ข้ามไปเนื้อหา

สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว/เรื่องที่ 4

จาก วิกิซอร์ซ
ว่าด้วยปฤกษาจัดการในเคาน์ซิลออฟสเตด
คือที่ปฤกษาราชการแผ่นดิน

ท่านทั้งปวงบันดาซึ่งได้ทราบว่าที่ปฤกษาราชการแผ่นดินได้ประชุมกันอยู่ทุก ๆ เจดวัน ก็จะเอียงหูลงฟังการว่าได้จัดสิ่งใดไปได้ปฤกษาการสิ่งใดในเวลานี้ ก็จะได้ทราบความว่าจัดการเกบเงินดังนี้ ก็ไม่รู้ว่าเกบเงินอะไร เกบอย่างไร การซึ่งเกบเงินนี้ใช่ว่าจะไปเกบเอาตามราษฎรฤๅขึ้นพิกัดภาษีอากรสิ่งใดนั้นหามิได้ เกบเงินนั้นซึ่งจำนวนเปนเงินขึ้นอยู่ในแผ่นดินแล้ว คือเงินภาษีอากรเปนต้น แต่ก่อนเกบได้ครึ่งหนึ่งบ้าง สามส่วนบ้าง บัดนี้จะเกบเงินให้ได้หมดอย่าให้ขาดค้าง ท่านทั้งปวงจงจำคำนี้ไว้ให้มั่น ก็ถ้าจะว่าการอื่น ๆ ยังมีถมไปเหตุไรจึงไม่จัด มาจับจัดการเรื่องนี้ก่อนให้เปนการเดือดร้อน ก็การซึ่งว่าเดือดร้อนในการเรื่องนี้นั้นจะเดือดร้อนด้วยเหตุอย่างไร เหนว่าจะเปนการเดือดร้อนอยู่พวกเดียวในเจ้าพนักงานผู้ซึ่งเกบเงินทั้งปวง ถึงกระนั้นผู้เจ้าพนักงานซึ่งเกบเงินทั้งปวงเมื่อประพฤติตัวอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริตไม่ขี้ฉ้อบิดพลิ้วแล้วก็ไม่มีความเดือดร้อนสิ่งไร เพราะเคยทำมาอย่างไรก็ทำไปอย่างนั้น จะเปนความเดือดร้อนจริงอยู่ก็แต่ผู้ที่ไม่มีความสุจริต เคยฉ้อลักปิดบัง มาต้องเปิดเข้า ก็จะต้องเปนความเดือดร้อนอยู่พวกเดียวเท่านั้น เหนว่าเปนการเดือดร้อนโดยใช่ธรรมแท้ ๆ เหมือนหนึ่งผู้ปลูกกะท่อมภอเหยียดหัวเหยียดท้าวจดเอาจากเอาแผงเข้าปุปะแอบอยู่ตามข้างตึกข้างถนนข้างคลองซึ่งได้จัดไว้เรียบร้อยหมดจดงดงามแล้ว ก็เหนว่าคนเหล่านั้นไม่ควรจะไปตั้งอยู่ในที่เหล่านั้น ให้ไล่เสียก็บ่นงึมงัมว่าเปนการเดือดร้อนอยู่แต่ในพวกที่ทำกระท่อมอยู่ในนั้นแต่พวกเดียว ก็ถ้าจะคิดไปโดยจริง ที่ซึ่งทำไว้เรียบร้อยงดงามแล้วจะมีของรกรุงรังมาอยู่อย่างนี้จะงามฤๅ อีกประการหนึ่งเล่า ที่กะท่อมทับรุงรังอยู่ดังนี้เปนเชื้อจะทำให้เหตุอันตรายให้ถึงของใหญ่ได้ คือถ้าเกิดเพลิงขึ้นก็จะต้องไหม้ตึกตลอดถึงกันไปหมด ให้ท่านคิดดูเถิดควรจะได้ปลูกฤๅไม่ อีกประการหนึ่งท่านทั้งปวงจะคิดไปว่าเงินทองก็มีหนักหนมนักนักหนา ยังจะจัดอะไรต่ออะไรต่อไปอีกเล่า การนี้ก็ยากเพราะนิไสยคนชาวไทยแท้ ๆ ที่ไม่รู้การอะไรก็คิดก็พูดอยู่บ่อย ๆ ว่าเงินในพระคลังมีล้นเหลือไม่มีที่จะเปรียบ คนที่พูดอย่างนี้ไม่ได้คิดถึงการใช้จับจ่ายเลย ถ้าในหลวงจะเกบเงินไว้สักปีหนึ่งฤๅสองปี เงินในแผ่นดินก็จะไม่มีใช้เลย ความจริงเมื่อได้เงินมาแล้วก็ต้องจำหน่ายเปนเงินเบี้ยหวัดเปนเงินเดือนแลประกอปการก่อสร้างทำนุบำรุงบ้านเมืองต่าง ๆ ทั่วไป ก็เมื่อเงินเหล่านี้ไม่มีตัวเข้ามา การทำนุบำรุงแลก่อสร้างต่าง ๆ ก็ขัดสนไปทุกอย่าง จะทำการสิ่งใดก็ไม่สำเรจ เพราะการทั้งปวงต้องอาไศรยเงินเปนพื้น เหมือนหนึ่งถ้าจะตั้งโปลิศรักษาชีวิตรแลทรัพย์สมบัติของราษฎรทั่วไปทั้งหัวเมืองในกรุงให้เปนการรักษาจริง ๆ ก็ต้องอาไศรยเงินค่าจ้างจึ่งจะเปนการจริงได้ ฝ่ายทหารบกทหารเรือเล่าก็เปนเครื่องป้องกันบ้านเมืองตลอดพระราชอาณาเขตร ก็จำจะต้องมีไว้ให้จริง ๆ ภอสมควรแก่บ้านเมือง ก็การค้าขายเล่าเปนเครื่องทำมาหากินของราษฎร แลเปนผลประโยชน์กำลังของบ้านเมือง เปนประโยชน์แก่ลูกค้าทั่วโลกย์ เมื่อสินค้าออกจากบ้านเมืองมาก เงินก็เข้ามาในบ้านเมืองมาก ราษฎรก็บริบูรณขึ้น บ้านเมืองก็เจริญขึ้น ก็การเหล่านี้ก็ต้องอาไศรยการทำนุบำรุง คือขุดคลองทำทางทำทำนบกั้นน้ำให้ขังนา แลการอื่น ๆ อีก จะร่ำพรรณาก็ยืดยาวนัก ฯะ

