ผู้พิพากษาตระลาการเหนเปนมีเหตุที่สมควรจะต้องเรียกประกันตัวลูกหนี้ผู้ที่ขอล้มนั้น ก็เรียกได้ แต่อย่าให้กักขังจำจองไว้ในระหว่างชำระโดยไม่มีเหตุ เว้นเสียแต่มีผู้ร้องต่อศาล ฤๅศาลมีเหตุสมควรที่จะสงไสยว่า ลูกหนี้นั้นจะคิดหลบหนีไปก็ดี ฤๅจะคิดยักยอกทรัพย์สมบัติอย่างไรก็ดี จึงให้กักขังไว้ได้
มาตรา๕เมื่อพนักงานผู้จัดการล้มละลายที่ศาลตั้งไปนั้นได้นำความเสนอต่อศาลเปนประการใดแล้ว ให้ผู้พิพากษาตระลาการตัดสินแบ่งส่วนหนี้สินที่ชำระได้นั้นใช้ให้แก่เจ้าหนี้ผู้ที่ฟ้องร้องแลมีบาญชีถูกต้องกันนั้นตามส่วนจำนวนเงินหนี้ที่มีมากแลน้อย
เมื่อศาลได้พิจารณาความแล้วแลเห็นว่าเปนการสุจริตของลูกหนี้ ไม่มีเหตุที่จะเหนว่าเปนการฉ้อโกงแลยักยอกปิดบังทรัพย์ไว้ แลได้ทรัพย์มาใช้หนี้สิ้นเชิงแล้ว ก็ให้ทำคำตัดสินว่าบริษัทฤๅบุทคลผู้เปนลูกหนี้นั้นได้ล้มละลายใช้หนี้สินเปนเสร็จชั้นหนึ่ง แล้วให้คดีอันนั้นเปนอันเลีกแล้วแก่กันไป คำตัดสินนี้ให้ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาให้ปรากฎชื่อผู้ล้มไว้ด้วย
มาตรา๗แม้ว่าลูกหนี้จะได้รับคำตัดสินดังกล่าวมาแล้วนี้ก็ดี ถ้าการต่อไปภายน่าเจ้าหนี้สืบทราบว่าลูกหนี้ทำ