หฤทยท้าวธบอ่อน พยงหินท่อนผาผืนใหญ่น้นน อายสํ ทฬฺหพนฺธนํ ตีเหล็กเสรกสักหม้นน ด้วยหมื่นช้นนตรึงตรา อีกโสด โย โน พทฺเธ น ชานาสิ ท้าวธบมิรู้ บมิเห็นตูข้า ที่เถ้าบ้าบาย จำไป นี้นาท้าว พฺราหฺมเณน ธเนสินา เถ้าจับสามรวามสี่ ขึ้นทุกที่เรือนขอ เขยอบแล อจฺจายิเกน ลุทฺเทน ปากแขงขอทีใด ลไลโลภ โลมเอา ทุกแห่งโสด โย โน คาโวว สุมฺภติ บพิตร มนนตีตูเครื่องตาย พยงวววควายจำแล่นแล อิเธว อจฺฉตํ กณฺหา อันว่านางน้องนารถกัณหา จงอยู่ด้วยพระราชมารดา ก่อนรา น สา ชานาสิ กสฺมิญฺจิ น้อยๆ ยยววจะลำบาก เพราะบรู้ความยากความทุกข์ในโลกยนี้ มิคีว ขีรสมฺมตฺตา ยูถา หีนา ปกนฺทติ ฯ เทว ข้าแต่ท้าวผู้ส้างสํโพธิ์ อนนจะหวงงโปรดสัตว์ท้งงหลาย มิคีว เมาะ ยถา มิคิโปตกา ดงงฤๅด่งงลูกทรายอนนอ่อน ขีรสมฺมตฺตา อันยังเร่ร่อนร้องกินนม ยูถา หีนา อนนอารมภพลัดเพื่อน อยู่กลางเถื่อนตววดยว มาตรํ อปสฺสนตี แลหลยวหาแม่จไจ้ ที่แหล่งไหล้บมิเห็น สุสฺสิตฺวา เปนเอโกกำพร้า เจ็บใจอ้าอาดูร กนฺทติ เมาะ โรทติ แลไห้อาสูรเสาะแรง ขีรตฺถาย เพื่อแรงใคร่กินนม ชมรักษ์แม่คค้อย อยํ กณฺหา อันว่าอ่อนน้อยนารถกัณหา พงาขวัญนี้นาพ่อ มาตรํ อปสฺสนฺตี คร้นนบมิเห็นหน้าหน่อแม่มัทรี กนฺทิตฺวา พยงพาศบธารีนองเนตร สุสฺสิตฺวา มริสฺสติ ยสฺมา มีหฤทยแห้งเหตุใดแล จะตายแล ตสฺมา การณา เหตุการณ์น้นนแท้ข้าจึ่งทูล ตฺวํ อันว่าพระนเรนสูรผ่านเผ้า เทหิ เชอญพณหวว เจ้าธประสาท มํ เอว แต่น้อยนารถชาลี พฺราหฺมณสฺส แก่พราหมณ์ผีเผ่ายักษ์ อหํ อันว่าข้าผู้จะหวงงพำนักนิในพระบาท ไทธิราชทรงธรรม คมิสฺสามิ รอยเปนกรรมบาปข้า ก็จะค่อยก้มหน้าไปตามพราหมณ์ อยํ กณฺหา อันว่านางนงรามราชกัณหา ลลาใจหนุ่มเหน้า โหตุ จงให้อยู่เฝ้าพระบาท อิธ เอว าเน ในอาวาศพระกุฎี จงอย่าให้พระแม่มัทรีลิงโลดรา เอวํ วุตฺเตปิ มหาสตฺโต กิญฺจิ กเถสิ ในเมื่อเจ้าชาลีทูลพระกรุณา ท้าวธก็บมิจรรจาน้อยเลอย ตโต กุมาโร มาตาปิตูนํ อารพฺภ ปริเทวนฺโต อาห อนนดับน้นน อันว่าเจ้าชาลี จะเฉพาะแก่พระราชบิดามารดา อาดูรไห้พิลาปอาบนํ้าตาแครงครํ่ารํ่าไปมา ก็สวดคาถาด่งงนี้

  น เม อิทํ ตถา ทุกฺขํ ทุกข์สงสารแห่งห้อง ใช่จะต้องแต่ตู นิ้วใส้ ลพฺภา หิ ปุมุนา อิทํ สิ่งคนเดอนดินฟ้า ทุกถ้วนหน้าโสดเสมอกนน โสดไส้ ยญฺจ อมฺมํ น ปสฺสิสฺสํ ทุกข์ทำงลเหลื่อแหล่ เพราะบเห็นหน้าแม่มัทรี ลูกเลอย ตํ เม ทุกฺขตรํ อิโต ทุกข์นี้เจ็บร้อยเท่าพนนทวี ยิ่งพราหมณ์ตีพราหมณ์ด่าแล น เม อิทํ ตถา ทุกฺขํ อันว่าทุกข์ ทำงลทลโทษ ใช่จะได้โสดแก่ตู นี้นาท้าว ลพฺภา หิ ปุมุนา อิทํ คนท่ยวท่ววไตรภพ ย่อมได้สํอบอาดูร ดุจนี้ ยญฺจ ตาตํ น ปสฺสิสฺสํ ทุกข์อนนบมิเห็นพระบิตุราช เจ็บพยงขาดใจตาย แลนาเจ้า ตํ เม ทุกฺขตรํ อิโต ทุกข์เจ็บแสนสิ่ง ร้ายร้อยยิ่งพราหมณ์ตีด่าน้นน สา นูน กปณา อมฺมา อ้าด่งงจริงออกท้าวไท ร้อยรู้บไห้หารา ฤๅอิ่มเลอย จิรรตฺตาย รุจฺฉติ ราตรีตีอกไห้ ยยวออกไท้ตรอมตาย นี้นาเจ้า กณฺหาชินํ อปสฺสนฺตี เพราะบมิเห็นแก้วกัณหาอ่อนน้อย ลห้อยหวงงใจถึง ทุกเมื่อแล กุมารึ จารุทสฺสนึ เปนสาวน้อยนงโพธ หน้าบววโบษบูรณจันทร จแจ่มน้นน โส นูน กปโณ ตาโต ด่งงจริงพระราชบิดาเจ้าหล้า ร้อยจะเปนกำพร้าพรากสองรา แลนาเจ้า จิรรตฺตาย รุจฺฉติ คร้นนคำนึงราราช ก็จะไห้หิ้วสวาดิหว่นนคืน ฤๅถอยเลอย กณฺหาชินํ อปสฺสนฺโต แลล่องใดลิงโลจ เพราะบมิเห็น สร้อยสาโรช แก้วกัณหาพี่นี้ กุมารี จารุทสฺสนึ โฉมหนุ่มหน้าหน้ารักษ์ อุ้มใส่ตักเต็มใจพ่อแม่แล สา นูน กปณา อมฺมา ดงงจริงออกท้าวแม่ รอยตรอมแต่ตนดยวอยู่แล จิรํ รุจฺฉติ อสฺสเม ตูมตีอกออกไห้ ยยวแม่ไข้ขวนนอ่อน อรฮา กณฺหาชินํ อปสฺสนฺตี แลล่องใดเปนเปล่า เพราะบเห็นหน้านางน้องเล่าโลมใจ แม่แล กุมารึ จารุทสฺสนึ หน้าสรแล่ม แก้มใส โฉมเอาใจเจ้าแม่นี้ โส นูน กปโณ ตาโต ด่งงจริงท้าวผ่านเผ้า พ่อออกออกเจ้าก็จะเปน ปล่ยวแล จิรํ รุจฺฉติ อสฺสเม อยู่อาวาศอ้างว้าง ไห้ช้าง ช่วววนนคืน ฤๅถอยเลอย กณฺหาชินํ อปสฺสนฺโต ถ้าตูหนคแคล้ว เพราะบเห็นหน้า แก้วกัณหา พระพี่นี้ กุมารึ จารุทสฺสนึ เล็งพิไลยพิลาศ โฉมสอาจเอาใจชื่นแล สา นูน กปณา อมฺมา ด่งงจริงแม่มัทรี ดาบศินีนอนปล่ยวแล จิรํรตฺตาย รุจฺฉติ รยก รับขวนนคืนคํ่า ไห้ร้องรํ่าหารา ฤๅขาดเลอย อฑฺฒรตฺเตว รตฺเต วา ลันลุงอกอาเปรญ เจ็บลำเค็ญครวญสวาดิแล นทีว อวสุจฺฉติ ธรงกัน แสงครวญคราง ดุจบึงบางบกขอดน้นน โส นูน กปโณ ตาโต ด่งงจริงอยู่พระพ่อ ท้าวหน้าหน่อจักเปนปล่อวแล จิรรตฺตาย รุจฺฉติ นํ้าตาตกพพฤก รํ่าฦกสองรา ฤๅขาดเลย อฑฺฒรตฺเตว รตฺเต วา ปรานีอกออกไหม้ คืนคํ่าไห้หารา แลแม่ฮา นทีว อวสุจฺฉติ คือแม่นํ้าน่านขาดบกแปลนหาดหายวงงขอดน้นน อิเม เต ชมฺพุกา รุกขา อนี้ต้นหว้าหวานกรป่ำ ลูกสุกกํ่าแกมใบ อยู่แล เวทิสา สินฺธุวาริตา ยาง ทรายลัดลำถ่าว ศาขาท่าวเทอญสินธุโสดแล วิวิธานิ รุกฺขชาตานิ เสียดายพฤกษ ต่างๆ เกอดสรล่างสรหลอนงามในที่นี้ ตานิ อชฺช ชหามเส อ้าวนนนี้เราจะจาก แหล่งไหล้ พลัดหมู่ไม้มีพรรณ พิเศศน้นน อสฺสตฺถา ปนสา เจเม โพพนมขนุนขนาด อยู่ในอาวาศนี้เห็นงาม โสดไส้ นิโคฺรธา จ กปิตฺถนา ไซรซรมรมดงดาษ ขวิดขว้นนขาดตกดิน อยู่แล วิวิธานิ ผลชาตานิ ดอกไม้ ก้ยวเกษา ลูกไม้ราแรง เสพยนี้ ตานิ อชฺช ชหามเส วนนนี้เราจะเสียสวนมิ่ง ดอกไม้สิ่งสาผล แลนาเจ้า อิเม ติฏฺนฺติ อารามา ใบเพลดพลวงกิ่งก้าน ทุกถ้านอยู่ ทุกสถานโสดไส้ อยํ สีตูทกา นที อกราร้อนท้งงคู่ แม่นํ้าอยู่เย็นใจ โสดไส้ ยตฺถสฺสุ ปุพฺเพ กีฬาม ที่ราแรงประพาศ นํ้าห้วยหาศวงงวล ใหญ่น้นน ตานิ อชฺช ชหามเส วนนนี้ก็จะจาก ไม้ไหล้มากก็จะเสีย แลนาเจ้า วิวิธานิ ปุปฺผชาตานิ อันว่าสร้อยสรพู่ต่างๆ บานกร ช่างแซงใบ อยู่ไส้ อสฺมึ อุปริ ปพฺพเต งอกข้างเขาผาแผ่น ดวงตรแบ่นบานงาม กว่าชื่นแล ยานสฺสุ ปุพฺเพ ธาเรม ดอกซ้อนแซมเกล้าเกษ หอมพิเศศ เสาวคนธิกน้นน ตานิ อชฺช ชหามเส ไพโดรดวงดอกแก้ว วนนนี้เรา จะแคล้วคลาไปแลนาเจ้า วิวิธานิ ผลชาตานิ นานาพรรณลูกไม้ ในแหล่งไหล้ลืมกิน อยู่แล อสฺมึ อุปริ ปพฺพเต เหนือเขาสูงสุดฟอด ใบญ้อมญอดยงงงาม อยู่แล ยานสฺสุ ปุพฺเพ ภุญฺชาม ลูกไม้ราแรงเสพย์ หวานกรเอบโอชา รศน้นน ตานิ อชฺช ชหามเส อ้าวนนนี้เราก็จะนิราษ ร้างผลชาติท้งงหลาย เหลือแหล่นี้ อิเม โน หตฺถิกา อสฺสา อนี้รูปช้างผู้ผงาจหน้า รูปม้าย่ววยงงงาม อยู่แล พลิพทฺธา จ โน อิเม อนี้ รูปวววเพราะพ่อสร้าง เจ้าช้างช่างโลมรา แม่ฮา เยหิสฺสุ ปุพฺเพ กีฬาม เคอยสองราแรงเหล้น บห่อนเว้นทุกวนน แม่ฮา ตานิ อชฺช ชหามเส ท้งงรูปสัตว์ก็จะร้าง ท้งงรูปช้างก็จะโรย แลนาเจ้า เอวํ ปริเทวมาโน สทฺธึ ภคินิยา เจ้าชาลีก็ไห้รํ่าไรไปมา ด้วยเจ้ากัณหา อนนเปนน้องพงาตนเท่า ด่งงน้นน ฯ

 ชูชโก อาคนฺตวา โปเถนฺโต คเหตฺวา ปกฺกามิ อันว่าชูชก พราหมณ์บาบี ก็ตีราชกุมารท้งงสอง ครองเอาไป โสดแล ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าพระไตรโลกยมุนี ศรีสุรินทราทิตพงษ์ ดำรงพระจรรยาปีฎก พระดิลกบันทูล คาถา ด่งงนี้ นียมานา กุมารา เต ดูกรสงฆ์ สองสายสวาดิเจ้าหล้า พราหมณ์ใจ กล้าแกลเอาไป แลทายฮา ปิตรํ เอตทพฺรวุํ ยงงคำสองน้อยนารถ ทูลแด่พระบาท ไททรงธรรม ด่งงนี้ อมฺมํ อาโรคฺยํ วชฺชาสิ เชอญธบอกแต่ออกท้าวไท้ ว่าตูบไข้ บโสกบเสบอย ทุกข์ทุกเมื่อไส้ ตฺวญฺจ ตาต สุขี ภว ส่วนพระบาทไส้จงอยู่เสวยศุข ส่วนความทุกข์ไว้ตูข้าจะทนเอาธพ่อฮา อิเม โน หตฺถิกา อสฺสา รูปช้างดำตววโตรต รูปแสะโสดสิงยงง ในที่นี้ พลิพทฺธา จ โน อิเม รูปวววถึกวววเถื่อน ป้นนเปนเพื่อนยลยงงอยู่แล ตานิ อมฺมาย ทชฺชาสิ รูปสิงห์สัตว์เหลือแหล่ จงธให้แก่ท้าวแม่มัทรีโสดเทอญ โสกนฺเตหิ วิเนสฺสติ ก็จะสะโสกาชรวรซรูป เพราะเมื่อบเห็นหน้า รูปต่างตาแลนาท้าว อิเม โน หตฺถิกา อสฺสา รูปลาฬ่อช้างช้อย แห่งตูข้าน้อยท่านสองนี้พ่อฮา พลิพทฺธา จ โน อิเม อนึ่งอันว่า รูปพฤษภเสาวภาคย์ แห่งตูข้าน้อยมากมี ในที่นี้ ตานิ อมฺมา อุทิกฺขนฺติ คร้นนออกท้าวธได้เห็น รูปอนนป้นนเป็นตวว อยู่นี้ โสกํ ปฏิวิเนสฺสติ ท้าวธกจส่างโสกานล อนนกงงวลแก่ตูนี้ โสดแล ฯ มหาสตฺตสฺส ปุตฺเต อารพฺภ พลวโสโก อุปฺปชฺชิ อันว่าโสกานล พหลด้วยกำลงงอนนเสนห แก่สองพงาเอารสรัตน ก็เกอดแก่พระโพธิสัตว์ มากแล หทยมํสํ อุณฺหมโหสิ อันว่าหฤทยพัศดุ แห่งพระโพธิสัตว์ก็ร่อนผผ่าว คือไฟล่าวลามองค์ ท่านน้นน โส โสเกน เกสรสีเหน คหิตมตฺตวารโณ วิย ราหุมุเข ปวิฏฺจนฺโท วิย กมฺปมาโน อันว่าพระโพธิสัตว์ก็มีองค์อนนส่นนด้วยโสกสาหศ ดุจคชอนนตกมนน แลราชสีหผรรผาดได้ คร้นนคาบไว้ด้วยดี ผิบมีดุจพระจันทร อนนอำไพรู และเข้าในปากราหู โสดแล สกภาเวน สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต ธก็บมิอาจที่จะทรงพระองค์อยู่ได้ โสดเลอย อสฺสุปณฺเณหิ เนตฺเตหิ ธก็มีพระเนตรท้งงสอง อนนนองด้วยนํ้าตา ถ่งงลงมาบมิขาดเลอย ฯ ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา กลูนํ ปริเทวยิ ธก็เสด็จเข้าในบรรณศาลา ฟายนํ้าตาลห้อยถึงลูกน้อยท้งงสอง อนนพราหมณ์จำนำจำนองเอาไป อาลัยราชนักหนา โสดแล ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าพระศาสดา จุลาโลกคุรู สวยมภูญาณนุสนธิ ก็นิพนธคาถาดงงนี้ ตโต เวสฺสนฺตโร ราชา ทานํ ทตฺวาน ขตฺติโย ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา กลูนํ ปริเทวยีติ ฯ ภิกฺขเว ดูกรภิกษุท้งงหลาย ตโต รํ่าถึงนิยายเมื่อน้นน เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่า เบื้องบ้นนพระแพศยันดรบรมนารถนายก ขตฺติโย อนนเปนดิลกโลกจุธามหากษัตราธิราช ทตฺวาน คร้นนธปรสาทแล้วด้วยดี ทานํ เมาะ ปุตฺตทานํ สองราชกุมารกุมารี เผ่ากษัตริย์เปนทาน พฺราหฺมณสฺส แก่ชูชกาจารย์ใจเพชร ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา และท้าวธก็เสด็จเข้าไป ยงงบรรณศาลาลยแห่งพระองค์ ปริเทวยิ ก็ทรง กันแสงแครงครํ่า ไห้ร้องรํ่าไปมา กลูนํ เมาะ การุญฺสญฺิตํ อนนกอปรด้วยกรุณา ลาลศ เพื่อเสนหแก่พระราชเอารสท้งงสอง พระองค์ท่านน้นน ตโต ปรํ มหาสตฺตสฺส วิลาปคาถา นาม โหนฺติ จำนยรแต่นี้ไป อันว่าอาการการุญภาพ พิลาปลาลศ กำสดกำสรวล ครวญแก่สองเสนหา ก็สวดคาถาดงงนี้ ฯ

 กนฺวชฺช ฉาตา ตสิตา อุปรุจฺฉนฺติ ทารกาติ ฯ เทฺว ทารกา อันว่าลูกพงากู ท้งงสองเจ้า กนฺวชฺช ฉาตา ปานี้รอยอยากเข้าอีกอาหาร ตสิตา เมาะ ปิปาสิตา ปานี้รอยอยากนํ้าหิวหอบ อุปรุจฺฉนฺติ เมาะ อุปคนฺตวา โรทิสฺสนฺติ ฯ อุปคนฺตฺวา แลจะเข้าไปปลอบไปหา กถนฺนุ มาตรํ พระราชมารดาตนใด อญฺํ วา เมาะ อญฺาติกํ วา คนใครผู้อื่น ผู้ไกลอนนใช่ญาติ โรทิสฺสนฺติ แลจะไห้หิวสํวาศวอนขอ โภชนตฺถาย เพื่อเข้านํ้าพออยาก อนนจะล้ยงปากเปนงาย อชฺช อ้าวนนนี้ สายใจเจ้าพ่อ และจะไปแปลกหน้าต่อคนใด เลอยลูกฮา ฯ

 สายํ สํเวสนากาเล โก เน ทสฺสติ โภชนํ ฯ โก ปุคฺคโล อันว่าบุทคลตนใด น้นนโสด ทสฺสติ โภชนํ แลจะให้ข้าวนํ้าโภชนาหาร เนสํ ทฺวินนํ กุมารานํ แห่ง สองกุมารเจ้าพ่อ สํเวสนากาเล เมาะ มหาชนสฺส ปริโภชนกาเล นับหน่อถ้าดูหน ในกาลเมื่อมหาชนอยากเข้า สายํ เมาะ สายณฺหํ ยามชายเลาลำงาจ ในเมื่อจะใกล้สนโธยบาทคล้อยอัศฎงคตน้นน ฯ กนฺวชฺช ฉาตา ตสิตา สองอยากนํ้าอยากข้าววนนนี้ จะเสด็จไปสู่สำนักนิออกเจ้าตนได้เลอย ลูกฮา อุปรุจฺเฉนฺติ ทารกา ไห้ห่อนวอนอักแอ่ ใครจะเปนพ่อเปนแม่ ล้ยงโลมสองกษัตริย์ พ่อเลอย สายํ สํเวสนากาเล เรื่อยเรื่อยสนโธยบาท ปานี้ฝูงราษฎร์จะใกล้กินเพรา โสดเลอย อมฺม ฉาตมฺห เทถ โน ใดใครจะเปนที่วิงวอนแห่งสองเจ้า ว่าตูอยากนํ้าแลเข้าลูกจะขอกินรา แม่ฮา กถนฺนุ ปถํ คจฺฉนฺติ หนทางหกสิบโยชน์ ด่งงฤน้อย นงโพธพ่อจะไปรอดเลอย ปตฺติกา อนุปาหนา เสียเกือกทองรองบาท บัดนี้สองเจ้ายาตรยินแคลน แก่พ่อแล สนฺตา สูเนหิ ปาเทหิ ตีนพองสองเดอนยาก เจ็บลำบากเจ้าใครจะเห็น โสดเลอย โก เน หตฺเถ คเหสฺสติ คนใดเลยและจะเปนญาติ แลจะจูงสองรักราชแก้วกูไป โสดเลอย ฯ กถนฺนุ โส น ลชฺเชยฺย เถ้าทูรชนทูรชาติ ฤๅบอาผาดแก่กู ผู้พ่อนี้ สมฺมุขา ปหรํ มม ตีลูกรักต่อหน้า กํพร้าพ่อรนตาย ดด่าวแล ฯ อทูสกานํ ปุตฺตานํ สองอ่อนน้อยนฤโทษ เถ้ากริ้วโกรธกุํตี ด่งงนี้ ฯ อลชฺชี วต พฺราหฺมโณ เถ้าบอายบอ่อน หักสามท่อนทูรลักษณ์โหจน้นน

 โยปิ เม ทาสีทาสสฺส อญฺโ วา ปน เปสิโย ตสฺสาปิ สุวีหีนสฺส โก ลชฺชี ปหริสฺสติ ฯ โย ชโน อันว่าคนผู้ใดในแหล่งหล้า ทาสีทาโส อนนเปนข้าหญิงชาย อยู่กับอยัาว เม เมาะ มม แห่งกูผู้เปนท้าวแท่นธรณี อสฺส เมาะ ภวติ วา ปน แลมิด่งงน้นน อนึ่งโสด อญฺโ ชโน อันว่าคนผู้เค้าโคตรอื่นไปโดยบงงควร ทาโส อนนเปนค่าบนนทวนไปพายน่า ทาสสฺสาปิ ทาสิยา แห่งหญิงค่าชาย ครอกท้งง หลายฝูงน้นน โยปิ เม ทาสิโย อันว่าเบื้องบ้นนค่าช่วงใช้ผู้ใด สืบกันไปลิวลี่ จตุตฺโถ อนนเปนเคารพย์สี่ข้อยขาด ตสฺส ปติ ทาสสฺส แห่งค่าทาษต่อไปน้นน โก ปุคฺคโล อันว่าบ้นนบุทคลผู้ใด อลชฺชี เมาะ ลชฺชิสมฺปนฺโน อนนกอปรด้วยใจมลากใจดี มีความอนนรู้ลอาย อิติ การณํ ตฺวา อยํ เวสฺสนตรสฺส ทาสปติ ทาโส หมายในใจด่งงนี้แล รู้ว่ามนนว่าค่าครอกแห่งพระเพศยันดร อกฺโกสติ ปหรติ คนผู้ใดจะเทงทรตีด่าผ่าวาย ตสฺส ปติทาสสฺส เมาะ ตํ ทาสํ ปติทาสํ ค่าหญิงชายอนนต่อไป น้นนโสด สุวิหีนสฺส เมาะ อตินหีสฺส อนนหืนโหจนักหนา สมฺมุขา มยฺหํ ดีตต่อหน้าเราผู้เปนท้าวเปนพระยามหากษัตราธิราช ดงงฤๅแล พราหมณ์ใจกาจกลี แลมนนมาตีลูกเต้าเหง้าไท้ ชิแม้นข้าสืบกนนไปเปนบนนทวนก็ดี ก็บควรตีควรด่าแลฯ

 วาริชสฺเสว เม สโต พทฺธสฺส กุมินามุเข อกฺโกสติ ปหรติ ปิเย ปุตฺเต อปสฺสโต ฯ เม ในเมื่อกู สโต อนนเปนดนูยสัตบุรุษ เผ่าพระพุทธเจ้า ท้งงหลายมา วาริชสฺเสว อนนประดุจตัวปลาเปนดดัก พทฺธสฺส มจฺฉฆาฏเกน แลปรมงชักมาร้อยเหงือก กุมินามุเข ในปากเฝือกปากไซ ปสฺสโต ปิยปุตฺเต บไกลอยู่มลัก เลงลูกรักพ่อท้งงสอง อยํ พฺราหฺมโณ อันว่าเถ้าพุงพองพิกเลนทรีย อกฺโกสติ ปหรติ ตีต่อหน้ากูบอาว ทำกริ้วกล่าวบมิขาม วต อยํ พฺราหฺมโณ ดงงจริงพราหมณ์นี้โสด อโห อติทารุโณ โอะไปร้ายพ้นโทษในสงสาร แลใจไปจัณฑาลรบานี อถสฺส กุมาเรสุ สิเนเหน เอวํ ปริวิตกฺโก อุทปาทิ เมื่อน้นนอันว่า ความดำริห์ระบิ ดงงนี้ ก็เกอดมีแก่พระมหาสัตว์ เพื่อกำนัดนิแก่พระราชกุมารท้งงสอง โสดแล พฺราหฺมโณ มม ปุตฺเต อติวิย วิเหเติ อันว่าพราหมณ์นี้ มนนไปบยนบีทา สองเสนหาลูกพงา กูรบานี ฯ โสกํ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต อันว่ากูเพื่อบมิอาจที่จะทลโศกกำเดา เผา กลางอกกูได้ โสดเลอย ฯ พฺราหฺมณํ อนุพนฺธิตฺวา มากูจะผาดผงงสรังไปด้วยฉับ จับจิกครยิกเอาชีพราหมณ์นี้ โสดเทอญ ชีวิตกฺขยํ ปาเปตฺวา กูก็จะฆ่าด้วยพระ ขรรค์ กูก็จะฟนนด้วยดาบ อย่าให้พราหมณ์บาปบยนลูกกู โสดเทอญ อาเนสฺสามิ เต กุมาเรติ กูก็จะเอาลูกรักกูท้งงสอง จากจำนองจำนำมนนมา จงส่างโสกากู โสดเทอญ ตโต อฏฺานเมตํ กุมารานํ ปีฬนํ อติทุกฺขํ ถัดน้นน อันว่าพระโพธิสัตว์ ก็ดำรัสดงงนี้ อันว่าความลำบากแห่งพระราชกุมารก็เปนภารทุกข์ขุกมาถึงกูจริง โสดแล ฯ ทานํ ทตฺวา ปจฺฉา อนุตปฺโป นาม สตํ ธมฺมํ น โหตีติ จินฺเตตฺวา อันว่าให้ทานดงงนี้แล้วแลจะคิดคืนเอา ก็บมิควรแก่กูผู้เผ่าโพธิสัตว์แต่ก่อน ก็บห่อน เห็น โสดเลอย ตทตฺถโชตนา อิมา เทฺว ปริวิตกฺกคาถา นาม โหนฺติ ชื่อว่าคาถา อันจินดาสองปรการ ก็บพึงจะสํแดงสารอรรถ ดงงนี้ อาทู จาปํ คเหตฺวาน ขคฺคํ พนฺธิย วามโต ฯ

  โส เวสฺสนฺตโร อันว่าพระแพศยันดรราช พระบาทไททรงฤทธิ อิติ จินฺเตตฺวา จึงจะมีพิดรกจิตรดงงนี้แลแล้ว อหํ อันว่ากูผู้กล้าแกล้วพระธราธร จาปํ อาทู คเหตฺวาน มากูจะทรงธนูศรสรับเสด็จ ขคฺคํ พนฺธิย วามโต มากูจะผูกตาว เพชรเบื้องซ้าย และจะผุดผ้ายไปตามพราหมณ์ นี้ธฤๅ ฯ อาเนสฺสามิ สเก ปุตฺเต คร้นนกูนิหตให้นาศ ก็จะเอาลูกรักราชแก้วกูมา เล่าเทอญ ฯ ปุตฺตานํ หิ วโธ ทุกฺโข มนนตีสองเสมอทาศ พ่อพยงขาดใจตาย แลลูกฮา ฯ อฏฺานเมตํ ทุกฺขรูปํ ลำบากบยนสองเจ้า ทุกข์พ่อเร้าฤๅเสบอย โสดเลอย ยํ กุมารา วิหญฺเร เด็กใด พราหมณ์ตีด่า พ่อพยงหว่าใจตาย แลลูกฮา สตญฺจ ธมฺมญฺาย โก ทตฺวา อนุตปฺปติ ฯ โก ปุคคโล อันว่าบุทคลผู้ใดน้นนโสด มาทิโส อนนบงงควรส้างสํโพธิ จรรยา ดงงกูมานี้จรหลํ่า อญฺาย เมาะ ชานิตฺวา อนนพรํ่าพรู้พรํ่าตรัส ธมฺมํ สวภาพอรรถธรรมอุดดม สตํ เมาะ ปุพฺเพ โพธิสตฺตานํ แห่งปรถมโพธิสัตว์ท้งง หลาย ฯ ปุตฺเต วา ทตฺวา ลูกหญิงชายธให้แล้ว ปิยภริยํ วา ท้งงเมียแก้วแก่นอนน สงวน อนนควรรักควรใคร่ ยาจกานํ แก่ยาจกผู้มาใฝ่ครางขอ อนุตปฺปติ เมาะ ปจฺฉา นุตปฺโป แลจะพอกินแหนง แคลงที่จะคืนเล่า น โหติ ก็บมิควรแก่กูผู้เผ่าโพธิสัตว์ ผู้จะหวงงตรัส แก่สรรเพชดาญาณ ในโลกนี้ โส กิร ตสฺมึ ขเณ โพธิสตฺตา นํ ปเวณึ อนุสฺสริ ดงงได้ยินในกษณน้นน อันว่าพระโพธิสัตว์ก็คำนึง รำพึงถึงบุรพประเพณี โพธิสัตว์อนนกำนัดนี้ที่จะให้ทานท้งงหลาย โสดแล ฯ ตโต สพฺเพสํ โพธิสตฺตานํ อันว่าพระโพธิสัตว์ก็รำพึงดงงนี้ อันว่าพระโพธิสัตว์แต่ก่อน อนนบห่อนให้ทาน ห้าปรการหากบห่อนได้ โสดเลอย ธนปริจฺจาคํ คือให้ทรัพย์อนนปรมาณ เปนทานน้นน องฺคปริจฺจาคํ คือองคาพยพสพสรรพางค์ แลธวางให้เปนทาน โสดแล ชีวิตปริจฺจาคํ คืออาตมชีวิตร แลธปลิดให้เป็นทาน ด่งงนี้ ภริยปริจฺจาคํ คือเมียอนนรัก แลธชักให้เปนทาน นิวใส้ ปุตฺตปริจฺจาคํ คือลูกอนนเสมอหน่วยตาท้งงสอง แลธปองให้เปนทานน้นน ฯ อิเม ปญฺจ มหาปริจฺจาเค อปริจฺจชิตฺวา แม้โพธิสัตว์ท้งงหลายบมิได้ ให้มหาปริตยาคทานห้าปรการ นิ้วใส้ พุทฺธภูตปุพฺพา นาม นตฺถิ แลจะได้เปนพระพุทธอุดดมเสร็จ สรรเพชญ์ชาณ ก็บห่อนมีมา ในโลกนี้ ฯ

  อหํปิ เตสํ อพฺภนฺตเร อนุปวิฏฺโ พ้นนกูนี้ก็เข้าในแล้ว กแห่งพระ โพธิอนนอุบัติทงงหลายแต่ก่อนน้นน ฯ มยา ปุตฺตธีตโร อทตฺวา อันว่าคร้นนบมิ ได้ปรสาท อาตมบุตรหญิงชายหมายเปนทาน นิวไส้ น สกฺกา พุทฺเธน ภวิตุนฺติ จินฺเตตฺวา กูก็บมิอาจที่จะได้เปนพระ ชนะแก่เบญจพิธมาร ผลาญเกลศสหสรที่ ยัทธได้ โสดเลอย กึ ปท ตวํ เวสฺสนฺตร ปเรสํ ทาสตฺถาย ทินฺนปุตตานํ ทุกขภาวํ น ชานาสิ พระโพธิสัตว์ก็กล่าวแก่พระองค์ ดงงนี้ ดูกรเจ้าแพศยนนดร อนนว่าท่านดงงฤๅ แลบมิรู้สวภาพลูกตนท้งงสองอนนรัก แลชักให้เปนค่าตกช้าชาติเขนใจ แก่คนใครผู้อื่นผู้ใกล แลมีหฤทยว่ามิเปนทุกข์ ดงงนี้ โย พฺราหฺมณํ อนุพนฺธิตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปสฺสามีติ สญฺํ อุปฺปาเทตฺวา ท่านก็มาดำริ ตริในหฤทย ดงงนี้ ว่ามากูจะตามพราหมณ์จงได้ แลอย่าไว้ชีวิตมนน ด้วยความอนนดับศุขทุกข์ แห่งลูกกูทงงสองดงงนี้ ฯ ทานํ ทตฺวา ปจฺฉานุตปฺโป นาม สตํ ธมฺโม น โหตีติ จินฺเตตฺวา อันว่าให้ทานดงงนี้แล้วแลจะกินแหนง สำแดงในหัวใจ ก็บมิควรในพระองค์ท่าน โสด เอวํ อตฺตานํ ปริภาสิตฺวา พระมหาสัตว์ก็ติตยน ดำนยนพระองค์ เพื่อจะให้คงบุรพประเพณี พระศรีพุทธางกูรแต่ก่อนน้นน ฯ