อนึ่งเมื่อสินค้าบรบูรณ มีทางมีคลองตกลงมาได้ดังนี้แล้ว ก็จะต้องขวนขวายที่จะให้สินค้าออกจากใน้บ้านเมือง คือจะต้องมีเตเลแครฟ คือสายไฟฟ้าบอกถึงเมืองท่าทั้งปวงให้รู้ราคาสินค้าแลจัดเรือมาบันทุกได้โดยเรว เปนประโยชน์แก่ลูกค้าทั้งปวง ก็การเหล่านี้จะต้องอาไศยเงินเปนเครื่องเกื้อกูลทั้งสิ้นจึ่งจะสำรับไปได้ จึ่งได้คิดพร้อมกันในที่เคาน์ซิลว่าจะคิดจัดเกบเงินบันดาซึ่งมีจำนวนขึ้นอยู่ในพระคลังแล้วนั้นให้ได้มาจริง ๆ ตามจำนวนตามบาญชี ให้เจ้าพนักงานในพระคลังมหาสมบัติทำบาญชีรับบาญชีจ่ายให้รู้ถูกต้องจริง ๆ จะได้คิดจ่ายประจำเดือนประจำการ เมื่อเหลือจากประจำเดือนประจำการ จะได้คิดจัดการดังเช่นว่ามาแล้วนั้นไปทีละสิ่งทีละทางตามกำลังเงินซึ่งได้มากแลน้อยทุก ๆ ปี ก็จะค่อยเจริญขึ้นทุกปี บัดนี้จึ่งได้พร้อมกันจัดการเรื่องนี้จะให้เปนพระราชบัญญัติให้เรียบร้อยขึ้น การก็เกือบจะสำเรจอยู่แล้ว ให้ท่านทั้งปวงพึงเข้าใจตามที่ว่ามานี้เถิดว่าจะจัดเกบเงินซึ่งมีบาญชีอยู่ อย่าให้ฟังเสียงซึ่งผิด ๆ แลหวาดหวั่นตื่นเต้นสิ่งไรไป ก็ทุกวันนี้ใช่จะไม่คิดถึงการอื่น ๆ เลย จะมัวคิดอยู่แต่การเงินอย่างเดียวนั้นก็หาไม่ ได้ทรงพระราชดำริห์พร้อมด้วยเคาน์ซิลจะจัดการศาลชำระความแลแก้ไขสอบสวนพระราชกำหนดกดหมายเก่าใหม่ แลการอื่น ๆ อีกมีอยู่หลายอย่างหลายประการ ก็คงจะจัดให้สำเรจไปทีละสิ่ง ๆ แต่ซึ่งจะสำเรจไปโดยเรวนั้นไม่ได้ เพราะเปนการใหญ่ ให้ท่านทั้งปวงคอยฟังไปข้างน่าเถิด เมื่อผู้ใดได้อ่านได้ภพหนังสือประกาศนี้ ขอให้ตริตรองตามการซึ่งว่ามานี้ให้เข้าใจโดยการเลอียด แล้วแลไปบอกเล่าซึ่งผู้ไม่ได้อ่านหนังสือนี้ ฤๅผู้ซึ่งไม่ภอใจอ่านหนังสือ ชอบแต่คำฦๅ ให้ทราบตามความจริงดังนี้ด้วยให้เข้าใจตามการที่จริงที่ชอบนั้นเทอญ ฯะ