ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:กม ร ๕ - ๒๔๕๑.pdf/135

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้ตรวจสอบแล้ว
ศก ๑๒๗
น่า ๑๒๓
 

(๓)ผู้ใดกระทำการแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองก็ดี เพื่อผู้อื่นก็ดี อันเปนประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย แลเกิดเสียหายแก่ผู้อื่นด้วยไซ้ ท่านว่าผู้นั้นกระทำการทุจริต

(๔)ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดโดยเจตนาจะให้ผู้อื่นขาดเสียความชอบธรรมที่เขาควรมีควรได้ ท่านว่าผู้นั้นกระทำการฉ้อโกง

(๕)ผู้ใดทำสิ่งของเทียมโดยเจตนาจะให้ผู้อื่นหลงว่าเปนของแท้ ท่านว่าผู้นั้นทำของปลอม

(๖)ผู้ใดกระทำการอันใดซึ่งกฎหมายที่คงใช้อยู่ในเวลานั้นบัญญัติว่าจะต้องถูกทำโทษ ท่านว่า ผู้นั้นกระทำความผิด

(๗)คำว่าความผิดต่อส่วนตัวนั้น ท่านหมายความว่าบรรดาความผิดที่จะฟ้องขอให้ศาลพิจารณาทางอาญาได้แต่เมื่อผู้ที่ต้องประทุษฐร้ายหรือเสียหายนั้นได้มาร้องทุกข์ขอให้ว่ากล่าว

(๘)ถ้าบุคคลตั้งแต่สองขึ้นไปสมรู้ด้วยกันเพื่อจะกระทำความผิด ท่านว่าคนเหล่านั้นสมคบกัน

(๙)บุคคลเอาทรัพย์หรือประโยชน์อย่างใด ๆ อันมิใช่เปนของที่ต้องให้ตามกฎหมายไปให้แก่เจ้าพนักงาน เพื่อให้เจ้าพนักงานกระทำหรือละเว้นไม่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดในหน้าที่ เช่นนี้ท่านให้ถือว่าเปนการให้สินบน

(๑๐)ทรัพย์นั้น ท่านหมายความว่าบรรดาสิ่งของอันบุคคล