สตฺตาวาสวโคฺค

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

๓. สตฺตาวาสวโคฺค

๑. ติฐานสุตฺตํ

๒๑. ‘‘ตีหิ , ภิกฺขเว, ฐาเนหิ อุตฺตรกุรุกา มนุสฺสา เทเว จ ตาวติํเส อธิคฺคณฺหนฺติ ชมฺพุทีปเก จ มนุเสฺสฯ กตเมหิ ตีหิ? อมมา, อปริคฺคหา, นิยตายุกา, วิเสสคุณา [วิเสสภุโน (สี. สฺยา. ปี.)] – อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ฐาเนหิ อุตฺตรกุรุกา มนุสฺสา เทเว จ ตาวติํเส อธิคฺคณฺหนฺติ ชมฺพุทีปเก จ มนุเสฺสฯ

‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ฐาเนหิ เทวา ตาวติํสา อุตฺตรกุรุเก จ มนุเสฺส อธิคฺคณฺหนฺติ ชมฺพุทีปเก จ มนุเสฺสฯ กตเมหิ ตีหิ? ทิเพฺพน อายุนา, ทิเพฺพน วเณฺณน, ทิเพฺพน สุเขน – อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ฐาเนหิ เทวา ตาวติํสา อุตฺตรกุรุเก จ มนุเสฺส อธิคฺคณฺหนฺติ ชมฺพุทีปเก จ มนุเสฺสฯ

[กถา. ๒๗๑] ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ฐาเนหิ ชมฺพุทีปกา มนุสฺสา อุตฺตรกุรุเก จ มนุเสฺส อธิคฺคณฺหนฺติ เทเว จ ตาวติํเสฯ กตเมหิ ตีหิ? สูรา, สติมโนฺต, อิธ พฺรหฺมจริยวาโส – อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ฐาเนหิ ชมฺพุทีปกา มนุสฺสา อุตฺตรกุรุเก จ มนุเสฺส อธิคฺคณฺหนฺติ เทเว จ ตาวติํเส’’ติฯ ปฐมํฯ

๒. อสฺสขฬุงฺกสุตฺตํ

๒๒. [อ. นิ. ๓.๑๔๑] ‘‘ตโย จ, ภิกฺขเว, อสฺสขฬุเงฺก เทเสสฺสามิ ตโย จ ปุริสขฬุเงฺก ตโย จ อสฺสปรเสฺส [อสฺสสทเสฺส (สี. สฺยา. ปี.) อ. นิ. ๓.๑๔๒] ตโย จ ปุริสปรเสฺส [ปุริสสทเสฺส (สี. สฺยา. ปี.)] ตโย จ ภเทฺท อสฺสาชานีเย ตโย จ ภเทฺท ปุริสาชานีเยฯ ตํ สุณาถฯ

‘‘กตเม จ, ภิกฺขเว, ตโย อสฺสขฬุงฺกา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกโจฺจ อสฺสขฬุโงฺก ชวสมฺปโนฺน โหติ, น วณฺณสมฺปโนฺน, น อาโรหปริณาหสมฺปโนฺนฯ อิธ ปน, ภิกฺขเว, เอกโจฺจ อสฺสขฬุโงฺก ชวสมฺปโนฺน จ โหติ วณฺณสมฺปโนฺน จ, น อาโรหปริณาหสมฺปโนฺนฯ อิธ ปน, ภิกฺขเว, เอกโจฺจ อสฺสขฬุโงฺก ชวสมฺปโนฺน จ โหติ วณฺณสมฺปโนฺน จ อาโรหปริณาหสมฺปโนฺน จฯ อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย อสฺสขฬุงฺกาฯ

‘‘กตเม จ, ภิกฺขเว, ตโย ปุริสขฬุงฺกา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกโจฺจ ปุริสขฬุโงฺก ชวสมฺปโนฺน โหติ, น วณฺณสมฺปโนฺน, น อาโรหปริณาหสมฺปโนฺนฯ อิธ ปน, ภิกฺขเว, เอกโจฺจ ปุริสขฬุโงฺก ชวสมฺปโนฺน จ โหติ วณฺณสมฺปโนฺน จ, น อาโรหปริณาหสมฺปโนฺนฯ อิธ ปน, ภิกฺขเว, เอกโจฺจ ปุริสขฬุโงฺก ชวสมฺปโนฺน จ โหติ วณฺณสมฺปโนฺน จ อาโรหปริณาหสมฺปโนฺน จฯ

