สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
งานนี้ยังไม่เสร็จ สามารถดูและร่วมพัฒนาได้ที่ดัชนีนี้: 1 |

เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพพลเอก หลวงสถิตยุทธการ (สถิต สถิตยุทธการ) ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส กำหนดวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๑๔ นางสกานต์ ตามไท ผู้เป็นธิดา ได้เป็นผู้แทนเจ้าภาพมาติดต่อกรมศิลปากรขออนุญาตจัดพิมพ์หนังสือเรื่องสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อแจกเป็นอนุสรณ์ในงานนี้ กรมศิลปากรยินดีอนุญาตให้จัดพิมพ์ได้ตามความประสงค์
เรื่องสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนี้ได้รวบรวมจากราชกิจจานุเบกษาเฉพาะเล่ม ๑ จ.ศ. ๑๒๓๖ (พ.ศ. ๒๔๑๗) เป็นหนังสือสำคัญในด้านประวัติศาสตร์การปกครองของไทยที่ช่วยให้เราทราบถึงพระบรมราโชบายและพระราชอุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในอันที่จะปรับปรุงการปกครองและการบริหารบ้านเมืองให้เกิดประโยชน์สุขแท้จริงแก่พสกนิกรไทย เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๗ พระองค์ได้ทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน (Council of State) และสภาองคมนตรี (Privy Council) ขึ้น นับเป็นก้าวแรกที่ได้ทรงริเริ่มนำเอาแบบอย่างการปกครองของอารยประเทศทางตะวันตกมาดัดแปลงใช้ในประเทศไทย และต่อมาก็ได้ทรงปฏิรูประเบียบแบบแผนการปกครองครั้งใหญ่ขึ้นทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งถือเป็นรากฐานในการบริหารการปกครองของประเทศต่อมาจนทุกวันนี้
การตั้งสภาทั้งสองดังกล่าวนั้น นอกจากจะเป็นเครื่องส่องให้เห็นพระอัจฉริยภาพ พระปรีชาสามารถ และรัฐประศาสโนบายในการปกครองประเทศของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอย่างชัดเจนแล้ว ยังทำให้เห็นพระราชหฤทัยของพระองค์ว่าทรงเป็นพระประมุขที่มุ่งหวังประโยชน์สุขของประเทศชาติเป็นสำคัญ ดังปรากฏในพระราชดำรัสที่ได้ทรงแถลงไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า
“...ก็การซึ่งตั้งเคาน์ซิลนี้ ท่านทั้งปวงจะมีความสงไสยว่า เมื่ออยู่ดี ๆ แล้วเหตุไรจึ่งมาตั้งผู้ให้ขัดอำนาทตัวดังนี้ จะมิเหนการอย่างไรซึ่งจะเปนประโยชน์ในตัวฤๅ ๆ จะเอาไว้เกรี้ยวกราดข่มขี่ผู้อื่นด้วยประการใดประการหนึ่งดอกกระมัง ถ้าผู้ใดคิดดังนี้ก็ขอให้เข้าใจเถิดว่า การซึ่งได้คิดอยู่ในใจนั้นว่าบ้านเมืองเราทุกวันนี้ซึ่งในตาแลเหนว่ามีตึกขึ้นมากมีถนนขึ้นมากนั้น เหนว่าเปนการเจริญในตา ก็แต่ถ้าจะคิดไปโดยจริง ๆ การใดธรรมเนียมใดซึ่งมีอยู่เดี๋ยวนี้ก็ยังเปนการเดือดร้อนแก่ราษฎรเปนอันมากอยู่ก็มีหลายอย่างหลายประการ การซึ่งควรจะประกอบทำนั้นก็ยังมีอยู่อีกหลายอย่าง