หนังสือราชกิจจานุเบกษา/เล่ม 1/แผ่นที่ 2

๏หนังสือราชกิจจานุเบกษานี้ตีพิมพ์ที่โรงพิมพ์หลวงในพระบรมมหาราชวัง จะออกเดือนละ ๔ ครั้งตามกำหนดทุกเดือน ราคาตลอดปี ๔๘ ฉบับ สองตำลึง ครึ่งปี ๒๔ ฉบับ ราคาห้าบาท สามเดือน ๑๒ ฉบับ ราคาสามบาท ใบหนึ่งจนถึงสามใบ ๆ ละสลึงเฟื้อง ถ้าต้องไปส่งถึงบ้าน ปีหนึ่งค่าจ้างกึ่งตำลึง ครึ่งปีหกสลึง สามเดือนบาทหนึ่ง ถ้าผู้ใดจะต้องการ ก็ให้มาที่โรงพิมพ์หลวงในพระบรมมหาราชวังเทอญ ๚ะ
๏วันศุกร เดือนหก แรมแปดค่ำ ปีจอฉศก เวลา ๔ โมงเช้าพระบาทสมเดจพระเจ้าอยู่หัวเสดจออกประทับณพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พร้อมด้วยพระบรมวงษานุวงษแลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยเฝ้าทูลอองธุลีพระบาทโดยลำดับ พระบาทสมเดจพระเจ้าอยู่หัวทรงอ่านคำประกาศเกาน์ซิลแล้ว เวลา ๕ โมงเช้าเสดจพระราชดำเนินประทับเกยณพระที่นั่งมูลสฐานบรมอาศน์ ทรงราชยานเสดจพระราชดำเนินพร้อมด้วยกระบวนนำกระบวนตาม เสดจลงท่าราชวรดิฐ เสดจประทับเรือพระที่นั่งเพชรรัตนดาราราย เรือทวยเทพถวายกรเปนพระที่นั่งรอง พร้อมด้วยกระบวนเรือกันคู่หนึ่ง เรือดั้ง ๕ คู่ เรือประตูน่าหลัง เรือแซงซ้ายขวา เรือพระบรมราชวงษานุวงษ แลเรือข้าทูลลอองธุลีพระบาทฝ่ายทหารพลเรือนนำตามเสดจโดยทางชลมารคแต่ท่าราชวรดิฐขึ้นไปตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา ประทับที่แพช้างสำคัญทั้งสองซึ่งภักอยู่ที่ท่าน่าวัดลมุดฝั่งตวันตก แล้วโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานจัดเรือกลไฟชื่อฟอแลนต์ ๑ ชื่อสติมลอน ๑ จูงแพช้างพร้อมด้วยเรือข้าราชการตั้งเปนกระบวนแห่ล่องลงมาตามลำแม่น้ำถึงท่าพระ ให้ภักแพช้างไว้แล้ว เสดจทรงเรือพระที่นั่งมาประทับท่าราชวรดิฐ เสดจขึ้นพระบรมมหาราชวัง ครั้นเวลาบ่าย ๕ โมงเสศเสดจประทับเกยน่าพระที่นั่งมูลสฐานบรมอาศน์ ทรงพระที่นั่งราชยานลงยาราชาวดีพร้อมกระบวนนำเสดจ กระบวนตามเสดจ แต่งตัวเตมยศ เสดจทางประตูวิเสศไชยศรีลงถนนน่าป้อมอินทรรังสรรค์ ประทับณพลับพลาที่ท่าพระ ทอดพระเนตรนางช้างทั้งสองขึ้นจากแพแล้ว เสดจพระราชดำเนินแต่พลับพลาท่าพระตรงไปเลี้ยวถนนป้อมเผดจดัษกร ประทับณพลับพลาที่น่าพระที่นั่งสุไธสวรริย์ ทอดพระเนตรกระบวนแห่ช้างเข้าโรงสมโภช แล้วเสดจไปประทับในโรงสมโภช ทรงถวายไตรยจีวรแก่พระสงฆ์ราชาคณะถานาเปรียญ ๓๖ รูปแล้ว ทรงฟังพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว เสดจกลับยังพระบรมมหาราชวัง อนึ่งการสมโภชนางช้างสำคัญทั้งสองช้างที่ท้องสนามไชยน่าพระที่นั่งสุทไธสวรริย์นั้น โปรดเกล้าฯ ให้กรมสังฆการีอาราธนาพระสงฆ์ราชาคณะถานาเปรียญสามสิบหก เวลาบ่าย ๕ โมงให้เจริญพระพุทธมนต์ตั้งแต่วันศุกร แรมแปด วันเสาร แรมเก้าค่ำ วันอาทิตย แรมสิบค่ำ เวลาเช้าพระสงฆ์รับพระราชทานฉันตั้งแต่วันเสาร แรมเก้าค่ำ วันอาทิตย แรมสิบค่ำ วันจันทร แรมสิบเอจค่ำ พระบาทสมเดจพระเจ้าอยู่หัวเมื่อเสดจในพระราชพิธีนั้นพร้อมด้วยพระบรมราชวงษานุวงษแลข้าทูลอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยแต่งตัวเตมยศ วันจันทร แรมสิบเอจค่ำ เดือนหกพระบาทสมเดจพระเจ้าอยู่หัวเสดจจากพระที่นั่งอนันตสมาคม ทรงพระที่นั่งราชยานลงยาราชาวดี เสดจมาประทับณโรงสมโภชพร้อมด้วยพระบรมราชวงษานุวงษแลข้าทูลลอองธุลีพระบาทเฝ้าโดยลำดับ ครั้นได้มหามงคลฤกษ พระบาทสมเดจพระเจ้าอยู่หัวทรงรดน้ำนางช้างทั้งสองแล้วพระราชทานอ้อยแดงสามท่อนซึ่งจาฤกนามว่า ๚ะ
๏พระเทพคชรัตนกริณี ศุภศรีสกลเสวตร วรเชฐดไนวิไลลักษณ์ เฉลิมราชศักดิสยามวิชิต พงษอัคนิศรมหิศรเดช สุทธเนตรนัขโลมวิมล มงคลคุณสุนทรกริน ปรมินทรมหาราชกฤษฎานุพาหนนารถนฤบดินทร์ คชนาคินทรวิลาศเลิดฟ้า ๚ะ
ให้นางช้างใหญ่สูงสามสอกคืบหกนิ้วที่มาจากเมืองสุวรรณ์ภูมนั้น ได้รับพระราชทานแล้ว ทรงพระราชทานอ้อยแดงอีกสามท่อนซึ่งจาฤกนามว่า ๚ะ