  สเจ เอโส กุมาโร มาเรสฺสติ พระโพธิสัตว์ก็รำพึงดงงนี้ อันว่าพราหมณ์นี้ ผิมันจะพิฆาฏ พระราชกุมารทงงสองให้วอดวาย หายชีวิตร นิกดิวไส้ ฯ ทินฺนกาลโต ปฏฺาย มม กิญฺจิ น โหติ จับเดอมแต่กาลกูให้พระราชกุมาร ทงงสองเปนทาน อันว่าความอนนจะเปนรำคาลคยด สยดทุกข์ทำงล หากบมิได้แห่งตนกู โสด เลอย ฯ ทฬฺหํ สมาทานํ อธิฏฺาย นิสีทิ ธก็ต้งงปรณิธาน อธิษฐานหม้นน มิคลา ในพระอาตมาบพิตรน้นน ปณฺณสาลโต นิกฺขมิตฺวา ธก็เสด็จออกมาจากบรรณ ศาลาลยน้นน ปาสาณผลเก สุวณฺณปฏิมา วิย นิสีทิ ธจึ่งเสด็จแพนงเชิง ดำเกอง คอคาธ ในสิลาบาตรสถาน แทบทวารบรรณศาลา ดุจสุพรรณาลงการ์ อนนนฤมานนฤมิตรรูปรจิตรน้นน ฯ

  ชูชโกปิ กุมาเร โปเถนฺโต เนติ ส่วนชูชกาจารย์ ก็ตีราชกุมารสอง กษัตริย์ เชือกเขามัดมือไป โสดแล ฯ ตโต กุมาโร วิลปนฺโต อาห อนนดับนั้น อันว่าเจ้าชาลีกุมาร จำอานองค์ปรดาบ ไห้พิลาปไปมา ก็สวดคาถาด่งงนี้ สจฺจํ กิเรวมาหํสุ นรา เอกจฺจิยา อิธ ฯ อมฺม กณฺเห ดูกรราชบุตรีธิดาราชกัณหา กิร ด่งงได้ยินมานาน้อง เอกจฺจิยา นรา อันว่าคนในแห่งห้องห้วงสงสาร โดยโบราณบางหมู่ วิชฺชมานา อนนมีช่ววกาลจรหลํ่า จรหลี้วพรํ่าลับไป อิธ โลเก ในพิษยโลกนี้ อาหํสุเอว วจนํ บมิรู้กี้กล่าวจรรจา ดงงนี้มาแลนาแม่ ทักแท่แท้จริง จริงนาแลเจ้า ยสฺส นตฺถิ สกา มาตา ยถา นตฺถิ ตเถว โส ฯ ยสฺส กุมารสฺส ยงงเด็กผู้ใด ใครนน้อยอักแอ่ สกา มาตา นตฺถิ อนนบมีแม่แห่งตววคน สนฺติเก ในที่ขวรขวาย ไกล่เกลี่ยทายโลมลูบ อุ้มเอาจูบถือถนอม โส ปิตา อันว่าพ่อผู้เปนจอมเปนเจ้า ตสฺส กุมารสฺส แห่งเด็กอนนยงงหนุ่มเหน้านงพาล วิชฺชมาโนปิ แม้ชื่อว่ามีมานาน จรหล่ำ อตฺถิ ตเถว พรํ่าเสมอหาบมิได้ โอะเอนดูออกไท้ราชมาดา บมิเห็นทุกข์ที่สองรา แลนาเจ้า ฯ เอหิ กณฺเห มริสฺสาม ดูกรเจ้ากัณหา มาสองรา แลจะตาย ทนาเจ้า นตฺถตฺโถ ชีวิเตน โน กาลใดแลจะอยู่เปนคน แลจะมาทนความยากนี้ ทินฺนมฺหาปิ ชนินฺเทน ดงงจริงท้าวธจับจ่าย ให้เราง่ายเปนทาน พฺราหฺมณสฺส ธเนสิโน ให้แก่พราหมณ์พรวงพรยงหวาน ขอท่ววบ้านทุกทวาร โสดแล ฯ อจฺจายิกสฺส ลุทฺทสฺส อนนใจแข็งแรงโลภ เถ้าสมโกปรกรักษ์ ยิ่งน้นน โย โน คาโวว สุมฺภติ พราหมณ์ใดใจกาจ ตีเราราชพยงตีววว จำแล่นแล อิเม เต ชมฺพุกา รุกฺขา อนนนี้ ต้นหว้า รื่นราแรงเหล้น เมื่อร้อนราจเร้นแห่งหนใด แม่ฮา เวทิสา สินฺธุวาริตา ยางทรายทรายยงงอยู่ วนนนี้ราก็จะก้มหน้าสู่สำนักใคร นี้นาเจ้า วิวิธานิ รุกฺขชาตานิ ไม้เห็นลูกเหลือแล่ บัดนี้ออกท้าวแม่บมิเห็น ลูกเลอย ตานิ กณฺเห ชหามเส ไม้ทรสุมสมกิ่งวนนนี้ ราบมีสมออกท้าวมิ่งมาดา โสดเลอย อสฺสตฺถา ปนสา เจเม โพเพลดขนุนขนรรอยู่ บัดนี้ราร้อนคู่ใครขนรร รอดเลอย นิโคฺรธา จ กปิตฺถนา ไซรขวิดขวาดบงงใบ บัดนี้ราพี่น้องจะสดุ้งตกใจวงวาดแล, วิวิธานิ ผลชาตานิ นานาพฤกษผลชาติ ชาตินิราจร้างอาวาศบมิเห็น แลแม่ฮา ตานิ กณฺเห ชหามเส อ้า วนนนี้ยามแล้ง แล้งแลนาแม่ ราจไปเร้นแดดงใด อิเม ติฏฺนฺติ อารามา อาราม ร่มราแรงแล่น บัดนี้ แดดร้อนขแข้นดงใด จรื่นเลอย อยํ สีตูทกา นที นทีธารเย็นเฉื่อย ราพี่น้องเมลื่อยมือสองโสดแล ยตฺถสฺสุ ปุพฺเพ กีฬาม อกวงงป่วนเปนน้ำ บัดนี้อกราตรลํ้าป่วนเปนไฟแลแม่ฮา ตานิ กณฺเห ชหามเส ดูกรเจ้ากัณหา ราจเสียที่สรนุกนิ์ บัดนี้จะไปต้องความทุกข์ความยากแล วิวิธานิ ปุปฺผชาตานิ บุษบารยงราหมาย พราหมณ์รายร้ายรยกราไป แลนาเจ้า อสฺมึ อุปริปพฺพเต สูง บนเขากป่ำ บัดนี้ราพี่น้องตกตํ่า ฤๅเห็นเล่าเลย ยานสฺสุ ปุพฺเพ ธาเรม กรไดสร้อย สรพู่ก้ยวเกล้า บัดนี้ก้ยวเชือกเคล้าคลอรา แลนาเจ้า ตานิ กณฺเห ชหามเส เคยเด็จดวงแซมเกล้า ส่วนราสองเจ้าดยวเด็จไปปล่ยวแล วิวิธานิ ผลชาตานิ ผลพฤกษารามวรศ สองรากจต้องเจ็บปวดรามรยว แลนาเจ้า อสฺมึ อุปริปพฺพเต งอกบนเขาขยวอยู่ บัดนี้เถ้ากุมทรู ข้ยวไปแล นาแม่ฮา ยานสฺสุ ปุพฺเพ ภุญฺชาม แผลผลชาติไปทาย แผลวรรวายเจ็บยิ่งน้นน ตานิ กณฺเห ชหามเส ลูกไม้ราก็จะคลาด ลูกรักราชก็จะคลา พ่อแม่แล ฯ

  อิเม โน หตฺถิกา อสฺสา รูปช้างไลลาอยู่ บัดนี้รา พี่น้องท้งงคู่จะลาไป แลนาเจ้า พลิพทฺธา จ โน อิเม รูปวววพรยวเพราะอยู่ ราพี่น้องพลัดคู่เพราะไปแล แม่ฮา เยหิสฺสุ ปุพฺเพ กีฬาม รูปสิงห์สัตว์เหลือแหล่ รูปเท้าแม่บมิเห็น โสดเลอย ตานิ กณฺเห ชหามเส ดูกรเจ้ากัณหา สบสิงสัตว์ราจจากสัตว์ชื่อว่า ความร้ายยากก็จะถึง แลนาเจ้า ฯ ปุน พฺราหฺมโณ เอกสฺมึ วิสมฏฺาเน ปกฺขลิตฺวา ปตติ อันว่า ชูชกาจารย์ เดอนลเลอกลลานบมิดูตีน อยยบกรวดหินซึ่งบราบบพยง เถ้าก็เอียง โอนแอน ล้มตรแบ่นถาไถไปเล่าแล เตสํ หตฺถโต พนฺธนํ มุญฺจิตฺวา อันว่าวัลวัด ก้ยวมือสองกษัตริย์ลุ่ยหลุด เพื่อพราหมณ์ภูตใจบาป ล้มสภาพพำเสมา อยู่น้นน ฯ เต ปหฏกุกฺกุฏา วิย กมฺปมานา ปลายิตฺวา ราชกุมารท้งงสองมีตวว ส่นนรรววดุจตววไก่ อนนททายไม้ค้อนไล่ตามตี ก็แล่นหนีโสดแล เอกเวเคน ปิตุ สนฺติกํ อคมํสุ สองเจ้าก็ไปรงงสรงงด้วยพลนน ยงงบรรณศาลาแห่งสํนักนิพระมหาบุรุษเสด็จ อยู่น้นน ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าพระสาศดาจารยธิบดี มุนีนารถ นายกดิลกรัตน์ จะสำแดงอรรถคาถา แก่สราพกท้งงหลาย ดงงนี้ ฯ นียมานา กุมารา เต ดูกรสงฆ์ อันว่าสองกุมารช้าช่อน เถ้าเร่งร้อนเอาไป โสดแล พฺราหฺมณสฺส ปมุญฺจิย พ้นมือพราหมณ์ยาจก เถ้าสรสรกสรเสรือง กระด้างกระเดื่องท่ววทงงตน โออกขนทูรชน อาโกรธน้นน เตน เตน ปธาวึสุ ทิศใดท้าวพ่ออยู่ สองเสด็จสู่บมินาน โสดเลอย ฯ ชาลี กณฺหาชินา จุโภ คือชาลีหนุ่มเหน้าหน้าแจ่มจ้ากัณหา ท่านน้นน ฯ ชูชโกปิ เวเคนุฏฺฐาย อติวิย วลฺลิทณฺฑหตฺโถ อันว่า ชีชูชกใจนี้ฉกรรจ์ มีมือถือวัลแลไม้เท้า เถ้าก็ลุกด้วยด่วนแล กปฺปุฏฺานคฺคิ วิย อวตฺถรนฺโต อาคนฺตฺวา พราหมณ์ก็แล่นมาด้วยพลัน ดุจไฟกัลป์ลุกลาม ตามติดพระราชกุมารท้งงสองบอยู่เลอย อติวิย ปลายิตุํ เฉกา ตุมฺเหติ พราหมณ์ก็ร้องตวาด พระราชกุมารท้งงสอง สรเสรก พเวอยเด็กนน้อยนี้ใจอาจ แลไปฉลาดแก่ความหนี รบานี หตฺเถ พนฺธิตฺวา ปุน เนติ มนฺนก็ไล่ตามคล้อง มือพี่น้องนงถ่าว บอ่าวเอาไปเล่าแล ฯ

  ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห พระสรรเพชดาญาณ อารยเทพยมนุษย์ พิศุทธสาศดา บัณฑูรคาถา ดงงนี้ ฯ ตโต โส รชฺชุมาทาย ดูกรสงฆ์เถ้าตาตุง พุงพ่วง ก้มเอาบ่วงบัดดยว โสดแล ฯ ทณฺฑญฺจาทาย พฺราหฺมโณ โก้งโค้งคว้าไม้เท้า ผงงผาดเท้าสาวตีน แล่นแล อาโกฏยนฺโต เต เนติ เถ้าผีสางมางโกง พาทงงโลงลุกไล่ เท้าไม้ไผ่ตามตี อีกโสด ฯ สิวิราชสฺส เปกฺขโต ซึ่งหน้าท้าวผู้พ่อ มลักต่อตาแล ลูกน้นน เอวํ นียมาเนสุ กณฺหาชินา นิวตฺติตฺวา โอโลเกนฺตี ในเมื่อพระราชกุมาร ทงงสอง แลพราหมณ์จำนองพาไป อันว่าเจ้ากัณหาหลยวแล พระราชบิดาลไล้ ร้องรํ่าไห้นักหนา ก็ทูลพระกรุณาแด่ออกญาตน ดงงนี้ ๆ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าพระสาศดาบพิตรพิชิตมาร ก็บันทูลสารพระคาถา ดงงนี้ ฯ ตํ ตํ กณฺหาชินาโวจ ดูกรภิกษุ อันว่าเจ้ากัณหา ก็ทูลแด่พระราชบิดา ดงงนี้ อยํ มํ ตาต พฺราหฺมโณ บพิตรพราหมณ์นี้กาจกัศมล ร้ายพ้นคนในโลกย์นี้ ลฏฺิยา ปฏิโกเฏติ มนนตีข้าด้วยเชือก ลากกลํ้าเกลือกกลางดิน แลพ่อฮา ฆเร ชาตํว ทาสิยํ ดุจข้าหญิงช่วงใช้ อนนเกอดใกล้กลางเรือนมนน โสดแล ฯ น จายํ พฺราหฺมโณ ตาต บพิตรมนนนี้ไซ้นรลักษณ์ รอยรูปยักษตววนี้น้นน โสดไส้ ฯ ธมฺมิกา โหนฺติ พฺราหฺมณา ฝูงพราหมณ์พฤทธิชาติ ย่อมใจสาธุ์ แสวงธรรม โสดไส้ ยกฺโข พฺราหฺมณวณฺเณน เถ้านี้รอยผีเสื้อ เยียอเคื้อคูคนดีไส้ พ่อฮา ขาทิตุํ ตาต เนติ โน ภาตูไปเปนภักษ มนนจะหักฅอกินเลือดแล นียมานา ปิสาเจน เถ้ามราญควานผีป่ง ท้าวธอย่าส่งตูไปรา พ่อฮา กินฺนุ ตาต อุทิกฺขสิ ดงงฤๅ ท้าวธเล็งดูอยู่มลัก ละลูกรักรนตาย ดงงนี้ ทหรกุมาริกาย วิลปนฺติยา ในเมื่อเจ้ากัณหาอ่อนน้อย ลห้อยไห้ไปมา พิศพักตราฤดีย พระฤๅษีสิทธอยู่มลัก เจ็บใจนักกว่าชื่นแล มหาสตฺตสฺส พลวโสโก อุปปชฺชิ หทยวตฺถุํ อุณฺหํ อโหสิ อันว่าโสกาดูร จำรูลหฤทยพัศดุ์ ก็เกอดแก่พระโพธิสัตว์ มากโสด นาสิกาย อปฺปโหนฺติยา ในเมื่อท้าวธทละทุกรอุอกรอึก คคึกแค้นคาใจ เจ็บนักในพ้นปรมาณ ท้าวธก็บมิหายใจ หนพระฆรานเข้าออกได้ โสดเลอย มุเขน อุณฺเหน อสฺสาเส วิสฺสชฺเชสิ ท้าวธก็หายใจเข้าออกหนปาก ลำบากร้อนผผ่าว ท้าวธก็ถอยใจใหญ่ไปมา โสดแล อสฺสูนิ โลหิตวินฺทูนิ หุตฺวา เนตฺเตหิ นิกฺขมึสุ อันว่านํ้าตาพระมหาสัตว์ ไหลหล่งง ถ่งงเป็นเลือด เดือดดูแดง แครงตกลง จากพระเนตรทงงสอง บมิขาดโสด ฯ

  โส อิทํ เอวรูปํ ทุกฺขํ สิเนเหน โทเสน ชาตํ อันว่าพระโพธิสัตว์รำพึงดงงนี้ อันว่าทุกข์ อนนบมิบังควร กำสวญเสวอยอยู่รบม ปรารมก็เกิดแก่กูนัก เหตุ เพราะกูรักพระราชกุมารทงงสอง โสดแล ฯ น อญฺเน การเณน ทุกข์นี้บมิเกอด ด้วยปรการณ ความรำคาลอนนอื่นเลอย ตสฺมึ สิเนหํ อกตฺวา อันว่ากูอย่าบังเกอด สิเนหา แก่สองพงาเอารสนี้ โสดเลอย ฯ มชฺฌตฺเตเนว ภวิตพฺพฺํ พึงกูดำรงอาตม ภาพจงได้ แลจะทำใจอุเบกษา แก่สองพงาพ่อเทอญ ฯ โส ตถารูปํ โสกํ อตฺตโน าณพเลน วิโนเทตฺวา ธก็บันเทากำเดาโสกานล ด้วยปรีชาพลแห่งพระองค์ ท่าน น้นน ปกตินิสินฺนากาเรเนว นิสีทิ ธจึงเสด็จอุรุพทธาศน์ ในดาวอาศนโดยปรกติ อยู่แล ฯ คิริทฺวารํ อสมฺปตฺเตเยว กุมาริกา วิลปนฺติ อคมาสิ อันว่านางกัณหา หนุ่มเหน้า เจ้าก็ไปบมิหึงถึงช่องเขาวงกฏ ไทกำสรดสงโรธ ท้ยนสงโกจกำสรวลครวญไปพลาง โสดแล ฯ อิเม โน ปาทุกา ทุกฺขา ทีโฆ จทฺธา สุทุคฺคโม ฯ ภาติก ดูกรพี่พระยาชาลี อนนเปนกษัตรี ยงงเยาว์ อิเม ปาทุกา เมาะ อิเม ขุทฺทกปาทา โน เมาะ อมฺหากํ อันว่าฝ่าตีนน้อยแห่งเราพี่น้องท้งงสอง ทุกฺขา โหนฺติ ก็ดานพุพองเจ็บปวด สกฺขรปาสาณมทฺทเนน ด้วยอยยบกรวดหินซาย เดอนจำงายแจ้ง แจด ร้อนด้วยแดดผิงเผา อทฺธา จ เมาะ อมฺเหทิ คนฺตพฺพมคฺโค ทีโฆ เมาะ ทูโร อันว่าหนทางที่เราจะไป ดูไกลนัก แลนาพี่ ลิ่วลี่พ้นประมาณ อมฺหาทิเสหิ กุมาเรหิ อนนบังควรเด็กพาล ดงงเรานี้นาเจ้า สุทุคฺคโม แลไปดูยากเยาหนักหนา ทุราคมลิงโลด หกสิบโยชน์ประมาณ ทุราทวาร แลพี่ฮา ฯ นีเจ โวลมฺพเก สุริเย ในเมื่อพระสูรยเสด็จคล้อย ลห้อยตาเตือนเย็นนิ้วไส้ พฺราหฺมโณว ตเรติ โน พราหมณ์เร่งเราลำบาก เจ็บยากพ้นประมาณ รบานี โอกนฺทามฺหเส ภูตานิ มาเรา จะบำบวงไหว้ เทพดาให้รู้ความทุกข์ ที่ราพี่ฮา ปพฺพตานิ วนานิ จ อ้าอ้าเทพอารักษ์ อยู่สูงศักดิ์ด้าวแดนเขาใหญ่นี้ สิรสฺส สิรสา วนฺทาม มาเราจะยอกรกายเกล้า ไหว้เทพดาผู้เปนเจ้าอยู่รักษาสระนี้ ฯ สุปติตฺเถ จ อาปเก อีกปู่เจ้าวังหลวง นทีปวงวงงใหญ่น้นน ติณลตานิ โอสโธฺย หญ้าแพรกวัลปรยงป่า ปู่เจ้าหญ้าอย่ายำ อยู่โสด ปพฺพตานิ วนานิ จ อีกเขาถํ้านํ้าเถื่อน ผีฟ้าเกลื่อนกลางหาว อยู่น้นน อมฺมํ อาโรคฺยํ วชฺชาถ จงธบอกว่าตูบมิไข้ อย่าให้ออกท้าวไทยตนตายด้วย ลูกเลอย ฯ อยํ โน เนติ พฺราหฺมโณ เถ้ามัดมือตูคร่า เดอนด้นนป่าภาไป บอยู่เลอย วชฺชนฺตุ โภนฺโต อมฺมญฺจ จงธบอกแก่ออกนางตูข้า ทุกข์เท่าฟ้าธบเห็นลูกเลอย มทฺทึ อมฺหากํ มาตรํ แม้มัทรีนางพระยาอนนเปน พระราชมารดาตูนี้ ท่านอา สเจ อนุปติตุกามาสิ ผิออกนางธจะกว่า ด้นนดงป่าไปตาม ลูกไส้ ขิปฺปํ อนุปเตยฺย โน เร่งตามตูอย่าช้า จงทนนเห็นหน้าลูกท้งงสอง แก่แม่รา อยํ เอกปที เอติ หนทางโดยช้นนช่อง พอรอย่องตีนดยว ไต่แล อุชุํ คจฺฉติ อสฺสมํ ทางนี้ปัดไปเน่ง ครองคลายเคล่งอาศรมบทน้นน ตเมวานุปเตยฺยาสิ ออกท้าวไทยอย่าญ่า ด้นดงป่าไปตามลูกเทอญ อปิ ปสฺเสสิ โน ลหุํ ท้าวเทพีพระแม่ ก็จะเห็นลูกน้อยแต่หนทาง แลนาท้าว อโห วต เร ชฏินี ข้าแต่ออกนางเปนเจ้า ย่อมห่อเกล้าชฎาธารทุกเมื่อน้นน วนมูลผลหาริยา ย่อมเดอนดงแหล่งไหล้ แสวงลูกไม้มาเปนภักษ์ แก่ลูกไส้ สุญฺํ ทิสฺวาน อสฺสมํ คร้นนธเห็นอาศนอาศรม อยู่ชรงมเปล่าน้นน ตนฺเต ทุกขํ ภวิสฺสติ เจ็บลันลุงลาญสวาดิ เพื่อบ่เห็นหน้าราชเราท้งงสอง แลพี่ฮา อติเวลํ นุ อมฺมาย ออกนางราฤๅนาพี่ นานพ้นที่ธแรงมาแต่ป่านน้นน อุญฺฉาลทฺธํ อนปฺปกํ ลูกไม้มีเหลือแหล่ รากไม้แม่เอามา แก่ลูกนี้ ยา โน พทฺเธ น ชานาติ ออกนางเราบมิรู้ ว่าพราหมณ์คดคู้อกสองรานี้นาเจ้า พฺราหฺมเณน ธเนสินา พราหมณ์นี้เนื้อปีสาจ ขึ้นเรือนราษฎร์แสวงหาสิน โสดไส้ อจฺจายิเกน ลุทฺเทน เห็นของท่านดูบมิได้ ชี้ไม้เขี่ยไต้ก็ตามขอ โสดแล โย โน คาโวว สุมฺภติ พราหมณ์ใดตีตูอยาบ พยงชายราบรนนววว จำแล่นแล ฯ อปชฺช อมฺมํ ปสฺเสมุ อ้าปานี้เราจะเห็นออกท้าว ชํลูกด้าวพระกุฎี ท่านแล สายํ อุญฺฉาโต อาคตํ จากแต่ป่ามาอย้าว พอเพื่อท้าวทิพากร ตกตํ่าน้นน ทชฺชา อมฺมา พฺราหฺมณสฺส ออกนางเราก็จะแต่ง ลูกไม้แพ่งพอพราหมณ์ โสดแล ผลํ ขุทฺเทน มิสฺสิตํ ผึ้งรวงรศกระเอบ ธก็จะลายเลปด้วยผลาหาร อนนอร่อยน้นน ตทายํ อสิโต ราโต คร้นนพอพุงสรายเสริป เถ้ากระเอิบเรอสม ออกแล น พาฬฺหํ ตรเยยฺย โน เถ้าก็จะค่อยเดอนย้ายโล้ สองอ่อนโอ้ก็บจำ แล่นแล ฯ สูนา จ วต โน ปาทา พาฬฺหํ ตาเรติ พฺราหฺมโณ ฯ วต โดยดงงจริง แลนาพี่ ทุกข์พ้นที่สงสาร ปาทา อันว่าสองตีนปานบววโบษ โน เมาะ อมฺหากํ แห่งเราพี่น้องนฤโทษท้งงสอง สูนา เมาะ กณฺฏเกน สูนาถ อ้าบัดนี้หยอกหนามหนอง ดาลพุพองเป็นเลือด โหนฺติ ก็เห็นบแห้งเหือด สักอนน พฺราหฺมโณ อันว่าเถ้าอาธรรม์ขึ้งคยบ ตาเรติ ไสไป อยยบหนามหนา ภาไปอยยบหินงอน อมฺเห สองอ่อนโอ้อาดูร ร้อนแสงสูรย์ขแข่น พาฬฺหํ ตีจํแล่นบให้หลยว เร่งเร็วครยวจำกว่า ด้นนดงป่าจำไป อาไลแลไปเจ็บอาไล แลพี่ฮา ฯ อิติ ตตฺถ วิลปึสุ กุมารา มาตุคิทฺธิโน ฯ ภิกฺขเว ดูกรสราพกาจารย์ เทฺว กุมารา อันว่าพระราชกุมารแม้นหล่อ นน้อยพ่อท้งงสอง มาตุคิทฺธิโน เมาะ มาตริ พลวสิเนหา อนนมีใจสมพองรักแม่ วิลปึสุ ก็ให้อักแอ่นักหนา รํ่าไปมาบมิขาด ตตฺถ เมาะ ตสฺมึ คิริโน ทฺวาเร ในบรรพตบาททวาร อิติ ปกาเรน ด้วยประการดงงนี้เสร็จ พระสรรเพชญ์บัณฑูร บริบูรณ์ธรรมเท่านี้แล

 กุมารปพฺพํ นิฏฺิตํ ธพรรณนากุมารบรรพธรรม สุคตอลงกฎรจนานับ คาถาร้อยเอจ ก็จบเสด็จเท่านี้แล ฯ





๑. พระนางมัทรีทรงสาแหรกคานกระเช้าสาน ขอ สอยผลาผลแล้วเสด็จกลับโดยด่วน มาประจวบพบพระยาพาลมฤคราชซึ่งเทพยดาแสร้งจำแลงแปลงมานอนขวางทาง พระนางสะดุ้ง พระทัยไหวหวาด ปลงหาบคอนลงแล้วอภิวาทขอทางเทพยเจ้าสังเวชก็พากันคลาไคลให้หนทาง.
๒. พระนางเสด็จถึงอาศรมบท มิได้ทอดพระเนตรเห็นสองพระโอรส จึงวอนทูลถามพระสามี ท้าวเธอก็ทรงนิ่ง แต่แล้วก็ตรัสพ้อด้วยโวหารหึง เพื่อให้พระนางสร่างโศก.
๓. พระนางเที่ยวแสวงหาพระลูกตามละเมาะเขาเขินจนทั่วบริเวณพระอาศรม ก็มิได้พบพระลูกทั้งสอง จึงเสด็จไปที่หน้าพระอาศรม ทรงพระกำสรดสิ้นแรงถึงวิสัญญีสลบลงตรงหน้าฉาน.
๔. พระเวสสันดร ทอดพระเนตรเห็นพระมัทรีถึงวิสัญญีสลบลงสะดุ้งพระทัยทรงพระกันแสง

กัณฑ์มัทรี

  ยํ ปน รญฺา มหาปวึ อุนฺนาเทตฺวา พฺราหฺมณสฺส ปิยปุตฺเตสุ ทินฺเนสุ ยาว พฺรหฺมโลกา ฯ อันว่าพระสัพพัญญุตญาณใด อนนองค์อุกฤชาไศรย สยมพุทธพงษ์ โพธิสัตว์ประสงค์แสวงหวงง ตํ สพฺพญฺญุตาณํ ซึ่งพระสัพพัญญุตญาณน้นน มนัศอนนมุ่งถวิล ปิยปุตฺเตสุ ในเมื่อปางปิ่นปิโยรส ฤทยางคจรดจอมขวัญ รญฺา เมาะ เวสฺสนฺตเรน ทินฺเนสุ อันว่าพระเพศยันดรดาบศ ทรงพระประทานทศธรรมิก แก่ชูชกพราหมณ์นิกนิราษท้าว มหาปวึ อุนฺนาเทตฺวา ยาว พฺรหฺมโลกา ยงงพหลด้าวดินแดน โดยตลอดแหล้นหลงงสมุทร วาตาพิรุทเธอเรองแรง สเทือนสท้านแทงถึงพรหม เสียงสัทระงมบันดาลแล เอกโกลาหลํ ชาตํ ก็เกอดการเอกโกลาหล สหสาสยองเกษ ด้วยทานอุตเมศ โสดแล เตนาปิ ภิชฺชิตหทยา วิย หิมวนฺตวาสิโน เทวตาโย เตสํ พฺราหฺมเณน นียมานานํ ตํ วิลาปํ สุตฺวา ฝ่ายฝูงพฤกษเทพไทยเถื่อนสถิตย์ หิมวนนตวาสิตสดับสยง แห่งคู่คยงวิลาป อนนพราหมณ์ใจบาปนำไป มีพระไทยดุจภินทนาการทำลาย ด้วยสองสายสุดสวาดิ น้นน มนฺตยึสุ จึงชวนกนนคิดแคลงคล่งงจิตร พยงชีพิตรพินาศหนาว ทุกองค์ อาวอุรรอน สเจ มทฺที สกาลสฺเสว อสฺสมํ อาคมิสฺสติ ถ้าพระชายาด่วนยุรยาตร สู่ศาลาวาศวี่วนน เมื่อหาหนนห่างหาบ ตตฺถ ปุตฺเต อทิสฺวา บเห็นพระลูกลาภลำเภา สองหน่อเหน้าในที่น้นน เวสฺสนฺตรํ ปุจฺฉิตฺวา พฺราหฺมณสฺส ทินฺนภาวํ สุตฺวา ธก็ผนนไปทูลถาม คร้นนแจ้งความว่าประสาท สองราชตรุณแก่ชูชก พลวสิเนเหน ปทานุปทํ ธาวิตฺวา จิตรตามบาทร่อยๆ ร้องหารยกราชบุตรปิยยอดรักษ์ ด้วยกํลงงรักสิเนห ไปเอื้อสอิดตนตักไษย มหนฺตํ ทุกฺขํ อนุภเวยฺย พระแม่เมืองไทยทัศนียม เห็นจะเกรียมกรมด้วยมหันตทุกข์ โสดแล ฯ อถ ตโย เทฺวปุตฺเต ตุมฺเห สีหพฺยคฺฆทีปิวเสน ในกาลเทพพฤกษหิมพานต์ จินตนาการน้นนแล้ว อันว่าอิศรเทพาผู้เป็นใหญ่ อาณาเปสุํ จึ่งปราไสยบังคับ ซึ่งเทพยอนนดับท้งงสามองค์ สูจงนฤมิตรเป็นราชไกรสิทธิ์ เสือโคร่งแลเสือเหลืองเล่าแล เทวิยา อาคตมคฺคํ สนฺนิรุมฺภิตฺวา จงไปสิงสถิตย์ที่มรรคา แห่งราชเทพีผนนคลาสู่อาศรมบทน้นน ตาย ยาจิยมานาปิ ยาว สุริยตฺถงฺคมา มคฺคํ อทตฺวา เมื่อแม่มัทรีรำพนนขอเดอน ท่านอย่าเพ่อเพลินพลอยให้ เท่าถึงพระสุริยาไลยล่วงอัษฎงคตแท้ ยถา จนฺทาโลเกน อสฺสมํ ปวิสติ เห็นนางพญาจะมาสู่อาศรมกุฎี ด้วยรัศมีพระจันทร์แจ้งฉันใด เอวมสฺสาปิ ท่านจงให้หนทาง แก่นางราชชายา ด้วยประการดังน้นน สีหาทีนมฺปิ อวิเหนตฺถาย อารกฺขํ สุสํวิทหิตํ กเรยฺยาถาติ อนึ่งโสดจงรักษาป้องกนน ซึ่งสรรพสัตว์ร้ายราชสีหเป็นอาทิ เพื่อบให้รุกราษราวี แก่พระมัทรีน้นนแล ฯ

  ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าพระอนันตทิวร อมรแมนมานุษย ปรมุธาญชลี ก็มีพระเสาวนีแก่สิขากามท้งงหลาย ด่งงนี้ เตสํ ลาลปิตํ สุตฺวา ตโย วาฬา วเน มิคา ฯ ตโย อันว่า หมู่เทพคณาท้งงสาม วเน มิคา เนาในพฤกษ พระหาวนน สุตฺวา เมื่อสดับสาร เตสํ เมาะ กุมารานํ แห่งพระราชกุมารท้งงสอง ลาลปิตํ ทรงพระพิลาปสยบยิน มีมเหศักดิสวามินทรมรหลาย สีโห พฺยคฺโฆ จ ทีปิ จ มหิทธิฤทธิ์ เรองแรงนฤมิต เพศพยัคฆ์ไกรกฤษดาพ่อ อิทํ วจนมพฺรวุํ จึ่งอธิบายบงงคับ แก่เทพดาอนนดับดำเกองแล มา เหว โน ราชปุตฺตี สูสู่สโมสรสกัดทาง ที่พระนางแน่งนฤมล สายํ อุญฺฉาโต อาคมา เสร็จแสวงผลผินภักตรยล อย่าคลา แต่เพลาสายัณห์ มา เหวมฺหากํ นิพฺโภเค อนึ่งในพนสัณฑเขตรของเขือ เล่าแล เหยิตฺถ วเน มิคา ห่อนให้หมู่มฤคเบื้อบีทา พระชายานุชบวร สีโห จ นํ วิเหเยฺย เกลือกไกรษรขบนุช เนียรชีวันตจากสังขาร พฺยคฺโฆ ทีปิ จ ลกฺขณํ เกลือกไกรษรเสือโคร่ง เสือเหลืองล่องแล่นฆันทน้นน เนว ชาลิกุมารสฺส เห็นพระชาลีลาญ เทวศมรณน้นน โสดแล กุโต กณฺหาชินา สิยา ฤๅแก้วกัณหา หอนหานสถิตย์ น่าจะม้วยมิตมรณา อุภเยเนว ชิยฺเยถ แก่พระภัศดาดิลกโลก แลสองสุดโสดสิ้นเสนห น้นนแล ปตึ ปุตฺเต จ ลกฺขณา เสียดายดวงสุดาเบญจลักษณ เป็นเปือยปรจักษ์จากข้างน้นนแล ฯ อถ ตโย เทวปุตฺตา สาธูติ ตาสํ เทวตานํ วจนํ ปฏิสุณิตฺวา กษณไตรเทเวศวรฤทธิ เมื่อรับสนิทในพจนาดถ์ แห่งอิศรเทวราชวาที สีหพฺยคฺฆทีปิโน หุตฺวา เป็นราชสีหเสือโคร่งเสือเหลือง มีมหิทธิเรืองกาจคำแหง อาคนฺตฺวา ตสฺสา อาคตมคฺเค ปฏิปาฏิยา นิปชฺชึสุ มาด้วยฤทธิเร็วแรงรเห็จถึง ก็นอนอึงอหังการกรยงไกร ที่ทางไทท้าวน้องอนนจะมา สู่ศาลาศรมน้นนแล ฯ

  มทฺทีปิ โข อชฺช มยา ทุสฺสุปิโน ทุฏฺโ อันว่าพระมัทรีศรีสุนทรพิมล จลจินดาดำริห์ตริว่า คืนนี้นิมิตร้าย จำกูจะขวายขวน กมฺปมานา วนมูลผลานิ อุปธาเรสิฺ ซึ่งผลไม้มนนเผือกผนนคลา สู่ศาลาลำเภาแม่แต่วี่วนน กหว่นนไหวพร่นน พระไทย เธอรีบเก็บผลมูลไม้ได้ถ้วนแล อถสฺสา หตฺถโต ขณิตฺติกํ ปติ กษณน้นนอันว่าเสียมขอเคอยทรง ก็หรุดหล่นลงจากพระหัตถน้นน ตถา อํสโต ปจฺฉิ ปติ ทกฺขิณกฺขิ จ ผนฺทติ กรนนเช้าแสรกคานก็พลัดจากอังษา พระเนตรขวาก็กระเหม่นอยู่แล ผลิโน รุกฺขา อผลา วิย อผลา จ ผลิโน วิย ขายึสุ, สพฺพา ทิสา น ปญฺายึสุ ผลไม้เห็นตรหนัก อัศจรรย์ประจักษ์ดงงนิราศ ฝ่ายรุกขชาติบมีผล กดาลดลบังเกอดมี สรรพทิศวิถีทางท่าว ก็ชรอุ่มมววพิปริต โสดแล สา กึ นุ โข อิทํ ปุพฺเพ อภูตปุพฺพํ อชฺช โหติ กึ ภวิสฺสติ มยฺหํ วา ปุตฺตานํ วา อุทาหุ เวสฺสนฺตรสฺสาติ จินฺเตตฺวา อันว่าพระมัทรี ศรีสุนทรเทพกัลญา ธก็มาดำริรำพึง ด่งงนี้ ด่งงอาตมาฉงน ด่งงฤๅ เหตุเพศผลบารนี้ แต่กาลก่อนบเกอดมีสักหน แล มาดาลดลดูพิปริต อันว่าเข็ญนิมิตร้ายด่งงนี้ จักมีแก่อาตมาฤๅจะได้แก่สองไทธิราช ฤๅจะได้แก่พระบาท พระราชฤๅษีโฉมมกุฎนารีดำริหแล้ว ก็ตรัสแจ้วจำนันจา ด้วยบาทพระคาถา ดงงนี้ ขณิตฺติกํ เม ปติตํ อันว่า เสียมแสรกคานขอถือ ดงงฤๅ พลัดจากมือจากบ่า ทกฺขิณกฺขิ จ ผนฺทติ พระเนตรขวาขุกเข็ญ ก็มากระเหม่นจุลาจล อผลา ผลิโน รุกฺขา หมู่ไม้อนนมีผล ก็นิยมยลผลนิราศแล สพฺพา มุยฺหนฺติ เม ทิสา สรรพทิศา อากาศมืดมน บงงเกิดวิกลวิปริตแล ตสฺสา สายณฺหกาลมฺหิ อสฺสมาคมนํ ปติ อตฺถงฺคตมฺหิ สุริเย วาฬา ปนฺเถ อุปฏฺหุํ ตสสา ปางเมื่อพระเทพี พิศลางหลาก คมนํ ปติ ก็บ่ายบากบทศรี อสฺสมํ สู่กุฎีกุดาสวรรค์ สายณฺหกาลมฺหิ เมื่อสายัณหเย็นลง สุริเย พอสุริยอัษฎงค์เสด็จถึง วาฬา ปนฺเถ พบพาฬพึงพร่นนใจ พระอรไทยดำริหเหตุแล นีเจ โจลมฺพเก สุริเย ทูเร จ วต อสฺสโม ฯ สุริเย ในเมื่อพระสุริเยศสู่สนธยา อสฺสโม จักจรสู่ศาลาศรม ทูเร เท่าทุรคมยังไกล ยญฺจ เนสํ อิโต หสฺสํ ตนฺเต ภุญฺเชยฺยุํ โภชนํ โส นูน ขตฺติโย เอโก ปณฺณสาลาย อจฺฉติ ฯ นูน ดงงอาตมาถวิล ขตฺติโย เอโก พระบรมนรินทรขัติยพงษ์ อจฺฉติ เสด็จเอองค์ในศาลา อิโต หสฺสํ ผลไม้ได้แสวงมา ยญฺจ เนสํ ประสงค์สามขัติยา ภุญฺเชยฺยุํ โภชนํ เสวยแล้วยงงหลอ สองน้อยหนอฉนนพลาง นิจทุกปางอาจิณ โตเสนฺโต ทารเก ฉาเต ทรงกรุณาปลอบประโลม สองสวาดิโฉมเจ้าแม่กำพร้า มมํ ทิสฺวา อนายตึ อดผลผลาหารยามยาก แล้วลำบากบเบิ่งเห็น แม่มาเย็นยิ่งหึงนาน แล เต นูน ปุตฺตกา มยฺหํ ดงงเรารำพึงผิดใจ เจ้าผู้เพื่อนไร้มารดา กปณาย วรากิยา เป็นกำพร้าพร่ำไห้ โศกาลัยลำบากเข็ญ สายํ สํเวสนากาเล เมื่อยามเย็นเยาวยิ่งอยากนม นํ้าลำบากบรรธมคอย ขิรปีตาว อจฺฉเร ดุจลูกเนื้อน้อยนิราศนม จนทนทุกข์รดมแดไหม้ ปิ้มตักไษยสุดอกแล วาริปีตาว อจฺฉเร ดงงมฤคโปฎกแดดกล้า กระหายนํ้าหน้าหิวชล เหมือนแน่งนฤมล คอยมุ่งมองหมายนม บมิสมสุดแรง หอบหิวแห้งหลับอยู่ ปจฺจุคฺคตา มํ ติฏฺนฺติ อนึ่งเจ้าชวนกนนจู่จ้องรับ เมื่อแม่ กลับมาแต่ไกล วจฺฉา พาลาว มาตรํ ดุจพิไสยมฤคบุตร ออมรักสุดเสนหแม่แล หํสาวุปริปลฺเล สงสารแลดุจหงษโปฎกลงติดตม ปิ้มปางสมสองรา อสฺสมสฺสาวิทูรโต คอยแม่มามองสวาดิ แทบอาวาส โสดแล เอกายโน เอกปโถ อันว่า มรรคาดยวเดิรปลีก ถ้าจะล้ยวหลีกคู่แข่งมิได้ สรา โสพฺภา จ ปสฺสโต ข้างหนึ่ง โตรกไตรเหวหมษรา ข้างหนึ่งน่าผาพานชันชงักเขา อญฺํ มคฺคํ น ปสฺสามิ บทฤษทาง เทาอื่นอนนไปบได้เลอย น้นนแล เยน คจฺเฉยฺย อสฺสมํ เมื่อพ้นไภยพยัคฆราช สู่อาวาศโสดแล มิคา นมตฺถุ ราชาโน อันว่าไตรเพทประนามนี้ จงมีแก่ราชมฤคพาล กานนสฺมึ มหพฺพลา ทรงกำลงงสงงหารหัศดินทร์ ในปัตถพินพื้นหิมพานต์ ธมฺเมน ภาตโร โหถ ขอเชิญท่านจงเป็น ภาติกราชโดยเห็นธรรมา มคฺคํ เม เทถ ยาจิตา ข้อยวอนว่าขอพี่ จงให้วิถีเถื่อนทางเล่าเทอญ อวรุทฺธสฺสาหํ ภริยาราชปุตฺตสฺส สิรีมโต ฯ อหํ อันว่าข้อยข้ามัทรี ภริยาเป็นอรรคมเหษี ราชปุตฺตสฺส แก่พระมหาราชบุตร สิรีมโต อนนบริสุทธิสวัสดิ์ อวรุทฺธสฺส อันว่าชาวสิพีเขาขับหนี จากบุรีเวียงวงง ตญฺจาหํ นาติมญฺามิ รามํ สีตาวนุพฺพตา ตุมฺเห จ ปุตฺเต ปสฺสถ สายํ สํเวสนํ ปติ อหํ อันว่าข้อยบหมิ่นประมาทหนอ ตํ เมาะ เวสฺสนฺตรํ ซึ่งพระแพศยันดรหน่อเหน้า อุปฐากเธอทุกคํ่าเช้า รามํ สีตาว ดงงดวงสีดาเยาวยอดยิ่ง อนุพฺพตา ตามเพียรพิทักษมิ่งนเรศราม ตุมฺเห อันว่าท่านท้งงสาม ปุตฺเต ปสฺสถ จงเห็นแก่พระพี่น้อง ท้งงสองรา สายํ เวลาสายัณห์อยากสุดแสบท้อง พระพี่น้องจะร้องไห้หาเล่าเทอญ อหญฺจ ปุตฺเต ปสฺเสยฺยํ ฝ่ายขนิษฐน้อยน้องคนึงเข็ญ จักจรมาเห็นหน้า ชาลึ กณฺหาชิณํ จุโภ ท้งงเจ้ากัณหา ชาลีลานทเวศ ทงงพระบิตุเรศสวามี พหุญฺจิทํ มูลผลํ อนึ่ง ผลเผือกมนนมีมากหลาย ข้ามัทรีนำมาถวาย พระผ่านเผ้าแล ภกฺโข จายํ อนปฺปโก มีของเสวยน้นนจะนับมิได้ ท้งงเผือกมนนผลไม้น้นนต่างๆ ตโต อุปฑฺฒํ ทสฺสามิ ข้ามัทรีผู้น้อง จะแบ่งผลไม้ให้แต่กึ่งส่วน มคฺคํ เม เทถ ยาจิตา สองส่วนจะให้พระเจ้าลูกแลภัสดา จงกรุณาให้มรรคาแก่ข้อยเทอญ ราชปุตฺตี จ โน มาตา หนึ่งมารดรข้าขัติโยรส พงษ์ปรากฎเกียรดิไกร ราชปุตฺโต จ โน ปิตา พระปิตุเรศไซร้สุริยวงษ์ ราชบุตรบงกชาเรศ ธมฺเมน ภาตโร โหถ เชอญชาติชายเชฏฐาธิบดี จงเปนภาตรพี่ร่วมอุทร มคฺคํ เม เทถ ยาจิตา ข้อยอ้อนวอนขอพี่ จงให้วิถีเถื่อนทาง แก่น้องนางนี้เทอญ ฯ อถ เต เทวปุตฺตา เวลํ โอโลเกนฺตา ในกาลนั้น อันว่าไตรเทพบุตร เห็นเพลาสุดสนธเยศ อิทานิ ตสฺสา มคฺคํ ทาตุํ เวลาติ ตฺวา อุฏฺาย อปคจฺฉึสุ ก็ทรงสงงเกตเวลา ควรจะให้มรรคาแก่นางน้นน ก็หลีกผนนผาดผาย อันตรธานหายจากที่น้นนแล ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ อันว่าพระมุนีมเหษีสาศดา ก็บนนทูลพระคาถา ดงงนี้ ตสฺสา ลาลปฺปมานาย พหุํ การุญฺสญฺหิตํ สุตฺวา เนลปตึ วาจํ วาฬา ปนฺถา อปกฺกมุนฺติ วาฬา อันว่า พระยาพาฬมิคราชท้งงสาม สุตฺวา คร้นนได้สดับสาร พจนายุพาวอน เนลปตึ วาจํ ขอทางทุราจร ทุกข์ทั่วพิไรไป ลาลปฺปมานาย สุรเสียงสำเนียงนาง ก็สน่นนเสนาะใน พหุํ การุญฺสญฺิตํ ตรุณเทพมีใจ ทุกขเพทนานาง อปกฺกมุํ จันทราปรภาเรือง ทิฆัมพรพิถีทาง เทพท้าวดำริหพลาง จรจากสถานไป

 สาปิ วาเฬสุ อปคเตสุ อสฺสมํ อคมาสิ

ปางไตรเทพท้าว จรลี

หลีกจากมรรควิถี เร่งเร้า
โฉมนาฏราชมัทรี ปราโมทย์

เก็บผลรีบไต่เต้า จู่เข้าอาศรม ฯ

 ตทา ปุณฺณมีอุโปสโถ อโหสิ วารสมัยไพบูลย์อุโบสถ ศศิธรทรงกลดแจ่ม หล้าแล สา จงฺกมโกฏึ ปตฺวา แม่มัทรีศรีเมือง จรย่างเยื้องเหย่าอยุด ถึงที่สุดจงกรม เยสุ เยสุ าเนสุ ปุพฺเพ ปุตฺเต ปสฺสติ เตสุ เตสุ อปสฺสนฺตี เคอยเชอยชม สองน้อยนารถเหล้นประพาศที่ใด สอดเนตรไปทุกแห่ง ตามตำแหน่งเคอยเหล้น คร้นนบมิเห็นยิ่งระทด กำลูนสลดชีวา สวดคาถาด่งงนี้ อิมมฺหิ นํ ปเทสมฺหิ ปุตฺตกา ปจฺจุคฺคตา มํ ติฏฺนฺติ ฯ ปุตฺตกา พระราชเอารสทั้งสอง ปํสุกุณฺิตา กัณหาชาลีย่อมเล่นฝุ่นทราย ติฏฺนฺติ แต่บูรพาเจ้าแม่ย่อมมา ในฐานที่นี้ ปจฺจุคฺคตา เจ้าเคอยชแง้แลหา คอยท่าพระชนนี ปเทสมฺหิ ในประเทศที่นี้แม่ไม่เห็นยิ่งรทด สยวสลดทอดหฤไทย วิลาปให้เหหน ปิ้มสิ้นชนม์สูญชีวา ก็สวดคาถาด่งงนี้

อิมมฺหิ นํ ปเทสมฺหิ  ปุตฺตกา ปํสุกุณฺิตา

ปจฺจุคฺคตา มํ ติฏฺนฺติ  หํสาวุปริปลฺลเล

ปุตฺตกา พระราชเอารสท้งงคู่  ปํสุกุณฺิตา เจ้าเคยเหล้นฝุ่นแลทราย

หํสาว


ดุจหงษโปฎก กระเหว่าเหล่านก พลัดแม่สูญหาย

อุปริปลฺลเล

ตกตํ่าติดตม อดนมปางตาย ดุจแก้วแม่หาย ไม่คอยมารดา

เต มิคา วิย อุกฺกณฺณา

หนึ่งบุตรเนื้อทราย ขิโรทกบวาย ทรามรักษเสนหา

สมนฺตามภิธาวิโน

ยกหูชูฅอ คอยถ้ามารดา เห็นแม่กลับมา วิ่งเข้าเชอยชม

อานนฺทิโน ปมุทิตา

วิ่งซ้ายวิ่งขวา ชมรอบมารดา แล้วเข้ากินนม

วคฺคมานาว กมฺปเร

ลองเชองเรองไป ให้แม่ชื่นชม ให้ลืมอารมณ์ดุจสองพงงงา

ตฺยชฺช ปุตฺเต น ปสฺสามิ

พระแก้วแม่เออย บุรโพ้นย่อมเคอย คอยรับมารดา

ชาลึ กณฺหาชินํ จุโภ

วนนนี้ไปไหน ไม่รู้เห็นหา โอ้สองพงงงา กัณหาชาลี

ฉกิลีว มิคี ฉาปํ

หนึ่งคือแม่ทราย แม่นกสัตว์ร้าย คือแม่ราชสีห์

(ที่ตรงนี้ฉบับเดิมตก หาฉบับสอบไม่ได้)

ปกฺขี มุตฺตาว ปญฺชรา

อยู่หลงงลูกหาย พรานไพรใจร้าย กาจแกล้งฤษยา

โอหาย ปุตฺเต นิกฺขมฺม

ลลูกตนไว้ ผนนผ่อนจรลี หาเหญื่อเพื่อศรีสวาดิลูกพงงงา

สีหีวามิสคิทฺธินี

ฆ่าลูกทิ้งเสีย รงงเปล่าปล่ยวตา เย็นแม่กลับมา บเห็นใจหาย

ตฺยชฺช ปุตฺเต น ปสฺสามิ

ดุจอกมารดา ลเจ้าเข้าป่า เพื่อผลเพรางาย

ชาลึ กณฺหาชินํ จุโภ

เย็นแม่กลับมา แก้วแม่สูญหาย ปิ้มชีพทำลาย มอดม้วยมรณา โสดแล

  อิทํ เนสํ ปทกฺกนฺตํ หนึ่งรอยบทวลัญชน์ สองบังอรอันจรประพาศ แล่นลีลาศ วิ่งวยนเล่น นาคานมิว ปพฺพเต พิศพึ่งเห็นรอยเท้าช้าง แทบทางข้างสิงขร เชิงเขา จิตกา ปริกิณฺณาโย หนึ่งสองสวาดิเจ้าประพาศทราย กอปก่อปรายโปรยเล่น อสฺสมสฺสาวิทูรโต ปางก่อนเห็นเจ้าอยู่แค่พระอาศรม ตฺยชฺช ปุตฺเต น ปสฺสามิ บัดนี้มานิยมสูญหาย ชรอยสองเจ้าตายท่ยงแท้ อิทญฺจ เนสํ กีฬนํ หนึ่งแก้วแม่ เคอยประพาศ เครื่องเล่นอาทิ์รูปช้างม้า ตุ๊กตาน้อยใหญ่ ปติตํ ปณฺฑุเวลุวํ ผลตูม สุกสดใสสีงาม ทรามสวาดิเจ้าเคอยอุ้มเคอยชม เล่นสำราญ ตฺยชฺช ปุตฺเต น ปสฺสามิ บเห็นสองกำพร้า เจ้าแม่ปรากฏมา พรํ่าโสกาให้ ถนา จ มยฺหํ เม ปูรา หนึ่งถันปโยธรา เต็มเคร่งครัด เพราะเจ้าพลัดอดนม อุโร จ สมฺปทาลติ อุรกรยมกรมปี้มทำลาย ด้วยสองสายสุดสวาดิน้นน อุจฺฉงฺเก โก วิจินาติ หนึ่งชาลีสร้อยสวาดิแม่ เคอยน่งงแลเหนือตัก เลือกผลภักษพลางเสวอย ตฺยชฺช ปุตฺเต น ปสฺสามิ นิไหนเลอยใครเล่า จเหมือนหนึ่งชาลี เจ้าแม่ฮา ถมเมกาว ลมฺพติ หนึ่ง กัณหาแม่เคอยหน่วงน้าวเสวอย ถนา เจ้าจำนันจาด้วยแม่ ตฺยชฺช ปุตฺเต น ปสฺสามิ แต่นี้แลใครเล่าดุจเจ้ากัณหา ชรอยว่าสิ้นชีวาเสียจริงแล้วแล อยํ โส อสฺสโม ปุพฺเพ หนึ่งโพ้นบุรพาอาศรม สยงรงมเซ็งแซ่ บัดนี้แลงยบสงัด สมชฺโช ปฏิภาติ มํ ปรากฏรงมดุจดงง สุริยแตรสังข์มีตรลบ สยงมโหรสพเซ็งแซ่ ภมเต วิย อสฺสโม หนึ่งอาศรมสับทอัศจรรย์ เห็นผัดผนนปรตยักษ์ ดงงภมรจักรช่างม่อ โสดแล กิมิทํ อปฺปสทฺโทว อสฺสโม ปฏิภาติ มํ กาโกลาปิ น วสฺสนฺติ มตา เม นูน ทารกา ฯ นูน ดงงอาตมาใส่ใจ อัศจรรย์ท้งงนี้ไซ้ ดาลพิปริต ดุจบุพพนิมิตรให้รู้ มตา ว่าสายสวาดิแม่ท้งงคู่ ดับสูญสิ้นบุญสู่มรณภาพแล ฯ อิติ สา วิลปนฺตี มหาสตฺตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อันว่าสํเร็จพระมัทรีน้นน ทรงโศกศัลยพิลาป อสุชลธาราอาบหน้าปรานี ไปสู่สำนักนิ์พระราชฤๅษีสิทธิสงงวร ผลปจฺฉึ โอตาเรตฺวา มหาสตตํ ตุณฺหิมาสีนํ ทิสฺวา ปลงแสรกกรนนเช้าลง แลเห็นพระภัศดานิ่งมัทยัด มิได้ตรัสจำนันจา นางพญาเจ้าจึงกราบทูลด้วยพระคาถานี้ ดงงนี้ กิมิทํ ตุณฺหีภูโตสิ ข้าแต่สํเด็จบพิตรภัศดาดงงฤๅพ่อมามัทยัด มิได้ตรัสจำนันจา อปิ รตฺเตว เม มโน หนึ่งใจคอยจะขาดคิดฉงาย ด้วยนิมิตร้ายราตรีหลงง กาโกลาปิ น วสฺสนฺติ ท้งงไก่กาป่ารงงแลนกเค้า ก็เหงางยบซยบสงัด สกุณาปิ น วสฺสนฺติ ท้งงสกุณปักษาสัตว์สงบสยง ไม่จำรยงคยงคู่อย่างแต่ก่อน มตา เม นูน ทารกา ด่งงข้าคิดอาวรณ์รำพึงผิดใจ ฤๅสองเจ้าพิสมัยมรณา จากอกข้าแล้วแล กจฺจิ นุ เม อยฺยปุตฺต ข้าแต่พระลูกเจ้าจอมหวว ด่งงข้อยถามท่ววทุกพายเพอินมี มิคา ขาทึสุ ทารเก ฤๅสองศรีสริยจันทร จอมสวาดิ พาฬมฤคราชกินเป็นอาหาร อรญฺเ อีริเณ วิวเน ในอรัญญกันดารแดนดึกดงสงัด เกน นีตา เม ทารกา โอ้สองสวาดิสว่างอกแม่ สัตว์สิ่งใดแลลากไปกิน อาทู เต ปหิตา ทูตา ฤๅพระบรมนรินทร เธอทำทูตใช้ไป สู่สํนักนิ์ไทยธิราชอัยกา อาทู สตฺตา ปิยํวทา ฤๅสองแสนเสนหาสายสมร เข้าไปนานนอนหลับในอาศรม อาทู พหิ โน นิกฺขนฺตา ฤๅสองศุขารมย์ ชวนชายชํไม้เมิลป่า ขิฑฺฑาสุ ปสุตา นุ เต พระวงวิ่งวาศนาเด็กกำดัดเล่น เนวาสํ เกสา ทิสฺสนฺติ หนึ่งแต่เกษาหลอสักเส้น มิได้เห็นประจักษ์ หตฺถปาทา จ ชาลิโน ทงงหัตถบาทลักษณลายขำ จะหลอเหลือหลากไม่มี สกุณานญฺจ โอปาโต ฤๅภอทิชหัศดีลึงค์ลีลาศ โดยคัคนาอากาศเวหน เกน นิตา เม ทารกา ฤๅสัตว์ใดในป่าพระหิมพานตพาธา ฆ่าพระลูกยาท้งงสอง โสดแล ฯ เอวํ วุตฺเตปิ มหาสตฺโต น กิญฺจิ กเถสิ ในเมื่อพระมัทรี ทูลถามพระราชฤๅษีสักเท่าใด ท้าวเธอมิได้ตรัสไขข้อคดี แดด่วน อถ นํ สา เทว กสฺมา มยา สทฺธึ น กเถสิ โก มม โทโสติ ฯ วตฺวา จึ่งพระนงคราญครวญทูล ทุกข์ปุจฉาว่า เทว ข้าแต่ตนไตรนารถ โก มม โทโส ด้วยผู้ทาษโทษอนนใดมี น กเถสิ พระพนนปีป่วยกล่าวกลัดพระไทย มิได้จำนันจาด้วยข้าเล่า โฉมนางเจ้าจึ่งกล่าวพระคาถา ดงงนี้ อิทํ ตโต ทุกฺขตรํ ข้าแต่พระสวามินทรมหิศร ทุกข์ใดเดือดร้อนรำคาญข้า รฏฺา ปพฺพาชิตา อุโภ เป็นกำพร้าพลัดพระบุรี อรญฺเ วสนฺติยา เสด็จอยู่กลางอรัญวาสีสมเพทนักหนา ตฺยชฺช ปุตฺเต น ปสฺสามิ ท้งงทุกขฺทุเรศไห้โหยหา สองเพาพงาไม่เห็นหายแล้ว ชาลึ กณฺหาชินํ จุโภ ชื่อเชฏฐชายชาลีกัณหา ทุกข์นี้แน่นหนา กว่านิราศเมือง สลฺลวิทฺโธ ยถา วโณ ดุจวรรณฝีเพื่องฟูมหนองอนาถ มีชายชาติฉกรรจ์โกรธา จับศรสัตราวุธวิ่งแทง ที่วรรณโรคแรงเร่งเจ็บปวด เวทนานักแล อิทํปิ ทุติยํ สลฺลํ กมฺเปติ หทยํ มม ยญฺจ ปุตฺเต น ปสฺสามิ ตฺวญฺจ มํ นาภิภาสสิ ฯ อหํ อันว่าข้อยข้ามัทรี น ปสฺสามิ หนึ่งทุกข์ใดมิได้เห็น ปุตฺเต ซึ่งพระราชบุตร บทยบเท่าที่สุด เสมอเทวศ อภิภาสสิ อนนองค์อุตเมศไม่เอื้อนข้า อิทํปิ ทุติยํ ทุกข์นี้นักหนากว่าสองสถาน สลฺลํ ดุจปืนกาลผลานให้พินาศ ในอรัญญิกาวาศนี้แล ฯ

  อชฺช เจ เม อิมํ รตฺตึ ราชปุตฺตํ น สํสสิ มญฺเ โอกฺกนฺตสนฺตํ มํ ปาโต ทกฺขิสิโน มตนฺติ ฯ อยฺยปุตฺต ข้าแต่พระบรมราชโอรส สํสสิ เมาะ อภิภาสสิ ถ้าพระองค์มิได้พจนวาที ท้งงนี้ได้ตรัสคดีดีร้าย อิมํ รตฺตึ แห่งสองสายข้อยคอยหึง ในราตรีตรึงตรบัดนี้ มญฺเ ดงงข้ามัทรีทรงหมาย ปาโต ต้งงแต่พระอรุณเรืองฉายรุ่งเช้า ทกฺขิสิโน มตนฺติ พระบาทเจ้าจะได้ทอดทัศนา ซึ่งทรากศพสาธารณนอนตาย โอกฺกนฺตสนฺตํ มํ เป็นกเลวระอิดอายอนิจ อนนนยรชีพชีวิตน้นนแล ฯ อถ มหาสตฺโต กกฺขฬกถาย นํ ปุตฺตโสกํ ชหาเปสฺสามีติ จินฺเตตฺวา อิมํ คาถมาห เมื่อน้นนอันว่าพระมหาสัตว์ ก็ดํรัสด่งงนี้ มากูก็จะให้นางพญาคลาความทุกข์ทำงล ถึงลูกตนอนนมาด้วยความตรนักนี้กล่าวแกล้ง แส้งใส่กลหึงแหนแทนที่นางนาฎ ท้าวธกประกาศด้วยคาถา ด่งงนี้ นนุ มทฺที วราโรหา ดูกรเจ้ามัทรี นางมีศรีสาวหนุ่ม หน้าชวยชุ่มใจชายทุกแห่งแล ราชปุตฺตี ยสสฺสินี แล้วก็เป็นลูกสาวกษัตริย์ แสนสมบัติเหลือแหล่ ดินฟ้าแต่ตนนางเลิศแล ฯ

ปาโต คตาสิ อุญฺฉาย


[๑]คร้นนเช้าก็หิ้วกรนนเช้า  ชายป่าเต้าไปหาชาย
ลูกไม้บทนนงาย  จำงายราชอดยืน แม่ฮา
กิมิทํ สายมาคตา

คิดใดคืนมาคํ่า  อยู่จรหลํ่าต่อกลางคืน

เพราะเห็นกูโหดหืน  แลดูแคลนกูกลใด ด่งงนี้

 มทฺทิ ตฺวํ อภิรูปา ปาสาทิกา ดูกรเจ้ามัทรี นางมีโฉมอุดม แล้วก็เป็นที่ชม แห่งโลกยท้งงหลาย โสดแล หิมวนฺเต จ นาม พหู วนจรกา ตาปสวิชฺชาธราทโย วิจรนฺติ ดงงจริงอันว่าพนจร เป็นต้นว่าพิทยาธรแลดาบส นักพรตเดอนสบสถาน ในหิมพานต์นี้ก็มีมากโสด โก ชานาติ กิญฺจิ ตยา กตํ เพื่ออำเพอโทศทุราจาร เป็นการขบถ ด้วยนักพรตพนจร ในพนาดรกลางป่า ใครค่ารู้ใจนางโสดเลอย ตฺวํ ปาโตว คนฺตฺวา นางก็ไปแต่เช้า เข้ายงงป่า ก็ไปล่าเหล้นเต็มใจ แลนอ กิมิทํ สายมาคจฺฉสิ เจ้าอาไศรยแก่อนนใด แลไปแต่เช้าจรหลํ่า ต่อคํ่าคืนจึ่งมา แลมาแส้งใส่กลหาลูกนี้ ทหรกุมาเร โอหาย อรญฺคติตฺถิโยว นาม ชื่อว่าหญิงท้งงหลายแล เดอนดงแหล่งไหล้ ลลูกไว้ภายหลงงด่งงนี้ สสามิกิตฺถิโย วา อสามิกิตฺถิโย วา เอวรูปา น โหนฺติ แลนางหญิงท้งงหลาย อนนมีผวฺวก็ดี อนนบมีผววก็ดี แล้วร้ายกลกยจกายดุจนางมัทรีนี้ ก็หาบมีโสดเลย กึ นุโข เม ทารกานํ ปวุตฺตึ นางก็บมิรำพึง ด่งงนี้ อันว่าข่าวแห่งสองพงงงา ปานี้เป็นไฉน ดงงนี้ กึ เม วา สามิโก จินฺเตสฺสติ อนึ่งโสด ท้าวธผู้เป็นผววผ่านเผ้า ปานี้เจ้ากูอยู่ฉนนใด กินฉนนใด เป็นเพื่อนใคร โสดสิน เอตฺตกํปิ เตนาโหสิ อันว่าความเท่านี้บร้าง นางจำรำพึงถึงตูพ่อลูกท้งงสามตน รอยกังวลแต่ความอื่นฤๅ ปาโตว คนฺตฺวา จนฺทาโลเกน อสฺสมํ อาคมิสฺสติ นางก็ไปป่าแต่เช้าต่อคํ่า เข้าสนธยา จึ่งค่อยคืนมายงงพระกุฎี ด้วยรัศมีพระจันทรน้นน มม ทุคฺคตภาวํ โทเสน อนนนี้ก็มาเป็นโทษแห่งตน เพราะกูทรพล ไพร่ขับมาอยู่ป่า เมียร้ายลาดูแคลน ดงงนี้ ตชฺเชตฺวา นิพฺพชฺเชตฺวา กเถสิ ท้าวธก็แกล้งใส่กลหาโทษ กล่าวกลโกรธแก่นาง ดงงนี้ ฯ สา ตสฺส กถํ สุตฺวา อาห อันว่าเจ้ามัทรี คร้นนได้ฟังเสาวนี พระมหาบุรุษย์ กล่าวประทุษฐษิดลธา นางพญาก็ทูลดงงนี้ นนุ ตฺวํ สทฺทมสฺโสสิ บพิตรท้าวธยงงได้ยินสยงง สำนยงสัตว์ในป่าฤๅ เย สรํ ปาตุมาคตา สัตวดงงได้เป็นอาทิ์ คือราชสีห์จากถํ้า ไปกินนํ้าในสระน้นน สีหสฺสปิ นทนฺตสฺส สองสิงห์สีห์มี่ก้อง ในที่ท้องหิมวันตประเทศนี้ พฺยคฺฆสฺส จ นิกูชิตํ ท้งงสยงเสือโคร่งคำราม มาอยู่ดามด้อมหน อหุ ปุพฺพนิมิตฺตํ เม บพิตรเป็นต้น วารกลางเข็ญ ก็เกอดมาเป็นแก่กู โสดแล วิจรนฺตฺยา พฺรหาวเน เมื่อข้าเดอนดงใหญ่ เข็ญร้ายใช่สามานย์ก็มี ขณิตฺโต เม หตฺถา ปติโต บพิตร สยฺมใส่ด้ามก็ลุ่ยหลุด พรากพร้าวสุดราวตก แลพ่อฮา อุคฺคีวญฺจาปิ อํสโต กนนเชอหาบโหง ตกจากบ่าพกพลัดพราย แลพ่อฮา ตทาหํ พฺยถิตา ภีตา เมื่อน้นนธกเป็นตรดกตกใจ รรววใครแลจะเห็นในป่าน้นน ปุถุํ กตฺวาน อญฺชลึ ข้าก็ยออัญชุลี ลไล นบนอบไหว้เหนือหวว โสดแล สพฺพา ทิสา นมสฺสิสํ ทุกทิศท่ววบํบวง สันรวงโอนอาราธนแล อปิ โสตฺถิ อิโต สิยา ตยมแต่ข้าคอยไหว้ สวัสดิ์จงได้โสดสํบูรณ แต่ท่านเทอญ มา เหว โน ราชปุตฺโต อนนว่าพระแพศยันดรหน่อเหน้า อนนเป็นเจ้าแห่งตนนิวไส้ หโต สีเหน ทีปินา สีหเสือโคร่งแพดพิด เสือเหลืองหลีกหนีไกล ท่านเทอญ ทารกา วา ปรามฏฺา สองสายใจหนุ่มเหน้ากำพร้าแม่มัทรี นิกดี อจฺฉโกกตรจฺฉีภิ แลหมีหมาป่าเสือแผ้ว จงคลาศแคล้วความบยน บยดเทอญ สีโห พฺยคฺโฆ จ ทีปิ จ บพิตร เสือคร่งครืนสิงหสีห เสือเหลืองมีในป่านี้ ตโย วาฬา วเน มิคา ครื้มครเมมร้ายรา ในปวงป่าเป็นเข็ญ ใหญ่แล เต มํ ปริยาวรุํ มคฺคํ สามตววขวางทาง อยู่ข้างทางที่ ทางจะเที่ยวท่องน้นน เตน สายมฺหิ อาคตา ทงงข้ามาเมื่อคํ่า ไทท้าวพรํ่าปรานี หนึ่งรา เอวํ มหาสตฺโต ตาย สทฺธึ เอตฺตกเมว กถํ วตฺวา อันว่าพระมหาบุรุษย์ เมื่อท้าวธทำพุทธโกรธฺ ธก็เบิกพระโอษจรรจา ด้วยนางพญา แต่เท่าน้นน ยาว อรุณุคฺคมนา น กิญฺจิ กเถสิ แต่น้นนไปเถองอรุโณไทย ธก็บมิไขพระโอษฐจรรจา ด้วยนางพญาโสดแล ตโต ปฏฺาย มทฺที นานปฺปการํ วิลปนฺตี อาห จัมเดิมแต่น้นนเจ้ามัทรี ก็ทรงกรรแสงแครงครํ่ารํ่าไปมาด้วยนาน ประการด่งงนี้ อหํ ปติญฺจ ปุตฺเต จ อันว่ากูบำเรอแก่พณหวว ผู้เป็นผววผ่านเผ้า อีกสองเจ้าราชโอรสแม่นี้ อาจริยมิว มาณโว เงื้อนฝูงสิศยมฤธู อนนบำเรอครูเนืองนิตยน้นน อนุฏฺิตา ทิวารตฺตึ กลางคํ่าข้าก็บยืน ท้งงกลางคืนข้าก็บอยู่เลอย ชฏินี พฺรหฺมจารินี ห่อชฎาบุนยบวช ส้างแสวงผนวชในดง ดานนี้ อชินานิ ปริทหิตฺวา นุ่งหนังเสือพักพาด เปลือกไม้คาดคากรอง อีกโสด วนมูลผลหาริยา ย่อมโทนท่ยวแหล่งไหล้ เลมลูกไม้มาถวายแต่ท่านน้นน วิจรามิ ทิวารตฺตึ คํ่าเวรวันบอยู่ ลาแล้วสู่อาศรม บทน้นน ตุมฺหํ กามา หิ ปุตฺตกา เพื่อคำนึงในนารถ อีกสองเจ้าราชเอารสแก่แม่นี้ อิทํ สุวณฺณหลิทฺทํ อนี้เขาหมิ่นไหม้บดทยมทอง แม่เอาแก่สองกษัตรย์แม่นี้ อาภตํ ปณฺฑุเวลุวํ ตูมเหลืองหล่นสุกเอง รุกฺขปกฺกานิ จาหาสึ ผลไม้สุกโสภา แม่เก็บเอามาเพื่อเจ้าแล อิเม โว ปุตฺต กีฬนา ผลไม้มากหลากหลายมี สองโฉมษีประพาศ เล่นแล อิทํ มูฬาลิวตฺตกํ รากบวว ง่าวบววสด โอชารศอร่อยหวาน สาลุกํ จิญฺจเภทกํ กรจับตรการแกมราก รศลางหลากหลายพรรค์ ภุญฺช ขุทฺเทน สํยุตฺตํ เชอญจงฉันสรรพสิ่งนี้ เจือผึ้งวี่หวานวิเสศ สห ปุตฺเตหิ ขตฺติย ข้าแต่ไท้ธิเบศ กับยุพเรศสองสวาดิ์ ปทุมํ ชาลิโน เทหิ พระองค์จงประสาท ประทุมชาติแก่ชาลีเลิศลักษณ์ กุมุทํ ปน กุมาริยา เชอญจอมมิ่งมกุฎ ส่งดวงกมุทให้กัณหา มาลิเน ปสฺส นจฺจนฺเต เธอก็จะเห็นสองสวาดิ์ รับมาลีชาติ์พร้อมน่ากุฎี สิวิ ปุตฺตานิ อวฺหย ข้าแต่จอมสีพีราช จงเรียกนารถดไนยสองมาแล้ว ตโต กณฺหาชินา ยาติ หนึ่งแก้วกัณหา ชินานารถ จักยุรยาตรมาจากที่ไสยา โสดแล นิสาเมหิ รเถสภ พระองค์ผู้เกษมศุขสวัสดิ์บุรินทร์ จะเยือกยินสยงสวัสดิ์ มญฺชุสฺสราย วคฺคุยา แห่งกนิฐนารถนารี สยงเรี่ยรรี่กลม เพราะแล อสฺสมํ อุปยนฺติยา เจ้าดุ่มเดาะเดอนมา สู่ศาลาทิพาวาศน้นนแล สมานสุขทุกฺขมฺหา หนึ่งค่อยข้ากับจอมนารถ ร่วมศุขทุกขสังวาศแต่ก่อนมา รฏฺา ปพฺพาชิตา อุโภ บัดนี้สองเจ้าเข้ามาพลัดพราก บพาชนิยกำม์จำจากพระบุรี อปิ สิวิ ปุตฺเต ปสฺเสสิ เชอญมกุฎแก้วสีพีทอดพระเนตร สองเยาวเรศเสน่หา ชาลึ กณฺหาชินํ จุโภ ชาลีกัณหาสองสวัสดิ์ แสนสุดที่รักเจ้าแม่ฮา ตฺยชฺช ปุตฺเต น ปสฺสามิ ชรอยกำม์น้นนมาพูนเพิ่มให้ จึ่งจำพลัดอรไทยเภาพงงงา ชาลึ กณฺหาชินํ จุโภ ชรอยเจ้าชาลีกัณหาแก้วแม่ แม้นม่นนแท้มิยาเลอย ฯ สมเณ พฺราหฺมเณ นูน พฺรหฺมจริยปรายเน อหํ โลเก อภิสฺสปึ สีลวนฺเต พหุสฺสุเต ฯ นูน ด่งงข้าพระบาท สมเณ เคอยบริภาษพระสมณ พฺราหฺมเณ ซึ่งพราหมณ์เถ้าทชี พฺรหฺมจริยา ปรพฤดิพรหมจารียจำเริญวัตร พหุสฺสุเต พหูสูตรศีลสัจบริบูรณ์ ท่ยงแท้แล เอวํ วิลปมานายปิ ตาย สทฺธึ มหาสตฺโต น กิญฺจิ กเถสิ เมื่อสํเด็จพระมัทรีศรีวราราชสมมุติวงษ์ ทรงกรรแสง แครงครํ่ารํ่าไปมาด้วยประการฉะนี้ มหาสตฺโต อันว่าพระมหาสัตว์อุดม บรมราชฤๅษี ก็มิได้ตรัสจำนรรจาด้วยโฉมนางเจ้าเลอย สา ตสฺมึ อกเถนฺเต ในเมื่อพระมหาบุรษย ท้าวธกระทำพุทธโกรธ บมิเบอกพระโอษฐจรรจา กมฺปมานา ส่วนสมเด็จอัคชายามีพระกายกำปนาท อตฺตโน ปุตฺเต วิจินิตฺวา ธก็สรรจรประพาศแสวงหา พระราชโอรสา แห่งพระองค์ เยสุ เยสุ ชมฺพุรุกฺขาทีสุ าเนสุ เต ปุพฺเพ กีฬึสุ พุ่มพนัศพงใดๆ ดาษด้วยหมู่ไม้หวานเป็นต้น สองนฤมลเคอยสำราญแต่กาลก่อน ตานิ ตานิ านานิ ปตฺวา คร้นนบทจรเสาะแสวง ถึงตำแหน่งน้นนๆ ปริเทวนฺตี ธก็ครวญครํ่ารํ่ารำพันไปมา กล่าวพระคาถาดงงนี้ อิเม เต ชมฺพุกา รุกฺขา อนึ่ง ต้นหว้าหวานกรป่ำ ลูกสุกกํ่าแกมใบอยู่แล เวทิสา สินฺธุวาริตา ย่างทรายลัดลำลาว สาขาท้าวเทอญสินธุ โสดแล วิวิธานิรุกฺขชาตานิ อันว่าพฤกษต่างๆ เกอดสรล่างสรหลอนงาม ในที่นี้ เต กุมารา น ทิสฺสเร แต่สองบงงอรท้งงคู่ บมิเห็นปรากฏอยู่ณที่ในหมู่ น้นนแล

 อสฺสตฺถา ปนสา เจเม โพพนอมขนุนขนนนอยู่ในอวกาศนี้เห็นงาม โสดแล นิโคฺรธา จ กปิตฺถนา ไซรชรมดงดาษ ขวิดขวนนขาดตกดิน อยู่แล วิวิธานิ ผลชาตานิ ดอกไม้ก้ยวเกษา ลูกไม้ราแรงเสพยนี้ เต กุมารา น ทิสฺสเร แต่สองสร้อยศรีโอรส บมิเห็นปรากฏพุ่มผลเกษสดน้นนแล อิเม ติฏฺนฺติ อารามา ใบเพลดพวงกิ่งก้าน มีอยู่ทุกสถาน โสดไส้ ยตฺถสฺสุ ปุพฺเพ กีฬึสุ ทีราแรงประพาศ นํ้าห้วยหาศวงงวล ใหญ่น้นน เต กุมารา น ทิสฺสเร แต่พี่น้องแน่งนฤมล แม่บเห็น นทีห้วยหาศเยนน้นนแล วิวิธานิ ปุปฺผชาตานิ อันว่าสร้อยสรภู่ต่างๆ บานกรช่างแซงใบ อยู่ใส้ อสฺมึ อุปฺริปพฺพเต อยู่จอมด้วยกรกวด กิ่งก้านรวดรยงงามอยู่น้นน ยานสฺสุ ปุพเพ ธารึสุ เคอยกรสองทัดทาน เป็นสังวารวรรวยร อยู่น้นน เต กุมารา น ทิสฺสเร บุษบาบานบโรย สองเอโอยอกเปล่าแล วิวิธานิ ผลชาตานิ ลูกไม้ไหล้เหลืออยู่ ซ่องสรภู่เพศพวง มาศแล อสฺมึ อุปริปพฺพเต บานบนเขาขยวสรด ทงงวงกฏการญ รอบแล ยานสฺสุ ปุพฺเพ ภุญฺชึสุ ลูกไม้เมื่อสองเสวอย รากไม้เคอยสองเสพยแล

 เต กุมารา น ทิสฺสเร ผลไม้ลูกสุกใส ผลบานใบเอออนนนี้แล อิเม เต หตฺถิกา อสฺสา รูปช้างชลชำนิ รูปม้าที่เห็นยงง อยู่แล พลิพทฺธา จ โน อิเม รูปวววเถลองแถลงอยู่ ปิน้นนเป็นคู่โสดสองกษัตรย์ แก่แม่แล เยหิสฺสุ ปุพฺเพ กีฬึสุ เครื่องบันเลงสองบงงออน เหล้นแต่ก่อนยลอยู่ไส้ เต กุมารา น ทิสฺสเร รูปช้างม้ากล้ากลาด รอยรูปราชตายไป แก่แม่ฤๅ อถสฺสา ปริเทวนฺสทฺเทน เจว ปทสทฺเทน จ มิคปกฺขิโน จลึสุ เมื่อน้นน อันว่าเนื้อแลนก ตื่นตกใจพพร่นน ด้วยสยงนางไห้ สน่นนสรเนาะพาษธารา แลฝีตีนนางเดอนหาลูกน้นน ฯ สา เต ทิสฺวา อาห อันว่านางนาฏ คร้นนเห็นพิหคดาษดยรดง แลมฤคในพงพนมท้งงหลาย นางก็ฟายนํ้าแหบไห้ ถึงลูกไท้ดาบศ กำศรดด้วยพระคาถาดงงนี้ อิเม สามา สโสลูกา อนี้รูป ซรายแดงแลตววต่าย แสรกสรานร่ายรงงรยง อยู่น้นน พหุกา กทลีมิคา เห็นวนนออกอรกนน ตูมตามผนนผังแล่น เล่นแล เยหิสฺสุ ปุพฺเพ กีฬึสุ เป็นเพื่อนเล่นลูกน้อยชมชื่น อวยเอาใจแต่ก่อนไส้ โสดแล เต กุมารา น ทิสฺสเร สัตว์สิงยงง เหลือแหล่ ลูกน้อยแม่ซัดไป แห่งหนใดแก่แม่นี้ อิเม หํสา จ โกญฺจา จ วานนี้หงษาสารสยงก้อง กรยนร่อนร้องรับฝูง อยู่แล มยูรา จิตฺรเปขุณา ยูงทองจับยูงทอง ยางยูงย่องยางโทน อยู่ไส้ เยหิสฺสุ ปุพฺเพ กีฬึสุ สองสายใจโบดก ย่อมชมนกในเถื่อนนี้ เต กุมารา น ทิสฺสเร เห็นแต่หงษลีลาศ สองเจ้าราชลีลาไป แห่งหนใด ดงงนี้

 สา อสฺสมปเท ปิยปุตฺเต อทิสฺวา อันว่าเจ้ามัทรี คร้นนบมิเห็น สองกษัตรย์สายสวาดิ์ ในด้าวอาวาศอาศรมบทน้นน ตโต นิกฺขมิตฺวา นางกออกจาก อาศรมบท แห่งท้าวทรงพรตเสด็จอยู่น้นน ปุปฺผิตวนฆฏํ ปวิสิตฺวา เจ้าก็เข้าไปใน ดงดอกไม้ ไห้จรัลหา ที่สองพงงารยงเหล้น อยยวว่าเร้นรอก ซอกซอนอยู่น้นน ตํ ตํ านํ โอโลเกตฺวา อาห เจ้าก็แกล้งแลหา ก็บมิเห็นสองพงางาม ในสนามที่เหล้น น้นนๆ นางก็ซ้นนสวดคาถาดงงนี้ อิมา ตา วนคุมฺพาโย ว่าอันนี้ปาทรสุม ทำทุมไพรพนัศถานนี้ ปุปฺผิตา สพฺพกาลิกา แกมด้วยดอกดวงบาน อนนตรการรอบคอบน้นน ยตฺถสฺสุ ปุพฺเพ กีฬึสุ พระนอมใดดงงเร้น สองย่อมเหล้นหลายสถานทุกแห่งแล เต กุมารา น ทิสฺสเร พระนอมไพรเหลือแหล่ พระน้อยแม่เมื่อใดลูกเอย อิมา ตาโปกฺขรณี รมฺมา อ้าอนี้ไกรพแกมสโรช ชลชวยโบษขรณี สนุกนิน้นน จกฺกวากูปกูชิตา จากพากพิหค พญานกร้องรงม อยู่แล มนฺทาลเกหิ สญฺฉนฺนา บววขมขาวสรดื่น บววเผื่อนชื่นไขขจร มากแล ปทุมุปฺปลเกหิ จ บววหลวงอีกอุบล ทงงจงกลแกมอยู่แล ยตฺถสฺสุ ปุพฺเพ กีฬึสุ สระใดสองทรงโสรจ อนนชื่อโบษขรณี แต่ก่อนน้นน เต กุมารา น ทิสฺสเร บววบานสรอาด หนาบววมาศแม่กบเห็นเลอย ลูกฮา

 สา ตตฺถ ปุตฺเต อทิสฺวา อันว่าเจ้ามัทรี คร้นบมิเห็นสองกษัตรียบังอร ในพนานดรประเทศน้นน ปุน มหาสตฺตสฺส สนุติกํ คนฺตฺวา นางก็คืนมายงงสํนักนิ์ พระภรรดาธิราช เล่าแล ตํ ทุมฺมุขํ นิสินฺนํ ทิสฺวา อาห นางก็เห็นพระโพธิสัตว์ ทำบรางมุขยเสด็จ นงมงซังมิจรรจา เจ้าก็สวดคาถาทูลพระกรุณาดงงนี้ น เต กฏฺานิ ภินฺนานิ บพิตรท้งงฟืนตองบมิเผามิผ่า มาแต่ป่าทำคยดโสด น เต อุทกมาภตํ ทงงนํ้าในธบมิแต่งมิตัก เมียรักท้าวธกทำคยดโสด อคฺคิปิ เต น หาปิโต ทงงไฟฟืนธก็บมิกองมิก่อ ข้าน้อยพ่อธกทำคยดโสด กินฺนุ มนฺโทว ฌายสิ ดงงฤๅธมิปากมิต้งงด้วยข้า เงื่อนไขชาแลกมงง พ่อฮา ปิโย ปิเยน สงฺคมฺม คนใดเลอยแลจะเป็นที่รักษ ดุจเจ้าจอมจักรรักษ์ หายากแล สมฺโมหํ พฺยปหญฺติ แม่มีทุกข์ทำงลเท่าฟ้า คร้นนเห็นหน้าราชก็หายทุกข์แล ตฺยชฺช ปุตฺเต น ปสฺสามิ เห็นแต่หน้าธผู้เป็นผววผ่านเผ้า หน้าลูกเต้าก็บเห็นโสดเลอย ชาลึ กณฺหาชินํ จุโภ คือกุมารเภาพงา คือแก้วกัณหาแก่แม่นี้ ตาย เอวํ วุตฺเตปิ มหาสตฺโต ในเมื่อพิลาปลาลดอาดูร แลนางทูลแก่พระราชฤๅษีสิทธิ์น้นน ตุณฺหีภูโตว นิสีทิ อันว่า พระราชฤๅษีบมิติงบมิท้วง เจ้ากบมิอาจล่วงเล็งเห็น ลำเค็ญพระราชหฤไทยท่านได้ โสดเลอย สา ตสฺมึ อกเถนฺเต ในเมื่อท้าวธบมิจรรจา ด้วยนางพญาดงงน้นน โสเกน สลฺลสมปฺปิตา อันว่าเจ้ามัทรี ก็เร่งมีโสกเสมอศรแสลง แลแขนงหฤไทย นางนาฎน้นน ปหฏกุกฺกุฏา วิย กมฺปมานา นางก็มีตนพพร่นน ส่นนรรววดุจตัวไก่ อนนธทระไม้ค้อนไล่ตามทัน รันให้อ่อนน้นน ปุน ปมํ วิจริตฏฺานานิ วิจริตฺวา นางก็หาสองพงาคืนเล่า ในที่เก่าตนหาก่อนน้นน มหาสตฺตสฺส สนฺติกํ ปจฺฉา อาคนฺตฺวา อาห คร้นนนางบมิเห็นสองกษัตริย์ เจ้ามัทรีก็คืนมายงงพระมหาบุรษย เศร้าสร้อยละห้อยสวดคาถาดงงนี้ น โข โน เทว ปสฺสามิ บพิตรบมิเห็นสองอ่อนน้อย แห่งเราเจ้าค้อยขาดใจตาย ฤๅพ่อฮา เยน เต นีหตา มตา เพื่อสิงสัตว์เข่นข้ยว ลักคาบค้ยวคากิน มิยาเลอย กาโกลาปิ น วสฺสนฺติ กาผู้ผววก็บแขกขานกนน แอกอาสัญรบานี้ มตา เม นูน ทารกา รอยรูปสองตายท่ยง จึงสงบสยงนิ่งเลอย น โข โน เทว ปสฺสามิ หากแต่คํ่า จรลํ่าแล้ว บมิเห็นสูท่านเลย เยน เต นีหตา มตา สองสายใจจอมมิ่ง ยยวสกุณฆ่าทิ้งทอดเสีย มิยาเลอย สกุณาปิ น วสฺสนฺติ นกพู่ผู้ผววบพ้อง นกเมียบร้องนิ่งน้อยนี้ มตา เม นูน ทารกา รอยรูปสองสูญตาย ดงงแม่หมายบมิ ยาเลอย ตาย เอวํ วุตฺเตปิ มหาสตฺโต น กิญฺจิ กเถฺสิ เมื่อสมเด็จพระมัทรีกราบทูลดงงนี้ พระบรมราชฤๅษี บมิตอบพาที ดุศดีภาวนิ่งอยู่แล สา ปุตฺตโสเกน ผุฏฺา ปุตฺเต อุปธาเรนฺตี ฝ่ายสมเด็จพระยุพยอดนารี แสนโศกีด้วยพระเยาวเรศ ทนเทวศแสวงหา ตติยวารํ ตานิ านานิ วาตเวเคน วิจริ ตระเวนกลับไปมาสิ้นตติยวาร ในานที่น้นนแล ตาย กิร เอกรตฺตึ วิจริตฏฺานํ ปริคฺคยฺหมานํ ปณฺณรสโยชนมตฺตํ อโหสิ ดงงได้ยินมา ที่โฉมนางพญา เตรดเตรนตระเวนหา แต่ในราตรีดยว กำหนดทางที่ท้าวธท่ยวตรหลบไปมา ถ้าจะคลี่คลายขยายมรคาออกไปได้สิบห้าโยชน์โดยไกล โสดแล อถ รตฺติ วิภายิ กษณน้นน อันว่าราษราตริน กสุดสิ้นสว่างแล อรุโณ อุทโย ชาโต อันว่าพระอรุโณไทยไขศรี ส่องรัศมีรุ่งกล้าฟ้าแจ้งแล สา ปุนาคนฺตฺวา มหาสตฺตสฺส สนฺติเก ิตา ปริเทวิ อันว่าพระมัทรีศรีแผ้ว ไม่พบพระลูกแล้วแลกลับมา ดิษาน เฉภาะภักตราพระมหาดิลกโลก ก็ปริเทวกนนแสงโศกร่ำไร ในสำนักนิ์ธแล ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่า พระไตรโลกุตตมพรหมมารทรจุธากประกาศคาถา ให้สราพกท้งงหลายฟงง ดงงนี้ สา ตตฺถ ปริเทวิตฺวา อันว่าพระมัทรี เสวอยพระทุกข์ปริเทว ท่ยวหาในหิมวา ปพฺพตานิ วนานิ จ ทุกสิงขร ขอบแค่คูหาหุบเหวคีรีย์เรืองผาเพองเขา ปุน เทวสฺสมํ คนฺตฺวา จึ่งกลับตนตลบมา สู่สุทสาลาคราญสลดใจ โรทิ สามิกสนฺติเก ก็พิโรธรํ่าไรไห้โหยโรยแรง ในสำนักนิ์แห่งพระสวามีน้นน น โข โน เทว ปสฺสามิ ข้าแต่ราชาธิราชเรืองญาณ ซึ่งสองราชกุมารไม่เห็นหาย เยน เต นีหตา มตา ดงงฤๅราชมฤครานรอนชีพลูก แม่ม้วยมรณ์แม่นถวิล กาโกลาปิ น วสฺสนฺติ จึ่งไก่กาโกกิลแลเค้าเขา บขนนขานคู่เคล้าคลึงคลอ มตา เม นูน ทารกา ชรอยรูปน้อย หน่อนิราศร้างแม่ ตายจากอกแล้วแลหลากนัก น โข โน เทว ปสฺสามิ ข้าแต่ตนตำฤษแรงรน หนีข้อยบยลศรีภาคย์ เยน เต นีหตา มตา สัตว์ใดลุลาภลำเภา ภาพี่น้องนงเยาว์ยินหนอ สกุณาปิ น วสฺสนฺติ ท้งงปักษาสัตว์สงบงอเหงางยบ บโจนจับจยบเจรจา มตา เม นูน ทารกาดงงข้อยคนึงหน้าใจหาย เห็นว่าสองสวาดิ์วางวายชีพแม่นแท้ เทอญ วิจรนฺตี รุกฺขมูเลสุ เมื่อคอยลระท่ยวหา แห่งห้องหิมวา รุกขรายร่มรยงชลาทาน ปพฺพเตสุ คุหาสุ จ ทุกสิงขรพิศาลสานูเนอนเขาคนนทโขดคูหาสวรรค์ น โข โน เทว ปสฺสามิ ข้าแต่สมมุติเทวนนวรบาท ค่อยบยลเยาวราช เลอยพ่อ มตา เม นูน ทารกา ด่งข้อยนึกหน้าหน่อธิราช ขันธขาดชีวาตม่นนแม่น แท้แล อิติ มทฺที วราโรหา ราชปุตฺตี ยสสฺสินี พาหา ปคฺคยฺห กนฺทิตฺวา ตตฺเถว ปติตา ฉมาติ ฯ มทฺที อันว่าพระมัทรีศรีสุนทรที่แล้วเลิศนาง วราโรหา เห็นอุดมรูปสรรพางค์ พิมลภักตร์ ยสสฺสินี มีอุกฤษเกียรติยศศักดิสฤงฒาร ราชาปุตฺตี เป็นธิตุท้าว ท่านมัทธราช พาหา ปคฺคยฺห ยกกรค่อนอกอาตมโอ้อาไลย กนฺทิตฺวา กันแสงโศก สุดหฤทัยธดำรง ปติตา สิ้นกำลังล้มลงแลอนาถ สุวณฺณกทลีขณฺฑํ วิย ดุจต้น กทลีมาศ อันดล ฉมา เมาะ ปวิยํ เหนือแผ่นพสุธา ดลดาญสลบ ตตฺเถว ปาทมูเล แทบบาทมูลเมิลสยบแสยงเนตร เวสฺสนฺตรสฺส แห่งสมเด็จพระเพศยันดรภัศดา ด้วยประการดงงนี้ แล ฯ อถ มหาสตฺโต มตา มทฺทีติ สญฺาย กมฺปมาโน กษณนั้น สมเด็จพระมหาสัตว์สุริยวงษ์ มีพระองค์หวาดหว่นนไหว สำคัญว่า มัทรีตักไษยสวรรค์คต อุปฺปนฺนพลวโสโก ทรงพระกำสรด แสนโศก ด้วยชายาวิโยคเป็นกำลงง ก็ต้งงวิตกว่า อฏฺาเน วิเทเส มตา มทฺที ว่าแม่มัทรีใช่ถิ่นาน ที่มโหฬารประเทศ ฤๅมามรณเดษดยว อนาถา สเจ หิสฺสา เชตุตฺรนคเร กาลกิริยา อภวิสฺส ถ้าทำกาลกิริยา ในเชตุดรมหานครราชฐาน มหนฺโต ปริวาโร อภวิสฺส จะมีมหันตบริวารบำรุงบรมศพ เทว รฏฺานิ จเลยฺยุํ พยงพิภพ บันฦๅล่นนสน่นนหนาว ไทท้งงสองบุรีท้าวจะไหวหวาด อหํ ปน อรญฺเ เอกโกว แลกูอยู่ในอรัญญิกาวาศผู้ดยวด่งงนี้ กินฺนุ โข กฺริสฺสามิ จะทำไฉนดีศพพระมัทรีหนอ สตึ ปจฺจุปฏฺเปตฺวา พระบรมหน่อพุทธางกูรต้งงสติ ดำริว่าตายฤๅไฉน ชานิสฺสามิ ตาว จำจะไปดูให้รู้แท้ อุฏฺาย เสด็จไปน่งงแค่คยงพระสริโรตมางค์ หทเย ทกฺขิณหตฺถํ เปตฺวา ยกทักษิณหัตถวางอุรางคประเทศ สนฺตาปปวตฺตึ ตฺวา จึ่งรู้เหตุแห่งสันตปคียงงอุ่นอยู่ ยงงไม่สู่สวรรค์คต กมณฺฑลุนา อุทกํ อาหริตฺวา ทรงพระเต้าสุธารศค่อยประพรม สตฺตมาเส กายสํสคฺคํ อนาปนฺนปุพฺโพปิ กำหนดนิยมแต่ก่อน ทรงบรรพชากรถึงเจ็ดเดือนแล้ว จะได้วี่แววสำผัศ ปริมัชนพระมัทรี หามิได้ พลวโสเกน ปพฺพชิตภาวํ สลฺลกฺเขตฺตุํ อสกฺโกนฺโต วนนน้นนไซร้พระโศกเป็นกำลงง จึงมิอาจต้งงสมฤดี ซึ่งภาวเป็นชีน้นนได้ อสฺสุปุณฺเณหิ เนตฺเตหิ พระอัศุชลลามไหลฟูมเนตร ตสฺสา สิสํ อุกฺขิปิตฺวา สองพระกรประคองเกษ พระดาบศินี อูรูสุ เปตฺวา ประดิษฐานที่พระเพลา อุทเกน ปริปฺโผสิตฺวา ประพรมพระเจ้า ด้วยชลชาติ์ มุขญฺจ หทยญฺจ ปริมชฺชนฺโต นิสิทิ แล้วประองค์พระภักตรแลอุรปรเทศ คอยทรงสังเกตอัสสาสประสาส มทฺทีปิ โข โถกํ วีตินาเมตฺวา แม้ว่าพระมัทรีสภัพ รงับงยบสงบอยู่น่อยหนึ่ง สตึ ปฏิลภิตฺวา ท้าวธจึงได้สมฤดี หิโรตฺตปฺปํ ปจฺจุปฏฺเปตฺวา แล้วก็มีกลยดกลววบาป อุฏฺาย มหาสตฺตํ วนฺทิตฺวา เสด็จอุฐาการกรานกราบพระภัศดา สามิ เวสฺสนฺตร ทารกา เต กุหึ คตาติ อาห ทูลถามว่า ข้าแต่พระแพศยันดรสวามี เจ้ากัณหาชาลีศรีสวาดิ จรจากอาวาศไปถานที่ใด พ่อฮา เทวิ เอกสฺส พฺราหฺมณสฺส ทาสตฺถาย มยา ทินฺนาติ พระบรมโพธิสัตว์ ก็ตรัสพร้องว่า ดูกรท้าวน้องมัทรี เจ้ากัณหาชาลีสายสุดสวาดิ พี่ยกให้เป็นทาษพิฒาจารย์ แต่วนนวานนี้แล้วแล ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่า พระโลกเชษฐาจารย์ ก็มีพุทธโองการพระคาถา ให้กษิณาศรพท้งงหลายฟงง ดงงนี้ ตมชฺฌปตฺตํ ราชปุตฺตึ อุทเกนาภิสิญฺจถ อสฺสตฺถํ นํ วิทิตฺวาน อถ นํ เอตพรฺวิ ฯ มหาสตฺโต อันว่า พระบรมราชฤๅษี ราชปุตฺตึ ทฤษนพระมัทรี ตมชฺฌปตฺตํ ถึงวิสัญญีสลบทอดพระองค์ลง อุทเกน หน้าพระภักตรทรงพระเต้าตักวารีรด อสฺสตฺถํ นํ เห็นอัสสาสวาตปรากฏฟื้นสมฤดี เอตทพฺรวิ จึงตอบวาทีนุชนารถ อถ นํ โดยนัยท้าวประสาทสองศรี แก่ชูชีชกาจารย์ วนนวานนี้แล ตโต ตาย เทฺว ปุตฺเต พฺราหฺมณสฺส ทตฺวา มม สพฺพรตฺตึ ปริเทวิตฺวา วิจรนฺติยา กึ เม ตํ น อาจิกฺขสีติ วุตฺเต สมเด็จพระวรราชมัทรี พจนพาทีตอบสาร เมื่อพระราชสมภารพุทธพงษ์ บพิตรทรงบริจาค สองเพื่อนยากเป็นทาน เหตุฤๅทรมานผู้ข้า ท่ยวทุเรศรํ่าหาสิ้นราษราตรี เพื่อคดีใดพ่อ มหาสตฺโต อาห พระมหาสัตว์ก็ตอบด้วยพระคาถา ดงงนี้ อาทิเยเนว เต มทฺทิ ดูกรมัทรีท้าวน้อง พี่บปราถนาพร้องบอกคดี ทุกฺขํ นกฺขาตุมิจฺฉิสํ แต่เดอมทีเห็นจะอาดูรทุกข์เทวศพูนมาก โสดแล ทลิทฺโท ยาจโก วุฑฺโฒ อ้าแม่จงสดับสาร ยังมีพราหมณ์พฤฒาจารย์ยาจก พฺราหฺมโณ ฆรมาคโต ทุรพลคนทลิทกกำพร้า เซซังมาสู่อาวาศสถานสำนักนิ์เรา โสดแล ตสฺส ทินฺนา มยา ปุตฺตา หนึ่งสองกุมารเพื่อนไร้ เราอุทิษอวยให้แก่ทชี มทฺทิ มา ภายิ อสฺส ดูกรเจ้ามัทรี อย่าทุกข์ทวีแสนโศก นักเลอย มํ ปสฺส มทฺทิ มา ปุตฺเต บนนเทาทุเลารัก พระลูกลง จงเห็นแก่อาตมประสงค์สัพพัญญุตญาณ มา พาฬฺหํ ปริเทวยิ ดูกรพระท้าวน้อง เจ้าอย่ารํ่าปริเทวนาการมากนาน โสดแล ลจฺฉาม ปุตฺเต ชีวนฺตา เรายืนยงงไปจะได้พบพี่น้องนงคนรลักษณ์วิไลย อโรคา จ ภวามเส เจ้าจงหักรานโรคาพยาธิ์ ค่อยครองชีวาตม์ ไปแล ปุตฺเต ปสุญฺจ ธญฺญฺจ หนึ่งสวิญญาณทรัพย์อนนใดโดยยิ่งบุตรภรรยา ยญฺจ อญฺํ ฆเร ธนํ อวิญญาณกทรัพย์นับด้วยเข้าเปลือก แลเข้าสาร ทชฺชา สปฺปุริโส ทานํ อย่างพระโพธิสมภารเป็นทางสัปรุษ ตามพระพุทธประเพณี ทิสฺวา ยาจกมาคเต แม้มนุษยกปนาจำนง ขอสิ่งประสงค์ประสาททาน อนุโมทาหิ เม มทฺทิ อ้าแม่จงมีมหันตปรีดาลดูประโยชน์ น้นนแล ปุตฺตเก ทานมุตฺตมํ เจ้าจงอนุโมทนปิยบุตร อนนเป็นมงกุฎบารมี มทฺที อาห พระมัทรีศรีสุดา ปรนตเหนือมกุฎเกษาทูลด้วยพระคาถา ดงงนี้ อนุโมทามิ เต เทว ปุตฺตเก ทานมุตฺตมํ ฯ เทว ข้าแต่บพิตรโพธิพงษ์ อนุโมทามิ ปวรา ข้อยขออนุโมทนา ปุตฺตเก ซึ่งพระปิยบุตรบริจาค เต เมาะ ตยา แห่งพระบรมสากยาภินิหาร ทานมุตฺตมํ ซึ่งพระบรมทานอนนอุดม ทตฺวา จิตฺตํ ปสาเทหิ ให้แล้วปสนาการ เพิ่มผ่องพระทานบารมี โสดแล ภิยฺโย ทานํ ทโท ภว พระไทยทำนองถ่องทวี คูณทางที่จะบำเพ็ญพระโพธิญาณ น้นนแล โย ตฺวํ มจฺเฉรภูเตสุ กมลไม่ตรหนี่ ตามทางพุทธประเพณีแต่อดีตกาลน้นนมา มนุสฺเสสุ ชนาธิป ข้าแต่พระชนาธิเบศูร สองหน่อพุทธางกูรเกอดก่อ พฺราหฺมณสฺส อทา ทานํ ทรงพระประสาทสองสุริยายอดรักษ์ หักให้แก่พราหมณ์ น้นนแล สิวีนํ รฏฺวฑฺฒโน อนนจำเริญราชสิพีพหลหรรษา ปราโมชโมทนา น้นนแล ฯ เอวํ วุตฺเตปิ มหาสตฺโต ในเมื่อพระมัทรีทูลฉลองบาท จึงสมเด็จบรมนารถสนองว่า มทฺทิ กินฺนาเมตํ กเถสิ ว่าแม่วิมลสุดาดงงฤๅเจ้ามาพร้อง สเจ หิ มยา ปุตฺเต ทตฺวา จิตฺตํ ปสาเทตุํ นาภวิสฺส ถ้าพี่บำเพ็ญแลบผ่องใสสัทธา อิมานิ เม อจฺฉริยานิ นปฺปวตฺเตยฺยุํ ไหนอัจฉริยายิ่งจะบงงเกอด สพฺพานิ ปวินินฺนาทาทีนิ ตสฺสา กเถสิ บพิตรก็ผายเพอดพิธีแถลง สรรพอัศจรรย์แจ้งแจงนาง สิ้นทุกปางแล ตโต มทฺที ตาเนว อจฺฉริยานิ ปริกิตฺเตตฺวา กษณน้นน อันว่าพระมัทรีศรีวรลกษณเลิศนาง ธก็รํ่าปางอัจฉริยานิเทศ ถวายพระเพศยันดรภัศดา อนุโมทนฺตี เอวมาห เมื่อจะอนุโมทนาพระปิยบุตรทาน กโถมนาการด้วยพระคาถา ดังนี้ นินฺนาทิตา เต ปวี ข้าแต่พระองค์ทรงสรรพลักษณ์ ปางพระจอมจักรบริจาคทาน สทฺโท เต ติทิวงฺคโต สยงตลอดเมืองอมรมินมโหรณพ จนภวัคคภพพรหมมาน สมนฺตา วิชฺชุตา อาคุํ ท้งงแสงสายอสุนีการ กำเริบรองจักรพาฬน้นนแล คิรีนํ ว ปฏิสฺสุตา ต้องคีรียเขาขอบขันธ ขจายท่ววทิศต่างๆ ตสฺส เต อนุโมทนฺติ เทพยท้งงหลายก็ปราโมช ช่วยอนุโมทนา ด่งงนี้ อุโภ นารทปพฺพตา หนึ่งนารทปรากฏ บรรพตเทวดาท้งงสองช้นนฟ้า น้นนแล อินฺโท พฺรหฺมา จ ปชาปติ ท้งงอินทร์พรหมบรมปชาบดีเดช ท่ววทุกประเทศต่างต่าง โสโม ยโม เวสฺสวณฺโณ จ ราชา ท้งงโสมยมเทเวศเพศวรรณราชา สพฺเพ เทวานุโมทนฺติ ชุลิน้อมนมัสการอนุโมทน์ ซึ่งสองประสาทโสดแสดงผล เพื่อเป็นทศพลภายหน้า น้นนแล ตาวตึสา สอินฺทกา สรรพเทวคณานับ ไตรตรึงษสถิตย์ ท้งงองค์อำมฤตยกฤษดาญ อิติ มทฺที วราโรหา ราชปุตฺตี ยสสฺสินี เวสฺสนฺตรสฺส อนุโมทิ ปุตฺตเก ทานมุตฺตมนฺติ ฯ มทฺที อันว่าพระมัทรีศรีสุนทรางค์ วราโรหา วรรูปารมเยศ เห็นลำเภาเพศพิมลเบญจางค์ ลักษณ์เลิศฟ้า ราชปุตฺตี เป็นบรมราชธิดาอดุลดวงสวาดิ แห่งท้าวมัทธราชชาติเชื้อสมมุติพงษ์ ยสสฺสินี กอปกฤดิบริวารยศยงฦๅเลื่อง ทุกแมนเมืองหมู่กษัตริย์ อนุโมทิ ก็ทรงพระโสมนัศยินดีด้วย ธก็ช่วยอนุโมทนา ปุตฺตเก ซึ่งสองเสนหาบุตรทาน ทานมุตฺตมํ เพื่อพระโพธิญาณอนนวิเสศ เวสฺสนฺตรสฺส แห่งพระเพศยันดรภัสดาด้วยประการด่งงนี้ มทฺทีปิ ตเถว ทานํ วณฺเณตฺวา สมฺโมทมานา นิสีทิ อันว่าพระมัทรี สรรเสริญพระทานบารมีดุจหนหลงง ก็นิสีทนสโมสร ด้วยพระแพศยันดรน้นนแล

