พิมพ์ต่อเจ้าพนักงานกรมพระคลังมหาสมบัติณหอรัษฎากรพิพัฒน์ มอบให้เสนาออกมาทุกเมือง และในตั๋วพิมพ์มีว่า เมืองนั้น ปีนั้น ตรารูปอย่างนั้น มีเรือนเงินใบหนึ่ง ๑๐ ตำลึง ใบหนึ่ง ๕ ตำลึง ใบหนึ่งตำลึง ๑ ใบหนึ่งบาท ๑ ใบหนึ่งเฟื้อง ๑ รวม ๕ อย่าง เปรียบเหมือนราษฎรจะต้องเสียเงินค่านา ๑๐ ตำลึงบาทเฟื้อง เสนาจะต้องให้ตั๋วฎีกาพิมพ์ ๑๐ ตำลึง⟨ใ⟩บ ๑ บาทใบ ๑ เฟื้องใบ ๑ รวม ๓ ใบ เปนเงิน ๑๐ ตำลึงบาทเฟื้องอย่างนี้ และได้เอาตั๋วฎีกาตราพิมพ์ประทับมาในหมายประกาศไว้ให้ดูเปนตัวอย่างด้วยแล้ว ถ้าเสนาจะเรียกเงินค่านาต่อราษฎร ให้เอาตั๋วฎีกาพิมพ์ประทับตราเสนากรมการกำนันทั้ง ๓ ดวงเปนสำคัญจงทุกราย และได้ทรงตั้งพระราชบัญญัติหมายประกาศจัดเปนข้อไว้สำหรับผู้รักษาเมืองกรมการเสนากำนันจะตรวจเดินประเมินนาและราษฎรเจ้าของนาที่จะเสียเงินค่านาให้กระทำโดยข้อพระราชบัญญัติต่อไป ๚ะ
๏ข้อ๑ถ้าถึงกำหนดเดือนยี่ ให้เจ้าพนักงานกรมนาแต่งเสนาออกเดินประเมินนาแขวงจังหวัดกรุงเทพฯ แลหัวเมืองเอก เมืองโท เมืองตรี เมืองจัตวา ฝ่ายใต้ฝ่ายเหนือ ก็ให้เจ้าพนักงานกรมนารับตั๋วฎีกาพิมพ์ต่อเจ้าพนักงานกรมพระคลังมหาสมบัติณหอรัษฎากรพิพัฒน์ไปมอบให้เสนา แล้วให้เจ้าพนักงานกรมนากับเสนาทำบาญชีไว้