๏พระศรีสวัสดิเสวตรวรรณ์ สุทธาดิสัยพรรณสกนธพิเสศ ทุติยเสวตรกณิฐวรสังกาษ อัคนิศรเทวราชรังสฤษดิ ราชบุญฤทธิบารมิตาสะมาหาร รัตนรชาธานพาหนนารถ บรมราชาธิราชธำรง วราภิพงษคชลักษณ์ สุนทรศักดิอิศริยพิพัฒน์ กริณีรัตนเลิดฟ้า ๚ะ
ให้นางช้างเลกสูงสามสอกหกนิ้วที่มาจากเมืองขอนแก่นนั้นได้รับพระราชทานแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินตราแก่ผู้ที่นำนางช้างทั้งสองมาถวายนั้น เมืองสุวรรณ์ภูม พระยารัตนวงษาได้รับพระราชทานเงินตราสองชั่ง เสื้อเข้มขาบดอกใหญ่หนึ่ง เสื้อสักลาดดำหนึ่ง แพรหงอนไก่ย่นเพลาะหนึ่ง แพรหงอนไก่ดวงเพลาะหนึ่ง ผ้าปูมหนึ่ง ผ้าเกี้ยวหนึ่ง ผ้าลายนอกอย่างหนึ่ง ท้าวมหาไชยบุตร กับท้าวเถินหลาน ได้รับพระราชทานเสื้อเข้มขาบดอกใบพัดนายละเสื้อ แพรขาวนายละแถบ ผ้าม่วงนายละผืน แล้วพระราชทานสัญญาบัตรให้นายดำหมอผู้คล้องได้ช้างสำคัญเลกเปนขุนศรีสารเสวตรถือศักดินา ๔๐๐ กับเงินตราสามชั่ง เสื้อเข้มขาบก้านแย่งหนึ่ง เสื้อแพรจินเจาหนึ่ง ผ้าโภกติดขลิบหนึ่ง ผ้าส่านวิลาดหนึ่ง ผ้าห่มนอนอัดตลัดดอกสะเทินผืนหนึ่ง แพรหงอนไก่แถบหนึ่ง แพรโล่แถบหนึ่ง แพรจุนตี๋วแถบแหนึ่ง ผ้าปูมผืนหนึ่ง ผ้าม่วงผืนหนึ่ง ผ้าลายชายสะบัดผืนหนึ่ง ขันน้ำพานรองทองขาวสำรับหนึ่ง กะโถนทองขาวหนึ่ง โตะท้าวช้างคาวหวานเครื่องพร้อมสองสำรับ แหวนรังแตนวงหนึ่ง แล้วทรงพระราชทานสัญญาบัตรให้นายบุญมาควานได้ช้างใหญ่เปนหมื่นศรีคชกรรมถือศักดินา ๓๐๐ กับเงินตราชั่งสิบตำลึง เสื้ออัตลัดดอกสะเทินหนึ่ง เสื้อแพนจินเจาหนึ่ง ผ้าโภกติดขลิบหนึ่ง ผ้าส่านวิลาดผืนหนึ่ง ผ้าห่มนอนอัตลัดดอกสะเทินหนึ่ง แพรหงอนไก่แถบหนึ่ง แพรโล่แถบหนึ่ง ผ้าปูมผืนหนึ่ง ผ้าม่วงผืนหนึ่ง แหวนรังแตนวงหนึ่ง แล้วพระราชทานสัญญาบัตรมอบให้พระศรีเสนารับส่งไปให้นายจันหมอผู้คล้องช้างสำคัญใหญ่ซึ่งไม่ได้ลงมานั้นเปนขุนเทพรัตนกิริณี ให้ถือศักดินา ๔๐๐ กับเงินตราสามชั่ง เสื้อเข้มขาบก้านแย่งหนึ่ง เสื้อแพรจินเจาหนึ่ง ผ้าโภกติดขลิบหนึ่ง ผ้าส่านวิลาดหนึ่ง ผ้าห่มนอนอัตลัดดอกสะเทินหนึ่ง แพรหงอนไก่แถบหนึ่ง แพรโล่แถบหนึ่ง แพรจุนตี๋วแถบหนึ่ง ผ้าปูมผืนหนึ่ง ผ้าไหมหนึ่ง ผ้าลายชายระบัดหนึ่ง ขันน้ำพานรองทองขาวสำรับหนึ่ง กะโถนทองขาวหนึ่ง โตะท้าวช้างคาวหวานเครื่องพร้อมลองสำหรับ แหวนรังแตนวงหนึ่ง แล้วทรงพระราชทานสัญญาบัตรมอบให้พระศรีเสนารับส่งไปให้นายเปควานช้างเลกซึ่งไม่ได้ลงมานั้นเปนหมื่นเดชสิกขกรถือศักดินา ๓๐๐ กับเงินตราชั่งสิบตำลึง เสื้ออัตลัดดอกสะเทินหนึ่ง แพรจินเจาหนึ่ง ผ้าโภกติดขลิบหนึ่ง ผ้าส่านวิลาดหนึ่ง ผ้าห่มนอนอัตลัดดอกสะเทินหนึ่ง แพรหงอนไก่แถบหนึ่ง แพรโล่แถบหนึ่ง ผ้าปูมผืนหนึ่ง ผ้าม่วงผืนหนึ่ง แหวนรังแตนวงหนึ่ง เมืองขอนแก่น พระนครศรีบรียรักษได้รับพระราชทานเสื้อเฃ้มฃาบดอกใหญ่หนึ่ง ผ้าปูมผืนหนึ่ง ผ้าเกี้ยวผืนหนึ่ง แพรหงอนไก่ย่นเพลาะหนึ่ง แพรหงอนไก่ดวงเพลาะหนึ่ง ท้าวสุริโยหลาน ท้าวโทนหลาน สี่นายนี้ได้รับพระราชทานเสื้อเฃ้มฃาบดอกใบพัดนายละเสื้อ แพรขาวห่ามนายละผืน ผ้าม่วงจีนนายละผืน เจ้าราชบุตรได้รับพระราชทานเงินตราสองชั่ง เสื้อเฃ้มฃาบก้านแย่งหนึ่ง เสื้อศักลาดดำหนึ่ง แพรขาวห่มผืนหนึ่ง ผ้าเกี้ยวผืนหนึ่ง ผ้าปูมผืนหนึ่ง แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราอิศริยยศชื่อตติยจุลจอมเกล้าสืบตระกูลเจ้าพระยาผู้สำเรจราชการเมืองสงขลา พระสมบัติภิรมย พระสุนทรานุรักษ ผู้ช่วยราชการเมืองขลา ได้รับพระราชทั้งสองนาย หลวงกิจจานุกิจประกาษจางวางนักการในกรมพระสุรัศวดีได้รับพระราชทานตราอิศริยยศชื่อตติยจุลจอมเกล้าสืบตระกูลพระยาประชุมประชานารถ พร้อมกันที่โรงสมโภชนั้น แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานมีการเล่นต่าง ๆ อีกสามวันตั้งแต่ณวันอาทิตย แรมสิบเอจค่ำ ไปจนถึงวันอังคาร แรมสิบสามค่ำ เปนวันเลีกการพระราชพิธีสมโภชช้างสำคัญทั้งสอง ๚ะ