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุริสขฬุโงฺก ชวสมฺปโนฺน โหติ, น วณฺณสมฺปโนฺน น อาโรหปริณาหสมฺปโนฺน? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฎิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติฯ อิทมสฺส ชวสฺมิํ วทามิฯ อภิธเมฺม โข ปน อภิวินเย ปญฺหํ ปุโฎฺฐ สํสาเทติ [สํสาเรติ (ก.) อ. นิอา. ๑.๓.๑๔๑], โน วิสฺสเชฺชติฯ อิทมสฺส น วณฺณสฺมิํ วทามิฯ น โข ปน ลาภี โหติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํฯ อิทมสฺส น อาโรหปริณาหสฺมิํ วทามิฯ เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุริสขฬุโงฺก ชวสมฺปโนฺน โหติ, น วณฺณสมฺปโนฺน น อาโรหปริณาหสมฺปโนฺนฯ

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุริสขฬุโงฺก ชวสมฺปโนฺน จ โหติ วณฺณสมฺปโนฺน จ, น อาโรหปริณาหสมฺปโนฺน? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป.… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฎิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติฯ อิทมสฺส ชวสฺมิํ วทามิฯ อภิธเมฺม โข ปน อภิวินเย ปญฺหํ ปุโฎฺฐ วิสฺสเชฺชติ, โน สํสาเทติฯ อิทมสฺส วณฺณสฺมิํ วทามิฯ น โข ปน ลาภี โหติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํฯ อิทมสฺส น อาโรหปริณาหสฺมิํ วทามิฯ เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุริสขฬุโงฺก ชวสมฺปโนฺน จ โหติ วณฺณสมฺปโนฺน จ, น อาโรหปริณาหสมฺปโนฺนฯ

‘‘กถญฺจ , ภิกฺขเว, ปุริสขฬุโงฺก ชวสมฺปโนฺน จ โหติ วณฺณสมฺปโนฺน จ อาโรหปริณาหสมฺปโนฺน จ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป.… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฎิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติฯ อิทมสฺส ชวสฺมิํ วทามิฯ อภิธเมฺม โข ปน อภิวินเย ปญฺหํ ปุโฎฺฐ วิสฺสเชฺชติ, โน สํสาเทติฯ อิทมสฺส วณฺณสฺมิํ วทามิฯ ลาภี โข ปน โหติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํฯ อิทมสฺส อาโรหปริณาหสฺมิํ วทามิฯ เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุริสขฬุโงฺก ชวสมฺปโนฺน จ โหติ วณฺณสมฺปโนฺน จ อาโรหปริณาหสมฺปโนฺน จฯ อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ปุริสขฬุงฺกาฯ

‘‘กตเม จ, ภิกฺขเว, ตโย อสฺสปรสฺสา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกโจฺจ อสฺสปรโสฺส…เป.… ชวสมฺปโนฺน จ โหติ วณฺณสมฺปโนฺน จ อาโรหปริณาหสมฺปโนฺน จฯ อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย อสฺสปรสฺสาฯ

‘‘กตเม จ, ภิกฺขเว, ตโย ปุริสปรสฺสา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกโจฺจ ปุริสปรโสฺส…เป.… ชวสมฺปโนฺน จ โหติ วณฺณสมฺปโนฺน จ อาโรหปริณาหสมฺปโนฺน จฯ

‘‘กถญฺจ , ภิกฺขเว, ปุริสปรโสฺส…เป.… ชวสมฺปโนฺน จ โหติ วณฺณสมฺปโนฺน จ อาโรหปริณาหสมฺปโนฺน จ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก โหติ, ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธโมฺม ตสฺมา โลกาฯ อิทมสฺส ชวสฺมิํ วทามิฯ อภิธเมฺม โข ปน อภิวินเย ปญฺหํ ปุโฎฺฐ วิสฺสเชฺชติ, โน สํสาเทติฯ อิทมสฺส วณฺณสฺมิํ วทามิฯ ลาภี โข ปน โหติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํฯ อิทมสฺส อาโรหปริณาหสฺมิํ วทามิฯ เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุริสปรโสฺส ชวสมฺปโนฺน จ โหติ วณฺณสมฺปโนฺน จ อาโรหปริณาหสมฺปโนฺน จฯ อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ปุริสปรสฺสาฯ

‘‘กตเม จ, ภิกฺขเว, ตโย ภทฺทา อสฺสาชานียา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกโจฺจ ภโทฺท อสฺสาชานีโย…เป.… ชวสมฺปโนฺน จ โหติ วณฺณสมฺปโนฺน จ อาโรหปริณาหสมฺปโนฺน จฯ อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ภทฺทา อสฺสาชานียาฯ

‘‘กตเม จ, ภิกฺขเว, ตโย ภทฺทา ปุริสาชานียา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกโจฺจ ภโทฺท ปุริสาชานีโย…เป.… ชวสมฺปโนฺน จ โหติ วณฺณสมฺปโนฺน จ อาโรหปริณาหสมฺปโนฺน จฯ

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภโทฺท ปุริสาชานีโย…เป.… ชวสมฺปโนฺน จ โหติ วณฺณสมฺปโนฺน จ อาโรหปริณาหสมฺปโนฺน จ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺติํ ปญฺญาวิมุตฺติํ ทิเฎฺฐว ธเมฺม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติฯ อิทมสฺส ชวสฺมิํ วทามิฯ อภิธเมฺม โข ปน อภิวินเย ปญฺหํ ปุโฎฺฐ วิสฺสเชฺชติ, โน สํสาเทติฯ อิทมสฺส วณฺณสฺมิํ วทามิฯ ลาภี โข ปน โหติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํฯ อิทมสฺส อาโรหปริณาหสฺมิํ วทามิฯ เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภโทฺท ปุริสาชานีโย ชวสมฺปโนฺน จ โหติ วณฺณสมฺปโนฺน จ อาโรหปริณาหสมฺปโนฺน จฯ อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ภทฺทา ปุริสาชานียา’’ติฯ ทุติยํฯ

๓. ตณฺหามูลกสุตฺตํ

๒๓. [ที. นิ. ๒.๑๐๓] ‘‘นว, ภิกฺขเว, ตณฺหามูลเก ธเมฺม เทเสสฺสามิ, ตํ สุณาถฯ กตเม จ, ภิกฺขเว, นว ตณฺหามูลกา ธมฺมา? ตณฺหํ ปฎิจฺจ ปริเยสนา, ปริเยสนํ ปฎิจฺจ ลาโภ, ลาภํ ปฎิจฺจ วินิจฺฉโย, วินิจฺฉยํ ปฎิจฺจ ฉนฺทราโค, ฉนฺทราคํ ปฎิจฺจ อโชฺฌสานํ, อโชฺฌสานํ ปฎิจฺจ ปริคฺคโห, ปริคฺคหํ ปฎิจฺจ มจฺฉริยํ, มจฺฉริยํ ปฎิจฺจ อารโกฺข, อารกฺขาธิกรณํ ทณฺฑาทานํ สตฺถาทานํ กลหวิคฺคหวิวาทตุวํตุวํเปสุญฺญมุสาวาทา อเนเก ปาปกา อกุสลา ธมฺมา สมฺภวนฺติฯ อิเม โข, ภิกฺขเว, นว ตณฺหามูลกา ธมฺมา’’ติฯ ตติยํฯ

๔. สตฺตาวาสสุตฺตํ

๒๔. [ที. นิ. ๓.๓๔๑] ‘‘นวยิเม, ภิกฺขเว, สตฺตาวาสาฯ กตเม นว? สนฺติ, ภิกฺขเว, สตฺตา นานตฺตกายา นานตฺตสญฺญิโน, เสยฺยถาปิ มนุสฺสา, เอกเจฺจ จ เทวา, เอกเจฺจ จ วินิปาติกาฯ อยํ ปฐโม สตฺตาวาโสฯ

‘‘สนฺติ , ภิกฺขเว, สตฺตา นานตฺตกายา เอกตฺตสญฺญิโน, เสยฺยถาปิ เทวา พฺรหฺมกายิกา ปฐมาภินิพฺพตฺตาฯ อยํ ทุติโย สตฺตาวาโสฯ

‘‘สนฺติ , ภิกฺขเว, สตฺตา เอกตฺตกายา นานตฺตสญฺญิโน, เสยฺยถาปิ เทวา อาภสฺสราฯ อยํ ตติโย สตฺตาวาโสฯ

‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, สตฺตา เอกตฺตกายา เอกตฺตสญฺญิโน, เสยฺยถาปิ เทวา สุภกิณฺหาฯ อยํ จตุโตฺถ สตฺตาวาโสฯ

‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, สตฺตา อสญฺญิโน อปฺปฎิสํเวทิโน, เสยฺยถาปิ เทวา อสญฺญสตฺตาฯ อยํ ปญฺจโม สตฺตาวาโสฯ

‘‘สนฺติ , ภิกฺขเว, สตฺตา สพฺพโส รูปสญฺญานํ สมติกฺกมา ปฎิฆสญฺญานํ อตฺถงฺคมา นานตฺตสญฺญานํ อมนสิการา ‘อนโนฺต อากาโส’ติ อากาสานญฺจายตนูปคาฯ อยํ ฉโฎฺฐ สตฺตาวาโสฯ

‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, สตฺตา สพฺพโส อากาสานญฺจายตนํ สมติกฺกมฺม ‘อนนฺตํ วิญฺญาณ’นฺติ วิญฺญาณญฺจายตนูปคาฯ อยํ สตฺตโม สตฺตาวาโสฯ

‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, สตฺตา สพฺพโส วิญฺญาณญฺจายตนํ สมติกฺกมฺม ‘นตฺถิ กิญฺจี’ติ อากิญฺจญฺญายตนูปคาฯ อยํ อฎฺฐโม สตฺตาวาโสฯ

‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, สตฺตา สพฺพโส อากิญฺจญฺญายตนํ สมติกฺกมฺม เนวสญฺญานาสญฺญายตนูปคาฯ อยํ นวโม สตฺตาวาโสฯ อิเม โข, ภิกฺขเว, นว สตฺตาวาสา’’ติฯ จตุตฺถํฯ

