วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๔ ขันธนิเทศ หน้าที่ ๖๑ - ๖๕

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
<<

(หน้า 61)

แม้ข้อว่า รูปไกลรูปใกล้นี้ ก็มีนัยกล่าวมาแล้วเหมือนกัน แต่ว่าในข้อนี้ พึงทราบความเป็นรูปไกลและรูปใกล้โดยอาศัยเทียบกันโดยโอกาส (คือที่ตั้งอยู่ของรูปนั้น ๆ) ด้วย
ในปาฐะว่า ตเทกชฺฌํ อภิสญฺญูหิตฺวา อภิสงฺขิปิตฺวา เพราะรวบรวมรูป (ที่แจงมา) นั้นเข้าด้วยกัน นี้ มีความ (ดัง) นี้ว่า จากรูปนี้เรียกว่ารูปขันธ์ เพราะทำรูปที่ทรงแจงออกเป็นส่วน ๆ ด้วยบททั้งหลาย มีอดีตเป็นต้นนั้นทั้งสิ้น เข้าเป็นกองด้วยปัญญา ในความเป็นอย่างเดียว ที่ได้แก่ รุปปนลักษณะ (ลักษณะที่รู้ทำลายได้) ด้วยปาฐะนี้ เป็นอันแสดงว่ารูปทั้งสิ้น ชื่อว่ารูปขันธ์ เพราะเข้าถึงความ (รวมเข้า) เป็นกอง ได้ในรูปปนลักษณะ ด้วยขึ้นชื่อว่ารูปขันธ์ จะเป็นอื่นไปจากรูปหามีไม่
ก็แล รูป (ได้ชื่อว่ารูปขันธ์ เพราะเข้าถึงความ (รวมเข้า) เป็นกองในรุปปนลักษณะได้) ฉันใด แม้เวทนาเป็นต้น ก็ได้ชื่อว่าขันธ์มีเวทนาขันธ์เป็นอาทิ เพราะเข้าถึงความ (รวมเข้า) เป็นกอง ในลักษณะทั้งหลายมีเวทยิตลักษณะ (ลักษณะที่รู้รสเสวยอารมณ์) เป็นต้นได้ ฉันนั้น ด้วยว่าขึ้นชื่อว่าขันธ์ทั้งหลายมีเวทนาขันธ์เป็นอาทิ จะเป็นอื่นไปจากเวทนาเป็นต้นหามีไม่
ส่วน ในการจำแนกโดยกาลมีอดีตเป็นต้น ในเวทนาขันธ์ พึงทราบความเป็นอดีตอนาคตและปัจจุบันแห่งเวทนา ด้วยอำนาจสันตติและด้วยอำนาจขณะเป็นต้น
ในสันตติและขณะเป็นต้นนั้น ว่าโดยสันตติ เวทนาที่เนื่องอยู่ในวิถีจิตหนึ่ง ชวนจิตหนึ่งและสมาปัตติจิตหนึ่ง และเวทนาที่เป็นไปโดยประกอบอยู่กับอารมณ์อย่างเดียวเป็นปัจจุบัน เวทนาในกาลก่อนแต่นั้นเป็นอดีต เวทนาในกาลภายหลังแต่นั้นเป็นอนาคต
ว่าโดยขณะเป็นต้น เวทนาที่เนื่องอยู่ในขณะ ๓ และเวทนาที่กำลังทำกิจของตนที่เป็นตอนต้น ตอนปลาย และตอนกลางเป็นปัจจุบัน เวทนาในขณะก่อนนั้นเป็นอดีต เวทนาในขณะภายหลังนั้นเป็นอนาคต
ประเภทเวทนาภายในภายนอก พึงทราบโดยเป็นเวทนาภายในตนของตนและของบุคคลอื่น ประเภทเวทนาหยาบละเอียด พึงทราบด้วยอำนาจแห่งชาติ สภาวะ บุคคล โลกิยะ และโลกุตระ ที่กล่าวไว้ในคัมภีร์วิภังค์ โดยนัยว่า “เวทนาที่เป็นอกุศลเป็นเวทนาหยาบ เวทนาที่เป็นกุศลและอัพยากฤต เป็นเวทนาละเอียด” ดังนี้เป็นต้น

