ตามจันทรคติแลอาไศรยตามตำราสุริยาตรเปนเค้าเพื่อว่าจันทรนคติจะได้เข้าประกอบกับสุริยโคจรได้ แต่สุริยคติกาลตามตำรานี้ก็มีแต่อาไศรยกับดาวฤกษอย่างเดียว ไม่ได้อาไศรยกับโลกย์นี้เปนหลักอย่างสามัญสงกรานต์ซึ่งอาทิตยตรงสูญกลางโลกย์เพราะเหตุว่า สุริยโคจรโดยดาวฤกษรอบหนึ่งตามตำรานี้เปนปีหนึ่งได้ ๓๖๕ วัน ๖ โมง ๑๒ นาที ๓๖ วินาที แต่สุริยโคจรโอนเหนือใต้รอบโลกย์แลตรงสูญกลางโลกย์นี้ที่นับว่า เปนสามัญสงกรานต์ขาเข้านั้น มีมัธยมประมาณเปนปีหนึ่ง ๓๖๕ วัน ๕ โมง ๔๘ นาที ๔๙ วินาที เหตุฉนี้ ประมาณ ๖๐ ปี คติทั้งสองนี้จะผิดกันถึงวันหนึ่ง สามัญสงกรานต์จึ่งได้เลื่อนไปวันหนึ่งฤๅองศาหนึ่งทุก ๖๐ ปี ฤดูกาลก็เลื่อนไปตากมัน เมื่อคำนวนดูก็เห็นว่า แรกตั้งจุลศักราชนั้นเปนวันสามัญสงกรานต์ขาเข้า แลมีสุริยุปราคาเวลาบ่าย ๓ โมง ครั้นกาลล่วงมาถึงเวลานี้ จุลศักราช ๑๒๕๐ ปี คิดเปนวันสงกรานต์ เคลื่อนช้ามาภายหลังสามัญสงกรานต์ขาเข้าถึง ๒๑ วัน ฤดูกาลก็เคลื่อนมาตามกัน ด้วยเหตุว่า ฤดูนี้ย่อมเปนตามอาทิตยกับโลกย์นี้ตั้งอยู่อย่างใดก็เปนอย่างนั้น ไม่อาไศรยแก่ดาวฤกษ เพราะฉนั้น สุริยคติกาลตามสุริยาตรนี้ก็ไม่สมกับเหตุอันควรประการที่ ๑ ซึ่งกล่าวมาแล้ว อนึ่งวิธีนับปีที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ย่อมมีประมาณเปน
หน้า:กม ร ๕ (๓) - ๒๔๓๗.pdf/40
หน้าตา