๏เมื่อณวันเดือนห้า ปีจอยังเปนเบญจศก มิภรรยาหลวงวัฒนสมบัติซึ่งเปนเจ้าภาษีไม้ขอนศัก แต่ก่อนเปนฃ้าหลวงเดิมในแผ่นดินประจุบันนี้ ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาฃอรับหม่อมเจ้าหญิงแพซึ่งจักษุพิการทั้งสองค่าง เปนบุตรของมิ ขึ้นไปรักษาที่บ้านเรือนฃองมิ ตั้งยู่แฃวงเมืองไชยนาทบุรี จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้มิรับหม่อมเจ้าหญิงแพผู้บุตรแต่เมื่อยังเปนหม่อมห้ามอยู่กับพระเจ้าบรมวงษเธอ กรมหมื่นสนิทนเรนทรนั้น ไปตามประสงค์ของมิ แลมีพระบรมราชโองการดำรัศสั่งให้อาลักษเขียนใบทรงอนุญาตเบิกด่านตามระยะทางขึ้นไป อย่าให้ชาวด่านทุกตำบลห้ามปรามไว้ มีพระราชลัญจกรประทับเปนสำคัญ พระราชทานไปแต่ณวันศุกร เดือนห้า แรมสองค่ำ ปีจอยังเปนเบญจศก ๚ะ
๏ณวันพฤหัศบดี เดือนหก แรมสิบสี่ค่ำ พระบาทสมเดจพระเจ้าอยู่หัวเสดจออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจไฉย พร้อมด้วยพระบรมราชวงษานุวงษแลข้าทูลลอองธุลีพระบาทเฝ้าโดยลำดับ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระสมบัติภิรมยผู้ช่วยราชการเมืองสงขลาเลื่อนตำแหน่งยศบันดาศักดิเปนพระยาสมบัติภิรมยผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา ให้ถือศักดินา ๑๖๐๐ พระราชทานโตะทองกาทองเปนเครื่องยศ โปรดเกล้าฯ ให้พระสุนทรานุรักษผู้ช่วยราชการเมืองสงฃลาเลื่อนตำแหน่งยศบันดาศักดิเปนพระยาสุนทรานุรักษผู่ช่วยราชการเมืองสงขลา ให้ถือศักดินา ๑๖๐๐ แล้วพระราชทานโตะทองกาทองเปนเครื่องยศ ให้นายพันมหาดเลกบุตรพระยาสมบัติภิรมย์เปนหลวงอุดมภักดีผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา ให้ถือศักดินา ๘๐๐ ให้ท้าวทองบุตรเจ้าเมืองคนใหม่เปนอุปฮาดเมืองกมลาไสยขึ้นกรุงเทพฯ ๚ะ
๏ด้วยพระบาทสมเดจพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริห์ว่า แต่ก่อนได้เคยเสดจขึ้นมาประพาศณพระมหานครศรีอยุทธยาโบราณราชธานีอันนี้ ได้ทรงทอดพระเนตรภูมลำเนาบ้านเรือนแลอารามในเมืองนอกเมืองเปนอันมาก เจดีย์สถานแลอารามบางแห่งได้ทรงทราบไต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทเปนแน่ว่า พระเจ้าแผ่นดินในสยามประเทศนี้ซึ่งได้ครอบครองเสวยราชสมบัติณพระมหานครศรีอยุทธยานี้แต่ก่อน ๆ ได้ทรงสร้างสถาปนาไว้บ้าง คือวัดพุทไธยสวริย แลวัดปาโมกข ฤๅวัดปาโมกข ฤๅพระอารามอื่น ๆ แลพระอารามซึ่งพระราชวงษานุวงษในพระวงษอันนี้ได้ทรงสร้างแลถาปนาไว้บ้าง คือวัดสุวรรณาราม แลวัดกระษัตราราม ฤๅอารามอื่น ๆ แลอารามที่พระสงฆ์ซึ่งได้ทรงคุ้นเคยมาแต่ก่อนเหมือนอย่างวัดท่าหอย วัดตระไกร เปนอารามของสมเดจพระสังฆราชที่มาแต่วัดหงษารามณกรุงเทพมหานคร ได้ถาปนาไว้ บัดนี้พระบาทสมเดจพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงรฤกถึงภูมลำเนาพระมหานครศรีอยุทธยานี้ ที่ได้เคยเสดจขึ้นมาประภาศแลพระสงฆ์ราษฎรที่ได้เคยเหน ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทแต่ก่อน ๆ จึ่งทรงพระราชสัทธาอุษาหเสดจ์พระราชดำเนินขึ้นมาพระราชทานผ้าพระกฐินกับทั้งพระกฐินบริพารแลเครื่องไทยทานถวายพระอันดับซึ่งจำพรรษาในอารามณพระมหานครศรีอยุทธยานี้ อารามใดที่ควรจะเสดจ์พระราชดำเนินไปพระราชทานพระกฐินได้ ก็เสดจ์พระราชดำเนินไปพระราชทาน อารามใดที่ไม่ควรจะเสดจ์พระราชดำเนิน ก็พระราชทานเจ้าต่างกรม แลเจ้ายังไม่ได้ตั้งกรม แลข้าทูลลอองธุลีพระบาทให้ไปทอด ก็เปนพระกฐินหลวงทั้งนั้น ข้าทูลลอองธุลีพระบาทฝ่ายน่าฝ่ายในที่ได้ตามเสดจ์พระราชดำเนินขึ้นมานี้ ที่มีสัทธาก็จัดเครื่องกฐินขึ้นมาทอดกฐินด้วย รวมอารามที่ได้รับพระกฐินหลวงแลกฐินข้าราชการเปนอารามห้าสิบเสศ อนึ่งทรงก่อฤกษถาปนาพระที่นั่งสรรเพธปราสาทอันเปนพระที่นั่งพระเจ้าแผ่นดินแต่ก่อน ๆ ซึ่งทำลายไปแล้วให้มีขึ้นไว้ตามเดิม แล้วจะได้จาฤกพระนามพระเจ้าแผ่นดินซึ่งได้ครอบครองเสวยราชสมบัติณพระมหานครศรีอยุทธยาโบราณราชธานีนี้ทุก ๆ พระองค์ประดิษฐานไว้ณพระที่นั่งสรรเพธปราสาทให้เปนที่เคารพย์แก่อาณาประชาราษฎร ด้วยพระเจ้าอยู่หัวแต่ก่อน ๆ นั้นได้มีพระเดชพระคุณในกาลครั้งหนึ่ง ๆ เมื่อฉลองพระที่นั่งสรรเพธปราสาทนั้น โปรดเกล้าฯ ให้เป่าร้องผู้สูงอายุศม์แลคนพิการในเฃตรพระนครศรีอยุทธยานี้ทั้งสิ้นให้มารับพระราชทานเงินแลผ้า พระราชกุศลซึ่งทรงพระราชอุษาหนเสดจ์ขึ้นมาพระราชทานพระกฐินแลพระราชทานเงินผ้าคนชราพิการครั้งนี้ ทรงพระราชอุทิศถวายแดพระเจ้าแผ่นดินแต่ก่อนทุก ๆ พระองค์กับทั้งพระราชวงษานุวงษของพระเจ้าอยู่หัวแต่ก่อน ๆ นั้นด้วย แลพระราชทานส่วนพระราชกุศลแก่ราษฎรชาวกรุงศรีอยุทธยานี้ให้อนุโมทนาส่วนพระราชกุศลซึ่งทรงบำเพญทั้งปวงนี้จงทุกคน ให้ตั้งอยู่ในความซื่อสัตยสุจริต เว้นการทุจริตต่าง ๆ จงปราศจากภยันตรายทั้งปวง ฃอให้มีศุขสวัสดิเจริญทุกคนเทอญ ๚ะ
๏คือกฎหมายจำพวกหนึ่ง เอกวิติย์ คือยุติธรรมซึ่งต้องอาไสยเมื่อไม่มีกฎหมาย แลชัตย ผู้ชำระความจำพวกหนึ่ง ถ้าเปนชัตยผู้รับชำระความตามลอว์ ไม่ได้รับว่าเอกวิติย์ เปนสองศาลสองพวกไป แต่เมื่อปีที่ล่วงนั้นได้รวมเปนพวกเดียวกันศาลเดียวกัน บัดนี้จะคิดตั้งธรรมเนียมเดียวกันในเมืองไอร์แลนด์ จะฃอให้ท่านได้ปฤกษาเอาใจใส่ในข้อนี้เพื่อจะให้เสรจการ เว้นแต่ในเมืองสกอตแลนด์ ธรรมเนียมศาลผิดกับที่เคยใช้ในเมืองอิงแลนด์ ซึ่งจะเอากฎหมายนั้นมาใช้ในเมืองสกอตแลนด์ไม่ได้ แต่ฝ่ายเมืองสกอตแลนด์ มินิสเตอร์ของเราจะเชิญท่านปฤกษาในกฎหมายข้ออุธรที่ใช้ในเมืองสกอตแลนด์นั้น จะใช้คล้าย ๆ กันกับกฎหมายอื่นซึ่งปารลิยเมนต์ได้ทำในเรว ๆ นี้ แลมินิสเตอร์จะตั้งกฎหมายลักษณหนึ่งว่าด้วยที่ แลเจ้าฃองที่ แลการซื้อที่ฃายที่ในเมืองสกอตแลนด์ เพื่อจะให้คนได้ซื้อที่ฃายที่กันงายกว่าแต่ก่อนในปีมีคฤษตศักราช ๑๘๗๑ ปารลิยเมนต์ได้ทำกฎหมายว่าด้วยความผิดซึ่งเกิดจากธุระลูกค้าวานิช แลมีกฎหมายว่าด้วยการคบคิดกัน แลในเรว ๆ นี้ปารลิยเมนต์ได้ทำกฎหมายว่าด้วยการนายกับลูกจ้างเปนความกัน แลมีคนมากบ่นว่า กฎหมายนี้เปนกฎหมายคุมเหงแลเกิดการวิวาทกันมาก เพราะข้อกฎหมายนั้นเราเหนว่า จะแต่งกฎหมายอื่นแทนกฎหมายนั้นยังไม่ได้ เพราะยังไม่รู้ความแน่ เราจึ่งได้ตั้งรอยแอลกอมมิชัน (กอมมิสสิอนข้าหลวง) ให้สืบ เพื่อจะได้รู้ความจริงว่า เพราะกฎหมายนี้เกิดเหตุอย่างไร ซึ่งเขาเถียงกัน ๆ อย่างไร เถียงกันข้อไหน แลให้สืบเหตุข้อซึ่งเกี่ยวข้องในความนี้ เมื่อสืบแล้ว ถ้าควรจะแก้กฎหมาย จึ่งจะคิดแก้ ๚ อนึ่งกฎหมายว่าด้วยการฃายสุรามีข้อซึ่งผู้ติเตียนนั้น จึ่งได้ให้แต่งกฎหมายเพิ่มเติม เพื่อจะแก้ความในข้อซึ่งปารลิยเมนต์จะเปนธุระ ๚ กับมินิสเตอร์เสนาบดีของเราจะปฤกษาท่านในข้อกฎหมายซึ่งว่าด้วยเฟรนต์ลิย์ ปรอวิเดนต์ โสวไซเอติย์ โสไซเอติย์คือพวกคนจนเรี่ยรายกันทุก ๆ อาทิตย์ เพื่อจะให้มีเงินเลี้ยงผู้เฒ่าผู้แก่ผู้เจบแลบุตรภรรยาในพวกที่เรี่ยรายกันนั้นซึ่งทำการทำมาหากินเองไม่ได้ ๚ การนี้ทุกข้อเปนสำคัญซึ่งควรจะปฤกษาตฤตรองด้วยใจหนักแน่น ขอสิ่งซึ่งเปนประธานในโลกย์ได้โปรดอนุเคราห์นำปัญญาฃองท่านทั้งหลายเพื่อจะได้ความเจริญในอาณาจักรฃองเรานี้ต่อไป ๚ อนึ่งที่เมืองอังกฤษมีธรรมเนียมอยู่ เมื่อมินิสเตอร์จะทำกฎหมายใหม่ฤๅจะแปลงกฎหมายเกา ต้องทูลสมเดจพระนางเจ้ากวินก่อน แล้วสมเดจพระนางเจ้ากวินจึ่งยกเรื่องการนั้นมาพูดในพระราชหัถเลขาฤๅในคำสปิซเมื่อเวลาปารลิยเมนต์แรกประชุมปฤกษากัน เรื่องซึ่งเข้าแพงในเมืองอินเดิยนั้นคอเวอนเมนต์รับเปนธุระแล้วที่จะซื้อเข้าให้มาส่งไปถึงที่เข้าขาดให้แจกตามราษฎร แต่คนที่ยังทำการได้อยู่นั้น ท่านไม่ให้กินเข้าเปล่า ท่านให้ซื้อเอง แต่ว่าหลายคนด้วยกันไม่มีเงินที่จะซื้อ จึ่งได้จับทำการหลายอย่าง ขุดคลอง ทำหนทาง แลทำการต่าง ๆ ซึ่งเปนประโยชน์แก่แผ่นดิน ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดจะรับทำในการนั้น ถึงจะเปนคนมากน้อยเท่าใด ต้องจ้างพวกมันหมด ให้มีเงินภอจะเลี้ยงชีวิตร คนที่เข้ามารับจ้างดั่งนี้มีมากเหลือที่จะประมาณได้ ถึงจะหานายช่างกำกับช่วยตฤตรองทำการก็เหลือที่จะหาได้ เงินค่าจ้างคงจะเปนหลายสิบหมื่นชั่ง แต่เงินมากน้อยเท่าใดคอเวอนเมนต์คงจะหาให้ เพราะใจเจ้านายแลราษฎรในเมืองอังกฤษแลราษฎรในเมืองอังกฤษมีความหวาดหวั่นสดุ้งตกใจมาก