๕. ปญฺญาสุตฺตํ

๒๕. ‘‘ยโต โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ปญฺญาย จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ, ตเสฺสตํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน กลฺลํ วจนาย – ‘ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามี’’’ติฯ

‘‘กถญฺจ , ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ปญฺญาย จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ? ‘วีตราคํ เม จิตฺต’นฺติ ปญฺญาย จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ; ‘วีตโทสํ เม จิตฺต’นฺติ ปญฺญาย จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ; ‘วีตโมหํ เม จิตฺต’นฺติ ปญฺญาย จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ; ‘อสราคธมฺมํ เม จิตฺต’นฺติ ปญฺญาย จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ; ‘อสโทสธมฺมํ เม จิตฺต’นฺติ ปญฺญาย จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ; ‘อสโมหธมฺมํ เม จิตฺต’นฺติ ปญฺญาย จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ; ‘อนาวตฺติธมฺมํ เม จิตฺตํ กามภวายา’ติ ปญฺญาย จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ; ‘อนาวตฺติธมฺมํ เม จิตฺตํ รูปภวายา’ติ ปญฺญาย จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ; ‘อนาวตฺติธมฺมํ เม จิตฺตํ อรูปภวายา’ติ ปญฺญาย จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติฯ ยโต โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ปญฺญาย จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ, ตเสฺสตํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน กลฺลํ วจนาย – ‘ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามี’’’ติฯ ปญฺจมํฯ

๖. สิลายูปสุตฺตํ

๒๖. เอกํ สมยํ อายสฺมา จ สาริปุโตฺต อายสฺมา จ จนฺทิกาปุโตฺต ราชคเห วิหรนฺติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเปฯ ตตฺร โข อายสฺมา จนฺทิกาปุโตฺต ภิกฺขู อามเนฺตสิ ( ) [(อาวุโส…เป.… เอตทโวจ) (สี.)] – ‘‘เทวทโตฺต, อาวุโส, ภิกฺขูนํ เอวํ ธมฺมํ เทเสติ – ‘ยโต โข, อาวุโส, ภิกฺขุโน เจตสา จิตํ โหติ, ตเสฺสตํ ภิกฺขุโน กลฺลํ เวยฺยากรณาย – ‘ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามี’’’ติฯ

เอวํ วุเตฺต อายสฺมา สาริปุโตฺต อายสฺมนฺตํ จนฺทิกาปุตฺตํ เอตทโวจ – ‘‘น โข, อาวุโส จนฺทิกาปุตฺต, เทวทโตฺต ภิกฺขูนํ เอวํ ธมฺมํ เทเสติ – ‘ยโต โข, อาวุโส, ภิกฺขุโน เจตสา จิตํ โหติ, ตเสฺสตํ ภิกฺขุโน กลฺลํ เวยฺยากรณาย – ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามี’ติฯ เอวญฺจ โข, อาวุโส, จนฺทิกาปุตฺต, เทวทโตฺต ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสติ – ‘ยโต โข, อาวุโส, ภิกฺขุโน เจตสา จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ, ตเสฺสตํ ภิกฺขุโน กลฺลํ เวยฺยากรณาย – ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามี’’’ติฯ

ทุติยมฺปิ โข อายสฺมา จนฺทิกาปุโตฺต ภิกฺขู อามเนฺตสิ – ‘‘เทวทโตฺต, อาวุโส, ภิกฺขูนํ เอวํ ธมฺมํ เทเสติ – ‘ยโต โข, อาวุโส, ภิกฺขุโน เจตสา จิตํ โหติ, ตเสฺสตํ ภิกฺขุโน กลฺลํ เวยฺยากรณาย – ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามี’’’ติฯ ทุติยมฺปิ โข อายสฺมา สาริปุโตฺต อายสฺมนฺตํ จนฺทิกาปุตฺตํ เอตทโวจ – ‘‘น โข, อาวุโส จนฺทิกาปุตฺต, เทวทโตฺต ภิกฺขูนํ เอวํ ธมฺมํ เทเสติ – ‘ยโต โข, อาวุโส, ภิกฺขุโน เจตสา จิตํ โหติ, ตเสฺสตํ ภิกฺขุโน กลฺลํ เวยฺยากรณาย – ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามี’ติฯ เอวญฺจ โข, อาวุโส จนฺทิกาปุตฺต, เทวทโตฺต ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสติ – ‘ยโต โข, อาวุโส, ภิกฺขุโน เจตสา จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ, ตเสฺสตํ ภิกฺขุโน กลฺลํ เวยฺยากรณาย – ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามี’’’ติฯ

