ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:กม ร ๕ - ๒๔๔๔.pdf/33

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
๒๔

มาตราห้ามไม่ให้ศาลรับฟ้องราษฎรเรียกข้าราชการเปนจำเลยในความอาญามีข้อหาในเรื่องที่เกี่ยวกับน่าที่ราชการ เว้นไว้แต่โจทย์จะได้นำพยานมาสืบบ้างแล้วพอเห็นได้ว่าจำเลยพิรุธ จึ่งค่อยให้ออกหมายไปถึงจำเลยผู้นั้น แลถึงผู้บังคับเจ้าพนักงานผู้นั้นให้ทราบไว้อีกฉบับหนึ่ง แลหมายที่จะออกนั้น ให้เปนหมายเรียกก่อน เมื่อเรียกไม่มาแล้ว จึ่งค่อยให้ออกหมายจับ[1]

มาตราในมณฑลกรุงเทพฯ ให้ผู้ว่าราชการเมือง อธิบดี รองอธิบดี เจ้ากรม ปลัดกรม กองตระเวน แลในหัวเมืองนอกจากมณฑลกรุงเทพฯ ให้ผู้ว่าราชการเมือง นายอำเภอ มีอำนาจออกหมายจับส่งศาล แลออกหมายค้นบ้านเรือน แลออกหมายเรียกพยานได้เหมือนอย่างผู้พิพากษาศาลโปริสภา ถ้าอธิบดี รองอธิบดี เจ้ากรม ปลัดกรม ผู้ว่าราชการเมือง นายอำเภอ ไปเอง จะจับจะค้นได้โดยไม่ต้องมีหมาย

มาตราห้ามไม่ให้ผู้พิพากษาออกหมายค้นวังพระบรมวงษานุวงษ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป เว้นไว้แต่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต

ประกาศมาณวันที่ ๒๙ เมษายน รัตนโกสินทรศก ๑๒๐ เปนวันที่ ๑๑๘๕๗ ในรัชกาลปัตยุบันนี้

  1. มีใบบอกแก้คำผิดให้แก้ข้อความทั้งมาตรา 2 เป็นดังนี้ “ห้ามไม่ให้ศาลประทับฟ้องราษฎรเรียกข้าราชการตลอดถึงกำนันผู้ใหญ่บ้านซึ่งได้ตั้งตามพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ รัตนโกสินทรศก 116 เปนจำเลยในความอาญามีข้อหาในเรื่องที่เกี่ยวกับน่าที่ราชการ เว้นไว้แต่โจทย์จะได้นำพยานมาสืบบ้างแล้วพอเห็นได้ว่าจำเลยมีพิรุธ จึงให้ศาลส่งฟ้องไปให้แก่ผู้บังคับข้าราชการที่เปนจำเลยนั้นให้ทราบก่อน 3 วัน แล้วจึงให้ออกหมายไปถึงจำเลยผู้นั้น” (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)