ข้าพเจ้าเห็นว่า พระกระแสดำริห์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ที่ทรงในเรื่องนี้ ประกอบด้วยหลักฐานสมเหตุผล ความจริงเห็นจะเปนเช่นทรงพระดำริห์ แลยังเห็นต่อไปว่า ที่ในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัดถเลขาว่า แบ่งคณะสงฆ์เปนคณะเหนือคณะใต้เมื่อครั้งพระมหาเถรคันฉ่องเข้ามานั้น ดูท่าก็จะผิดอีก ด้วยทำเนียบสมณศักดิ์กรุงเก่า แม้ในชั้นหลังทีเดียว ก็ยังเรียกคณะคามวาสี อรัญวาสี มิได้เรียกว่าคณะเหนือ คณะใต้ ที่มาจัดเปนคณะเนือ คณะใต้ บางทีจะมีเค้ามูลมาแต่ครั้งกรุงเก่า แต่น่าจะมาเรียกกนในชั้นกรุงธนบุรีหรือกรุงรัตนโกสินทรนี้เอง ด้วยเหตุผลดังจะอธิบายต่อไปข้างหน้า
ส่วนตำแหน่งสังฆนายกในชั้นกรุงศรีอยุธยาเปนราชธานี ถ้าพิเคราะห์ตามเค้าเงื่อนในทำเนียบที่ยังปรากฎสืบต่อมา ข้าพเจ้าเข้าใจว่าผิดกับครั้งสุโขทัยที่มาจัดเปน ๓ ชั้น คือ ชั้นต่ำเปนพระครู ถัดขึ้นไปเปนสังฆราช ๒ ชั้นนี้คงตามแบบอย่างครั้งสุโขทัย แต่ตั้งเพิ่มขึ้นอิกชั้น ๑ ซึ่งเปนสมณศักดิ์สูงสุด เรียกว่า “สมเด็จพระสังฆราช”
คำแลยศที่เรียกว่า “สมเด็จ” เราเอามาจากเขมรเปนแน่ หนังสือที่แต่งครั้งสุโขทัยไม่ได้พบใช้คำว่า สมเด็จ ในที่ใด ๆ เลย แม้นำพระนามพระเจ้าแผ่นดินก็ไม่ได้ขึ้นคำว่า “สมเด็จ” พึ่งมาใช้ในชั้นกรุงศรีอยุธยาเปนราชธานี เพราะอยู่ใกล้เมืองเขมรกว่าสุโขทัย แลตีได้เมืองเขมรกวาดต้อนผู้คนเข้ามาหลายคราว คงจะได้แบบแผนประเพณีเขมรเข้ามาใช้ จึงเอาคำสมเด็จมาใช้ในสมณศักดิ์สังฆราช