ตติยมฺปิ โข อายสฺมา จนฺทิกาปุโตฺต ภิกฺขู อามเนฺตสิ – ‘‘เทวทโตฺต, อาวุโส, ภิกฺขูนํ เอวํ ธมฺมํ เทเสติ – ‘ยโต โข, อาวุโส, ภิกฺขุโน เจตสา จิตํ โหติ, ตเสฺสตํ ภิกฺขุโน กลฺลํ เวยฺยากรณาย – ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามี’’’ติฯ ตติยมฺปิ โข อายสฺมา สาริปุโตฺต อายสฺมนฺตํ จนฺทิกาปุตฺตํ เอตทโวจ – ‘‘น โข, อาวุโส จนฺทิกาปุตฺต, เทวทโตฺต ภิกฺขูนํ เอวํ ธมฺมํ เทเสติ – ‘ยโต โข, อาวุโส, ภิกฺขุโน เจตสา จิตํ โหติ, ตเสฺสตํ ภิกฺขุโน กลฺลํ เวยฺยากรณาย – ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามี’ติฯ เอวญฺจ โข, อาวุโส จนฺทิกาปุตฺต, เทวทโตฺต ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสติ – ‘ยโต โข, อาวุโส, ภิกฺขุโน เจตสา จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ, ตเสฺสตํ ภิกฺขุโน กลฺลํ เวยฺยากรณาย – ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามี’’’ติฯ

‘‘กถญฺจ, อาวุโส, ภิกฺขุโน เจตสา จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ? ‘วีตราคํ เม จิตฺต’นฺติ เจตสา จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ; ‘วีตโทสํ เม จิตฺต’นฺติ เจตสา จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ; ‘วีตโมหํ เม จิตฺต’นฺติ เจตสา จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ; ‘อสราคธมฺมํ เม จิตฺต’นฺติ เจตสา จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ; ‘อสโทสธมฺมํ เม จิตฺต’นฺติ เจตสา จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ; ‘อสโมหธมฺมํ เม จิตฺต’นฺติ เจตสา จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ; ‘อนาวตฺติธมฺมํ เม จิตฺตํ กามภวายา’ติ เจตสา จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ; ‘อนาวตฺติธมฺมํ เม จิตฺตํ รูปภวายา’ติ เจตสา จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติ; ‘อนาวตฺติธมฺมํ เม จิตฺตํ อรูปภวายา’ติ เจตสา จิตฺตํ สุปริจิตํ โหติฯ เอวํ สมฺมา วิมุตฺตจิตฺตสฺส โข, อาวุโส, ภิกฺขุโน ภุสา เจปิ จกฺขุวิเญฺญยฺยา รูปา จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ, เนวสฺส จิตฺตํ ปริยาทิยนฺติ; อมิสฺสีกตเมวสฺส จิตฺตํ โหติ ฐิตํ อาเนญฺชปฺปตฺตํ, วยํ จสฺสานุปสฺสติฯ

‘‘เสยฺยถาปิ, อาวุโส, สิลายูโป โสฬสกุกฺกุโกฯ ตสฺสสฺสุ อฎฺฐ กุกฺกู เหฎฺฐา เนมงฺคมา, อฎฺฐ กุกฺกู อุปริ เนมสฺสฯ อถ ปุรตฺถิมาย เจปิ ทิสาย อาคเจฺฉยฺย ภุสา วาตวุฎฺฐิ, เนว นํ สงฺกเมฺปยฺย น สมฺปเวเธยฺย; อถ ปจฺฉิมาย… อถ อุตฺตราย… อถ ทกฺขิณาย เจปิ ทิสาย อาคเจฺฉยฺย ภุสา วาตวุฎฺฐิ, เนว นํ สงฺกเมฺปยฺย น สมฺปเวเธยฺยฯ ตํ กิสฺส เหตุ? คมฺภีรตฺตา, อาวุโส, เนมสฺส, สุนิขาตตฺตา สิลายูปสฺสฯ เอวเมวํ โข, อาวุโส, สมฺมา วิมุตฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน ภุสา เจปิ จกฺขุวิเญฺญยฺยา รูปา จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ, เนวสฺส จิตฺตํ ปริยาทิยนฺติ; อมิสฺสีกตเมวสฺส จิตฺตํ โหติ ฐิตํ อาเนญฺชปฺปตฺตํ, วยํ จสฺสานุปสฺสติฯ

‘‘ภุสา เจปิ โสตวิเญฺญยฺยา สทฺทา… ฆานวิเญฺญยฺยา คนฺธา… ชิวฺหาวิเญฺญยฺยา รสา… กายวิเญฺญยฺยา โผฎฺฐพฺพา… มโนวิเญฺญยฺยา ธมฺมา มนสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ, เนวสฺส จิตฺตํ ปริยาทิยนฺติ; อมิสฺสีกตเมวสฺส จิตฺตํ โหติ ฐิตํ อาเนญฺชปฺปตฺตํ, วยํ จสฺสานุปสฺสตี’’ติฯ ฉฎฺฐํฯ