มทฺทีปพฺพํ นิฏฺิตํ


๙๐ พระคาถาบริบูรณ์.



 [๑] ที่ตรงนี้ มีในจินดามณี ยกไปเป็นตัวอย่างลำนำ ๑๑ ถ้อยคำผิดเพี้ยนกันไปบ้าง ข้างไหนจะถูกกับของเดิมก็ไม่ทราบคัดมาไว้สำหรับนักปราชญ์พิจารณา ดังนี้

ครั้นเช้าก็หิ้วเช้า  ชายป่าเต้าไปตามชาย

ลูกไม้จึ่งครันงาย  จำงายราชอดยืน
เป็นใดจึ่งมาค่ำ  อยู่จรหลํ่าต่อกลางคืน

เห็นกูนี้โหดหื่น  มาดูแคลนนี้เพื่อใด




๑. ท้าวสักกเทวราช ทรงแปลงเพศเป็นพราหมณ์มาทูลขอพระนางมัทรี พระเวสสันดรก็ทรงบำเพ็ญทานบริจาคให้แก่พราหมณ์
๒. เมื่อท้าวเธอได้รับพระราชทานพระนางมัทรีแล้วก็ถวายคืน แล้วทูลว่าพระองค์เป็นท้าวสักกเทวราช มาเพื่อประทานพรแด่พระองค์ ขอพระองค์จงเลือกอัฐวราพร
๓. พระเวสสันดร ขอพรแปดประการแด่ท้าวสักกเทวราชช มีปรากฏในกัณฑ์ สักกบรรพนี้.

กัณฑ์สักรบรรพ

  เอวนฺเตสุ อญฺมญฺํ สมฺโมทนียํ กเถนฺเตสุ ในเมื่อสองไท้ ราชดาบส ษาพิมตไปมากล่าวแก้วททานราชเอารส สองราชเวนแก่ชูชกแล้ว จึ่งไท้ชมธรรม ด่งงนี้ สกฺโก เทวราชา จินฺเตสิ เมื่อนั้นท้าวพันตา พระญาไตรตรึงษ์ ก็รำพึงด่งงนี้ อยํ เวสฺสนฺตรมหาราชา หิยฺโย ชูชกสฺส มหาปวิ อุนฺนาเทตฺวา ทารเก อทาสิ อันว่า พระเพศยันดรราชฤๅษี ยังปถพีธให้พินาศ เมื่อประสาทสองรักราชกุมาร แก่ ชูชกาจารย์ในวันวานนี้ โสดแล ฯ อิทานิ โกจิ หีนปุริโส นํ อุปสงฺกมิตฺวา ในกาลบัดนี้โสด อันว่าชายโหจผู้ใด ก็จะตั้งใจเข้าไปสู่ ถึงที่ไท้ธเสด็จอยู่นั้น สพฺพลกฺขณสมฺปนฺนํ สีลวตึ มทฺทึ ยาจิตฺวา ก็จะขอเจ้ามัทรีอันมีศีลอันชอบ กอปรด้วยสรรพลักษณ์ แก่เจ้าจอมจักรโสดแล ราชานํ เอกกํ กตฺวา ก็จะให้ไท้ธอยู่ลิงโลจ ตรอมตรโมจพระองค์ ในไพรพงพนเวศนั้น มทฺทึ คเหตฺวา คจฺเฉยฺย ชายนั้นก็จะพาเจ้ามัทรี ดาบษศินีนักยศ อันมีประดิพรตแด่ราช เทียรแคล้วคลาศคลาไป โสดแล ฯ ตโต เอส อนาโถ นิปฺปจฺจโย ภเวยฺย เมื่อนั้นเจ้าจอมจักร ก็จะหาที่ พำนักนิบมิได้ ไท้ธก็จะอยู่เอกาดม ในอาศรมอาศนาจลนั้น ยนฺนูนาหํ พฺราหฺมณวณฺเณน นํ อุปสงฺกมิตฺวา อันว่ากูจะไปสู่ ถึงที่อยู่พระดาบศด้วยพรตอันเป็นพราหมณ์นั้น มทฺทึ ยาจิตฺวา กูจะขอเจ้ามัทรี แด่พระราชฤๅษี สรรพเพชญ์นั้น ปารมิกูฏํ คาหาเปตฺวา ก็จะให้พระราชฤๅษี ยกยอดบารมีทาน เพิ่มสมภารที่จะเป็นพระพุทธนั้น กสฺสจิ อวิสชฺชนียํ กตฺวา ก็จะไว้นางพระยาให้รักษาจอมราช อย่าให้ธประสาทแก่ผู้ใด ใครผู้หนึ่งนั้น ปุน นํ ตสฺเสว ทตฺวา อาคมิสฺสามีติ ครั้นกูถวายเจ้ามัทรีแด่พระราชฤๅษีแล้วเสร็จ กูจะเสร็จสู่พิมานสถานไตรตรึงษคืนเล่าเทอญ ฯ

  โส สุริยุคฺคมนเวลายํ ตสฺส สนฺติกํ อคมาสิ ในกาลเมื่อ ท้าวพันแสง เสด็จครแลงเลออากาศ อันว่าเจ้าฟ้าราชอมร ยังสำนักนิภูธรทานเหง้า แห่งสอง เจ้าราชดาบศเสด็จ อยู่นั้น ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าพระไตรโลกยครู สวยมภูญาณนายก ดิลกรัตนจุทา ก็บันทูลคาถาแก่สราพกทงงหลาย ด่งงนี้ ฯ ตโต รตฺยา วิวสาเน สุริยสฺสุคฺคมนํ ปติ สกฺโก พฺราหฺมณวณฺเณน ปาโต เนสํ อทิสฺสถาติ ฯ ภิกฺขเว ดูกรขศิณาสรพภิกษุทงงหลาย ตโต รตฺยา วิวสาเน เมาะ ตาย รตฺติยา อจฺจเยน ในเมื่อราษราตรี สายสารศรีสิ้นสาง กระซ่างฟ้าเห็นกัน ฯ โส สกฺโก อันว่าจอมสวรรค์ฟอกฟ้า ถ้วนหน้าเรียกพันตา สุริยสฺสุคฺคมนํ ปติ ท้าวธ อาไศรยแก่พันแสง เสด็จครแล่งเลอเวหาศ ฯ อทิสฺสถ เมาะ อตฺตานํ อทิสฺสถ ธก็แกล้งประกาศให้เห็นองค์ ฯ ปุรโต เนสํ ทฺวินฺนํ ขตฺติยานํ ดูยันยงคโอภาษ ต่อหน้าราชท้งงสอง ปาโต เมื่อรงงรองตารุ่งมุ่งตาฟ้า พฺราหฺมณวณฺเณน เมาะ พฺราหฺมณเวเสน พลิกหน้าเพศมาเป็นพราหมณ เสงี่ยมสารงามกว่าชื่นแล ฯ

  วตฺวา จ ปน ปฏิสนฺถารํ กโรนฺโต อาห อันว่าอินทร พราหมณ์จะทำปราไศรยเสน่หา ด้วยพระญาใจธรรม ก็ทูลด้วยพระคาถาด่งงนี้ กจฺจิ นุ โภโต กุสลํ บพิตร อันว่าความไข้เจ็บเหน็บเหนื่อย มล้าเมลื่อยเจ้ากูยงงมี โสดฤๅ ฯ กจฺจิ โภโต อนามยํ อันว่าความสนุกนิศุกสานต์ สำราญราชยงงมีฤๅนาท้าว ฯ กจฺจิ อุญฺเฉน ยาเปถ เลี้ยงเนื้อเกื้อตน ด้วยแสวงหาผลยงง ง่ายฤๅ ฯ กจฺจิ มูลผลา พหู ลูกหมากรากไม้ ยงงมีแด่ไท้ธภอฉัน มากฤๅ กจฺจิ ฑํสา มกสา จ ริ้นร่านห่านยุง ยงงคาสคุงใจราชฤๅ ฯ อปฺปเมว สิรึสปา งูเงี้ยว เขี้ยวขอนอนาทรธ ยงงมี โสดฤๅ ฯ วเน วาฬมิคากิณฺเณ ป่าพงดงกว้าง แกว่นหมู่ช้างเสือสีห์ สัตว์สิงฤๅ ฯ กจฺจิ หึสา น วิชฺชติ หิงษาพาโทษแห่งสัตว์นั้น โสด ยงงมีแก่ท่านฤๅ ฯ เอวํ วุตฺเตปิ มหาสตฺโต เตน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กโรนฺโต อาห ในเมื่ออินทพราหมณ์ ทูลความปราไศรยแล้วเสร็จ สมเด็จพระมหาบุรุษราช ก็มีพระสาศนสนองพราหมณ์คืน ด่งงนี้ กุสลญฺเจว โน พฺรหฺเม ดูกรพราหมณ์ อันว่า ความพยาธิปวดแห้ง ก็บแกล้งเกิดแก่เรา โสดแล อโถ พฺรหฺเม อนามยํ สำราญ บานใจ ก็มีในเราทุกเมื่อไส้ อโถ อุญฺเฉน ยาเปม รักษาพยาบาลด้วยผลาหารยงงง่ายไส้ ฯ อโถ มูลผลา พหู ส้มสูกลูกไม้ ยงงค่อยได้ครันฉันมากแล อโถ ฑํสา มกสา จ ยุงขบดิ้นริ้นขบแขงเหลือบแยงใจก็บมีสักสิ่งโสด อปฺปเมว สิรึสปา งูพิศม์เขี้ยวเงี้ยวพิศม์เขน ก็บเปนอันตกแก่เรา โสดเลย วเน วาฬมิคากิณฺเณ ป่าดงพงใหญ่สัตว์ร้ายใช่สามาญย์ ก็บมี หึสา มยฺหํ น วิชฺชติ ยายีบีทา แห่งคณาสัตว์ทงงหลายก็บมี โสดแล ฯ อปิจ ปน มหาพฺราหฺมโณ อาห หนึ่งพระโพธิสัตว์ก็ท่าว กล่าวแก่พราหมณ์คืน ดงงนี้ ฯ สตฺต โน มาเส วสตํ อรญฺเ ชีวโสกินํ ฯ โภ พฺราหฺมณ ดูกรพราหมณ์ พฺราหฺมโณ นาม ชื่อว่าพราหมณ์พิเศษ โน เมาะ อมฺเหหิ แลตูผู้ท้าวนิรเทศ จากเมืองมิ่ง วสตํ เมาะ วสนฺตานํ อันสิ่งสังวาศแสวงผล อิมสฺมึ อรญฺเ ในไพรสนฑ์ นิเปนเรือน สตฺต โน มาเส สิ้นเจ็ดเดือนจรลํ่า ที่ตูสร้างศีลลสาธ นานนินชี อิทํปิ ทุติยํ ปสฺสามิ เราเมื่อลชีมีชาติ ยลเปนทุติยบาท โสด ฯ พฺราหฺมณํ เทววณฺณิตํ เราเห็นพราหมณ์ งามเงื่อนดงงพรหม มาเปนศรมณเปนสาธุโสด ฯ

  อาทาย เวลุวํ ทณฺฑํ เท้าไม้ผากไม้ไผ่ เพียงตูมไข่ตูมขวิด จะแจ่มแล ธาเรนฺตํ อชินกฺขิปํ ทรงอัคคนีโหมอัคคนีหุตร ธรรมสาศ ลีลาดำเนอรมาดูมลากแล อโถ เต อทุราคตํ ธมาไกลดุจใกล้เพียงพ่างให้ภอเห็นดงงนี้ อนฺโต ปวิส ภทฺทนฺเต ธมาภบมาพางไกล นํ้าอางอํ้าอบออมอยู่นี้ ปาเท ปกฺขาลยสฺสุ เต เชอญธชำรชำราบ ด้วยน้ำอาบน้ำอบองค์นี้ ติณฺฑุกานิ ปิยาลานิ หมากหวดแลหมากหาด ลูกพลับดาษพลอง ดงมากแล ฯ มธุเก กาสมาริโย ลูกซางลูกซองแม้ว ม่วงขอแนวม่วงไข่ แตงกวาไร่ แตงแกวมากโสด ผลานิ ขุทฺทกปฺปานิ ลูกไม้เอมไม้อ้อย เงื้อมผึ้งน้อยผึ้งนิ่มนั้น ภุญฺช พฺรหฺเม วรํ วรํ ลูกไม้งอนไม้งอม เชอญชีถนอมกินถนัดจงอิ่มเทอน อิทํปิ ปานิยํ สีตํ นํ้าเย็นเฉื่อยเยนฉํ่า ตักแต่คํ่าไว้แรมคืน มากแล อาภตํ คิริคพฺภรา นางตักตรองตั้งแต่ง ที่ทุกแห่งเหวเขาใหญ่นั้น ตโต ปิว มหาพฺรหฺเม ลูกไม้ลูกมันมาก แต่ภอปากภอเปนภักษนั้น สเจ ตฺวํ อภิกงฺขสิ เชอญธกลืนธ กล้ำรศแห่งนํ้าแห่งใน จงโดยใจ ท่านเทอน เอวญฺจ ปน มหาสตฺโต อาห อันว่า พระมหาสัตว์ครั้นกะทำปราไศรยด้วยอินทพราหมณ์แลเสร็จ พระสรรเพ็ชญ์ก็กล่าวคาถา ด่งงนี้ ฯ

  อถ ตฺวํ เกน วณฺเณน ดูกรพราหมณาจารย์ เพื่อประการกลใดนิ้วสิ้น เกน วา ปน เหตุนา เห็นทองเหตุฉันใด แลธต้งงจงใจครโครนี้ อนุปฺปตฺโตสิ พฺรหารญฺํ จึ่งมาลุไพรพงดง แหล่งไหล้ ที่ตูสองไท้กทำกรรมในป่านี้ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉโต ดูกรพราหมณ์ กูถามธบอกแจ้ง รักแกล้งกล่าวจงเห็นหนึ่งรา ฯ

  สกฺโก อาห อินทพราหมณ์ก็ทูลพระกรุณาแก่พระมหาบุรุษขึ้นด่งงนี้

ยถา วาริวโห ปูโร  สพฺพกาลํ น ขียติ
เอวนฺตํ ยาจิตาคจฺฉึ ภริยํ  เม เทหิ ยาจิโต ฯ

 โภ เวสฺสนฺตร ข้าแต่พระเพศยันดรราชฤๅษี ยถา วาริวโห เมาะ ยถา อุทกวาโห ด่งงฤๅ ด่งงนทีแท้ ท้าวกล่าวคลายคคก อันมิรู้บกรู้บ้าง ชีวมาโน อันมีรอดบ้าง คคลาน ปญฺจสุ มหานทีสุ ในแม่นํ้าน่านห้าประการ คงฺคา ยมุนา อจิรวตี สรภู มหีมหานทีสงฺขาเตสุ อันธกล่าวคือประวาลคงคายมุนาอจิรวะดีสรภู มหิมหานที เที่ยงมั่น แลแม่น้ำนั้นโสด ปูโร เมาะ อุทเกน ปูโร อันโจษจรร ด้วยอุทกอันอธึก สนฺทมาโน อันฦกไหลหลั่งแถมถั่งมาบมิขาด อโนตตฺตาทิโต อันมีแต่อาทิอัฎอา สมญาชื่ออโนตัตต์ ชเนหิ แลทวยสัพสัตว์ฝูงคน ปิปาสิเกหิ อันครหนครหาย เครื่องจะตายลำบาก อดปากแห้งนักหนา ตํ นทึ อาคนฺตวา ก็มายงงแม่น้ำนั้นมิน้อย นับด้วยร้อยด้วยพัน อุทกํ โอสิญฺจิตฺวา โกยกันตักเต็มใจ นทีใส สุทธชาติ หตฺเถหิ วา ด้วยมือสาจเสนงโบยก็ดี ภาชเนหิ วา ด้วยให้โกยกัลออม บ้างก็แชชอมโชรมอาบ ปีวมาโน กินหลายคาบหลายครา น ขียติ ก็บมิรู้คลารู้คลาศ ก็บมิรู้แปลนหาดเห็นชาย สพฺพกาลํ กินต่อตายก็บมิรู้สิ้นรู้สุด ตุวํ อันว่าท้าวธผู้จะ หวังเปนพระพุทธ ใจบริสุทธิหน่อไท้ น ขียติ ก็บมิรู้ไร้รู้ร้อย ก็บมิรู้ถอยรู้ถด แลฦๅพระยศด้วยพระทาน ให้ด้วยหาญโจมจ่าย ให้ด้วยง่ายบมิคิด สพฺพกาลํ เนานองนิตย์ทุกเมื่อ เพื่อฤๅแลว่าด่งงนั้น ตุยฺหํ สทฺธาย ปริจิตตฺตาย เหตุหมั่นหมั้น กรรุณา เอวํ ดุจนั้นแลมหาราช อหํ อันว่าข้าผู้เถ้า เชื้อชาติชีพราหมณ์ อิทํ การณํ มญฺมาโน คิดความงามด่งงนี้เที่ยง อาคจฺฉึ ขวัญเกี่ยงได้เปนดี ผี้ชักชวนมาสู่ ตว สนฺติกํ ถึงที่อยู่พณเกล้า ยาจิตุํ เพื่อข้าเถ้าท่านมาขอ ภริยํ ซึ่งเมียกษัตรพอใจ ราช ตํ ตุวํ แดพระบาทเจ้าใจธรรม ภริยํ เม เทหิ ยาจิโต ฯ ตฺวํ อันว่าท้าวผู้จะ หวังปองโปรดสัตว์สู่สวรรค์ฟากฟ้า ยาจิโต มยา แลข้ามาขอเปนลาภ ภริยํ ซึ่งเมียท้าวธคาบนี้จงได้ เทหิ อย่าไว้เลอยณพ่อ เร่งเกื้อก่อการธรรม์ ให้ด้วยพลันทันแคลน เม แก่ข้าผู้มาถึงแดนดงใหญ่ คืออันใฝ่ฝันเห็นพระบาทนี้ ฯ

  ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต โสมนสฺสปฺปตฺโต หุตฺวา อันว่าพระมหาสัตว์ ครั้นได้ยินคำพราหมณ์ด่งงนั้น ก็อันชื่นชมมโนภิรมย์ โสดแล ฯ ปสาริตหตฺเถ สหสฺสตฺถวิกํ เปนฺโต วิย พระโพธิสัตว์ ดุจชายหนึ่งเปนดี มีอัทยาไศรยจะใคร่ให้ทาน ก็ประดิษฐานถุงทองพันหนึ่ง ยื่นซึ่งมือผู้มาขอ พึงภอใจกว่าชื่น แล ฯ ปพฺพตปาทํ อุนฺนาเทนฺโต อาห ท้าวธก็จะให้นินนาท ก็เกรือกบาทบรรพต เซิง พระยศปองป่าซาพระยศปองปือ ฦๅพระยศทั่วสองสวรรค์ ทัลบาดาลบดล ท้าวธก็นิพนธคาถาแถลงท่าวกล่าวแก่พราหมณ์พฤฒาจารย์ ด่งงนี้ ฯ

ททามิ น วิกมฺปามิ  ยํ มํ ยาจสิ พฺราหฺมณ
สนฺตํ นปฺปฏิคูหามิ  ทาเน เม รมเต มโน ฯ

  โภ พฺราหฺมณ ดุกรพราหมณ์นักสิทธิ อหํ อันว่ากูผู้มีจิตรใจธรรม ททามิ ก็บมิครรหิตให้แล มม ภริยํ ซึ่งเมียท้าวแท้ทานทางธรรม ตสฺส ตุยฺหํ แก่ท่านผู้มาแส้งสมพองใจขอ อหํ อันว่ากูผู้จะยอยอดทานบารมีทั่วฟ้า ทั่วเหล่งหล้าเมืองคน น วิกมฺปามิ เมาะ น ผนฺทามิ ใจกูก็บมิจินต์จลสักสิ่ง ตสฺมึ ภริเย ในที่จะให้เมียมิ่งยอดสงสาร โส ตฺวํ อันว่าท่านผู้เปนพฤฒาจารย์ผู้เถ้า นย เมาะ นยาหิ เชอญชีคอยเคร่าครองเอาไปดั้งดงใหญ่คลายคล้อย ยถา อชฺฌาสยํ โดยสมพองแห่งพฤฒาจารย์อันค่ามกันดารมาถึงเรานี้ท่วน ฯ

  ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ สตฺถา อันว่าพระสาศดาบพิตร จะ ปกาสิตคาถา แก่กษิณาศรพยทงงหลาย ด่งงนี้ มทฺทึ หตฺเถ คเหตฺวาน ธก็กุม เบื้องหัดถาไท้มหิษี อันมีลักษณะเชื้อชาติบวรวงษ์นั้น อุทกสฺส กมณฺฑลุํ ธก็ทาย กุณฑีอันเต็มด้วยนํ้าทักษิโณทก ยกยอมาเมื่อนั้น พฺราหฺมณสฺส อทา ทานํ ท้าว ธจับจ่ายเปนทาน ให้ด้วยหานด้วยหื่น ให้ด้วยชื่นด้วยชม บปรารมปรารพยเลย สิวีนํ รฏวฑฺฒโน จำเรอญราษฎรสบกเษตร ทุกประเทศเมืองเกษม เปรมประชา ศุขสานติ์ ในเมื่อกาลกัษณนั้น ตทาสิ ยํ ภึสนกํ ในเมื่อธให้พระมัทรีเปนทาน ทั่ว จักรพาฬพึงกลัวกว่าชื่นแล ตทาสิ โลมหํสนํ แม้มนุษย์ตื่นเต้น ก็มาเส้นแสยงหัว โสดแล มทฺทึ ปริจฺจชนฺตสฺส ในเมื่อไท้ธประสาท เมียรักราชเปนทานน้นน เมทนิ สมกมฺปถ แผ่นดินดานไหวหวั่นร้องก้องปรั่นประดิรพยทั่วแล เนวสฺส มทฺที ภกุฏี โฉมเหง้าเยาวยิ่งพนิดา ดวงภักตราไปนิ่วน้อย คำรนถ้อยบโทษไท้ นั้นเลย น สนฺธียติ น โรทติ ห่อนฤๅไข้ควรมารยาษกรรุณา โศกาใจดูไทผู้บาล ท้าวอวยทานทำเทียมทาษ แดประดาษอินทรพราหมณ์นั้น เปกฺขเตวสฺส ตุณฺหิยา เยียว่าดวงวร ยุพเยาว์ เมอลภักตรท้าวผู้สวามินทร์ จงจิตรพร้อมถวิล โสดแล เอส ชานาติ ยํ วรํ นางท้าวธบวิจก จอมดิลกไตรโลกย์ รอยอาโภคหันเหตุการิยอำนวยทาน ด่งงนี้ อมฺโภ พฺราหฺมณ มทฺทิโตปิ เม สตคุเณน สหสฺสคุเณน สตสหสฺสคุเณน ฯ

  โภ พฺราหฺมณ ดูกรพฤฒาจาริยใจจำเริญ อรสเทอนทวยลออ ย่อมพึง ภอจิตรเห้า แต่บเท่าดวงสร้อยสรัพ ได้ร้อยเท่า แสนส่วรแล ฯ สพฺพญฺญุตาณเมว ปิยตรํ อิทํ เม ทานํ สพฺพญฺญุตาณปฏิเวธสฺส แต่ตูร่ำรักพระโพธิญาณ เหตุการณ์โสดจุงเจาะใจ อำนวยให้แท้ที่รัก เปนบรมัตถอัคคทาน ด่งงนี้ ฯ

  วุตฺตํปิ เจตํ เหตุการณ์นั้นเที่ยงแท้ พระผู้แปรปราบพลมาร จึ่งแสดงสารแก่สราพกทงงหลาย ด่งงนี้ ชาลึ กณฺหาชินํ ธีตํ คือชาลีลํ้าโลก กัณหาโยคเยาวยศ พ่อนั้น มทฺทึ ปติพฺพตํ ทงงพนิดาดวงบริจาค ผู้เพื่อนยากยิ่งปฏิทาน แล จชฺชมาโน น จินฺเตสึ อำนวยทานทางพุทธพงษ์ บลางหลากพระไทรุมรอนในพายหลังท่านแล โพธิยาเยว การณา ปราถนายังสมบัติอื่น ฤๅเรืองรื่นใจจิตร ท่านแล ฯ น เม เทสฺสา อุโภ ปุตฺตา ส่วนสองตรุณน้อยหน่อทงงคู่ เปนที่ชูชื่นจิตร ท่านแล มทฺที เทวี น อปฺปิยา อีกโฉมนางผู้เพื่อนลำเคญ เทียรย่อมเปนที่รักท่านไซ้ สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ แต่ตูรํ่ารักพระโพธิญาณ ยกยอดเยาวโยค อันจะได้ปัทโมกขนฤพานนั้นแล ฯ ตสฺมา ปิเย อทาสหํ เหตุการณ์นั้นโสดจุงเจาะใจ อำนวยให้แท้ที่รักเป็นบรมทานโสด อถ มหาสตฺโต สมเด็จพระมหาสัตว์ เลงทัศนทั่วภักตรนาง ยังอางขนางปางฤๅ โสดแล ฯ สา กึ มํ เทว มุขํ โอโลเกสิ สมเด็จพระมัทรีมีพระเสาวนีทูลท่านไท้ เยียไฉนแลเลงภักตร์ ทรงลักษณ์ก็ประกาศ ด้วยพระคาถาดงงนี้ ฯ