ก็ซึ่งตั้งเคาน์ซิลขึ้นไว้นี้ก็เพราะประสงค์จะให้ช่วยอุดหนุนในการเรื่องนี้ให้สำเรจไปได้ทีละสิ่งทีละคราว จนบ้านเมืองเปนความเจริญเข้า ราษฎรได้มีความศุขมากเมื่อเวลาไร เวลานั้นจะเปนชื่อเสียงปรากฏติดแผ่นดินอยู่ไม่รู้หาย อนึ่งอันตรายใด ๆ ซึ่งจะมีมาในภายนอกแลภายใน ก็จะไม่ต้องหวาดหวั่นว่าจะมีมาเลยเปนอันขาด เมื่อราษฎรซึ่งเปนโลหิตของแผ่นดินมีความเจริญความศุขได้ประกอบการทำมาหากินโดยชอบธรรมด้วยกันแล้ว บ้านเมืองก็คงจะเจริญเปนแน่ เมื่อบ้านเมืองเจริญแล้ว ผลประโยชน์สิ่งใดก็คงจะบริบูรณ ความประสงค์ซึ่งเปนประโยชน์ในตัวดังนี้ ขอให้ท่านทั้งปวงทราบความแล้วคิดตามแล้วได้จำไว้ในใจด้วยเทอญฯ”
การพิมพ์ครั้งนี้นับเป็นการพิมพ์เผยแพร่เป็นครั้งแรก กรมศิลปากรได้ขอให้นายยิ้ม ปัณฑยางกูร ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองจดหมายเหตุแห่งชาติ และปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ ช่วยตรวจสอบนามบุคคลที่กล่าวถึงในเรื่องนี้ ทั้งยังได้จัดทำเชิงอรรถบางตอน กับค้นเรื่องการเปลี่ยนธรรมเนียมหมอบคานและเรื่องการแต่งตัวเข้าเฝ้าจากสมุดไทย ซึ่งได้จัดพิมพ์รวมไว้ในภาคผนวกของเรื่องนี้แล้ว จึงขอขอบคุณนายยิ้ม ปัณฑยางกูร ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย
อนึ่งในการจัดพิมพ์ครั้งนี้ เจ้าภาพได้เรียบเรียงประวัติพลเอก หลวงสถิตยุทธการ (สถิต สถิตยุทธการ) ผู้วายชนม์ ให้พิมพ์ไว้ต่อจากคำนำนี้
กรมศิลปากรขออนุโมทนาในกุศลราศีทักษิณานุปทานซึ่งเจ้าภาพได้จัดบำเพ็ญอุทิศแด่พลเอก หลวงสถิตยุทธการ (สถิต สถิตยุทธการ) และได้มีศรัทธาจัดพิมพ์หนังสืออันมีค่านี้แจกจ่ายเป็นกุศลวิทยาทาน ขออำนาจกุศลทั้งปวงนี้จงเป็นพลวปัจจัยส่งเสริมให้พลเอก หลวงสถิตยุทธการ (สถิต สถิตยุทธการ) ผู้วายชนม์ ประสบแต่อิฏฐคุณมนุญผลในสัมปรายภาพ สมดังเจตจำนงของเจ้าภาพทุกประการเทอญ.
๒๐ มกราคม ๒๕๑๔
หมวดเจ้านาย
| ||
กฤษดาภินิหาร – พระองค์เจ้า (กรมพระนเรศรวรฤทธิ์)
|
๓๐, ๓๘. | |
คัคณางคยุคล – พระองค์เจ้า (กรมหลวงพิชิตปรีชากร)
|
๓๐, ๓๘. | |
จาตุรนต์รัศมี – สมเด็จเจ้าฟ้า (สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระจักรพรรดิพงศ์)
|
๓๐, ๓๘. | |
เจริญผลภูลสวัสดิ์ – กรมหมื่น (กรมขุนเจริญผลภูลสวัสดิ์)
|
๓๐, ๓๘. | |
ทวีถวัลยลาภ – พระองค์เจ้า (กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์)
|
๓๐, ๓๙. | |
เทเวศร์วัชรินทร์ – กรมพระ
|
๒๙, ๓๘. | |
บำราบปรปักษ์ – สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยา
|
๒๙, ๓๘. | |
วรศักดาพิศาล – กรมหลวง
|
๒๙, ๓๘. | |
สายสนิทวงศ์ – พระองค์เจ้า
|
๓๐, ๓๙. | |
สิงหนาทราชดุรงค์ฤทธิ์ – พระองค์เจ้า
|
๓๐, ๓๙. | |