๗. ปฐมเวรสุตฺตํ

๒๗. [อ. นิ. ๙.๙๒; สํ. นิ. ๕.๑๐๒๔] อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อนาถปิณฺฑิกํ คหปติํ ภควา เอตทโวจ –

‘‘ยโต โข, คหปติ, อริยสาวกสฺส ปญฺจ ภยานิ เวรานิ วูปสนฺตานิ โหนฺติ, จตูหิ จ โสตาปตฺติยเงฺคหิ สมนฺนาคโต โหติ, โส อากงฺขมาโน อตฺตนาว อตฺตานํ พฺยากเรยฺย – ‘ขีณนิรโยมฺหิ ขีณติรจฺฉานโยนิ ขีณเปตฺติวิสโย ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต, โสตาปโนฺนหมสฺมิ อวินิปาตธโมฺม นิยโต สโมฺพธิปรายโณ’’’ติฯ

‘‘กตมานิ ปญฺจ ภยานิ เวรานิ วูปสนฺตานิ โหนฺติ? ยํ, คหปติ, ปาณาติปาตี ปาณาติปาตปจฺจยา ทิฎฺฐธมฺมิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, สมฺปรายิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, เจตสิกมฺปิ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฎิสํเวเทติ, ปาณาติปาตา ปฎิวิรโต เนว ทิฎฺฐธมฺมิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, น สมฺปรายิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, น เจตสิกมฺปิ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฎิสํเวเทติฯ ปาณาติปาตา ปฎิวิรตสฺส เอวํ ตํ ภยํ เวรํ วูปสนฺตํ โหติฯ

‘‘ยํ, คหปติ, อทินฺนาทายี…เป.… กาเมสุมิจฺฉาจารี… มุสาวาที… สุราเมรยมชฺชปมาทฎฺฐายี สุราเมรยมชฺชปมาทฎฺฐานปจฺจยา ทิฎฺฐธมฺมิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, สมฺปรายิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, เจตสิกมฺปิ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฎิสํเวเทติ, สุราเมรยมชฺชปมาทฎฺฐานา ปฎิวิรโต เนว ทิฎฺฐธมฺมิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, น สมฺปรายิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, น เจตสิกมฺปิ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฎิสํเวเทติฯ สุราเมรยมชฺชปมาทฎฺฐานา ปฎิวิรตสฺส เอวํ ตํ ภยํ เวรํ วูปสนฺตํ โหติฯ อิมานิ ปญฺจ ภยานิ เวรานิ วูปสนฺตานิ โหนฺติฯ

‘‘กตเมหิ จตูหิ โสตาปตฺติยเงฺคหิ สมนฺนาคโต โหติ? อิธ, คหปติ, อริยสาวโก พุเทฺธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – ‘อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุโทฺธ วิชฺชาจรณสมฺปโนฺน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุโทฺธ ภควา’’’ติฯ

ธเมฺม อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – ‘สฺวากฺขาโต ภควตา ธโมฺม สนฺทิฎฺฐิโก อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปเนยฺยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตโพฺพ วิญฺญูหี’ติฯ

สเงฺฆ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – ‘สุปฺปฎิปโนฺน ภควโต สาวกสโงฺฆ อุชุปฺปฎิปโนฺน ภควโต สาวกสโงฺฆ ญายปฺปฎิปโนฺน ภควโต สาวกสโงฺฆ สามีจิปฺปฎิปโนฺน ภควโต สาวกสโงฺฆ; ยทิทํ จตฺตาริ ปุริสยุคานิ อฎฺฐ ปุริสปุคฺคลา เอส ภควโต สาวกสโงฺฆ อาหุเนโยฺย ปาหุเนโยฺย ทกฺขิเณโยฺย อญฺชลิกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญเกฺขตฺตํ โลกสฺสา’ติฯ

อริยกเนฺตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขเณฺฑหิ อจฺฉิเทฺทหิ อสพเลหิ อกมฺมาเสหิ ภุชิเสฺสหิ วิญฺญุปฺปสเตฺถหิ อปรามเฎฺฐหิ สมาธิสํวตฺตนิเกหิฯ อิเมหิ จตูหิ โสตาปตฺติยเงฺคหิ สมนฺนาคโต โหติฯ

‘‘ยโต โข, คหปติ, อริยสาวกสฺส อิมานิ ปญฺจ ภยานิ เวรานิ วูปสนฺตานิ โหนฺติ, อิเมหิ จ จตูหิ โสตาปตฺติยเงฺคหิ สมนฺนาคโต โหติ, โส อากงฺขมาโน อตฺตนาว อตฺตานํ พฺยากเรยฺย – ‘ขีณนิรโยมฺหิ ขีณติรจฺฉานโยนิ ขีณเปตฺติวิสโย ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต; โสตาปโนฺนหมสฺมิ อวินิปาตธโมฺม นิยโต สโมฺพธิปรายโณ’’’ติฯ สตฺตมํฯ