(หน้า 62)

ก่อนอื่น ว่าโดยธรรมชาติ เวทนาที่เป็นอกุศล หยาบกว่าเวทนาที่เป็นกุศล เหตุมีความเป็นไปไม่สงบ (ไม่เรียบราบ) เพราะเป็นเหตุแห่งการทำกรรมที่มีโทษ และเพราะมีความเร่าร้อนด้วยกิเลส หยาบกว่าเวทนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต เพราะเป็นไปกับความพยายาม (ที่จะให้มีวิบาก) เพราะเป็นไปกับความอุตสาหะ (คือความสามารถในอันทำวิบากให้เกิด) เพราะเป็นไปกับวิบาก (คือวิบาก) เพราะมีความเร่าร้อนด้วยกิเลส เพราะเป็นไปกับความลำบาก และเพราะเป็นไปกับโทษ หยาบกว่าเวทนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต เพราะเป็นไปกับวิบาก เพราะมีความเร่าร้อนด้วยอำนาจกิเลส เพราะเป็นไปกับความลำบาก และเพราะเป็นไปกับโทษ ส่วนเวทนาที่เป็นกุศลและเวทนาที่เป็นอัพยากฤต ละเอียดกว่าเวทนาที่เป็นอกุศล โดยปริยายต่างจากปริยายที่กล่าวแล้ว (ตรงกันข้าม) เวทนาที่เป็นกุศลและอกุศลทั้งสองหยาบกว่าเวทนาที่เป็นอัพยากฤตทั้งสองฝ่าย เพราะเป็นไปกับความพยายาม เพราะเป็นไปกับความอุตสาหะ และเพราะเป็นไปกับวิบากตามที่ควรกัน เวทนาที่เป็นอัพยากฤตทั้งสองฝ่ายเล่า ก็ละเอียดกว่าเวทนาที่เป็นกุศลและเวทนาที่เป็นอกุศลทั้งสองนั้น โดยปริยายต่างจากปริยายที่กล่าวแล้ว (ตรงข้าม)
ความเป็นเวทนาหยาบละเอียดด้วยอำนาจแห่งชาติ พึงทราบโดยนัยดังกล่าวมาฉะนี้ เป็นอันดับแรก
ส่วนว่าโดยสภาวะ ทุกขเวทนาหยาบกว่าเวทนา ๒ นอกนี้ไม่มีอัสสาทะ (ไม่มีรสอร่อย) เพราะเป็นไปกับความเผยตัว เพราะเป็นที่ตั้งแห่งความหวาดกลัว และเพราะข่มเอาฝ่ายเวทนา ๒ นอกนี้ ก็ละเอียดกว่าทุกขเวทนา เพราะเป็นที่ยินดี เพราะละเอียด เพราะประณีต เพราะน่าชอบใจ และเพราะเป็นกลาง ๆ ตามที่ควรกัน ส่วนสุขเวทนาและทุกขเวทนาทั้งสองหยาบกว่าอทุกขมสุขเวทนา เพราะเป็นไปกับความเผยตัว เพราะทำความไหวตัว และเพราะความปรากฏ อทุกขมสุขเวทนานั้นละเอียดกว่าสุขเวทนาและทุกขเวทนาทั้งสองนั้น โดยปริยายต่างจากปริยายที่กล่าวแล้ว (ตรงกันข้าม)
ความเป็นเวทนาหยาบละเอียดด้วยอำนาจแห่งสภาวะ พึงทราบโดยนัยดังกล่าวมาฉะนี้

(หน้า 63)