ถ้าแลมินิสเตอรผู้ใดจะไม่เอาใจใส่จัดแจงการให้เรียบร้อย จะปล่อยให้ราษฎรในอินเดิยอดเข้าต่อไป มินิสเตอร์ผู้นั้นคงจะต้องออกจากราชการ ๚ ซึ่งอังกฤษยกกองทับไปรบตีเมืองอาซันตีแตกเสียแล้วนั้น เจ้าเมืองอาซันตีคุมเหงพวกแขกผมหยิกชื่อฟานตีซึ่งขึ้นกับเมืองอังกฤษ ๆ ได้ยกกองทับไปแต่น้อย เพราะเมืองนั้นเปนเมืองป่า ความไข้ร้ายนัก ทางตั้งแต่ทะเลจนถึงเมืองกูมาสสีซึ่งเปนเมืองหลวงที่อยู่ของเจ้าเมืองอาซันตีเปนทางประมาณ ๙๐๐ เส้น แต่แม่ทับอังกฤษชื่อเสอร์คาระเนตวอลเสเลย์ได้ตัดถนนทำทางขึ้นไป เมื่อเกือบถึงเมืองแล้ว เจ้าอาซันตีรับว่าจะทำหนังสือสัญญา หวังว่าจะฬ่อลวงผัดเพี้ยนกว่ากองทับของเขาจะมามาก จะได้ล้อมทับอังกฤษซึ่งเปนทับน้อย ๆ แม่ทับอังกฤษก็ยอม เมื่อสิ้นกำหนดผัดแล้ว อังกฤษจึ่งแบ่งกองทับเปนสามกอง ๆ กลางนั้นอาซันตีล้อมได้แล้วสองทับซึ่งเปนปีกขวาปีกซ้ายยกอ้อมล้อมอาซันตีเข้าไว้ อาซันตีทานมิได้ก็แตกพ่ายหนีไป แล้วก็คุมกองทับกลับมารบอีก แล้วก็แตกหนีพ่ายไปอีกเปนสองครั้ง ครั้นเจ้าอาซันตีแพ้แล้ว จึ่งใช้ให้ทูตเข้ามาหาแม่ทับอังกฤษขอทำหนังสือสัญญา แม่ทับอังกฤษจึ่งว่า ให้เจ้าอาซันตีมาเองจึ่งจะยอมทำหนังสือสัญญา ถ้าแลไม่มา อังกฤษจะทำลายเมืองหลวงเสีย แต่เจ้าเมืองอาซันตีไม่ได้มา อังกฤษจึ่งเอาไฟเผาเมืองเสีย แต่วังนั้นด้วยเปนอิดเปนสิลาเผาไม่ได้ จึ่งเอาดินปืนระเบิดเสียแล้ว ด้วยไม่มีกองทับจะรบ ไม่มีเมืองจะตี แลเปนที่ความไข้ร้ายนัก แลฝนได้ตกลงบ้างแล้ว อังกฤษจึ่งได้ยกกองทับกลับไปท่าเรือ แล้วลงเรือกลับมาเมืองอังกฤษ เมื่อกองทับใหญ่ได้กลับไปจากเมืองกูมาสสีได้สองวัน ทับอังกฤษทับหนึ่งยกไปถึงซึ่งได้ไปทางอื่นเสีย เหนว่าผู้คนในเมืองกูมาสสีไม่เหลืออยู่แต่ศักคนเดยว จึ่งยกตามแม่ทับใหญ่ลงไปท่าเรือ แต่เจ้าอาซันตีเหนกองทับยกซ้ำมาอีกดังนี้ ก็มีความอ่อนใจ จึ่งให้ราชทูตนำเอาทองคำหนักประมาณห้าสิบชั่งลงไปทำหนังสือสัญญากับแม่ทับเมื่อคราวแม่ทับจะลงเรือ ในหนังสือสัญญานั้นว่า กรุงอังกฤษกับกรุงอาซันตีจะเปนทางไมตรีกันต่อไป เจ้าอาซันตีจะยอมเสียทองคำหนักสองพันห้าร้อยชั่งเพื่อจะใช้ค่าป่วยการเงินในการทำศึกคราวนี้ อันเมืองขึ้นแต่ก่อนซึ่งขึ้นอยู่กับเมืองอาซันตี แต่ในการรบคราวนี้ได้มาเข้าสมทบกับอังกฤษ เจ้าอาซันตีจะปล่อยเมืองเหล่านี้ไม่ให้เปนเมืองขึ้นต่อไป อนึ่งที่ซึ่งเปนของฮอลันดาแต่ก่อน แลเมืองซึ่งขึ้นกับฮอลันดาแต่ก่อนนั้น เจ้าอาซันตีจะไม่เปนธุระต่อไป ทหารของเจ้าอาซันตีนั้นเจ้าอาซันตีจะเรียกกลับเข้ามาในที่ให้หมด แลจะเปิดทางให้ลูกค้าไปมาค้าขายได้ เจ้าอาซันตีจะรักษาหนทางกว้างสองวาศอกไม่ให้เปนป่ารกขึ้นได้ แลด้วยอังกฤษกับอาซันตีจะเปนไมตรีสนิทกันต่อไป เจ้าอาซันตีเพื่อจะสำแดงไมตรีมิให้มีใครสงไสได้ จะเอาใจใส่ในการที่จะห้ามปรามให้สิ้นธรรมเนียมแขกผมหยิกซึ่งเอาคนมาฆ่าบูชายันเปนการทำบุญของเรา ซึ่งเปนการรังเกียดแก่คนทั้งปวงซึ่งถือสาศนาคฤศโต ณวันที่สิบสามเดือนมาชสมเดจพระนางเจ้ากวินได้เสดจออกรับขุนนางมาเฝ้าเตมยศที่ในวังปักกิงฮาม แลรับขุนนางซึ่งได้เลื่อนที่ฤๅรับตำแหน่งที่ราชการใหม่ มีผู้นำเข้าเฝ้า ขุนนางที่ไปเฝ้ามีชื่อในหนังสือสัญญาบัตอังกฤษซึ่งเปนคนคุ้นเคยกับผู้ครองฝ่ายสยามสองคน คือธีหอเนอเรเบอลรอเบอต์เบิอร์ด ได้รับที่เปนปลัดว่าการต่างประเทศ คนนี้ได้เฝ้าสมเดจพระเจ้ากรุงสยามที่เมืองกัลกัตตา ๑ เมเยอรเชเนอราลเสออารเธอร์แฟยรที่ได้รับเครื่องอิศริยยศเปนใค์นต์คอมมานเดอรออฟธิสตาร์ออฟอินเดีย ท่านผู้นี้แต่ก่อนได้เปนเจ้าเมือง ๆ พม่าฝ่ายอังกฤษ เปนคนคุ้นเคยกับพระบาทสมเดจพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อนึ่งในหนังสือพิมพ์ที่มีรูปภาพนั้นมีแต่รูปพระเจ้าลูกเธอดูกออฟเอดินเปริต์ กับภรรยาแครนด์ดูเชสมารีซึ่งเปนพระราชธิดาของสมเดจพระเจ้ากรุงรุสเสีย มีการงานมาก การแห่ การสมโภช สมเดจพระนางเจ้ากวินก็ได้ภาไปในรถพร้อมกระบวนแห่น่าหลังคั่งดับเข้าในเมืองลอนดอนให้ราษฎรคำนับ การนี้ราษฎรได้มีความยินดีมาก อนึ่งวันที่ ๑๖ เดือนมารช เปนวันประสูตรปรินซ์ลุยศ์นาโปเลออนพระราชโอรสของสมเดจพระเจ้าเอมเปเรอราชาธิราชของชนชาวฝรังเสศที่สวรรคคตแล้ว ณวันนั้นอายุท่านได้ ๑๘ ปี รับที่เปนผู้ใหญ่ตามธรรมเนียมกฎหมายของสมเดจพระเจ้าเอมเปเรอราชาธิราชของชนชาวฝรังเสศ ไม่ต้องมีริเยนต์ ว่าการสิทธิฃาดแต่พระองค์เดียว ราษฎรฝรังเศสประมาณ ๖๐๐ คนได้มาเฝ้าท่านที่ชินเซวเหสต์ที่อยู่ในเมืองอังกฤษ ได้ถวายเอดเดรศสรรเสิญพระเจ้าเอมเปเรอที่สวรรคคต แลร้องอื้ออึงถวายภรตามธรรมเนียมเจ้าในยุโรปว่า ให้นโปเลออนที่ ๔ มีอายุมาก ซึ่งเปนเหมือนว่าฃอให้ท่านเปนเจ้าฝรังเสศ แล้วท่านตอบว่า ซึ่งท่านทั้งหลายได้มาประชุมในวันนี้ เปนที่สำแดงการซื่อสัตยในพระเจ้าเอมเปรอที่สวรรคคตนั้น เราก็มีความขอบใจท่านทั้งหลายเปนที่สุด แต่ก่อนมีผู้นินทาพระราชธิดาเรา แต่ในคราวนี้คนทั้งปวงรู้ความดีของพระราชธิดาเราแล้วจึ่งสรรเสริญ ท่านทั้งหลายก็ไม่เปนคนอยู่บ้านเดียวกันกับเรา เปนคนต่างบ้านต่างเมืองมาแต่ทุก ๆ ทิศ รู้ใจคนหลายที่หลายแห่ง เปนพยานในข้อนี้ ซึ่งว่าสมเดจพระเจ้าเอมเปเรอราชบิดาของเรานั้นได้เอาใจไส่ทำนุบำรุงให้บ้านเมืองเจริญขึ้นทุกหย่างจนถึงวันที่พระองค์เสดจนิราชจากเมือง ท่านก็ไม่ได้คิดให้พระองค์ท่านสบาย แต่ได้มีความอดทนต่อความเดือดร้อน แลได้สำแดงใจกล้าใจใหญ่เปนที่สุด ซึ่งท่านทั้งหลายได้มาหาเรา แลมีหลายคนไม่ได้มาเอง แต่มีหนังสือมา เราจึ่งรู้ว่าเมืองฝรังเสศมีความเดือดร้อนเพราะยังไม่ได้จัดการข้างน่า บัดนี้ดูกออฟมาเฮนตาได้อยู่กับบิดาฃองเราทั้งในวันมงคลแลวันปราไชย บัดนี้ท่านได้รักษาเมืองเพียงแต่เรียบร้อย เปนคนซื่อตรง ผู้หนึ่งผู้ใดจะหลอกลวงเอาราชสมบัตินั้นไม่ได้ แต่เมืองซึ่งเรียบร้อยนี้ยังไม่เปนที่เยนใจแก่ราษฎร เพราะไม่มีความแน่ มีแต่สงไสยกลัวว่าผู้หนึ่งผู้ใดเหนท่วงทีจะทำความลำบากในบ้านเมือง จึ่งคนเปนอันมากหยากจะจัดคอวเวรอนเมนต์ให้แน่ให้มั่นคง ให้คนทั้งเมืองแสดงใจให้คนทั้งหมดรู้ว่าคนเปนอันมากเข้าด้วยข้างไหน การที่จับฉลากเปนความรอดกับเมือง เปนหลักที่อาไศรยได้ เปนแรงฃองผู้ที่จะครองเมืองอยู่ได้นาน ในการจับฉลากนี้ไม่มีผู้แพ้ผู้ชนะเปนเมืองเอง ซึ่งได้วิวาทกันเพราะเข้าคลพวก ด้วยเปน (อ่านไม่ออก) การแยกเปนพวก ถ้าจะปฤกษาเมืองดังนี้ คนจะตั้งหน้ามาเข้ากับเราฤๅไม่หาทราบไม่ เรานึกในการนี้ มีความท้อใจ จะมีแรงภอการฤๅไม่ พระราชบิดาฃองเราได้เคยสอนเราว่า ถึงว่าเปนผู้ใหญ่แล้ว อำนาทท่านผู้ครองเมืองเปนฃองหนัก ตัวจะแบกยาก ผู้ที่จะรับการซึ่งเปนการสูงสุดต้องไว้ใจตัวเอง ต้องตั้งใจว่าเปนธุระของเรา ๆ จะต้องทำให้สำเรจ เราถือดังนี้ เหนว่าอายุเราน้อย เหนจะไปได้เพราะถือดังนี้ เรากับพระชนนีที่ได้เลี้ยงดูแลเรามีกะตัญูมาก จะอยู่ด้วยกัน คิดร่ำเรียนฝึกหัดเพื่อการข้างน่า ถ้าแลเมื่อจะปฤกษาราษฎร ๆ จะชอบคอเวรอนเมนต์อื่น เราก็จะรับตามราษฎรได้ตัดสิน ถ้าว่าอีกคราวหนึ่งซึ่งจะเปนที่ ๘ ในการจับฉลาก ชื่อนโปเลออนจะออกในหีบฉลาก เราก็รับตามราษฎรให้รับนั้น เราคิดดังนี้ ซึ่งท่านได้มาจากที่ไกล มาเยี่ยมฟังความคิดฃองเรา ๆ มีความขอบใจมาก ฯลฯ อนึ่งสมเดจพระเจ้าเอมเปรอพระบิดาเจ้าลุวสนโปเลออนคนนี้ได้เสวยราชสมบัติในเมืองฝรั่งเสศ ๑๘ ปี แล้วได้ทำสงครามกับพระเจ้าเอมเปเรอเยอร์มนีย์ พระเจ้าเอมเปรอฝรังเสศปราไชย เมืองฝรั่งเสศจึ่งได้เปนขบถ ไม่ยอมให้พระองค์ท่านเปนเจ้าเอมเปเรอต่อไป ท่านจึ่งได้ไปอาไศรยอยู่ณเมืองอังกฤษจนสิ้นพระชนม์ แลเมืองฝรั่งเสศนั้นหาได้มีเจ้าต่อไปไม่ ว่างอยู่ มีขุนนางใหญ่เปนหัวน่าซึ่งออกชื่อข้างบนแล้วเปนผู้รักษาให้เรียบร้อย แต่ฅนเปนอันมากเสียใจอยู่ด้วยว่าไม่ได้ตั้งธรรมเนียมให้มั่นคงเปนหลักที่จะใช้ต่อไป มีแต่การยุแยงแกล้งจะชิงสมบัติกัน คือเปนพวกเจ้าเอมเปรอเก่านั้นพวกหนึ่ง พวกปอวรบอนเปนเชื้อวงษเจ้าฝรังเสศผู้ครองราชสมบัติก่อนพระเจ้าเอมเปเรอพวกหนึ่ง แลพวกดอมต์ตจามปารค์เปนเชื้อวงษพระเจ้าฝรังเสศเก่าพวกหนึ่ง แลพวกริปับลิกซึ่งจะให้ราษฎรครองเมืองเอง แต่ต่างคนต่างคิดเปนเปนหลายพวกไป ถ้ามีเจ้าแล้วแลมีกฎหมายแผ่นดินว่าพระราชโอรสใหญ่ของท่านจะสืบวงษต่อไปดังในเมืองอังกฤษ แลเมืองเยรมนีย์ แลเมืองรุสเสีย ฤๅจะตั้งริปับลิกมีธรรมเนียมกฎหมายมั่นคงดังในเมืองอเมริกา จึ่งจะสิ้นสงไสย จึ่งจะคิดการยืดยาวต่อไปได้ ๚ะ