โกมารี ยสฺสาหํ ภริยา  สามิโก มม อิสฺสโร
ยสฺสิจฺเฉ ตสฺส มํ ทชฺชา  วิกฺกีเณยฺย หเนยฺย วา ฯ

 สามิโก ข้าแต่พระผู้นั่งเกล้า อหํ อันว่าข้อยข้าเค้าแต่เยาวมาล อิสฺสโร จอมอิศราจอมอิศเราผู้ข้าควรแล อิจฺเฉ ตสฺส อ่าองค์จงปราถนา อำนวยข้าแก่ ยาจกได้ ขอองค์ไท้ให้นั้นเทอน วิกฺกีเณยฺย หเนยฺย วา แม้พราหมณ์พรํ่าปราถนา ลำมังษาธนาสรรพ์ จงทรงธรรม์ขายข้า เอามังษาทรัพย์ให้พราหมณ์ตามท่าน เทอน อก สกฺโก เตสํ ตสฺส ถุตึ อกาสิ กัษณนั้นท่านท้าวพันตา ทราบอัทยาว่า ดาบศสอง ควรคำพร้องสร้องสรรเสอญแด่ท่านนั้น ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ผู้ทรงจตุปาริสุทธศีล สตฺถา อันว่าพระมุนีมหิษรีสาศดา ก็บันทูลคาถาด่งงนี้ เตสํ สงฺกปฺปมญฺาย แจ้งปราถนาแห่งสองไท้ อันทรงพระราชศรัทธาเสมอกันโสดแล เทวินฺโท เอตทพฺรวิ สมเด็จอำมรินทรเจ้าฟ้าจึงไขวรอรรถแก่ท่านด่งงนี้ สพฺเพ ชิตา เต ปจฺจุหา อันว่าปรปักขมัจฉิริยัน จอมทรงธรรม์ปราศจากได้นั้นแล เย ทิพฺพา เย จ มานุสา อันว่าปรจามิตรหมู่ประจุหา คือมัจฉิริยายิ่งโลพัน พวกเกียจกันสวรรคสมบัติโลกายศอีกมนุษย์นั้น แล นินฺนาทิ ตา เต ปวี พื้นแผ่นวสุนธรา จอมโลกาให้หวั่นไหว ทั่วโลกธาตุ โสดแล สทฺโท เต ติทิวงฺคโต ศรัทสรรเสริญท้าว ตรหลอดด้าวพรหมโลกย์ ทั่วทุกแห่งนั้น แล สมนฺตา วิชฺชุตา อาคู สายฟ้าใช่รดูกาลก็บันดาลสว่างวาบ รอบหิมเวษ ด่งงนี้ คิรีนํว ปฏิสฺสุตา เสียงพันฦกกึกก้อง ในห้องท้องพนมมาศ ก็ประกาศปรากฏด่งงนี้ ตสฺส เต อนุโมทนฺติ สร้องสาธุการประกาศ แก่จอมราชทานเจ้าก็จักรพาฬโสดแล อุโภ นารทปพฺพตา ฝ่ายฝูงอมโรภาษ อันวินาศในพนมพนานั้นแล อินฺโท จ พฺรหมา จ ปชาปติว จ ท้าววชิราเปนสวามินท์อนงคสุชาดา ทงงท้าวประชามหาพรหม นั้นแล โสโม ยโม เวสฺสวณฺโณ จ ราชา ทงงท้าวพระญายมโสมราช มีเป็นอาทิ์อิศเวศสุวรรณโสดแล สพฺเพ เทวานุโมทนฺติ พร้อมเพรียงสรรเสริญทานท้าว ช่วยอนุโมทนาทานทั่วจักรพาฬ ด่งงนี้ ทุกฺกรํ หิ กโรติ โส สมเด็จพระเพศยันดร ดวงดิลก ธยอมยกพระมหิษรี แก่วชิรพราหมณ์ นั้นแล ฯ ทุทฺททํ ททมานานํ อันว่าบุตรทานบริจาค บุคคลยากจะอวยได้ ยอยกไว้แต่ท่านนั้น ทุกฺกรํ กมฺมกุพฺพตํ องคอริยสรัปบุรุษ อันสัมปยุตด้วยปรีชามาน ปราถนาพวงโพธิญาณ เทียบเทียม ปานหนึ่งจอมหล้านั้นแล อสนฺโต นานุกุพฺพนฺติ อสรัปบุรุษชาติ ฤๅห่อนอาจทำได้ เหมือนท่านไท้ บรมเพศยันดรโสดแล สตฺํ ธมฺโม ทุรนฺนโย มูลธรรมแห่งสรัปบุรุษ ตนพาลสุดจะยงงยากนักแล ตสฺมา สตญฺจ เหตุนั้น อันสรัปบุรุษวิเสศ อิกบุคเลศ อสรัปบุรุษ ครั้นตนสิ้นสุดสกลด่งงนี้ นานา โหติ อิโตคติ มีที่ดลบเดียวกัน ครั้นตนผลสิ้นสุด จากมนุษยโลกา ก็ไปสู่ทิศาต่างกันแล อสนฺโต นิรยํ ยนฺติ ส่วนว่าฝ่ายอสันตชาติ ครั้นม้วยชีวาตม์ ก็ดลนรกานั้นแล สนฺโต สคฺคปรายนา อันว่าประยุรสรรพสรัปบุรุษ อาสันสุดเมือเมืองฟ้าเล่าแล ยเมตํ กุมาเร อทา พระผู้เป็นจอมอิศวราช ทรงประสาทสองเอารศ เพียงพิมกดในวันทวารนั้น ภริยํ อทา วเน วสํ ฤๅซ้ำทานบถดถอย เติมนิ่มน้อยในวันนี้ ปรีดิ์เปรม พรัศถานธอยู่นั้น พฺรหฺมยานมโกกฺกมฺม กุศลทวีปเกรงกริ่ง เปนญาณยิ่งยงงอาตมา สัตว์จตุรารอดกันดารนั้น สคฺเค เต ตํ วิปจฺจตุ โดยเดชทานให้ศุภผล เมือเมืองบลเบื้องดุสิต จอมโมลิศลุประมาณในอาสานสุด โพ้นแล เอวมสฺส สกฺโก อนุโมทนํ กตฺวา สมเด็จท้าววรวชิรา อุโฆษนาในปิยทาน ไท้ผู้บาลเพศยันดรด่งงนี้ อิทานิ มยา อิเธว ปปญฺจํ อกตฺวา อิมํ อิมสฺเสว ทตฺวา คนฺตุํ วฏฺฏตีติ จินฺเตตฺวา อาห อาจช้าอยู่ฤๅได้ จวนจวบถงายเบื้องวรพร แดอดิษรราชฤๅษรี ดำริด่งงนี้พนุภาคย์ ในแปลวากยไขด้วยสารคาถาด่งงนี้ ททามิ โภโต ภริยํ ข้าแต่พระผู้จอมโมลีสร้อย มหิษรีมีลักษณา ตูผู้ข้าขอเวนไว้ แดท่านไท้ด่งงเก่าแล มทฺทึ สพฺพงฺคโสภิณึ ทรงนามอนงคมัทรี กัลยาณีดีล้วนเลิศสรรพางคแล ตฺวญฺเจว มทฺทิยา ฉนฺโน พระผู้ยอดยศโภคัย คู่ควรไทอรเทพี ยศเลิศแล มทฺที จ ปตินา สห ส่วนสร้อยนาถมัทรี นามวรศรีสมบูรรณพงษ์ กับเทวองคอรรคสวามินทร ทานแล อุโภ สมานวณฺณิโน อันว่าธรรมชาติทงงสอง บริสุทธิผ่องเพียงสามรรถแล ยถา ปโย จ สงฺโข จ คือ สังขตประโยธรชาติ สมามาศมีฉันใดโดยธรรมดาแล เอวํ ตุวญฺจ มทฺที จ พระผู้ยอดยศโภคัย คู่ควรไท้อรเทพี เทพอับษรสัตรีนั้นแล สมานมนเจตสา แต่ดวงจิตรมีพระราชศรัธา เสมอกันดุจนั้นแล อวรุทฺเธตฺถ อรญฺสฺมึ ฝูงทวยราษฎร์นิรเทศไท้ มาเนาในอรัญทุเรศ เขตไกรพระนครนั้นแล อุโภ สมฺมถ อสฺสเม ท้าวทงงสองสมบูรณชาติ เนื่องนิราศในอาศรม เทพรงงสรรถวายพระพร ด่งงนี้ ขตฺติยา โคตฺตสมฺปนฺนา อันอดิษรเสมอกัน ยิ่งประยุรพันธุพงศ์ขัติเยศประกอบแล สุชาตา มาตุเปตฺติโต ทงงพันธุ์เผ่าจอมปิตุราช อิกอรรคราชมารดรของท่านแล ยถา ปุญฺานิ กยิราถ สองพระองคทรงสร้างสม พึ่งนิยมก่อเกื้อการ ส่วนแก่นสารพูนเพิ่มใน อย่าเคล้อมใจไท้ทงงสองท้าวแล ททนฺตา ปราปรํ ให้เกือบกองภินโยยิ่ง กว่าทานสิ่งซึ่งผ่องแผ้ว ในกองแก้วเขตอุดรอุดมแล ฯ อถ สกฺโก มหาสตฺตสฺส มทฺทึ ปฏิจฺฉาเทตฺวา กษณนั้นท่านท้าวพันตา เวนวรชายาแด่ท่านไท้ เมื่อจะให้แจ้งอาตมา เพื่อวราวรถวายพร จึ่งอนุษรแสดงโดยพระคาถา ด่งงนี้

สกฺโกหมสฺมิ  อาคโตสฺมิ ตวนฺติเก
วรํ วรสฺสุ ราชิสิ  วเร อฏฺ ททามิ เต ฯ

  โภ ตาปส ข้าแต่พระดาบศผู้จอมใจอาริย์ ผู้ฆ่ามารมันทเทเวศ อมรวิเสศไตรตรึงษา ตวนฺติเก เมาะ ตว สนฺติเก เคียมค่อยมาดลสำนักนิ์ จอมจักรนักไทธรรม วรํ เมาะ อฏฺวเร พระองค์พงษเชฐเชฐา อัฐวราเริงรับไว้บัดนี้ ททามิเต ผู้ข้ามาหวังจะถวาย พรแดไท้แปดประการ แก่ท้าวจอมจักร สกฺโกปิ จอมอมรเทพไท้เทพี กเถนฺโตเยว ไขวากยมธุราเพราพร้อง สุริโยว วิย โอภาษด่งงดรุณสุริเยศ อากาเส ธก็สถิตย์ปรทับท้อง แห่งห้องพนาไลย โพธิสตฺโต อาห อันว่าพระมหาสัตว์ จะรับพระพรแปดประการ จากท้าวมัฆวาน ก็ซั้นสวดคาถาด่งงนี้

วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร ฯ

 อโท สกฺก บพิตรไท้เทเพนทรผ่านเผ้า เกล้าสุรโลกยเมาลี อิสฺสร อันเปนอธิบดีษรี อิศร สพฺพภูตานํ เมาะ เทวสงฺขาตานํ แห่งภูตนิกรอมรแมนเมืองฟ้า ตฺวํ อันว่า เจ้าข้าผู้เป็นจอมนารถ เจ อโท ผิไท้ธประสาทประสิทธิ ตํ วรํ พรพิพิธมงคล อฏฺวิธํ ประการดลแปดสิ่ง เม เมาะ มยฺหํ แก่เราผู้ดาบศอันพลัดพระนครมานี้ ปิตา มํ อนุโมเทยฺย สมเด็จอัคเรศบิดร ฤๅให้อ่อนเคลื่อนคลายโกรธ ปรีดิปราโมทย์ ออกมารับบทข้าบาทแล อาสเนน นิมนฺเตยฺย พึ่งอาราธนาประสาทให้เรือง ราไชอัยถวัลยา เล่าเทอญ อิโต ปตฺตํ สกํ ฆรํ แก่ตูข้าเข้ามาดล ยงงไพรชนสักกถานา จากเผือป่านั้นแล ปเมตํ วรํ วเร อันว่าเสาวภาพเราอ้อนวอน ขอบวรพรนั้นเป็นที่พึ่ง เที้ยรธนับหนึ่งแล วชฺฌํ วธมฺหา โมเจยฺยํ อันว่าข้าขอโปรด นักโทษเทียรทุจริตนั้น อปิ กิพฺพิสการกํ ผู้บงงอาจอหังการ ในสถานเที่ยวโจรกรรม ผู้กระทำประทาน ล่วงโองการท่านไท้แล ปุริสสฺส วธํ น โรเจยฺยํ การพิฆาฏมนุษยชาติ โดยที่สุดดิรฉานา ขอข้อยอย่าแซรมใจเลย ทุติเยตํ วรํ วเร อันว่าเสาวภาพปิ่นอมรพมพร้อง เปนพรคำรบสองสิ่งแล เย จ วุฑฺฒา เย จ ทหรา เข็ญใจตนหนุ่มไซ้อิกชรา ขออย่ามีแก่ตูข้าเล่าเลอย เย จ มชฺฌิมโปริสา ฝูงมัธยมยาจกายากไร้ จองอาไศรยแก่ตูข้า เล่าเทอญ มเมว อุปชีเวยฺยุํ อาไศรยชึ่งอาตมาชูชีพ ศุขาอยู่ศุขสำราญ ด่งงนี้ ตติเยตํ วรํ วเร อันว่าเสาวภาพ ขอแก่ไท้เที่ยงแท้ เราจะกทำตาม เปนพรคำรบสามสิ่งแล ปรทารํ น คจฺเฉยฺยํ อันว่า เสาวภาพเมียชายอื่น อย่าได้หันหื่นมิจฉา กามเมถุนแก่ท่านแล สทารปสุโต สิยํ สันโดดฐแต่เจ้ามัทรี อรรคมหิษรีค่อยไซ้ นั้นเทอญ ถีนํ วสํ น คจฺเฉยฺยํ ข้าขออย่าลุวษายิ่งหญิงอื่น ขอเราชมชื่น แด่เจ้ามัทรี นั้นเทอญ จตุตฺเถตํ วรํ วเร อันว่าทรงนาม เพศยันดรยอดไท้ ข้าขอได้ถ้วนถี่ เปนพรคำรบสี่ สิ่งแล ปุตฺโต เม สกฺก ชาเยถ ข้าแด่ท้าวเทพินทรราช ชาลี ชาติเอารสา แห่งผู้ข้าวิปโยคไป ขอเพอนได้สโมสร เล่าเทอญ โส จ ทีฆายุโก สิยา อันว่ากุมารตนชาลี เกิดก่อทวีชิวาตมา จงฑีมายุ สืบสงสารโสดแล ธมฺเมน ชิเน ปวึ ให้ได้ผ่านวพื้นภูวดล มารกระมลแม่นเทศธรรม มีไชยชนทั่วผู้ท้าว สุดแดนดาวชมพูชีพแล ปญฺจเมตํ วรํ วเร อันว่าข้าขอแก่ไท้ จงฦๅสายในแหล่งหล้า เปนพรคำรบห้าประการ โสดแล ตโต รตฺยา วิวสาเน ในเมื่อสว่างสายสาราษราตรี ศรีสางกระซางฟ้าเห็นกันแล สุริยสฺสุคฺคมนํ ปติ ทิวากราเสร็จจรจรด เบื้องบรรพตยุคุนธร เชรอดแล ทิพฺยา ภกฺขา ปตุภเวยฺยุํ พลาหกรหัดถ์แก้วเจ็ดประการ เทียรบันดาลตกซ่าซู่ แมนมั่นทิพย์แล ฉฏฺเมตํ วรํ วเร อันว่าเสาวภาพพรคำรบหก ไท้ธยอยกแก้ข้า โสดแล ททโต เม น ขีเยถ สิ่งทรัพย์ซึ่งเราจำแนกแก่ยาจก อย่ารู้บกเสียแล ทตฺวา นานุตเปยฺยหํ ตนตูทานทำเสร็จแล้ว อย่าสอดแคล้วร้อนเดือด ในพายหลังแล ททํ จิตฺตํ ปสาเทยฺยํ กระมลในฤๅไทยตู โสมนัศชูแช่มชมทาน อดีตแล สตฺตเมตํ วรํ วเร บัดนี้ข้าขอพรประสิทธิ์เสร็จ เปนพระคำรบเจ็ดสิ่งแล อิโต วิมุจฺจมานาหํ ตนเราครั้งปลงเปลื้องปลิด จะจุติจิตรจากโลกามนุษย์แล สคฺคคามี วิเสสคู จงครรไลเมือเมืองฟ้าดลวิเสศ ทั่วผู้แล อนิพฺพตฺตี ตโต อสฺสํ เมื่อมุตรคลาเคลื่อนฟ้า เฉพาะลงมาเกิดเมืองคนเมื่อสำฤทธิสรรเพชญ์สัพพัญญู ฟูเฟื่องธรรมาแก่ฝูงสัตว์ โสดแล อฏฺเมตํ วรํ วเร อันว่าเสาวภาพเราขอแดพรผู้ผจญแทตย์ เปนพรคำรบแปดประการ โสดแล ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ สตฺถา อันว่าพระสาศดา มหาบรมไตรภพนารถ ปกาเสนฺโต ธจะประกาศพรรณา ตํ อตฺถํ อรรถาทิกนิกร อันมีในพระเพศยันดรชาติชาฎก พระดิลกก็บันทูล จตุวิธปริสานํ แก่จัตุรพิธบรรพษัทยทงงหลายด่งงนี้ ฯ

ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา  เทวินฺโท เอตทพฺรวิ
อจิรํ วต เต ตาโต  ปิตา ตํ ทฏุเมสฺสติ ฯ

 ภิกฺขเว ดูกรภิกษุบริพาร มฆวา อันว่าไท้เทพนายก ยินคำขอ ท้าวผู้เกื้อก่อ บรเมศนั้น อพฺรวิ สมเด็จท้าวพันตา ถ้อยวัจนาต่อพระเพศยันดร ท่านเจ้าแล อจิรํ สมเด็จพระชนกชนกาจร จรมาสู่ผู้เจ้าแล ปิตา อันว่าสมเด็จบรมเชฐบิดร มีกระมลคลายเคลื่อนโยธา ทฏฺฐุํ เพื่อปราถนาจะใคร่ยลพระองค์ดลจากภารา เอสฺสติ จักจรมาดลกุฎี กลับมอบศรีเสวตรฉัตรไชย ห้อมแห่ไคลครนิทร ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ สตฺถา อันว่าพระมุนีมเหษรีสาสดา ก็บันทูลคาถา ด่งงนี้

อิทํ วตฺวาน มฆวา เทวราชา สุชมฺปติ
เวสฺสนฺตเร วรํ ทตฺวา สคฺคกายํ อปกฺกมีติ ฯ

  ภิกฺขเว ดูกรภิกษุแสนขลาดไภยในสงสาร มฆวา อมรแมนมิงไท้วชิรา เทวราชา เปนผู้อิศวราเทพแท้ สุชมฺปติ เปนสวามิศรสุชาดาดวงสวาดิ อิทํ วตฺวาน โอวาทถวายท่านแหล้ ด่งงนี้ควรครอง วรํ ทตฺวา ถวายพรสุดสิ้นแปดประการ เวสฺสนฺตเร เมาะ เวสฺสนฺตรสฺส แด่พระสิทธิสมภารเพิ่มไว้ อปกฺกมิ ธก็เหาะ คัคณานต์ โดยอิศราแฮ่ สคฺคกายํ ประเวศยงงถิ่นไท้แห่งห้องหิมยนต์ ท่านแล ฯ

สกฺกปพฺพํ นิฏฺิตํ


๔๓ พระคาถา




๑. ชูชกพาสองกุมารเดินทาง เวลาคํ่าตาแกก็ผูกเปลนอนเหนือค่าคบไม้ เทพยเจ้าก็ช่วยอภิบาลบำรุงรักษาสองกุมาร.
๒. ล่วงมรรคาได้หกสิบโยชน์ ก็ลุถึงกรุงพิชัยเชตุดรนครหลวงแห่งสีวิรัฐ ชูชกพาสองกุมารผ่านมาตรงหน้าพระที่นั่ง.
๓. พระเจ้ากรุงสญชัย ให้พาพราหมณ์ชูชกมาเฝ้า ทราบความแล้ว ทรงไถ่พระเจ้าหลานทั้งสองด้วยพระราชทรัพย์.
๔. พระเจ้ากรุงสญชัย ยกพยุหแสนยากรไปรับพระเวสสันดร พระชาลีเป็น มัคคุเทศน์ นำพลไปยังเขาวงกฏ.

มหาราชบรรพ

  โพธิสตฺโต จ มทฺที จ สมฺโมทมานา สกฺกทตฺติเย อสฺสเม วสึสุ ฯ อันว่าพระโพธิสัตว์ก็ดี เจ้ามัทรีก็ชื่นชม ในอาศรมอนนอดิสูรปรสาท สองปรียาตม์ไปมา เมื่อน้นน ฯ ชูชโกปิ กุมาเร คเหตฺวา ส่วนชูชกาจารย์ ก็เอาราชกุมารท้งงสองภาไปโสดแล สฏฺีโยชนมคฺคํ ปฏิปชฺชิ ก็ไปโดยหนทางบมิโหจ หกสิบประโยชน์ ประมาณมีด่งงนี้ ฯ เทวตา กุมารานํ อารกฺขํ กรึสุ อันว่าเทพยดาก็รักษาสองราช ให้นฤพยาธินฤไภยทุกอนน โสดแล ฯ ชูชโกปิ สุริเย อตฺถงฺคมิเต อันว่าชีชูชก ในเมื่อตวันตกตํ่าคํ่าแล้ว ในเมื่อน้นน กุมาเร คจฺเฉ พนฺธิตฺวา มนนก็จำนองสอง กษัตริย์ไว้ แทบทำทุมต้นไม้ตํ่าน้นน ภูมิยํ นิปชฺชาเปตฺวา ก็ให้สองกษัตริย์กลิ้งเกลือกนอน เหนือดินดอนบราบน้นน สยํ จณฺฑพาฬมิคภเยน รุกฺขํ อารุยฺห ส่วนชีชูชกเหตุตระดกอยู่ววาน กลววมฤคพาลพาธ เถ้าก็ผาดลคึก ปีนป่ายพฤกษ อยู่น้นน สาขาวิฏปพฺภนฺตเร สยติ ก็นอนในแมกไม้ผฝ่อ ผ้าผูกห่อตนติด อยู่โสด ฯ ตสฺมึ เอโก เทวปุตฺโต เวสฺสนฺตรวณฺเณน อาคนฺตฺวา ในตรบัดน้นน อันว่าเทพบุตรตนหนึ่ง จึงนฤมิตรบิดเพศมา ดุจพระมหากษัตริย์น้นน เอกา เทวธีตา มทฺทีวณฺเณน อาคนฺตฺวา อันว่าเทพธิดาองค์หนึ่งผู้พิเศษ ก็มาด้วยเพศอนนเป็นเจ้าภควดีมัทรี โสดแล กุมาเร โมเจตฺวา ก็มาสำรายราชกุมารท้งงสอง จากจำนำจำนองพราหมณ์น้นน หตฺถปาเท สมฺพาหิตฺวา ก็นวดฟ้นนค้นนตีนมือสองกำพร้า ที่เมลื่อยล้าพราหมณ์มัดผูกน้นน นฺหาตฺวา มณฺเฑตฺวา ก็ให้สองเอารสสระสรง เสร็จสมลงกฏวิภูษิตแลแล้ว ทิพฺพโภชนํ โภเชตฺวา ก็ให้สองราชกุมาร เสวยอาหารอนนทิทพยน้นน ทิพฺพสยเน สยาเปตฺวา ก็ให้สองกษัตริย์ไสยาศน์ ในเหนือ อาศนอนรรฆ์ อนนนีรมิตรมาแต่สวรรค์ โสดแล ฯ อรุณุคฺคมกาเล พทฺธากาเรเนว นิปชฺชาเปตฺวา ในเมื่อพระฮามยาม อรุโณไทย ก็ให้สองดไนยนงพาล อยู่โดย อาการ ก่อนน้นน อนฺตรธายึสุ เทพยดาก็กำบงงรุบาการ อันดรธานไป โสดแล เอวนฺเต เทวตาสงฺคเหน อโรคา หุตฺวา คจฺฉนฺติ อันว่าสองกุมารก็นีรทุกข์นีรโศก บมิโรคบมิร้อนสักอนน เพราะเทพในสวรรค์มาบริรักษ์ โสดแล ฯ

  ชูชโกปิ เทวตาวิคฺคหิโต หุตฺวา อันว่าชูชกใจฉกรรจ์ เทพยก็มาอัศจรรย์แก่ใจมนน โสดแล อิทานิ กลิงฺครฏฺํ คมิสฺสามีติ มนนก็รำพึงว่ากูจะไป ยังกาลึงคราษฎร์น้นน อฑฺฒมาเส เชตุตฺตรนครํ ปตฺโต เหตุเทพยดามาอาเพศให้แคล้วคลาศ ถ้วนอัฒมาศก็มาถึง พระนครเชดุดรแดนจักราน้นน ฯ ตํทิวสํ ปจฺจูสกาเล สญฺชโย สิวิมหาราชา สุปินํ ปสฺสิ ในวนนน้นนเมื่อปัศจาศสมยยาม พ่างพระฮามอรุโณไทย อันว่ากรุงสญไชยนรินทร์ ก็เสวยพระสุบินด่งงนี้ เอวรูโป สุปิโน อโหสิ อันว่าฝนนบงงควรดงงนี้ ชี้ให้เห็นเปนปรตยักษ์แก่พระองค์ บพิตรน้นน รญฺโ มหาวินิจฺฉเย นิสินฺนสฺส ในเมื่อกรุงสญไชยราช เสด็จเหนือรัตนสิงหาศน์ที่ธารคำนรร มนตรีคัลคับค่งงน้นน เอโก ปุริโส กณฺโห เทฺว ปทุมานิ อาหริตฺวา อันว่า กระไทยชายผู้หนึ่งดำคมึกลคึก ถือดอกบววหลวง ท้งงสองดวงมาในที่น้นน รญฺโ หตฺเถ เปสิ ก็มาประดิษฐานในพระกร แห่งพระภูธรบพิตรน้นน ราชา คเหตฺวา ทฺวีสุ กณฺเณสุ ปิลนฺธิ อันว่ากรุงสญไชยราชก็ทัดทานวาริชโกมล ในพระกรรณยุคลท่านน้นน เตสํ เรณุ ภสฺสิตฺวา รญฺโ อุทเร ปตติ อันว่าบางสุบงกชก็โบกใบไพโดรเสร็จสุดรุสรังเคาะ ฉะเพาะนะพระอุทรแห่งท้าวเชตุดรน้นน โส ราชา ปพุชฺฌิตฺวา อันว่ากรุงสญไชยราช ก็ตื่นในไสยาศนบรรยงก์ แห่งพระผทมองค์บพิตรน้นน ปาโตว พฺราหฺมเณ ปาเก ปุจฺฉิ คร้นนเช้าธก็ให้หาบโรหิต ท้งงพราหมณ์พฤทธิมามาก ท้าวธก็มีพระภาคโองการสารถาม ความกูฝนนจะเปน ฉนนใด โสดสิ้น จิรปฺปวุฏฺา เต เทว พนฺธวา อาคมิสฺสตีติ พฺยากรึสุ อันว่า พราหมณ์ท้งงหลายก็ทำนายโดยทำนูล บพิตรพระนเรสูรทำเนอ อํเพอพระญาติ พระญา คลาศคลาไปหึง ก็จะมาถึงพระบาท มิยาเลอย โส ปาโตว สสํ นฺหาตฺวา คร้นนอรุโณไทย พระบาทสญไชยก็ชำระ กริตยภิษิตสรรพางค์ ทรงพระสำอาง อาภรณ์ คนธกำจรบรัส ทรงพระพัตรพิจิตรพิพิธ แลแล้ว นานคฺครสโภชนํ ภุญฺชิตฺวา ธก็เสวอยพระโภชนาหาร อนนนานับประการต่างต่างน้นน อตฺตานํ อลงฺกริตฺวา แล้วท้าวก็ประดับพระองค์พระภูธร ด้วยสรรพาภรณวิภูษิต แลแล้ว มม วินิจฺฉเย นิสีทิ จึ่งท้าวธเสด็จในตรีมุขยมณฑล แสนสามลคัลค่งงน้นน เทวตา พฺราหมฺณํ กุมาเรหิ สทฺธึ อาเนตฺวา อันว่าเทพยดาก็พาพราหมณ์ แลสองนงรามหลานราช เดอรโดยมารควางมาซซ่องแล ราชงฺคเณ ฺปยึสุ ก็มาประดิษฐาน พระราชกุมาร ในพ่างพระลาญไชยท่านน้นน ตสฺมึ ขเณ ราชา มคฺคํ โอโลเกนฺโต ในกษณน้นนบ้นนพระบาท ก็ทอดพระราชทฤษฎี ยงงพิถียพระพลาญเลอศน้นน กุมาเร ทิสฺวา อาห พระสญไชยราชเจ้าจอมกษัตริย์ ตรบัดบงพระเนตร เห็น กุมาเรศสองราช อนนมีพิลาศลีลา ท้าวธก็ทักด้วยคาถาเปนประถม สรรเสริญชม ด่งงนี้ ฯ กสฺเสตํ มุขมาภาติ เหมํวุตฺตตฺตมคฺคินา ฯ โภนฺโต อมจฺจา ดูกรชาวเจ้า เหง้ายุพราช อีกอมาตยลูกขุน กสฺส กุมารสฺส เพื่อดรุณเด็กใด เอตํ มุขํ อนนมีภักตรนั้นใสตระศักดิ์ อาภาติ เมาะ วิโรจติ งามพึงรักพึงชม โฉมอุดมเรืองรอง เหมํ อิว เมาะ สุวณฺณพิมฺพํ วิย ดูประดุจรูปทองธเกลา สุวณฺณกาเรน แลช่างทองเหลาหล่อแล้ว อุตฺตตฺตํ เมาะ ตาปิตํ แผ้วเผาราคีเรืองไร อคฺคินา ด้วยแสงไฟบเศร้า อาภาติ เมาะ วิโรจติ ดูรุ่งเร้าชัชวาล โอ่ไปดูตรการแก่ตาเรา กว่าชื่น แล นิกฺขํว ชาตรูปสฺส อุกฺกามุขปหํสิตํ ฯ ปหํสิตํ แลภักตรากุมารน้นนโสดงามด่งงฤๅ นิกฺขํ อิว เมาะ สุวณฺณฆฏิกา วิย สุวณฺณปฏิมา วิย ฯ สุวณฺณฆฺฏิกา วิย คือแท่งทองธโกรษธเกลา สุวณฺณปฏิมา วิย คือดุจรูปทองธเหลาธหล่อ ปหํสิตํ เมาะ ชาติมตํ ปภสฺสรํ พิโลญล่อแสงใส อุกฺกามุเข ในปากเบ้าแสงจรัส โฉมบรัสรูจี โหติ ก็มีอำไพรูดูงาม ในพระราชสนามเราด่งงนี้ อุโภ สทิสปจฺจงฺคา สองโสภาพระแต่ง พิศพยงแพ่งพิมพ์ดยวดุจน้นน อุโภ สทิสลกฺขณา สองสุภลักษณ์เลงเลอศนี้ โฉมประเสรอฐเสมอกัน บแปลกเลอย ชาลิสฺส สทิโส เอโก ชายดยวดุจดไนยนารถ ชาลีราชหลานรักแล เอกา กณฺหาชินา ยถา หญิงดยวดุจธิดา ราชกัณหาหลาน ราชน้นน สีหา วิลาว นิกฺขนฺตา พิศดำเนอรลีลา เมื่อสองราลีลาศ ดุจสีหราชร้างคูหา หาภักษน้นน อุโภ สมฺปตฺติรูปกา มีรูปโฉมโนมพรรณ สองเสมอกนนช้า ช่อน ขาวดด่อนดูยงยิ่งนี้ ชาตรูปมยาเยว ดุจรูปทองท้งงแท่ง ภักตราแบ่งบงกช ใสสดอยู่รองรอง อิเม ทิสฺสนฺติ ทารกา ต้งงตาแลลืมพรับ สองงามสับพรรพางค์ เพื่อลูกขุนนางนามใดด่งงนี้ ฯ เอวํ ราชา ตีหิ คาถาหิ กุมาเร วณฺเณตฺวา อันว่า พระบาทก็สรรเสริญสองราชกุมาร ด้วยคาถาสามประการด่งงนี้แลแล้ว เอกํ อมจฺจํ อาณาเปสิ ธก็ใช้อมาตย์ผู้หนึ่ง จึงบันทูลด้วยพระราชโองการด่งงนี้ คจฺฉ ตฺวํ พฺราหฺมณํ ทารเกหิ สทฺธึ อาเนหีติ ดูกรอมาตย์เร่งลุกฉับ มึงไปรับสองกุมารกุมารี แลชีพราหมณ์มานี้ทวัน โส เวเคน คนฺตฺวา ตํ อาเนสิ อันว่าอมาตย์นายมหาดไทย ไปจูงมือพรามหณ์มาด้วยด่วนแล อถ พฺราหฺมณํ ราชา อาห อันว่าสมเด็จบรมนนทลาธิบดี ธจะมีพระบรมราชโองการแก่ชีชูชกาจารย์ ไท้ธก็บรรหารคาถาด่งงนี้ กุโต นุ ตฺวํ ภารทฺวาช ดูกรภารทวาช มึงมาแต่ราษฎร์ด้าวแดนใด ด่งงนี้ อิเม อาเนสิ ทารเก เหตุใดแลชีเถ้าเอาสองเจ้าจยรจรมาในที่นี้ อชฺช รฏฺมนุปฺปตฺโต ก็มาลุถึงราษฎ์วาสี บุรีเราในวนนนี้นชี กุโต อาคจฺฉสิ พฺราหฺมณ ดูกรชูชกาจารย์ มึงมาแต่สถานใด ด่งงนี้ ชูชโก อาห ชูชกก็ทูลพระกรุณาแด่นราธิราชสัญชัยคืน ด่งงนี้ มยฺหนฺเต ทารเก เทว บพิตร อันว่าพระราชกุมารท้งงสอง ข้าสํพองเอามานี้ฤๅนท้าว ทินฺนา วิตฺเตน สญฺชย แลพระแพศยันดรดาบส ให้สองราชเอารสนี้แก่ตูด้วยชอบไส้ อชฺช ปณฺณรสา รตฺติ บพิตร แต่ข้าได้ไคลคราศ ถ้วนอัฒมาศก็มาถึงบัดนี้ แลณท้าว ยโต ลทฺธา เม ทารกาติ กาส แต่ได้สองเจ้า นับควบเท้าถึงวนนนี้แล พ่อฮา ฯ ราชา อาห อันว่าสํเด็จไอสวรรยาธิปัตย์ก็กล่าวแก่กลึงครัษฎวาสี ชีชูชก คืนด่งงนี้ เกน วา วาจเปยฺเยน ดูกรชูชกาจารย์ ชิวหาหวานมึงกล่าว ท้าวใดท่าวทำโดยมึง ด่งงนี้ สมฺมา าเยน สทฺทเห ใครจะชิดจะเชื่อ คำมึงเพื่อการใด แลมา ต้งงใจจงกล่าวนี้ เตตํ ทานมททา ดูกรชีคนใดมีมามาก ใครต้งงตยาคแก่มึงด่งงนี้ ปุตฺตเก ทานมุตฺตมํ ฤๅอาจให้ลูกรัก ลำนักเนตรเปนทานใจแลไปหารบานี้ ฯ ชูชโก อาห อันว่าภารทวาช ก็สนองพระสาสนไทมูรธาษภิษิต สํเด็จบพิตรคืนด่งงนี้ โย ยาจตํ ปติฏฺาสิ อันว่าพระแพศยันดรตนใดตนหนึ่ง เปนที่พึ่งแก่ยาจกน้นน ภูตานํ ธรณีริว ดุจแผ่นดินอนนกว้าง สัตว์ท่ววท้างอาไศรยทุกแห่ง แล โส เม เม เวสฺ สนฺตโร ราชา ท้าวธนั้นแลเลอศ นี้ตายเกอดข้าขอเห็น ท่านน้นน ปุตฺเตทาสิ วเน วสํ ธเสด็จอยูในวรวงกฏ ให้สองราชเอารสนี้แก่กูด้วยชอบไส้ โย ยาจตํ คติ อาสิ บพิตรท้าวตนใดใจดี ชาวสีพีสรวมสู่น้นน สวนฺตินํว สาคโร ดุจสาครควิวคว่าง ทางน้ำหล่งงไหลถึง ทุกแห่งน้นน โส เม เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่า พระแพศยันดรตนน้นน ธหากฝนนฝงงธรรม ท่าวแล ปุตฺเตทาสิ วเน วสนฺติ ธเสด็จอยู่ด้วยอารญยก ธให้สองโบฎกนี้แก่กูแล ณ พ่อฮา ฯ