ส่วนว่าโดยบุคคล เวทนาของบุคคลผู้มิได้เข้าสมาบัติ หยาบกว่าเวทนาของท่านผู้เข้าสมาบัติ เพราะเวทนาของท่านผู้เข้าสมาบัตินั้นซัดส่ายไปในอารมณ์ต่าง ๆ เวทนานอกนี้ (คือเวทนาของท่านผู้เข้าสมาบัติ) ก็ละเอียด (กว่าเวทนาอีกฝ่าย) โดยปริยายตรงกันข้าม
ความเป็นเวทนาหยาบละเอียดด้วยอำนาจแห่งบุคคล พึงทราบโดยนัยดังกล่าวมานี้
ส่วนว่าโดยโลกิยะและโลกุตตระ เวทนาที่เป็นไปกับอาสวะเป็นโลกิยเวทนา เวทนาที่เป็นไปกับอาสวะนั้น หยาบกว่าเวทนาอันหาอาสวะมิได้ เพราะเป็นเหตุเกิดอาสวะ เพราะเกื้อกูลแก่โอฆะ เพราะเกื้อกูลแก่โยคะ เพราะเกื้อกูลแก่คันถะ เพราะเกื้อกูลแก่นิวรณ์ เพราะเกื้อกูลแก่อุปาทาน เพราะเกี่ยวเนื่องด้วยสังกิเลส และเพราะมีทั่วไปแก่ปุถุชน เวทนา อันหาอาสวะมิได้นั้นละเอียดกว่าเวทนาที่เป็นไปกับอาสวะ โดยปริยายตรงกันข้าม
ความเป็นเวทนาหยาบละเอียด ด้วยอำนาจแห่งโลกิยะและโลกุตตระ พึงทราบโดยนัยดังกล่าวมานี้

หยาบละเอียดเป็นส่วน ๆ อย่าให้ปนกัน

ความปนคละกันด้วยอำนาจแห่งชาติเป็นต้น ในความหยาบละเอียดตามที่กล่าวมานั้นบัณฑิตพึงกันเสีย (อย่าให้ปนกันวุ่น) เพราะว่าเวทนาที่สัมปยุตด้วยกายวิญญาณอันเป็นอกุศลวิบาก แม้จัดเป็นเวทนาละเอียด เพราะเป็นอัพยากฤตโดยชาติ แต่ก็เป็นเวทนาหยาบโดยส่วนอื่นมีสภาวะเป็นต้น สมพระบาลีว่า “อัพยากฤตเวทนา เป็นเวทนาละเอียด ทุกขเวทนาเป็นเวทนาหยาบ เวทนาของผู้มิได้เข้าสมาบัติเป็นเวทนาหยาบ เวทนาของผู้เข้าสมาบัติเป็นเวทนาละเอียด เวทนาที่เป็นไปกับอาสวะเป็นเวทนาหยาบ เวทนาอันหาอาสวะมิได้ เป็นเวทนาละเอียด” ดังนี้ และทุกขเวทนาเป็นฉันใด แม้สุขเวทนาเป็นต้น ก็เป็นเวทนาหยาบโดยชาติ แต่ละเอียดโดยสภาวะเป็นอาทิฉันนั้น เพราะเหตุนั้น ความปนคละกันด้วยอำนาจแห่งชาติเป็นต้นจะไม่มีด้วยประการใด ความหยาบละเอียดแห่งเวทนาทั้งหลาย บัณฑิตก็พึงทราบด้วยประการนั้นเถิด คือ (เช่น) ว่า อัพยากฤตเวทนา เป็นเวทนาละเอียดกว่ากุศลเวทนา และอกุศลเวทนา โดยชาติก็ไม่ต้องไปแตะต้องถึงความต่างโดยส่วนอื่นมีสภาวะเป็นต้นดังนี้ว่า “ในเวทนาเหล่านั้น อัพยากฤตเวทนาเป็นไฉน เป็นทุกข์หรือ เป็นสุขหรือ เป็นของท่านผู้เข้าสมาบัติ