๏ที่เมืองเยอรมนีย์ ปารลิยเมนต์กับมินิสเตอร์ยังปฤกษากันด้วยเรื่องทหารฝ่ายมินิสเตอร์ว่า แม้นว่าไม่มีการศึก ควรจะเอาทหารไว้ ๔๐๑๖๕๙ คน ฝึกหักเสมอ ฝ่ายปารลิยเมนต์ว่า คนมากนัก ไม่ต้องการ เปลืองเงินเปล่า ๆ แต่การนี้ปารลิยเมนต์คงจะยอมในคราวหลังปรินสปิสมารค์ซึ่งได้เปนมินิสเตอร์เสนาบดีผู้ใหญ่ในเมืองรุสเสียตั้งแต่หลายปีมาแล้ว เปนผู้มีชื่อเสียงใหญ่ตลอดพิภพ เพราะว่าปัญญาท่านฤๅเลอียดในราชการเปนที่สุด เปนคนมีอาชาไศรยซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน ได้คิดให้คนซึ่งเปนชาติเยอรมันเข้าร่วมธงด้วยกัน แต่ก่อนเมืองเยอรมันแบ่งออกจากเมืองหลายเจ้า เปนเมืองแยกกันทุกเมือง บัดนี้มารวมเปนเมืองเดียวกันแล้ว มีแรงมีอำนาทเปนเมืองเอก ปรินส์ปีสมารค์คนนี้เดิมเปนขุนนางตามธรรมเนียม เพราะได้มีความชอบ จึ่งโปรดให้เปนเจ้า แต่ในเรว ๆ นี้ท่านป่วยอยู่ ต้องลาไปรักษาตัว คราวนี้ไม่ข่าวว่า ท่านได้ค่อยคลายขึ้นแล้วคงจะกลับมาว่าการได้ในเรว ๆ ๚ะ
๏ที่เมืองสเปนนั้นยังวุ่นนัก ราษฎรรบกันเอง ผู้ครองแผ่นดินไม่มี มีแต่มารชาลเสราโนเปนหัวน่า ยกทับไปรบกับดอนการโลสซึ่งเปนเชื้อวงษกระษัตรเก่าในเมืองสเปนผู้จะแย่งราชสมบัติ ดอนการโลสเปนคนดี แต่ท่านเปนคนมักถือธรรมเนียมโบราณ เชื่อฟังบาดหลวงมากนัก คนชาวบ้านนอกซึ่งอยู่เมืองเหนือในเมืองสเปน เหมือนดังลาวของเรา แลพวกบาดหลวงเข้ายั้งทัพดอนการโลส แต่พวกนั้นที่กรุงแลที่เมืองมีลูกค้าวานิชชังท่านมาก เพราะเข้าด้วยบาดหลวง ไม่หยากให้ท่านแลเชื้อวงษของท่านเปนเจ้าผู้ครองเมืองแผ่นดินเลย ๚ะ
๏ที่เมืองอเมริกานั้นเกิดสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่ง คือผู้หญิงมากได้มากประชุมกัน คิดจะไม่ให้คนเสพสุราต่อไป เพราะบุตรแลผัวของเขาเปนอันตรายมาก เพราะเหตุที่เสพสุรานั้นเปนการชั่วนัก ผู้หญิงเหล่านี้เขาตั้งเปนหมวดเปนหมู่ มีนายผู้กำกับเรียบร้อยเหมือนดังทหาร เขาตั้งหมู่ล้อมโรงสุราอยู่เปนเวนผลัดเปลี่ยนกันทั้งกลางวันกลางคืนไม่ให้ว่างได้ ยืนสวดมนตร์ภาวนาอยู่ตรงน่าประตูโรงสุรา เชิญผู้ฃายสุราให้เลิกการฃายสุราซึ่งไม่ดี เพราะว่าผู้ขายสุราชักนำให้คนตกนรก ตัวคงจะตกนรกตามไป ถ้าแลผู้หนึ่งผู้ใดมาซื้อสุรา เขาร้องว่า ท่านอย่าซื้อเลย ถ้าผู้นั้นไม่ฟัง ผู้หนึ่งผู้ใดในหมู่ผู้หญิงนั้นรู้การลับ เหมือนว่าผู้นั้นเปนคนดีลูกตีเมียฤๅมีชู้ ฤๅได้ทำการสิ่งหนึ่งสิ่งใดเปนที่อาย เขาบอกออกไปให้คนนั้นอายต่อน่าคนทั้งปวง ผู้นั้นอาย อยู่ไม่ได้ ต้องหนีจากโรงสุรา แลหลายแห่งเจ้าของโรงสุราได้ฟังคำผู้หญิงนั้น จึ่งได้เอาสุรามาเทลงในดินเสียหมด เลิกการขายสุราไปหากินเสียทางอื่น เพราะการนี้ใจคนกำเริบทั้งเมือง คงจะเปนธุระใหญ่ ในคอเวอรเมนต์คนที่เหนชอบด้วยผู้หญิงนั้นมาก เฃาว่าจะเรี่ยไรกันเกบเงิน ๑๐๐๐๐๐ ชั่งช่วยในการซึ่งผู้หญิงนั้นคิดทำ อนึ่งมีข่าวว่า เรือกลไฟชื่ออินดุสโดน เรือกำปั่นใบชื่อพระองค์เจ้าหญิงโสมาวดีฯ ล่มจมลง เรือลำนี้เหนจะเปนเรือที่มิสเตอรมะกลินได้ต่อที่กรุงเทพฯ นี้ได้สิบเจดปีมาแล้ว ๚ะ