  ตํ สุตฺวา อมจฺจา อันว่าอมาตยคร้นนได้ยินความ แห่งพราหมณ์ทูลใน สนาม ด่งงนี้ เวสฺสนฺตรํ ครหมานา อาห ก็จะนินทาพระมหาบุรุษราช ทยรประกาศคาถา ด่งงนี้ ทุกฺกฏํ วต โภ รญฺา ดูกรชาวพ่อมนตรีมุข ท้าวธหุกเห็น จริง ด่งงนี้ สทฺเธน ฆรเมสินา เปนฤๅษีมีเมีย ศรัทธาเสียสันโดษน้นน กถํ นุ ปุตฺตเก ทชฺชา ดงงฤๅแลมาให้ลูกเต้าต่างตา แก่พราหมณ์พาชูชกนี้ อรญฺเ อวรุทฺธโกเขาขับหนีไปป่า เร่งร่ายกว่ากินเมือง เมื่อแก่น้นน อิมํ โภนฺโต นิสาเมถ ดูกรฝูงมนตรีไพร่ฟ้า ท่ววหน้าเร่งรัดฟงงกล่าวนี้ ยาวนฺเตตฺถ สมาคตา ฝูงลูกขุนเท่าใด มาชุมในตรีมุขนี้ กถํ เวสฺสนฺตโร ราชา ท้าวฤๅษีน้นนโสด มาฉุกโฉดฉนนใดด่งงนี้ ปุตฺเตทาสิ วเน วสํ อยู่เปนชีชาวป่า มาล่าให้สองกษัตริย์นี้ชอบฤๅ ทาสํ ทาสิญฺจ โส ทชฺชา อันว่าพระแพศยันดรเปนเจ้า ควรครอกเค้าเปนทานชอบไส้ อสฺสํ จสฺสตรีรถํ หนึ่งควรให้ม้าสามาญ ม้าโยงยานรฐรวศน้นน หตฺถิญฺจ กุญฺชรํ ทชฺชา ช้างชำนิพลายสาญ ควรเปนทานแก่ยาจกไส้ กถํ โส ทชฺช ทารเกติ เหตุใดแลท่านเจ้า มาให้ลูกเต้าสองสงวนชอบฤๅ ฯ

 ตํ สุตฺวา กุมาโร ปิตุครหํ อสหนฺโต อันว่าเจ้าชาลี กรษัตรีย์ชาติ คร้นนฟงงคำคณอมาตย บมิอาจอดความทรยศอนนเขานินทาภมาน ออกยาพระราชกุมารได้ โสดเลอย วาตาภิหตสฺส สิเนรุโน อตฺตโน พาหุนา อุปตถมฺเภนฺโต วิย อิมํ คาถมาห เจ้าก็จะกล่าวกนนพระราชบิดา จากความพ้นโลกาประภาษ ดุจด่งงพระมหาบุรุษราชผู้มีฤทธิ์ เงื่อนพระพิศณุเอาพระพาหุดำรง ให้คงพระเมรุราช อนนอาจให้ย้งงอยู่ อนนลมพัดพยู่หพนนฦก เจ้าก็ลคึกผดุงบให้เซร ก็ผเดคืนบให้ ซรวด ก็สวดคาถาทูลแด่พระไอยกาธิบดี ภูมีศวรคืน ด่งงนี้ ยสฺส นาสฺส ฆเร ทาโส อสฺโส จสฺสตรีรโถ หตฺถี จ กุญฺชโร นาโค กึ โส ทชฺชา ปิตามหาติ ฯ โภ ปิตามหา ข้าแต่พระไอยกาธิบดี ศรีสญไชยผ่านหล้า ทาโส วา อันว่าข้าชายช่วงใช้ใกล้ตีนมือก็ดี ทาสี วา อันว่าข้าหญิงคือพระกำนรรก็ดี อสฺโส วา อันว่าม้าเห็จหรรลาเล่ง อสฺสตรีรโถ วา อันว่าม้าเร็วเร่งรถไกว หตฺถี วา อันว่าช้างวางไพรแปลงปลอก นาโค วา อันว่าช้างสารออกมรรมท กุญฺชโร เมาะ เสฏฺโ อนนอาจสาหสหาญยิ่ง อสฺส เมาะ เอกํเสน น อตฺถิ ก็บมีสักสิ่งสักอนน สบกำนรรจริง แล ณ ท้าว ฆเร ในที่ย้าวอยู่กลางดง ยสฺส ปิตุโน แห่งพระองค์พระราชบิดาตนใด วเน วสนฺตสฺส อนนอยู่ในไพรพระหิมพานต์ กลางกันดารพนาสณฑ์ โส ปิตา คือพระราชบิดาตนตูข้านี้ แล ณพ่อ ทชฺชา เมาะ ทเทยฺยาสิ อนนจะพึงเกื้อก่อกรุณาทยาทานเต็มใจ กึ นาม ธนํ แลจะมีสิ่งสินใดภายนอก พฺราหฺมณสฺส แลจะให้แก่พราหมณ์เถ้าผอกหงอกหลง สนองต่างองค์ตูนี้ณท้าว ฯ ราชา อาห อันว่าสมเด็จนฤเบนทราธิบดีตรีภูวนารถ ก็มีพระราชโองการ อนนกัลเว้า แก่พระเจ้าจอมกษัตริย์คืน ด่งงนี้ ทานมสฺส ปสํสาม ดูกรราชผู้เปนหลาน ทานพ่อเจ้ากูสรรเสริญทุกเมื่อไส้ น จ นินฺทาม โปตกา เราบห่อนนินทาทาน ท้าวใจอารยอุดมน้นน กถํ นุ หทยํ อาสิ หววใจออกญาเจ้า ยงงโศกเศร้าฉนนใด ด่งงนี้ ฯ ตุมฺเห ทตฺวา วนิพฺพเกติ เมื่อธให้สูสองราช เปนข้อยขาดแก่พราหมณ์นี้ กุมาโร อาห อันว่าเจ้าชาลีผู้ฉลาด ก็สนองพระสาศนพระไอยกา ปู่พญาคืน ด่งงนี้ ทุกฺขสฺส หทยํ อาสิ ข้าแต่ท้าวผู้ปู่ ลูกท้าวอยู่เปนทุกข์ ใจบศุขสักอันเลอย พ่อฮา อโถ อุณฺหํปิ อสฺสสิ อนึ่ง ท้าวธถอยใจใหญ่ ใคร่ใจหลวงระลวง คือไฟฟอกน้นน โรหณีเหว ตมฺพกฺขี อันว่าพระเนตรทงงสอง บัดนี้หมองดูแดง ดุจแสงดาวโรหินี แลณท้าว ปิตา อสฺสูนิ วตฺตยีติ อันว่าพระราชบิดามีนํ้าตาไหลหล่งง พ้ยงนํ้าคร่งงแสงฉนน แลพ่อฮา ฯ อิทานิ ตํ กณฺหาชินาย วจนํ ทสฺเสนฺโต อาห อันว่าพระราชโปดกก็จะสำแดง คดีแจงโดยดำเนอรกัณหา ก็ทูลแด่พระมานุชาธิบกศรีบมินาน ด่งงนี้ ยนฺตํ กณฺหาชินาโวจ บพิตร อันว่าเจ้ากัณหา ยงงทูลแด่พระราชบิดา ด่งงนี้ อยํ มํ ตาต พฺราหฺมโณ เผือข้าข้อยประดาบ พราหมณ์ร้ายราบภาไป แลณท้าว ลฏฺิยา ปฏิโกเฏติ ตีด้วยเชือกเขาแขง ไม้ท้าวแทงจำแล่นแล ฆเร ชาตํว ทาสิยํ ตามตีตูสรงงเสรอด พ้ยงข้าเกอดกลางเรือนมนน โสดไส้ น จายํ พฺราหฺมโณ ตาต มนนนี้ ใช่ชีพราหมณ์ มีใจลามใจโลภน้นน ธมฺมิกา โหนฺติ พฺราหฺมณา ฝูงพวกพราหมณ์มีมา ย่อมกรุณาแก่คนสิ้นท้าว ยกฺโข พฺราหฺมณวณฺเณน รอยปีศาจสางยักษ์ แปรเพศมลักมาเปนพราหมณ์กมัง ขาทิตุํ ตาต เนติ โน ภาตูไปเปนเหญื่อ เถ้าแร้งเรื่อก็จะกิน ตูแล นียมานา ปีสาเจน บพิตร ท้าวธบเอ็นดูตูผู้ลูก ละผีผูกเผือไป บอยู่เลอย กินฺนุ ตาต อุทิกฺขสีติ มนนตีตูอนาถ ด่งงฤๅราชเลงดู อยู่นี้ ฯ อถ เต พฺราหฺมณํ อมุญฺจนฺเตเยว ทิสฺวา ราชา คาถมาห อนนดับน้นน สํเด็จรัชชาธิเบศ เห็นสองกุมาเรศบมิคลาส ปราศจากพ้นมือพราหมณ์ ท้าวธก็ยกคำงาม กล่าวแก่เจ้าพญานัดดาบพิตรคืนด่งงนี้ ราชปุตฺตี จ โว มาตา อันว่าชนนีสองเจ้า ย่อมหน่อเหน้านามกษัตริย์ ประเสรอฐไส้ ราชปุตฺโต จ โว ปิตา ทงงพระชนกสองราช ย่อมเชื้อชาติ์วรวงษ์ กษัตริย์ไส้ ปุพฺเพ เม องฺกมารุยฺห เมื่อก่อนน้นนสองเจ้า มาน่งงเฝ้าพระปู่ไส้ กินฺนุ ติฏฺถ อารกาติ ด่งงฤๅสองเจ้ามาจำงาย ให้กัลหายอกปู่นี้ ฯ กุมาโร อาห อันว่าพระราชกุมาร ก็สนองสารพระบาทมรรตยาธิราชคืน ด่งงนี้ ราชปุตฺตี จ โว มาตา บพิตร อันว่าพระมารดาตูข้า ใช่ช้าชาติจอมกษัตริย์จริง แลพ่อฮา ราชปุตฺโต จ โน ปิตา ท้งงพระราชบิดาตูข้าก็ดี เผ่ากษัตรีย์สูงศักดิ์ไส้ ทาสา มยํ พฺราหฺมณสฺส เพื่อจะให้ตูข้า เปนช่วงช้าพราหมณ์นี้ ตสฺมา ติฏฺาม อารกาติ ห้ยมตูไกลพระปู่ เพราะอยู่เงื้อมมือพราหมณ์นี้ ฯ ราชา อาห อันว่า สมเด็จธิบดินทร์ คร้นนได้ยินคำเจ้าชาลีหลานราช ท้าวธก็มีพระสาศนสนองคืน ด่งงนี้ มา สมฺเมวํ อวจุตฺถ ดูกรชายชาลีอย่ากล่าว คำนี้ท่าวทับแดปู่แล ฑยฺหเต หทยํ มม คำหลานแก้วกูว้า พยงไฟฟ้าเผาแดปู่ไส้ จิตกายํว เม กาโย ตนปู่นี้พยงพ่าง เขาไว้หว่างเชอรฉกร แลนาเจ้า อาสเน น สุขํ ลเภ นับอยู่อาศนไอสวรรย์ ศุขอนนใดแลจะมี แก่ปู่นี้ มา สมฺเมวํ อวจุตฺถ หลานรักราชอย่าพร้อง คำคยดข้องขัดใจ ปู่นี้ ภิยฺโย โสกํ ชเนถ มํ ฟงงสูสองปรทยด เร่งร้อนสยดแสลงใจ ปู่แล นิกฺกิณิสฺสามิ ทพฺเพน ไว้ปู่จะไถ่สูทงงสอง ด้วยเงินทองทายาทแล น โว ทาสา ภวิสฺสถ ปู่บให้สูสองราช เปนข้อยขาดแก่พราหมณ์นี้ กิมคฺฆิยํ หิ โว ตาต พ่อออกสูอ่อนไท้ ขัดข้าไว้ฉนนใด ด่งงนี้ พฺราหฺมณสฺส ปิตา อทา เมื่อออกญาสู่ส่งให้ เปนช่วงใช้ชีพราหมณ์นี้ ยถาภูตํ เม อกฺขาถ บอกแก่ปู่จงแจ้ง อย่าแกล้งกล่าวเปนนาน หนึ่งเลอย ปฏิปาเทนฺตุ พฺราหฺมณนฺติ ปู่จะใช้ชาวคลงง สิ่งสินตรังตราส่ง แล ฯ กุมาโร อาห อันว่าเจ้าชาลี หลานราช ก็สนองพระสาศนพระไอยกา ปู่พญาคืน ด่งงนี้ สหสฺสคฺฆํ หิ มํ ตาต บพิตร โดยลูกท้าวธว่า ตนข้าค่าทองพนนหนึ่งแล พฺราหฺมณสฺส ปิตา อทา จึงให้ ข้าเปนข้อย แก่พราหมณ์พรอกพร้อยเพรา ช่องชาวนี้ อถ กณฺหาชินํ กฺํ ส่วน อ่อนน้อยกัณหา น้องพงาหลานราชนี้ หตฺถิอาทิสเตน จ แลสิ่งแลร้อยทรัพย์อ้าง คิดค่าช้างเปนเดอม ก่อนแล ฯ ราชา อาห อันว่าพระชนินทราธิราช ก็ประกาศกลางพลไพร่ เพื่อจะให้ไถ่สองหลาน ท้าวธก็มีพระราชโองการแก่เสนาบดี ศรีสมุหนายก ด้งงนี้ อฏฺเหิ กตฺเต ตรมาโน เวอยนายนักการเฮอย เร่งลุกเร็วนิทวัน พฺราหฺมณสฺส อวากริ สิ่งสินซึ่งให้แก่พราหมณ์ ทาสีสตํ ทาสสตํ ค่าร้อยหนึ่ง ขยุมหญิงชาย ควํ หตฺถูสภํ สตํ แสะแนะโคคโชสภ แลสิ่งแลร้อยหนึ่ง ชาตรูปสหสฺสญฺจ ทองพนนหนึ่งกองแก่พราหมณ์ โป ตานํ เทหิ นิกฺกยํ ให้ช่วงใช้แทนสนองหลานกู ตโต กตฺตา ตรมาโน นายนักการผายผนนแล่น พฺราหฺมณสฺส อวากริ นับทรัพย์มาให้แก่พราหมณ์ ทาสีสตํ ทาสสตํ ทงงหญิงชายผชุม แก่พราหมณ์ ควํ หตฺถูสภํ สตํ กาษรสารพังพลาย แลสิ่งแลร้อยหนึ่ง ชาตรูปสหสฺสญฺจ คำพนนหนึ่งหนำใจพราหมณ์ โปตานํทาสิ นิกฺกยํ สิ่งสินเวนเคนมาก อย่าให้ยากใจพราหมณ์ สักสิ่งเลอย ฯ พฺราหฺมณสฺส สพฺพสตญฺจ นิกฺขสหสฺสญฺจ กุมารานํ นิกฺกยํ อทาสิ

๏ เมื่อน้นนพระบาทไท้ จอมจักร

จะไถ่หลานรักสนอง ช่วงไช้
ทองพนนสิ่งสินชัก ประสาท

แลสิ่งแลร้อยให้ แก่เถ้าชูชก โสดแล ฯ

 สตฺตภูมิกญฺจ ปาสาทํ อทาสิ แล้วท้าวธก็ประสาทปราสาทเจ็ดช้นน ขาดแก่ พราหมณ์น้นน อีกโสด พฺราหฺมณสฺส ปริวาโร มหา อโหสิ พราหมณ์ก็มี วววม้าค่า คน อำพลด้วยสิ่งสินพิลพั่ง เถ้าก็มั่งมีเปนดี มากแล ฯ โส ธนํ ปฏิสาเมตฺวา อันว่าเถ้าขี้ไร้ไส้เปรต บ่บงงเหตุก็ลำดับ นับเงินทองของแก้ว คแคล้วอยู่นักหนา ที่จะเอาไปฝากอมิดดาเมียมนน โสดแล ฯ ปาสาทํ อภิรูหิตฺวา เถ้าก็ขึ้นโดยบรรไดไลลีก ก็ว่าเวอยพาเด็กเล็กหลีกกูผู้เถ้า แลกูจะเข้าไปในปราสาทนี้ สาธุรสโภชนํ ภุญฺชิตวา พราหมณก็กินโภชนาหาร อนนนานับประการต่างต่างแล มหาสยเน นิปชฺชิ พราหมณ์ก็กล่าวอลูภูอล้าว ชศอคร้าวอิงหมอนนอนอยู่แล ฯ ราชา กุมาเรปิ นฺหาเปตฺวา ส่วนพระบาท ก็ให้เอาพระราชกุมารทงงสองไปโสรดสรง ชำระพระองค์ ด้วยกมนทโลทก อีกอามลก โสดแล โภเชตฺวา อลงฺกริตฺวา ก็ให้สองเจ้าเสวอยพระโภชนาหารแลแล้ว ก็ประดับด้วยแก้วกัณฐีมณีกร สรรพาภรณวิภูสิตน้นน เอกํ อยฺยโก เอกํ อยฺยิกาติ เทฺว อุจฺฉงฺเก อุปเวเสสุํ ส่วนพระบาทสญไชยก็อุ้มเจ้าชาลี ออกนางสบรรษดีก็อุ้มเจ้ากัณหา ชมพงาหลานรักษ น่งงเหนือตักพระองค์ท่าน แล ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่า พระสาศดาก็จะสำแดงอรรถนุสนธิ์ พระทศพลก็บันทูลคาถา ดงงนี้ นิกฺกิณิตฺวา จ นฺหาเปตฺวา โภชยิตฺวาน ทารเก สมลงฺกริตฺวา ภณฺเฑหิ อุจฺฉงฺเก อุปเวสยุํ ฯ ภิกฺขเว ดูกรอาริยกุลบุตร อนนพิสุทธศีลสัตย์ เทฺว ขตฺติยา อนนว่าเหง้าสองกระษัตริย์สุริยพงษ์ นิกฺกิณิตฺวา คร้นนแลท้าวธปลงทรัพย์ไถ่แล้ว เทฺว ทารเก สองอ่อนแก้วหลานรักษ เอตฺตเกน ธเนน ด้วยสินศักดิ์จอมราช เทฺว ทารเก ยงงท้าวน้อยนารถทงงสอง นฺหาเปตฺวา ธก็แส้งสํพองสรงสระ คนฺโธทเกน ด้วยนํ้าสระเสาวคนธ์ อนนเต็มในกมนทลาภิเศก อติเรกด้วยสหรธารา เรืองรจนามณฑลพิธี โภชยิตฺวา เมาะ สุทฺธสาลีนโมทเนน สิริวจฺช สชฺชาเปตฺวา แล้วธก็ให้เบอกบายศรีบอกมิ่ง สาลีนโมทเนน ด้วยเข้าต้นสิ่งสาลี อนนมีรศตระการ สุจิมํสูปเสจเนน ด้วยมางษมัสยาหารรศรวว หอมเทาท่ววทุกพาย สมลงฺกริตฺวา เทฺว ทารเก แลท้าวธก็ให้ประดับ สายใจจอมราชทงงสอง ภณฺเฑน เมาะ อุตฺตเมน อลงฺการภณฺเฑน ด้วยเครื่องทองพิจิตร พิพิธสรรพาภรณ์ต่างต่าง อุปเวสยุํ เมาะ นิสีทาเปสุํ ท้าวธ ก็บให้ห่างหลานรักษ อัญเชอญชักเอาอาศน์ อุจฺฉงฺเก เมาะ อตฺตโน อุจฺฉงฺเก เหนือตักราชราชา ไอยกาธิปอัยเกศ อนนเปนปิ่นเกล้าเชตุดร เมืองมิ่งน้นน สีสํ นฺหาเต สุจิวตฺเถ ยงงสองศรีสระแล้ว ทรงผ้าแก้วจิตรพรัดพราย เพรอดน้นน สพฺพาลงฺการภูสิเต แล้วประดับด้วยเครื่องอาภรณ์เภณี แก้วกัณฐีถนิมมาศน้นน ราชา องฺเก กริตฺวาน น่งงเหนือตักท่านไท้ โลมลูบไล้หลานรักษ ฤๅอิ่มเลอย อิทํ วจนพฺรวิ ยังรศราชโองการ อยฺยโก ปริปุจฺฉถ ท้าวธพระชนนีชนก แห่งสองโบดกด้วยเสน่หน้นน กุณฺฑเล ฆุสิเต มาเล ทรงกุณฺฑลทัดธาร ดอกไม้มาลจวงจันทร์ คลาศแล สพฺพาลงฺการภูสิเต แล้วประดับด้วยสร้อยสังวารวรมาศ สรเอ้งคาดคับควรงาม ชื่นแล ราชา องฺเก กริตฺวาน ท้าวธกระโบบ หลานรัก อุ้มใส่ตักชมเชย ฤๅอิ่มเลอย อิทํ วจนมพฺรวิ ยงงรศราชโองการ กล่าวแก่เจ้าพระญาหลาน ท่านน้นน กจฺจิ อุโภ อโรคา เต ดูกรราชนัดดา สองพระญายงงค่อยอยู่ฤๅ ชาลิ มาตาปิตา ตว อนนเปนพระราชบิดามารดร แห่งสองบงงอรเอารศ ปู่นี้ กจฺจิ อุญฺเฉน ยาเปนฺติ สองดาบศลูกไท้ ยงงค่อยได้ผลภักษ์ ง่ายฤๅ กจฺจิ มูลผลา พหู ลูกไม้ยงงมีมาก รากไม้ภาคพอฉนน ฤๅณเจ้า กจฺจิ ฑํสา มกสา จ ยุงแยงใจขบดิ้น เหลือบร่านริ้นขบแขง โสดฤๅ อปฺปเมว สิรึสปา ฝูงทฤรฆชาติ์ร้ายร่า ในป่วงป่าเปนเข็ญ โสดฤๅ วเน วาฬมิคากิณฺเณ มหิงษาสีหเสือแรด ช้างผู้แผดเพราะชะโมร มากฤๅ กจฺจิ หึสา น วิชฺชติ ขแถกแทงทอท่ยว เขาส้ยมส่ยว สาหสยงงมี ฤๅนาเจ้า ฯ กุมาโร อาห อันว่า เจ้าชาลีก็ทูลแด่พระบาท ราชธานีศวรคืนดงงนี้ อโถ อุโภ อโรคา เต บพิตร อันว่าศุขสวัสดิ์ แห่งสองกษัตริย์ลูกไท้ธก็มี แลพ่อฮา เทว มาตาปิตา มม อนนบงงเกอดตูข้า สองปิ่นหล้าเอารสท่านน้นน อโถ อุญฺเฉน ยาเปนฺติ อนึ่งท้าวธเสวอยศุขภาพ ด้วยลุลาภอาหาร มากแล อโถ มูลผลา พหู ลูกไม้ค่อยครนนเสวอย รากไม้เคอยครนน เสพยไส้ อโถ ฑํสา มกสา จ ยุงร้ายร่านก็บขบ เหลือบเหลือตบก็บตอม โสดเลอย อปฺปเมว สิรึสปา งูมีพรรณก็บติด งูมีพิศม์ก็บตอด โสดเลอย วเน วาฬมิคากิณฺเณ สัตว์ในด่านก็ดูยง สัตว์ในดงก็ดูยิ่งแล หึสา เนสํ น วิชฺชติ จะพาทธก็บมา จะพาทาก็บมี มากโสด ขณนฺตาลุกนมฺพานิ บพิตร ออกนางตูขุดรากบววแลเหง้าบวว แม่ณหววก็บอยู่เลอย วิฬานิ ตกฺกลานิ จ ทงงมนนอ้อนมนนอ่อน มนนพร้าวล่อนมนนไพร มากแล โกลํ ภลฺลาตกํ เพลฺลํ หมากกอกกับพีเนา พัทราเทาเลมล่าแล สา โน อาหจฺจ โปสติ เก็บมาเปนอาหาร ล้ยงลูกหลานพระบาทนี้ ยญฺเจว สา อาหรติ ลูกไม้ใดตระการ รากไม้หวานหวงงเสพยนี้ วนมูลผลหาริยา ลูกไม้ผลไม้ใหญ่ ออกนางใฝ่เอามา มากแล ตํ โน สพฺเพ สมาคนฺตฺวา น่งงปตูตูเต้าไท้ โลมเล้าให้เสวอย ภักษ์น้นน รตฺตึ ภุญฺชาม โน ทิวา ออกนางเดอรคืนคํ่า รุ่งเช้าพรํ่าอดกิน อยู่ไส้ อมฺมา จ โน กิสา ปณฺฑุ บพิตร ออกนางตูโตรดตรอม บัดนี้ผอมเหลือง หลากแล อาหรนฺตี ทุมปฺผลํ เพราะเพื่อแสวงหาลูกไม้ มาถวายแด่ไท้ทรงธรรม บพิตรน้นน วาตาตเปน สุขุมาลี ปทุมํ หตฺถคตมิว ฯ เทว บพิตร ท้าวผู้ผ่านเจ้าอยู่หัว ปทุมํ อิว เมาะ ยถา ปทุมํ ดั่งฤๅ ดงงดอกบววบานแบ่ง ขึ้นแข่งนํ้าเรืองไร มาณเวน แลกรไทชายมาณพนายผู้หนึ่ง หตฺถตเล ปริมทฺทิตํ แลเอามาคลายเคล้นซึ่งมือมนน บงามฉรรแสงเศร้า ทุวณฺณมิลาตํ บัดนี้ เห็นห่ยวเศร้าหายสรด โหติ ก็มีในดอกบงกช น้นนโสด สา อมฺมา อันว่าออกนางนงโพธไท้เทพี แม่มัทรีตูข้าน้อยนารถ สุขุมาลี อันมีสมบูรณ์ใสสระอาจสุขุมาลย์ เนื้อรุหาญทองแท่ง ทุวณฺณมิลาตํ อ้าบัดนี้ ก็เห็นห่ยวแห้งแห่งพระองค์ วาตาตเปน ด้วยลมลงดงแดด เดอรแจ้งแจดจำงาย โหติ ก็มีหลายคราหลายคาบ ดูประดาบสาหส เอวเมว ดุจดอกบงกชบววมาศ แลมา ลุอำนาจในมือชาย อยู่มนนทายมนนทัดถือเหล้น อยู่มนนเคล้ามนนคลี่ไปมา ให้ห่ยวแล อมฺมาย ปตนู เกสา อันว่าเกสานิลพยงพู่ ข้องพฤกษอยู่ดูบาง แลนาท้าว วิจรนตฺยา พฺรหาวเน บุกป่าดงพงกว้าง โดยด่านช้างชรงมไพ วเน วาฬมิคากิณฺเณ ดงใดพาฬมฤคมาก เนื้อเบื้อหลากหลายพรรค์อยู่แล ขคฺคทีปินิเสวิเต เล็บงอนงามอเน่ง เขาข้ยวเปล่งเปลวแสงส่องแล เกเสสุ ชฏํ พนฺธิตฺวา บพิตร ออกนางตูเปนเจ้า ย่อมห่อเกล้าชฎาธาร ทุกเมื่อไส้ กจฺเฉ ชลฺลมธารยิ มีเสทาทงงสอง รักรงงรองหมองหม่นแล จมฺมวาสี ฉมา เสติ นุ่งหนงงเสือนอนแผ่น ใบไม้แท่นปูอาศน์แล ชาตเวทํ นมสฺสติ ไหว้พระเพลองอรเอก เงื่อนปรตเยกสํพุทธเลอศน้นน ฯ เอวํ มาตุ ทุกฺขิตภาวํ กเถตฺวา อันว่าเจ้าชาลี ก็ทูลคดีออกนางพญาตน ด้วยประการกลด่งงนี้ อยฺยกํ โจเทนฺโต อิมํ คาถมาห เจ้าก็จะโจทย์อัยกาธิราช พ้อพระบาทจักราธิบดี ก็มีพระเสาวนีสนองคืน ด่งงนี้ ปุตฺตา ปิยา มนุสฺสานํ บพิตร ชื่อว่าลูกหญิงลูกชาย อนนจะสืบสายสันดานท่านนี้ โลกสฺมึ อุทปชฺชิสุํ ย่อมเปนที่เสนหา ในโลกากรไส้ น หิ นูนมฺหากํ อยฺยสฺส ด่งงจริงใจไอยเกษ เหง้านเรศไอยกาธิบดี ปุตฺเต สิเนโห อชายถ บเห็นที่ท้าวจะเสน่หา แก่พระราชบิดามาตยตูนี้ นาท้าว ฯ