๘. ทุติยเวรสุตฺตํ

๒๘. [สํ. นิ. ๕.๑๐๒๕] ‘‘ยโต โข, ภิกฺขเว, อริยสาวกสฺส ปญฺจ ภยานิ เวรานิ วูปสนฺตานิ โหนฺติ, จตูหิ จ โสตาปตฺติยเงฺคหิ สมนฺนาคโต โหติ, โส อากงฺขมาโน อตฺตนาว อตฺตานํ พฺยากเรยฺย – ‘ขีณนิรโยมฺหิ ขีณติรจฺฉานโยนิ ขีณเปตฺติวิสโย ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต; โสตาปโนฺนหมสฺมิ อวินิปาตธโมฺม นิยโต สโมฺพธิปรายโณ’’’ติฯ

‘‘กตมานิ ปญฺจ ภยานิ เวรานิ วูปสนฺตานิ โหนฺติ? ยํ, ภิกฺขเว, ปาณาติปาตี ปาณาติปาตปจฺจยา ทิฎฺฐธมฺมิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, สมฺปรายิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, เจตสิกมฺปิ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฎิสํเวเทติ, ปาณาติปาตา ปฎิวิรโต…เป.… เอวํ ตํ ภยํ เวรํ วูปสนฺตํ โหติฯ

‘‘ยํ, ภิกฺขเว, อทินฺนาทายี…เป.… สุราเมรยมชฺชปมาทฎฺฐายี สุราเมรยมชฺชปมาทฎฺฐานปจฺจยา ทิฎฺฐธมฺมิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, สมฺปรายิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, เจตสิกมฺปิ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฎิสํเวเทติ, สุราเมรยมชฺชปมาทฎฺฐานา ปฎิวิรโต เนว ทิฎฺฐธมฺมิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, น สมฺปรายิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, น เจตสิกมฺปิ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฎิสํเวเทติฯ สุราเมรยมชฺชปมาทฎฺฐานา ปฎิวิรตสฺส เอวํ ตํ ภยํ เวรํ วูปสนฺตํ โหติฯ อิมานิ ปญฺจ ภยานิ เวรานิ วูปสนฺตานิ โหนฺติฯ

‘‘กตเมหิ จตูหิ โสตาปตฺติยเงฺคหิ สมนฺนาคโต โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก พุเทฺธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – ‘อิติปิ โส ภควา…เป.… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุโทฺธ ภควา’ติฯ ธเมฺม…เป.… สเงฺฆ… อริยกเนฺตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขเณฺฑหิ อจฺฉิเทฺทหิ อสพเลหิ อกมฺมาเสหิ ภุชิเสฺสหิ วิญฺญุปฺปสเตฺถหิ อปรามเฎฺฐหิ สมาธิสํวตฺตนิเกหิฯ อิเมหิ จตูหิ โสตาปตฺติยเงฺคหิ สมนฺนาคโต โหติฯ

‘‘ยโต โข, ภิกฺขเว, อริยสาวกสฺส อิมานิ ปญฺจ ภยานิ เวรานิ วูปสนฺตานิ โหนฺติ, อิเมหิ จ จตูหิ โสตาปตฺติยเงฺคหิ สมนฺนาคโต โหติ, โส อากงฺขมาโน อตฺตนาว อตฺตานํ พฺยากเรยฺย – ‘ขีณนิรโยมฺหิ ขีณติรจฺฉานโยนิ ขีณเปตฺติวิสโย ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต ; โสตาปโนฺนหมสฺมิ อวินิปาตธโมฺม นิยโต สโมฺพธิปรายโณ’’’ติฯ อฎฺฐมํฯ

๙. อาฆาตวตฺถุสุตฺตํ

๒๙. [วิภ. ๙๖๐; ที. นิ. ๓.๓๔๐; อ. นิ. ๑๐.๗๙] ‘‘นวยิมานิ, ภิกฺขเว, อาฆาตวตฺถูนิฯ กตมานิ นว? ‘อนตฺถํ เม อจรี’ติ อาฆาตํ พนฺธติ; ‘อนตฺถํ เม จรตี’ติ อาฆาตํ พนฺธติ; ‘อนตฺถํ เม จริสฺสตี’ติ อาฆาตํ พนฺธติ; ‘ปิยสฺส เม มนาปสฺส อนตฺถํ อจรี’ติ…เป.… ‘อนตฺถํ จรตี’ติ…เป.… ‘อนตฺถํ จริสฺสตี’ติ อาฆาตํ พนฺธติ; ‘อปฺปิยสฺส เม อมนาปสฺส อตฺถํ อจรี’ติ …เป.… ‘อตฺถํ จรตี’ติ…เป.… ‘อตฺถํ จริสฺสตี’ติ อาฆาตํ พนฺธติฯ อิมานิ โข, ภิกฺขเว, นว อาฆาตวตฺถูนี’’ติฯ นวมํฯ