๏ณวันอังคาร เดือนหก แรมสิบสองค่ำ เรือกระลาโหมเข้ามาถึง ได้รับหนังสือพิมพ์มาแต่เมืองสิงคโปร์ แลหนังสือมาแต่เมืองลอนดอนณวันที่ ๓ เดือนอาปริล คฤษตศักราช ๑๘๗๔ ปี เปน ๔๐ วันแต่กรุงลอนดอนถึงกรุงเทพ ข่าวว่า ณวันที่ ๒๐ เดือนมารช น้ำขึ้นในแม่น้ำเทมส์เกินกว่าตามธรรมเนียมสามสอกคืบ ท่วมเมืองลอนดอนหลายแห่ง ในถนนหลายแห่งรถไปมาไม่ได้ ตึกชั้นล่างเตมด้วยน้ำ คนต้องขึ้นอยู่ชั้นบน แต่น้ำที่ท่วมนั้นลงแห้งในวันเดียว ใน ๔ ปี ๕ ปีที่เมืองลอนดอนเกิดน้ำท่วมครั้งหนึ่ง แต่ไม่มากเหมือนครั้งนี้ น้ำที่ท่วมนั้นมิใช่น้ำเหนือหลากลงมาท่วม เกิดด้วยน้ำทเล อนึ่งกองทัพที่ไปรบเมืองอาซันตีได้กลับมาถึงเมืองลอนดอนแล้ว สมเดจพระนางเจ้ากวินได้โปรดให้มาริฮิวหักต่อน่าท่านครั้งหนึ่ง แลได้โปรดให้พวกออฟฟิเซอร์มาเลี้ยงโตะที่ในวัง แลได้โปรดให้เลื่อนที่ขึ้นบ้าง ได้โปรดให้เครื่องอิศริยยศบ้าง ลอศมายอร์ผู้เปนใหญ่ในกรมเมืองเมืองลอนดอนก็ได้เชิญพวกออฟฟิเซอร์มาเลี้ยงโตะพร้อมกับขุนนางแลพวกลูกค้าผู้ใหญ่ เมืองสเปน พวกดอนการลอส กับพวกริปับลิก เมืองเยอรมะนีย์ ยังรบกันแฃงแรงอยู่ ยังไม่ถึงแพ้ชะนะกัน ปารลิยเมนต์ได้ยอมให้คอเวอรน์แมนต์จัดทหารมากดังว่ามาแล้ว แม้นว่ามีพวกหนึ่งเหนว่าเลี้ยงทหารเปนการเสียเงินไปเปล่าแล้ว เขาคงจะไม่ขัดในการซึ่งคอเวอร์นแมนต์ว่าเปนสำคัญ ฝ่ายฝรังเสศเขาจะทำป้อมอีกรอบครึ่งกรุงปาริศ มีหลายป้อมแล้ว แต่เขาเหนว่าถ้าจะทำขึ้นอีกครึ่ง ปาริศจะเปนแฃงแรงมั่นคงขึ้น ๚ะ
๏เกิดเข้าแพงในเมืองอาเซียมินอร์ซึ่งเปนเมืองขึ้นกับเมืองตูรกิย์ คนตายวันละ ๑๐๐ เสศ ที่เมืองอะเมริกาแม่น้ำมิสิสิปีน้ำเหนือลงมาก ทำนบใหญ่ในแม่น้ำหักพังลง น้ำท่วมตลอดทั้งเมืองซึ่งอยู่ในทิศนั้น คงจะเกิดความลำบากมาก เพราะเมืองนั้นไม่เหมือนเมืองไทย ต้องปลูกฃองในที่แห้ง ถ้าน้ำท่วม ฃองก็เสียไปหมด ๚ะ
| พริกไทดำหาบละ | ๙ | เหรียญ | ๔๐ | เซนต์ | ||||
| พริกไทขาวหาบละ | ๑๒ | เหรียญ | ๗๕ | เซนต์ | ||||
| สาคูเมดหาบละ | ๓ | เหรียญ | ๑๒ | เซนต์ | ||||
| กาแฟหาบละ | ๒๐ | เหรียญ | ๑๐ | เซนต์ | ||||
| ดีบุกหาบละ | ๒๖ | เหรียญ |
อู่เรือชื่อตานยองปากกะ แชละ ๑๒๙ เหรียญ
กอมปนีบ่อทองคำชิมคราส์ ลงทุนแชหนึ่ง ๕๐ เหรียญ แชหนึ่งขายได้เดี๋ยวนี้ ๑๘๐ เหรียญ
คาลินากอมปนีทำแร่ตกั่วในเมืองสงขลา ลงทุนแชหนึ่ง ๓๐ เหรียญ เดี๋ยวนี้มีราคา ๔๐ เหรียญ
เจ้าจอมหงษในแผ่นดินพระบาทสมเดจพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเปนไข้จับให้ซึมให้เชื่อม ครั้งถึงณวันสุกร เดือนห้า ขึ้นสามค่ำ อาการไข้ทรุดหนักลง ให้หอบให้ชัก เวลาเช้า ๔ โมงถึงแก่กรรม อายุศม์ได้ ๘๗ ปี ๚ะ
๏ณวันพุฒ เดือนห้า ขึ้นค่ำหนึ่ง ปีรกาเบญจศก เวลาย่ำรุ่งเจ้าจอมมารดาว่าในแผ่นดินพระบาทสมเดจพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเปนไข้ใหญ่ให้ลงสามครั้ง อาเจียนเก้าครั้ง หลวงศรีศักดิ์วางยาแก้อาเจียนแก้ลง อาการค่อยทุเลาขึ้น ครั้นณวันศุกร เดือนห้า ขึ้นสามค่ำ เวลาบ่ายโมงเสศให้บิด อุจาระ ให้ร้อน เวลาบ่าย ๓ โมงถึงแก่กรรม อายุศม์ได้ ๒๒ ปี ๚ะ
๏ณวันพฤหัศบดี เดือนห้า ขึ้นเก้าค่ำ ปีรกาเบญจศก พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าอุณากรรณอนันตนรไชย ท.จ., ภ.ม. ประชวรเปนไข้ใหญ่เวลาทุ่มหนึ่งมาจนเวลา ๒ ทุ่มไป บังคนหนัก ๖ ครั้ง ทรงพระอาเจียน ๕ ครั้ง ปวดพระนาภี ให้ร้อนเปนกำลัง หลวงศรีศักดิ์ ขุนรัตนแพทย์ ได้ถวายพระโอสถ พระอาการค่อยคลายขึ้น ครั้นเวลา ๒ ยามมาจนย่ำรุ่งไป บังคนหนัก ๕ ครั้ง ทรงพระอาเจียน ๔ ครั้ง บันทมไม่หลับ ให้แน่นพระอุระ ให้ปวดพระนาภี ให้ร้อนกำเริบขึ้น ให้อ่อน ให้กระหายน้ำ พระอาการยังเสมออยู่ ครั้นรุ่งขึ้น ณวันสุกร เดือนห้า ขึ้นสิบค่ำ ให้เสียดพระนาภี ลมอัดสาสะประสาสะไม่สดวก หลวงศรีศักดิ์ ขุนรัตนแพทย์ ถวายพระโอสถแก้เสียดครั้งหนึ่ง เวลาโมงเช้าหลวงจินดาโอสถได้ถวายพระโอสถครั้งหนึ่ง ที่เสียดพระนาภีค่อยคลายขึ้น เวลาเช้า ๒ โมงให้ร้อนเปนกำลัง หมอถวายพระโอสถแก้ร้อน พระอาการกำเริบขึ้น ทรงพระอาเจียนนั้นเสมออยู่ มาจนถึงณวันอาทิตย เดือนห้า ขึ้นสิบสองค่ำ เวลาย่ำเที่ยงสิ้นพระชนม์ พระชนม์ ๑๙ พรรษา ๚ะ
๏ณวันจันทร เดือนหก ขึ้นสิบสองค่ำ ปีจอฉศก เวลาเช้า ๓ โมงพระยาราชสัมภารากร ม.ม. เปนไข้ใหญ่ ให้เวียนสีสะ ไปอุจาระ ๒ ครั้ง เวลาบ่ายโมง ๑ อุจาระไหลไม่เปนครั้ง เวลาบ่ายสองโมงเสศให้ปิดอุจาระ ขุนราชพรหมมาวางยาแก้ลงแก้อาเจียนแก้ปิดอุจาระ อาการก็หาหยุดไม่ เวลา ๒ ทุ่มถึงแก่กรรม อายุศม์ได้ ๘๒ ปี ๚ะ