  ตโต ราชา อตฺตโน โทสํ อาจิกฺขนฺโต อาห อันว่าพระสุเรศวรราชก็จะสำแดงโทษแห่งเทหเลหด่งงน้นน ก็ซ้นนมีพระราชโองการ แก่เจ้าพญาหลานคืน ด่งงนี้ ทุกฺกฏญฺจ หิ โน โปต ดูกรหลานอำเภอใดแลท้าวพญาอาธรรม โทษทุษฐกรรมปู่ก็ทำเอง แลนาเจ้า ภูนหจฺจํ กตํ มยา อนนอำเภอไชยสวัสดิ์ ปู่เปนกษัตริย์ก็ทำโทษน้นน โยหํ สิวีนํ วจนา กูผู้อาจยินอยู่ไพร บดานใดตามธรรมอนนชอบน้นน ปพฺพาเชสึ อทูสกํ พ่อออกเจ้าท้าวนิรโทษ ขับหนีโสดนฤเทศน้นน ยํ เม กิญฺจิ อิธ อตฺถิ เครื่องใดอนนพิเสศ ในด้าวเชตุดรเมืองมีนี้ ธนํ ธญฺญฺจ วิชฺชติ ท้งงสิ่งสีนสุรเกษตร พ่อก็จะถวายแก่ท้าวเชษฐเอารส ปู่แล เอตุ เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่าพระแพศยันดร จงมาเสวอยพระนครคืนเล่าเทอญ สิวิรฏฺเ ปสาสตูติ จงเจ้ามารักษาราษฎร์สืบเชื้อชาติสุริยาวงษ์น้นน ฯ กุมาโร อาห อันว่าเจ้าชาลีกุมาร ก็สนองสารเสร็จ แด่สมเด็จธิบดินทรคืน ด่งงนี้ น เทว มยฺหํ วจนา บพิตร อันว่าพ่อตูข้าน้อยนารถ ฤๅจะอาจยินคำตู กล่าวนี้ เอหิติ สิวิสุตฺตโม พระบิตุราชเจ้าจุมพล ธบรางจนิมนต์ตู แลจะมา แลนาท้าว ฯ ตโต เสนาปตึ ราชา สญฺชโย อชฺฌภาสถ หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺติ เสนา สนฺนาหยนฺตุ นํ ฯ ภิกฺขเว ดูกร ภิกษุมุนี ผู้มีจัตุปาริสุทธศีล อนนทรงพิริยทรงพรต ตโต เมาะ ตทา ในกาลกำหนดกำหนัดนี้ ท้าวธกัตนิทิเสน่หา เอารสาธิราช ราชา สญฺชโย อันว่า พระบาทบรมภูธรเทพสญชัย สุตฺวา ชาลีกุมารวจนํ คร้นนพระได้ฟงงสองดไนยหลานราช ฟงงฺพระสาศน์หลานรักษ วจนํ ยงงพระราชโองการอนนตรศักดิ์ เจ้าจักรพรรดิภูบาล เจ้าจักรพาฬภูเบศ อชฺฌภาสถ ก็บนนทูลด้วยพระเดชเดชะ ด้วยพระตระบะเดโช เสนาปตึ แก่โยธาธิบดี ทวยโยธีธิบดินทร์ อนนเปนนรินทรามาตย์ ราชเสนาอากยรณ ด้วยสมยนสมุหพระดำรวจ ด่งงนี้ เสนา เมาะ เสนาโย อันว่าเสนาเรา บรู้กี่ขนัดกี่ขนาด อนนอยู่บำเรอราชในวงง อนนจะยงงบำเรอราชนอกวงง ทงงกงในกงนอก ทงงเมืองออกท่านทุกด้าว ทงงเมืองออกท้าวท่านทุกแดน แลแสนยากรน้นนฤๅ หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺติ เมาะ หตฺถิเสนาโย อสฺสเสนาโย รถเสนาโย ปตฺติเสนาโย ฯ คือหมู่ช้างชำนิชำนน ชนชำนาญชาญชำนะ ลางหมู่ดูสรดะสรดื่น ลางหมู่ดูรยืนรย่งง งาสรพร่งงสรพราด ลางหมู่ขี่ผงาจอาจผงร อยู่แก่สมรแผ่นดิน ลางหมู่เอาเดือนก็ได้โดยถวิล ลางหมู่เอาดินก็ได้ด้วยถวัด ลางหมู่งาชรอัดชรแอ้น แล่นก็แล่นชนก็ชน ยลหูก็กางยลหางก็แกว่ง งามถ้วนแห่งบมิช้า ลางหมู่คล้าเอาเสือก็ได้ด้วยอุก ลางหมู่คลุกเอาศึกก็ได้ด้วยอาจ หมู่หนึ่งผาดไล่สีหก็ทนน หมู่หนึ่งผนนไล่สีหก็ท่าว ศึกฟงงข่าวสรีรรวว ย่อมตววหาญตววหื่น เห็นคคลื่นคคลับ ดำรยับเปนแสง ลางหมู่หน้าแดงจกรูล ดูจำรูญจกราด ทั้งตววดาษแผลผลิ ดูพรรฦๅนิพรรฦก ลางหมู่ดูคมึกคมำ แก้มกำยำกินมนน ย่อมตววทนนตววทรับ โจนจำบับจำบงง สัตรูพงงแพ้พ่าย ฯ

  อสฺสาเสนาโย คือฝ่ายม้าอัสวดร หมู่นิกรอัศวเดช แลม้านเรศต่างต่าง มีหมู่ด่างหมู่แดง ย่อมม้าแรงม้าเร้า หมู่ม้าเหล่ามาเลือก หมู่ม้าเผือกม้าผ่อง เห็จฟ้า ฟ่องหูฟงง หมู่ม้าปล่งงม้าปลอด ตีนคอขอดคอขด หมู่ม้าหมดม้าหม่น อนนรู้หล่นมิรู้ล้า หมู่ม้าหล่อม้าเหลือง ดูมเลืองมลาก หมู่ม้านาคม้านิล จบทุกดินทุกดาน หมู่ม้ากาลม้าแก้ว โฉมดูแพร้วดูพราย หมู่ม้าซ้ายม้าแซม แนมนายเผ่นน่งงผาย หมู่ม้าฝ้ายม้าฝุ่น สีสรตุ่นเทาเทา ขนกล้ยงเกลาพรายพรรณ เหาะเห็จหรรผนนผยอง ฉลองดินฟ้าอากาศ อาจดรดรงค ฯ รถเสนาโย สำนึงคือรถบรรจง ม้ายรรยงยรรยอง โยงรถทองหรรเห็จ หมู่หนึ่งรถสมเด็จสํแดง ครแลงครไล ดูประไพด้วยแก้ว หมู่หนึ่งแพร้วด้วยกงกาญจน์ บรรสารด้วยกงกำ หมู่หนึ่งทำรถหมดด้วยรัชฏ์ หมู่หนึ่งชรัดด้วยทองแดง แซงด้วยทองดาษ หมู่หนึ่งพาศด้วยสพ้นน ฝั้นด้วยสุพรรณ หมู่หนึ่งกนนด้วยเหล็กหล่อ ก่อด้วยเหล็กหลาย แสงดูพรายพัรเหา หมู่รถเราน้นนโสดสับ อนนประดับด้วยอานด้วยแอก แปรกบรัศกวยนแกว่งผัดกงผนน ญวนชำนันทวยทอด ธงทัดยอดดูแดง หมู่หนึ่งแสงดูขาว หมู่หนึ่งภาวชมภู หมู่หนึ่งดูขยวขจี หมู่หนึ่งสีแสงเหลือง หมู่หนึ่งเรืองแสงเมฆ หมู่หนึ่งแฉกแสงหงษ์ หมู่หนึ่งสรบงแสงแสด แสงพยงแดดดูฉาย หมู่หนึ่งพรายแสงดำ แสงขยวขำคคลับ ประดับดาษแกมกนน ต่างต่างพรรณต่างภาค ใบบรรดากก็ดูงาม ฯ

  ปตฺติเสนาโย ส่ำนึ่งคือพลสงคราม รามพิไชยไวยพิชิต หมู่หนึ่งฤทธิ์บรรจง หมู่หนึ่งรงคบรรเจอศ หมู่หนึ่งเลอศด้วยฝีมือ ฦๅด้วยฝีแมน แอนเอาศึกก็ได้บมิคลาศ อาจเอาเศิกก็ได้บมิแคล้ว ย่อมพลแผ้วผลาญม่าห ย่อมพลผ่าพลาญมาร ฤทธิบารรเบิก ก็เกรอกขบฟนนก็ดูร้าว ก็กร้าวขบฟนนก็ดูแรง ย่อมพลแขงตรเบ็งลํ่าสนน ย่อมพลขันธ์ตรเบ็งลํ่าสู่ บรู้ถดรู้ถอย หมู่หนึ่งสอยสัตรูตายรนับ หมู่หนึ่งสับสัตรูตายรนาบ ย่อมพลปราบบรปักษ์ แลทวยหาญเจ้าจอมจักรน้นนโสดหลายส่ำ เล็งดูลํ่าลบินลบ้นน ดูตรหมนนตรหมืน ดูรยืนรยัด ดูลขัดลขืน ดูลปืนลปลาน ย่อมพลลานพลเลือก ย่อมพลสักเงือกสักงู หน้าหลงงดูไหลดาษ อาจรบรวดอวดรบรอบ ย่อมพลขอบพลพันธ์ ย่อมพลสรนนพลสระ ย่อมพลชระพลเชรอด ย่อมพลเฉอดผลฉาน ย่อมพลชาญพลช่ยว ย่อมพลร่ยวพลแรง ย่อมพลแขงพลเข้ม ย่อมพลเล้มพลเหลา ย่อมพลเกลาพลแกล้ว ย่อมพลแผ้วพลผ่า ย่อมพลกว่าพลแกว่น ย่อมพลแล่นพลลํ่า อาจปลํ้าเอาลาภ ปราบกุมภกรรฐ์ปรนนขุนขร กำธรฑูตแผลงตรีกูฏก็เอน ผลักพระเมรุก็ท่าว ผลักผาด้าวก็ทบ ตรหลบเอาดาวมากิน ตรหลบเอาดินก็ได้ด้วยฉับ จับเอาเดือนแลตรวัน เที่ยวทนนบาดานชาญทุกทวีป ด้วยเร้วรีบบให้ห่าง ย่างตีนดยวก็จบ สบอากาศก็จวบ รวบเอาสุราไลยโลกย์ ไตรภพโอฆสงสาร แม้สัตรูประมาณด้วยพนน ทนนถึงหมื่นถึงแสนแด่นถึงล้าน อาจป้องปานเดจดยว สู้ต่อลยวต่อลาว ใจบอ้าวบอ่อน ใจบหย่อยนบหยุด ที่จะยุทธในรณรงค์ ฯ

  เสนา สนฺนาหยนฺตุ เมาะ อาวุทฺธํ สชฺชนฺตุ จงสูเร่งทรงอาวุธถ้วนหน้า หมู่ทวยกล้าอาพัทธ เร่งทรงขนัดทรงขรรค์ กุมกุทันธ์กนนกทาห ดาทงงด้งงทงง ดาบ สองตราบจับสูลจำรูลจับศักดิ์ สภักผ้าเกราะผ้ากราย พรายพรายด้วยจุรีจุแรง ลำแพงเพ็ชรเก็จกำจายมาร ผลาญด้วยกงด้วยกำ ทงงฉวยงสดำหน้าไม้หน้าแม่น แกว่นคำแหงแผลงคำเพลอง ดำเลองเสโลหโหล้แหลนหลาย จำหายแสงส่องตรวัน จำหนนแสงส่องฟ้า เหลื้อมๆ หล้าทุกแหล่ง ดูปรแพร่งปรแพรว ทุกลำแกล้วโยธา สูเร่งประดับประดา ดากนนมาอย่าช้า ท้าวธจะให้เสด็จไปรับลูกธเจ้าฟ้าพระศรีสรรเพ็ชญ์ เสด็จมาผ่านพระนคร เชดุดรคืนเล่าแล ฯ เนคมา จ มํ อเนฺวนฺตุ พลนานอกนานตว สบอายดนอายาตร เร่งดยรดาษล้อมโดยตาม พฺราหฺมณา จ ปุโรหิตา ทงงพราหมณ์พฤทธิพราหมณ์เพศ ทงงพราหมณ์เทศพราหมณ์ไทย สบสไมยดาษโดยดูตู ฯ

  ตโต สฏฺิสหสฺสานิ เสนาสุรเสนิศ ใจบภิตบพรานตย่อมทวยหาญหกหมื่น โยธิโน จารุทสฺสนา เลงดูชื่นดูชม งามดูสมดูสบาว สรหลนสรหลอน ขิปฺปมายนฺตุ สนฺนทฺธา ทรงอาภรณ์อาภาศเร่งดยรดาษดยรโดย อาวุธโบยยยาบ นานาวณฺเณหิ ลงฺกตา ปราบทุกแดนทุกด้าว ฦๅ ทุกท้าวทุกประเทศ เครื่องแก้วเวศไวไว นีลวตฺถธราเนเก โฉมปรไพรปรแพ่ง เครื่องขยวแขงเครื่องขำ ดูกำยำโยธา ปีตาเนเก นิวาสิตา ดาบหอกใหญ่หอกยาว ห่มผ้าดาว ผ้าแดด เหลื้อมๆ แสดแสงเหลือง อญฺเ โลหิตอุณฺหีสา หมู่หมวกแดงเรืองดูรุ่ง แหลนยยุ่งยย้าย คล้ายๆ คลี่ไคลๆ สุทฺธาเนเก นิวาสิตา ลกลไขลขืน ย่อมพลหื่นพลหาญ ห่มเกราะกาญจน์ขยวขาว ขิปฺปมายนฺตุ สนฺนทฺธา ย่อมพลดาวพลแดง ย่อมพลแขงพลขันธ์ อาจขนัดขนรรสงคราม นานาวณฺเณหิ ลงฺกตา เล็งดูงามดูง่า แต่งเครื่องอ่าเครื่ององค์ ทรงเครื่องท้าวหลายพรรณ หิมวา ยถา คนฺธโร ดุจหิมวันต์ หิมเวศ หอมพิเสดพิศาล คันธาธารคนธา ปพฺพโต คนฺธมาทโน ชื่อจลาจรเลนทร์ หอมกรเวรกรวล อาจจิญจญจวญใจ นานารุกฺเขหิ สญฺฉนฺโน พฤกษดวงใสดวงสาง ใบกระช่างกระชู กิ่งก้านตรูตระการ มหาภูตคณาลโย ที่ฝูงมารฝูงมาห ทงงผีห่าผีเหว ผีท้องเลว หลายภาค อารักษ์มากนานา โอสเธหิ จ ทิพฺเพหิ มียาทิพย์ยาเทพย์ อันควรเสพย์ควรเสวอย ไข้ลเหอยเห็นหาย ทิสา ภนฺติ ปวนฺติ จ มีแสงพรายแสงพุ่ง มีแสงรุ่งแสงเรือง เหลื้อมๆ เหลืองขาวขยว ขิปฺปมายนฺตุ สนฺนทฺธา หมู่ฉลยวฉลาดพลเร้า หมู่เฉลาฉลุทอง ลงงลองแสงฉลับเฉลอมตรหมื่นเตอมกุมภัณฑ์ ทิสา ภนฺตุ ปวนฺตุ จ โฉมหลายพรรณหลายภาค เหลื้อมๆ หลากไรๆ ท่ววทิศไปขจุยขจร ฯ

  ตโต นาคสหสฺสานิ ถัดน้นนพลนิกรพวกกรี อนนมีไชยมีชาติ ดูสรพราศถ้วนหมื่น โยชยนฺตุ จตุทฺทส สี่พนนหมื่นพลายหาญ ย่อมตววสารตววสรร เร่งมาพลนนโดยกระษัตริย์ สุวณฺณกจฺเฉ มาตงฺเค พลอยผูกกรพัดรัดดำโพง โยงตาบหน้าสลูกสลาบ ครุฑธยยาบแพรทอง เหมกปฺปนิวาสเส จองจำลองจำหลัก ทรงผ้าปักผ้าปิ่น สทิ่นทยนทองทำ อารูฬฺเห คามณีเยภิ หมอจำนำจำหนับ ให้เร่งขับเร่งขี่ คล้ายๆ คลี่ไคลดล โตมรงฺกุสมาณิภิ ถือทวนถกลเถกองงาอังกุสอ่าองกาย พรายรัตนลออ ขิปฺปมายนฺตุ สนฺนทฺธา หมอประเสริฐประสิทธิ์ มาอย่าคลิดอย่าคลาส โดยเสด็จราชเร็วพลนน หตฺถิกฺขนฺเธหิ ทสฺสิตา ไสสามนนสารทธ์อย่าได้กดได้ก่ยว ฝ่ายช้างช่ยวรำรงค์ ฯ ตโต อสฺสสหสฺสานิ อนนดับน้นนม้ายรรยงยรรยอง แคบคับรองควรงาม ย่อมแสะสยามอยุทธ์ โยชยนฺตุ จตุทฺทส จตุทัศสหัศษาหัศเร่งอาต อาคาธทองร้อยราชรจนา อาชานียาว ชาติยา เผ่าอาชาไนย อนนมีไชยมีชาติ์ ขับผายผาดผนนผยอง ลงงลองพรรณอจินต์ สินฺธเว สีฆวาหเน เผ่าสินธพสบทวีป เร็วฤทธิ์รีบเร็วรงค์ ขนสงสรบงสรบาล อารูฬฺเห คามณีเยภิ นายม้าการม้าแกว่น อาจขับแล่นขับเลอ ใจเสมอเพชร์ยรรยง อิลฺลิยาจาปธาริภิ ทรงธนูธนุศ ก่งศรสุดกรส่ง แส้ส้าวดงโดมร ขิปฺปมายนฺตุ สนฺนทฺธา นายอัศดรอัศวเดช ทรงเครื่องเทศเครื่องท้าว จรัสท่ววด้าวชัชวาลย์ อสฺสปิฏฺเ อลงฺกตา อานสุพรรณสุแพก นายจำแนกจำนำ ทงงฉวยงสดำดาษดามา ฯ

  ตโต รถสหสฺสานิ ถัดน้นนรถทยมล้า ทยมแหล้น กวยนแก้วแกว่นกงไกว ปรไพดลแกมกาญจน์ โยชยนฺตุ จตุทฺทส เรือนพิมานพิมลสบปรตยนปรตเยก ด้วยแก้วเวศไวโพยม อโยสุกตเนมโย โสรมเหล็กหลายเหล็กหล่อ เรืองเปนช่อเปนช้นน กงแกว่งหม้นนบมิคลา สุวณฺณจิตฺตปกฺขเร ให้รจนารจเรข ทองไล้เลขลายขยน นยรมิตรด้วยมณีฉาย อาโรเปนฺตุ ธเช ตตฺถ หมู่นายรถเนืองเร่ง ธงธุชเปล่งธงทอง ลงงลองยวลเยนทร์ จมฺมานิ กวจานิ จ จงแต่งเขนแต่งขันธ์ ผ้าเกราะพรรณพรายแพร้ว ดยรดาษแก้วกรพินธุ์ วิปฺผาเลนฺตุ จ จาปานิ หมู่รู้ศิลปสาตร ให้เร่งผาดเร่งแผลง สรดำแดงด้วยเดโช ทฬฺหธมฺมา ปหาริโน หมู่โยธาโยเทศ ผู้จำเบศจำบงง ปรนงงกนนถวายศิลป์ ขิปฺปมายนฺตุ สนฺนทฺธา ฝูงพลพฤนท์พลพาห ห่มผ้าราผ้าราย ดาวดูฉายเฉลาทอง รเถสุ รถชีวิโน นองนายแอยงนายอยืน ฉมวยฉมำปืนยาแม่น เลี้ยงด้วยแกว่นกลางณรงค์ ใจบรรจงอาษาท่านน้นน ฯ

  เอวํ ราชา เสนางฺคตํ วิจาเรตฺวา คร้นนท้าวธพิจารณานรพฤนธ์พล พาหนพยุหหมู่จตุรงค์ อนนอลงกฏสำเร็จ เสร็จด้วยประการแลแล้ว ปุตฺตสฺส เม เชตุตฺตรนครโต ยาว วงฺกตปพฺพตา อฏฺฐุสภวิตฺถารํ อาคมนมคฺคํ สมตลํ กตฺวา ท้าวธ ก็มีพระราชโองการ แก่พระสุวรรณสวัสดิ์สมุหนายกด่งงนี้ ชี้ให้เห็น ดูกรอมาตยพลมาตยานุชิต สูเร่งรจิตรจนามรรคาลงการ ที่สงสารสรรเพชญ์ ท้าวธเสด็จคืนยงงเชดุดร นครรัตนราชธานีมีประมาณ แปดอสุภด้วยกว้างยาวแต่ทางวงกฏ มาจรดถึงเชดุดรนครจงราบ ดูชรบาปสิ้นเสมอกนน โสดเทอญ ฯ มคฺคาลงฺการตฺถาย อิทญฺจ อิทญฺจ กโรถาติ อาณาเปนฺโต อาห แล้วจงสูเร่งแต่งเครื่อง อนนจะประดับมรรคา ที่พระเอารสกูจะมาด่งงนี้ จงบริบูรณ์ ท้าวธก็มีพระราชบัณฑูรด้วยพระคาถา ด่งงนี้ ลาชา โอโลปิยา ปุปฺผา อนนว่าคนท้งงหลาย จงเรี่ยรายเข้าตอก ทงงดอกไม้แกมกนน โสดเทอญ มาลาคนฺธวิเลปนา เร่งแขวนรำยวลพรรณบุษปเรข อเนกด้วยคนธาทิกน้นน อคฺฆิยานิ จ ติฏฺนฺตุ พนมรัตนอิกพนมมาลาเลอศนิ์ ตั้งจงเฉิดทยมทาง เยน มคฺเคน เอหิติ ที่ใดกนนดารกลางมูลมารค เอารสราชเจ้าจักมา คาเม คาเม สตํ กุมฺภา หมู่ไหตราเตือนแต่ง แลร้อยแห่งทุกทาน เมรยสฺส สุราย จ ตวงเต็มสุราบานโซรแซร ให้กินแต่เต็มใจ มคฺคมฺหิ ปติตา นฺตุ จงสูประดับในทุกที่ ถ้วนถ้องถี่รัถยา เยน มคฺเคน เอหิติ ทางใดพญาธรรมชอบ เจ้าจักคอบคืนเมืองเล่าแล มํสา ปูวา จ สงฺกุลิโย เข้าพองแดกงาเนืองนมมาก เนื้อนกหลากหลายพรรค์ กุมฺมาสา มจฺฉสํยุตา สังขยาไข่ขนมมนน ขนมถั่ว เนื้อปลาอั่วอากยรณ์ มคฺคมฺหิ ปติตา นฺตุ แลคนท้าวไทยท่ววยรรยงรอบสองข้าง ขอบมรรคา เยน มคฺเคน เอหิติ ทางใดพงาเอารสราช เจ้าจักยาตรยงงบูร สปฺปิ เตลํ ทธิ ขีรํ นมเนอยทธิมูลมนนมาก ถ้วนทุกภาคพอพล อิ่มเทอญ กงฺคุปิฏฺา พหู สุรา กำเสาจรบลรศเอมโอช เข้าฟ่างโสดสราสรับแต่งเทอญ มคฺคมฺหิ ปติตา นฺตุ จงสูประดับโดยมูลมารค ถ้วนถ้องดาษดูงาม เยน มคฺเคน เอหิติ ทางใดที่สนวรสนามรจเรข ท้าวผู้เอกเอารสจะคืนขอบน้นน อาฬาริกา จ สูทา จ มหาทักษิณ ยยืนนายโภชน์ อย่าช้าโฆสนามา ท่ววเทอญ นฏนฏฺฏกคายิโน ขับรำภิรมย์ดำดาอวจ แกล้งปรกวจกลถวายแก่ท่านเทอญ ปาณิสฺสรา กุมฺภถูณิโย ตบมือตีแฉ่ง วายกลองเทศ พิเสศด้วยดุริยางค์ มุทฺทิกา โสกชฺฌายิกา ขับรำสำรวลวางวายโศก โดยเสด็จโลกเจ้าจอม กษัตริย์น้นน อาหญฺนฺตุ สพฺพวีณา ดิงพิลลำลำนักสวรรค์ ดนตรีสสยงสังคีตคายันต์ เภริโย ทินฺทิมานิ จ กลองเล็กกล่นน ฦๅรนนกลองใหญ่ เคงฆ้องไชยสามาญ ขรมุขานิ ธเมนฺตุ แตรสังข์สำนาญนันทเภรีศ สยงก้องปรีดิเปรมใจ นทนฺตุ เอกโปกฺขรา ปี่จีนโสดสรในใดต่าง ทงงกรลุมพางพอฟงง มุทิงฺคา ปณวาสงฺขา มหรทึกสรโพลสังข์สยงมี่ ปยวปี่แก้วแคนผสาร โคธาปริวเทนฺติกา แจรงทรอทรในสารสยงยิ่ง จเข้ดิ่งสารสวรรค์ ทินฺทิมานิ จ หญฺนฺตุ โทลมรรธนิทันทีเทศ รนนกองเกษตรสีมา ท่ววเทอญ กุฏุมฺพา ทินฺทิมานิ จาติ ดิ่งดุริยางค์ ตีเป่า ขับล้วนเหล่าสยงสรวล สำรวลดาดดีดเทอญ ฯ เอวํ ราชา มคฺคาลงฺการํ วิตฺถาเรตฺวา อันว่าพระสญชยราชพระบาทก็พิจารณา ที่ประดับมรรคาไลย ด้วยไกลแต่วงกฏ มาจรดถึงวยง ก็ให้ผดยงทุกประการ แลแล้ว ฯ ชูชโกปิ ปมาณาติกฺกนฺตํ ภุญฺชิตฺวา ส่วนชูชกาจารย์ เหอมอาหารอนนนานา เอากรอยาแวนมาก เถ้าก็อิงอนาก ตากตากตนนอน อยู่แล ชิราเปตุํ อสกฺโกนฺโต กาลมกาสิ เหตุว่าอาหาร ย่อมของหวานอันอชยร ก็มาบยดบยฬอุทรให้ทล ก็ถึงที่กรวนกรวาย รทดรทาย เถ้าก็ตายวายชีวิตแล ฯ

  ราชา ตสฺส สรีรกิจฺจํ การาเปตฺวา ท้าวธก็ให้ทำเมรุชูชก รุดเร่งส่งสการ พราหมณ์พลนนทนนในวนนน้นน โสดแล นคเร เภริญฺจาราเปตฺวา ธก็ให้อมาตย คาดเภรี ตีกลองป่าวท่ววไปมา ตรตยงรหาญาติกากรพราหมณ์ ถามท่ววทงง พระนครท่านน้นน กิญฺจิสฺส าตกํ น ปสฺสิตฺวา ก็บมิเห็นเผ่าพรรคพันธุ์พวกพ้อง พี่น้องพราหมณ์ผู้ใดผู้หนึ่ง ซึ่งจะมารับทรัพย์มรฎก ชีชูชกน้นนโสดเลอย ธนํ ปุน รญฺโ เยว อโหสิ ท้าวธก็ให้เอาสิ่งสินสรรพทรัพย์ ลำดับไว้ในพระคลงง ลํพงง คฤหาศสถาน เล่าแล ฯ อถ สตฺตเม ทิวเส สพฺพเสนาโย สนฺนิปติตฺวา อนนดับน้นน ในเมื่อสิ้นเจ็ดวนนพระบาทสญชย ก็ให้ตรวจไตรรี้พลพหลโยธา อีกอมาตยานิกร เต็มท้งงเชดุดรนองเนือง ในนอกเมืองมากโสด ราชามหนฺเตน ปริวาเรน ชาลิกุมารํ มคฺคนายกํ กตฺวา นิกฺขมิ ธก็ต้งงเจ้าชาลีหลานราช เปนมารคธิบดี ถือเสนีเสนา นำโยธาไปก่อนแล ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าพระสาศดาจารยาธิบดี อนนมีพิริยจรรยา ก็บันทูลคาถา ด่งงนี้ ฯ สา เสนา มหตี อาสิ อุยฺยุตฺตา สิวิวาหินี ชาลินา มคฺคนาเยน วงฺกํ ปายาสิ ปพฺพตํ ฯ ภิกฺขเว ดูกรอารยเอารสาธิบดี อนนมีพิริยจรรยา สา เสนา อันว่า เสนานิกรนรนรินท์ สญฺชยนรินฺทสฺส แห่งพระสญชยนภูบดินทรบพิตร มหตี ทฺวาทสอกฺโขภินีสงฺขาตา อนนธคิดควรคณนา เต็มตรวจตราบมีผับ อนนธนับไว้ว่าประมาณมี สิบสองอักเษาเภนีนับพยู่ห์ อาสิ เมาะ อโหสิ ธก็มีถ้วนทุกหมู่ธก็หมาย สา เสนา อันว่าเสนาเราทงงหลายเหลือนับ อุยฺยุตฺตา เมาะ สชฺชิตา แล้วท้าวธก็ให้ประดับประดานับโดยพระราชโองการสารสั่ง นครา ปยาตา แล้วธก็ให้ไหลหล่งงถ่งงออกมา จากพระนคราคคลาคคลํ่า บมิรู้กี่ส่ำกี่แสนเสนา สิวิวาหินี เมาะ สิวิเสนาเอว ย่อมโยธาทวยหาร พระภูบาลไทธเรศตรี ปจฺจตฺถิเกน อภิภวิตุํ สมตฺถา อนนอาจผจญไพรี ในปรถพีทุกทวีป ปายาสิ ท้าวธก็ให้เร็วรีบเร่งไป โบยธไชยช่วยพล อย่าให้จลภายหลัง วงฺกตปพฺพตํ ยงงเขาวงกฏบรรพตราชคีรี ชาลินา สห กับด้วยเจ้าชาลีหลานราช มคฺคนาเยน เปนสมุหมารคนายก ยกพลไปถถ้นน คร้นนเข้าถึงสถาน ที่สองภูบาลเสด็จอยู่น้นน ฯ

  ตทา กลิงฺครฏฺวาสิโน กิร พฺราหฺมโณ อตฺตโน รฏฺเ ตํ นาคํ อาหริตฺวา สญฺชยสฺส อทํสุ ในกาลเมื่อฝนตกเต็มเกษตร ประเทศกาลึงคนคร ภูธรกาลึงค์ก็ใช้ พราหมณ์ท้งงหลาย ไถ่เอาปรตยนาเคนทร์ มาถวายแด่พระนเรนทรสญชยคืน เล่าแล โส สามิกํ ปสฺสิตุํ ลภิสฺสามีติ ตุฏฺโ อันว่าปรตยนาเคนทรคชสาร ก็บนนดาลใจชมชื่นหื่นหรรษา เหตุจะได้มาคอบคืนประสบ พบพระบาทเจ้าตนเล่าแล โกญฺจนาทํ อกาสิ จึงจะร้องก้องโกญจนาท ชื่นชมสาธุ์สะเทือนท่ววน้นน ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ อันว่าพระคาถานี้โสด พระสมณโคตมาจารย์ อาไศรยแก่โบราณจรรยา ก็บนนทูลคาถา ด่งงนี้ โกญฺจํ นทติ มาตงฺโค ดูกรอาจารย์ อันว่าพญาสารชื่อปรตย ร้องชมไชยนินนาท กุญฺชโร สฏฺิหายโน ชาติยายุศมหกสิบ ยิ่งพลอิพรเอาธาร กจฺฉาย พชฺฌมานาย กรพัตสารสารสนส้อย ทองทาบห้อยพรวญพราย โกญฺจํ นทติ วารโน นายชำนิเร็วเร่งตรแตร้น เปล่งสยงสทยร อาชานิยา หสิยนฺติ ม้าแมนหยรกึกก้อง กระทืบท้องธรณี เนมิโฆโส อชายถ สารถีเร็วรถคลี กรยวแก้วเมืองขวาง นภํ รโช อฉาเทสิ ธรณีบงงสุบงงเมฆ มืดฟ้าเฉกอัษฎงค์ อุยฺยุตฺตา สิวิวาหินี เสนาทรงธรณิศ ท้าวกบีดิสดาไป สาสนา มหตี อาสิ พลพระสญชยชเยศ ถ้วนทุกเพศทุกพรรณ อุยฺยุตฺตา หารหาริณี โยธาทงนนพลพยูห์ บมิรู้กี่หมู่แคว้นพระนคร ชาลินา มคฺคนาเยน หลานภูธรเสด็จยาตรา เปนมุขมารคนำพล วงฺกํ ปายาสิ ปพฺพตํ ยงงอจลวงกฏ ที่ท้าวทรงพรตนักบุญ เต ปาวึสุ พรฺหารญฺํ ราชาดุลยสี่ท้าว เสด็จยงงดานด้าวดงหลวง พหุสาขํ มโหทกํ สาขาพวงเพศกิ่ง แนวนํ้าวิ่งวางมา ปุปฺผรุกฺเขหิ สญฺฉนฺนํ บุษบาบานโดยดอก ทุกขนนขอกไขขจร ผลรุกฺเขหิ จูภยํ ช่วงสลอนดวงลูก บภักปลูกเปนแนว ตตฺถ วินฺทุสฺสรา วคฺคู อารัญแถวเถื่อนถ้อง นกรี่ร้องสยงหวาน นานาวณฺณา พหู ทิชา สำนานนกนาเนก ปีกพยงเลขเลขา กูชนฺตมุปกูชนฺติ ภาษาศับทมี่ก้อง ต่างต่างร้องรับกนน อุตุสํปุปฺผิเต ทุเม กาลเมื่อบัลพใบแบ่ง ดอกขึ้นแข่งโผยผล พลพิหคคอย้าย อยู่น้นน เต คนฺตฺวา ทีฆมทฺธานํ อโหรตฺตานมจฺจเย ปเทสนฺตํ อุปาคญฺฉุํ ยตฺถ เวสฺสนฺตโร อหุ ฯ ภิกฺขเว ดูกรภิกษุบริพาร อริยาธิการทรงเพศ ยตฺถ เมาะ ยสฺมึ ปเทเส ใน ประเทศด้าวแดนใด เวสฺสนฺตโร อหุ ที่ท่านเจ้าใจธรรม์ พระแพศยันดรเสด็จสถิตย์ เต จตฺตาโร ขตฺติยา อันว่าสมเด็จบพิตรทรงสี่พระองค์ คนฺตฺวา เสด็จด้วยจตุรงคราชี แสนเสนีนับโกฏิ ทีฆมทฺธานํ เมาะ ทูรมคฺคํ หนทางโยชน์ยาวไกล อโหรตฺตานมจฺจเย ในเมื่อสิ้นถลยงไถรงค์ครนน ถนนถ้วนเดือนเผด็จ อปาคญฺฉุํ ลุแล้วเสร็จสี่กษัตริย์ ถึงตรบัดบมินาน ตํ ปเทสํ ห้องหิมวันตหิมเวศ ที่ท้าวทรงเพศทรงพรต สองดาบศสร้างสมณะธรรมอยู่น้นน ฯ

มหาราชปพฺพํ นิฏฺิตํ


มหาราชบรรพจบเสร็จ พระศรีสรรเพชบันทูล บริบูรณ์ด้วยพระคาถา ๖๙ แล