| มี | ๒๙ | วัน | ||||||||||
| ในปีอธิกสุร์ทิน | ||||||||||||
| เดือนที่ | ๑๒ | ชื่อ | มินาคม | มี | ๓๑ | วัน | ||||||
วันในเดือนหนึ่งนั้น ให้เรียกว่า วันที่ ๑, ๒, ฯลฯ ๓๐, ๓๑,
ข้อ๓ให้นับใช้วิธีนี้ในราชการแลการสารบาญชีทั้งปวงตั้งแต่วัน ๒ เดือน ๕ ขึ้น ๑ ค่ำ ปีฉลู ยังเปนสัมฤทธิศก จุลศักราช ๑๒๕๐ นั้น เปนวันที่ ๑ เมษายน รัตนโกสินทร์ศ๒ก๒ ๑๐๘ ต่อไป แต่วิธีนับเดือนปีตามจันทรคติซึ่งเคยใช้มาในการกำหนดพระราชพิธีประจำเดือนต่าง ๆ ก็ดี แลใช้สังเกตเปนเปนวันพระหยุดทำการก็ดี ให้คงใช้ตามเดิมนั้น
ข้อ๔ถ้าจะใคร่รู้ว่า ปีใดเปนปีอธิกสุร์ทิน ให้ตั้งรัตนโกสินทร์ศกลง เอา ๑๘๒ บวก เอา ๔ หาร ขาดปีใด ปีนั้นเปนปีอธิกสุร์ทิน เว้นไว้แต่บวกแล้วเลขครบ ๑๐๐ ก็ดี ๒๐๐ ก็ดี ๓๐๐ ก็ดี อย่าให้เปนอธิกสุร์ทินในปีนั้น ต่อเมื่อครบ ๔๐๐ จึ่งคงเปนไปตามที่ว่ามาทุก ๔๐๐ ปีเสมอไป
ข้อ๕เงินภาษีอากรทั้งปวงนั้น ให้ส่งตามเดือนตามปีที่ว่ามานี้ เงินเดือนเงินปีในราชการทั้งปวง ก็ให้จ่ายตามเดือนตามปีนี้เหมือนกัน
ประกาศมาแต่ณวัน ๕ เดือน ๔ แรม ๑๒ ค่ำ ปีชวด สัมฤทธิศก จุลศักราช ๑๒๕๐