สุขสวัสดิ์ – พระองค์เจ้า (กรมหลวงอดิศรอุดมเดช)
|
๓๐, ๓๘. | |
อนันตการฤทธิ์ – กรมหมื่น
|
๓๐, ๓๘. | |
อักษรสาสนโสภณ – กรมหมื่น (กรมหลวงบดินทร์ไพศาลโสภณ)
|
๓๐, ๓๘. | |
หมวดขุนนาง
| ||
กระสาปนกิจ (โหมด อมาตยกุล) – พระยา
|
๕, ๑๙, ๓๐. | |
กลาโหมราชเสนา (กรับ บุณยรัตพันธุ์) – พระยา
|
๕. | |
ขุนหลวงพระไกรษี (จัน) (ขุนหลวงพระยาไกรษี)
|
๖๘. | |
จตุรงคโยธา (เทศ) – หลวง
|
๑๙. | |
จ่าแสนยบดี (ขลิบ พยัคฆันตร์) – พระยา
|
๓๐. | |
เจริญราชไมตรี (ตาด อมาตยกุล) – พระยา (พระยาธรรมสารนิติ)
|
๕, ๑๙, ๓๐. | |
โชฎึกราชเศรษฐี (พุก โชติกพุกกณะ) – พระยา
|
๓๑. | |
ไชยยศสมบัติ (เอี่ยม) – พระ
|
๖๗. | |
นรนารถภักดี (เถียร โชติกเสถียร) – พระยา (พระยาโชฎึกราชเศรษฐี)
|
๓๑. | |
นรินทรเสนี (?) – พระ
|
๓๑, ๖๘. | |
นานาพิธภาษี (โต บุนนาค) – พระ (พระยานานาพิธภาษี)
|
๒๔. | |
ปรีชากลการ (สำอาง อมาตยกุล) – พระ
|
๓๑. | |
พิจารณ์จักรกิจ (เจิม อมาตยกุล) – หลวง (พระยาเพ็ชรพิไชย)
|
๒๔, ๓๑. | |
พิพัฒน์โกษา (ทับ จาติกรัตน์) – พระยา
|
๓๐. | |
พิพิธโภคัยสวรรย์ (ทองคำ สุวรรณทัต) – พระยา (พระยาราชภักดี)
|
๕, ๑๙, ๓๐. | |
พิเรนทรเทพ (เวก ยมาภัย) – พระ (พระยาอภัยรณฤทธิ์)
|
๓๑. | |
เพ็ชร์ชฎา (ดิศ สิงหเสนี) – พระยา
|
๓๑. | |
ไพรัชพากย์ภักดี (สุดใจ บุนนาค) – พระ (พระยาราชานุประพันธ์)
|
๓๑. | |
ภาษกรวงษ์ (พร บุนนาค) – พระยา (เจ้าพระยาภาษกรวงษ์)
|
๕, ๑๙, ๓๐. | |
ภานุวงษ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุนนาค) – เจ้าพระยา
|
๓๐. | |
ภูธราภัย (นุช บุณยรัตพันธุ์) – เจ้าพระยา
|
๓๐, ๒๑. | |
มหาเทพ (พึ่ง สุวรรณทัต) – พระ (พระยาอนุชิตชาญไชย)
|
๓๑. | |
มหามนตรี (หรุ่น ศรีเพ็ญ) – พระ (พระยามหาอำมาตย์)
|
๓๑. | |
มหาอำมาตยธิบดี (ชื่น กัลยาณมิตร) – พระยา
|
๕, ๑๙, ๓๐. | |
รัตนภัณฑ์ไมตรี (อ่อน ชูโต) – พระยา (พระยาอุไทยธรรม)
|
๓๑. | |
ราชมณี (เหมือน) – หลวง
|
๒๗. | |
ราชโยธา (ทองอยู่ ภูมิรัตน์) – พระยา
|
๕. | |
ราชวรานุกูล (รอด กัลยาณมิตร) – พระยา (เจ้าพระยารัตนบดินทร์)
|
๕, ๑๙, ๓๐. | |
ราชสงคราม (กรุด อินทรวิมล) – พระยา
|
๓๑. | |
ราชสุภาวดี (เพ็ง เพ็ญกุล) – พระยา (เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง)
|
๕, ๑๙, ๓๐. | |
ราชเสนา (เดช คฤหเดช) – พระ (พระยาจ่าแสนยบดี)
|
๓๑, ๖๘. | |
ราไชยสวริยาธิบดี (จำเริญ บุรณศิริ) – พระยา (พระยาธรรมจรัญานุกูลมนตรี)
|
๕, ๑๙, ๓๐. | |
ไวยวรนารถ (ชาย บุนนาค) – เจ้าหมื่น (พระยาประภากรวงษ์)
|
๓๑. | |
ศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา (แพ บุนนาค) – พระยา (เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์)
|
๕, ๑๙, ๓๐. | |