(หน้า 64)

หรือ เป็นของผู้มิได้เข้าสมาบัติหรือ เป็นสาสวะหรือ เป็นอนาสวะหรือ” นัยในเวทนาทั้งปวงก็นัยนี้

นัยหนึ่งหยาบละเอียดโดยเทียบกัน

อีกนัยหนึ่ง โดยบาลีว่า “ก็หรือเวทนาหยาบละเอียด พึงเห็นโดยเทียบเคียง เวทนานั้น ๆ" ดังนี้ พึงทราบว่า ในเวทนาอื่นมีอกุศลเวทนาเป็นต้น เวทนาที่เป็นโทสสหรคตหยาบกว่าเวทนาที่เป็นโลภสหรคต เพราะ (โทสะ) เผาที่อาศัยของตนเหมือนไฟ เวทนาที่เป็นโลภสหรคต ก็เป็นละเอียดไป โทสสหรคตเวทนาเล่า ที่เป็นนิยตะเป็นหยาบ ที่เป็นอนิยตะก็เป็นละเอียดไป นิยตะเล่า ที่เป็นกัปปัฏฐิติกะ เป็นหยาบ นอกนี้เป็นละเอียดไป แม้ในพวกที่เป็นกัปปัฏฐิติกะ ที่เป็นอสังขาริกเป็นหยาบ นอกนี้ (คือ ที่เป็นสสังขาริก) ก็เป็นละเอียดไป ฝ่ายเวทนาโลภสหรคต ที่เป็นทิฏฐิสัมปยุตเป็นหยาบ นอกนี้ (คือทิฏฐิวิปยุต) เป็นละเอียด แม้ทิฏฐิสัมปยุตนั้นเล่าที่เป็นนิยตะ เป็นกัปปัฏฐิติกะ เป็นอสังข่ริก ก็เป็นหยาบ นอกนี้ก็เป็นละเอียดไป
แต่ (เมื่อว่า) โดยไม่แปลกกัน (คือไม่แยกเป็นโทสสหรคต โลภสหรคต) อกุศลเวทนา ที่มีวิบากมากเป็นหยาบ ที่มีวิบากน้อยเป็นละเอียด ส่วนกุศลเวทนาที่มีวิบากน้อย เป็นหยาบที่มีวิบากมากเป็นละเอียด
อนึ่ง กามาวจรกุศลเวทนาเป็นหยาบ รูปาวจรเป็นกุศลเวทนาเป็นละเอียด อรูปาวจรกุศลเวทนาละเอียดกว่ารูปาวจรกุศลเวทนานั้น โลกุตตรเวทนาละเอียดกว่าอรูปาวจรกุศลเวทนานั้น กามาวจรเวทนาเล่าที่เป็นทานมัยจัดเป็นหยาบ ที่เป็นสีลมัยเป็นละเอียด ที่เป็นภาวนามัยละเอียดกว่าที่เป็นสีลมัย แม้ภาวนามัยเล่า ที่เป็นทุเหตุกะเป็นหยาบ ที่เป็นติเหตุกะเป็นละเอียด ติเหตุกะเล่า ที่เป็นสสังขาริกเป็นหยาบ ที่เป็นอสังขาริกเป็นละเอียด ส่วนรูปาวจรเวทนาที่เป็นไป ความหยาบละเอียดแห่งเวทนาที่เป็นวิบากและกิริยาในปฐมฌานเป็นหยาบ ที่เป็นไปในทุติยฌานเป็นละเอียด ที่เป็นไปในตติยฌานละเอียดกว่าที่เป็นไปในทุติยฌาน ที่เป็นไปในปัญจมฌานละเอียดกว่าที่เป็นไปในจตุตถฌานแท้ ข้างอรูปาวจรเวทนาที่สัมปยุตด้วยอากาสานัญจายตนะหยาบ ที่สัมปยุตด้วยวิญญาณณัญจายตนะเป็นละเอียด ที่สัมปยุตด้วยอากิญจัญญายตนะละเอียดกว่าที่สัมปยุตด้วยวิญญาณนัญจายตนะ ที่