๑๐. อาฆาตปฎิวินยสุตฺตํ

๓๐. [ที. นิ. ๓.๓๔๐, ๓๕๙] ‘‘นวยิเม, ภิกฺขเว, อาฆาตปฎิวินยาฯ กตเม นว? ‘อนตฺถํ เม อจริ [อจรีติ (สฺยา.), เอวํ ‘‘จรติ, จริสฺสติ’’ ปเทสุปิ], ตํ กุเตตฺถ ลพฺภา’ติ อาฆาตํ ปฎิวิเนติ; ‘อนตฺถํ เม จรติ, ตํ กุเตตฺถ ลพฺภา’ติ อาฆาตํ ปฎิวิเนติ; ‘อนตฺถํ เม จริสฺสติ, ตํ กุเตตฺถ ลพฺภา’ติ อาฆาตํ ปฎิวิเนติ; ปิยสฺส เม มนาปสฺส อนตฺถํ อจริ…เป.… อนตฺถํ จรติ…เป.… ‘อนตฺถํ จริสฺสติ, ตํ กุเตตฺถ ลพฺภา’ติ อาฆาตํ ปฎิวิเนติ; อปฺปิยสฺส เม อมนาปสฺส อตฺถํ อจริ…เป.… อตฺถํ จรติ…เป.… ‘อตฺถํ จริสฺสติ, ตํ กุเตตฺถ ลพฺภา’ติ อาฆาตํ ปฎิวิเนติฯ อิเม โข, ภิกฺขเว, นว อาฆาตปฎิวินยา’’ติฯ ทสมํฯ

๑๑. อนุปุพฺพนิโรธสุตฺตํ

๓๑. ‘‘นวยิเม, ภิกฺขเว, อนุปุพฺพนิโรธาฯ กตเม นว? ปฐมํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส กามสญฺญา [อามิสฺสสญฺญา (สฺยา.)] นิรุทฺธา โหติ; ทุติยํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส วิตกฺกวิจารา นิรุทฺธา โหนฺติ; ตติยํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส ปีติ นิรุทฺธา โหติ; จตุตฺถํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส อสฺสาสปสฺสาสา นิรุทฺธา โหนฺติ; อากาสานญฺจายตนํ สมาปนฺนสฺส รูปสญฺญา นิรุทฺธา โหติ; วิญฺญาณญฺจายตนํ สมาปนฺนสฺส อากาสานญฺจายตนสญฺญา นิรุทฺธา โหติ; อากิญฺจญฺญายตนํ สมาปนฺนสฺส วิญฺญาณญฺจายตนสญฺญา นิรุทฺธา โหติ ; เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมาปนฺนสฺส อากิญฺจญฺญายตนสญฺญา นิรุทฺธา โหติ; สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส สญฺญา จ เวทนา จ นิรุทฺธา โหนฺติฯ อิเม โข, ภิกฺขเว, นว อนุปุพฺพนิโรธา’’ติ [ที. นิ. ๓.๓๔๔, ๓๔๙]ฯ เอกาทสมํฯ

สตฺตาวาสวโคฺค ตติโยฯ

ตสฺสุทฺทานํ –

ติฐานํ ขฬุโงฺก ตณฺหา, สตฺตปญฺญา สิลายุโป;

เทฺว เวรา เทฺว อาฆาตานิ, อนุปุพฺพนิโรเธน จาติฯ

งานนี้ประกอบด้วยงานย่อยหลายส่วนซึ่งอยู่ในบังคับแห่งลิขสิทธิ์หลายเรื่องต่างกัน เช่น งานอันลิขสิทธิ์หมดอายุ และงานที่ไม่มีลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ดี งานนี้ทุกส่วนล้วนเป็นสาธารณสมบัติแล้ว
ส่วนบทประพันธ์:

งานนี้ ปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ได้หมดอายุตามมาตรา 19 และมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งบัญญัติว่า

  "มาตรา 19 ภายใต้บังคับมาตรา 21 และมาตรา 22 ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
  ในกรณีที่มีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าวให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ร่วม และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย
  ถ้าผู้สร้างสรรค์หรือผู้สร้างสรรค์ร่วมทุกคนถึงแก่ความตายก่อนที่ได้มีการโฆษณางานนั้น ให้ลิขสิทธิ์ดังกล่าวมีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก
  ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

  มาตรา 20 งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยผู้สร้างสรรค์ใช้นามแฝงหรือไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างสรรค์ ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก
  ในกรณีที่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ให้นำมาตรา 19 มาใช้บังคับโดยอนุโลม"

ส่วนอื่น ๆ:

งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะมีลักษณะตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งบัญญัติว่า

"มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(1)   ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(2)   รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(3)   ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(4)   คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(5)   คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น"