สมุทบุรานุรักษ์ (เนตร เนตรายน) – พระยา
|
๓๑. | |
สรรพเพธภักดี (โต มานิตยกุล) – เจ้าหมื่น (เจ้าพระยานรรัตนราชมานิต)
|
๓๑. | |
สิทธิไชย (อ้น) – พระครู
|
๒๙. | |
สุนทรานุกิจปรีชา (หนูเล็ก โกมารกุล ณ นคร) – พระ (พระยาศรีสรราชภักดี)
|
๓๑. | |
เสมอใจ (ชื่น บุนนาค) – เจ้าหมื่น (พระยามนตรีสุริยวงษ์)
|
๓๑. | |
อนุชิตชาญไชย (อุ่น ภูมิรัตน์) – พระยา
|
๓๓. | |
อนุรักษ์ราชมณเฑียร (สิงห์โต) – พระยา (พระยาพิทักษ์ภูบาล)
|
๓๐. | |
อภัยรณฤทธิ์ (แย้ม บุณยรัตพันธุ์) – พระยา (พระยาสีหราชฤทธิไกร)
|
๕, ๑๙. | |
อาหารบริรักษ์ (นุช บุญ-หลง) – พระยา
|
๓๑. | |
อินทรเทพ (อ่ำ อัมรานนท์) – พระ (พระยาพิไชยสงคราม)
|
๓๑. | |
อินทราธิบดีสีหราชรองเมือง (?) – พระยา
|
๓๒, ๓๑. | |
หมวดพระภิกษุสงฆ์
| ||
ญาณวราภรณ์ (รอง) – หม่อมเจ้าพระ
|
๙, ๒๕. | |
เทพกระวี (แดง สีลวฒฺโน) – พระ (สมเด็จพระวันรัตน์)
|
๑๔. | |
ธรรมเจดีย์ (ทอง) – พระ
|
๑๔, ๒๕. | |
ธรรมไตรโลก (อ้น) – พระ (พระพิมลธรรม)
|
๒๕. | |
ธรรมวโรดม (สา ปุสฺสเทโว) – พระ (สมเด็จพระสังฆราช)
|
๒๕. | |
ธรรมุณหิศธาดา (สีขเรศ มหากุล) – หม่อมเจ้าพระ
|
๑๔, ๒๕. | |
ปวเรศวริยาลงกรณ์ – สมเด็จกรมพระยา
|
๑๔, ๒๕. | |
พรหมมุนี (ศรี อโนมสิริ) – พระ (สมเด็จพระพุฒาจารย์)
|
๑๔, ๒๕. | |
พิมลธรรม (ทับ พุทธสิริ) – พระ (สมเด็จพระวันรัตน์)
|
๑๔, ๒๕. | |
โพธิวงศ์ (ผ่อง) – พระ
|
๑๔. | |
วันรัตน์ (สมบุญ) – สมเด็จพระ
|
๑๕, ๒๕. | |
สาสนโสภณ (สา ปสฺสเทโว) – พระ (สมเด็จพระสังฆราช)
|
๑๔. | |
อรุณนิภาคุณากร (กระจ่าง ลดาวัลย์) – หม่อมเจ้าพระ (พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร)
|
๑๔, ๒๕. | |
งานนี้ ปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ได้หมดอายุตามมาตรา 19 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งระบุว่า
- ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลธรรมดา
- ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
- ถ้ามีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์หมดอายุ
- เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย หรือ
- เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ไม่เคยโฆษณางานนั้นเลยก่อนที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายจะถึงแก่ความตาย
- ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล หรือถ้าไม่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์
- ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
- แต่ถ้าได้โฆษณางานนั้นในระหว่าง 50 ปีข้างต้น ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก
Public domainPublic domainfalsefalse