(หน้า 65)

สัมปยุตด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนะ ละเอียดกว่าที่สัมปยุตด้วยอากิญจัญญายตนะแท้ฝ่ายโลกุตตรเวทนา ที่สัมปยุตด้วยโสดาปัตติมรรคเป็นหยาบ ที่สัมปยุตด้วยอรหัตตมรรค ละเอียดกว่าที่สัมปยุตด้วยอนาคามิมรรคแท้
นัยในเวทนาที่เป็นวิบากและที่เป็นกิริยาในภูมินั้น ๆ และในเวทนาที่กล่าวด้วยอำนาจภาวะมีทุกขเวทนาเป็นต้น ด้วยอำนาจบุคคลมีอสมาปันนเวทนา (เวทนาของผู้มิได้เข้าสมาบัติ) เป็นต้น และด้วยอำนาจโลกิยะและโลกุตตระมีสาสวเวทนา (เวทนาที่เป็นไปกับอาสวะเป็นต้นก็นัยเดียวกัน)
เมื่อว่าโดยโอกาส ทุกขเวทนาในนรกเป็นหยาบ ทุกขเวทนาในกำเนิดดิรัจฉานเป็นละเอียด ทุกขเวทนาในกำเนิดมนุษย์ละเอียดกว่าทุกขเวทนาในกำเนิดดิรัจฉาน ทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นจาตุมมหาราชิกาละเอียดกว่าทุกขเวทนาในกำเนิดมนุษย์ ทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นดาวดึงส์ละเอียดกว่าทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นยามะ ทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นนิมมานรดีละเอียดกว่าทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นดุสิต ทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นปรนิมมิตสวัตดีละเอียด กว่าทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นนิมมานรดีแท้ ก็แลทุกขเวทนาประกอบ (ความ) ฉันใด แม้สุขเวทนา ก็พึงประกอบ (ความ) ตามควรในภูมิทั้งปวง ฉันนั้นเถิด
อนึ่ง ว่าโดยวัตถุ เวทนาทุกอย่างที่มีวัตถุเลวเป็นเวทนาหยาบ ที่มีวัตถุประณีตเป็นเวทนาละเอียด
ในประเภทเลวประณีต พึงเห็นเถิดว่า เวทนาใดหยาบ เวทนานั้นก็เลว และเวทนาใดละเอียด เวทนานั้นก็ประณีต
ส่วนทูเรบท (บทว่าไกล) ท่านจำแนกไว้ในคัมภีร์วิภังค์โดยนัยว่า เวทนาที่เป็นอกุศลไกลแต่เวทนาที่เป็นกุศลและอัพยากฤต ดังนี้เป็นต้น สันติเกบท (บทว่าใกล้) ท่านก็จำแนกไว้ในคัมภีร์วิภังค์โดยนัยว่า เวทนาที่เป็นอกุศลใกล้กับเวทนาที่เป็นอกุศล (ด้วยกัน) ดังนี้เป็นต้น เพราะเหตุนั้น อกุศลเวทนา จึงชื่อว่าไกลแต่กุศลเวทนาและอัพยากฤตเวทนา เพราะเป็นวิสภาคกัน เพราะไม่เกี่ยวกัน และเพราะไม่สนกัน กุศลเวทนาและอัพยากฤตเวทนาไกลแต่อกุศลเวทนาก็อย่างนั้น (คือเพราะเหตุอย่างกัน) ในวาระทั้งปวง ก็นัยนี้ ส่วนอกุศลเวทนาใกล้กับอกุศลเวทนา (ด้วยกัน) ก็เพราะเป็นสภาคกันและเพราะสมกันด้วยแล
>>


ดูเพิ่ม[แก้ไข]