ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ตำนานคณะสงฆ์ - ดำรง - ๒๔๖๖.pdf/24

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
๑๙

ซึ่งเปนอย่างสูงสุด คำว่าสังฆราชนั้นเอง มาถึงชั้นกรุงศรีอยุธยาเปนราชธานี ก็เข้าใจว่ามาแก้ไขใช้ออกไปเปนอิกอย่าง ๑ เรียกว่า สังฆราชาคณะ หรือราชาคณะ เพราะตำแหน่งสังฆราชครั้งสุโขทัยเมืองหนึ่งมีแต่องค์เดียว เปนสังฆปรินายกตลอดเขตรราชธานีหรือตลอดเขตรหัวเมืองใหญ่แลเมืองประเทศราช ครั้นถึงกรุงศรีอยุธยา เจ้าคณะหัวเมืองใหญ่ยังคงเปนสังฆราชา เจ้าคณะหัวเมืองน้อยก็ยังคงเปนพระครูตามเดิม ส่วนสังฆปรินายกขึ้นเปนสมเด็จพระสังฆราช เพิ่มอำนาจให้ว่ากล่าวออกไปจนถึงหัวเมือง ยังมีพระครูที่อยู่ในราชธานีซึ่งได้ว่ากล่าววัดมากบ้างน้อยบ้าง หรือเปนหัวหน้าว่ากล่าวพระสงฆ์ต่างชาติต่างภาษา เช่น มอญ แลลาว เปนต้น พระเจ้าแผ่นดินมีพระราชประสงค์จะยกตำแหน่งพระครูที่ว่าคณะในราชธานีให้สูงขึ้นเท่ากับสังฆราชหัวเมือง จึงยกขึ้นเปนสังฆราชาคณะ ที่เราเรียกกันว่าพระราชาคณะทุกวันนี้ ในชั้นกรุงเก่าจึงมีตำแหน่งสังฆนายกเปน ๓ ชั้น คือ สมเด็จพระสังฆราช พระสังฆราชาคณะ แลพระครู ดังอธิบายมานี้

ส่วนราชทินนามนั้น นอกจากที่ปรากฎในทำเนียบครั้งสุโขทัยดังกล่าวมาแล้ว ได้พบราชทินนามของสังฆนายกชั้นสูงในหนังสือเก่า มีอยู่ ๒ นาม คือ พระพุทธโฆษาจารย์ กับพระวันรัตน์ นามพระพุทธโฆษาจารย์ได้พบในหนังสือพงศาวดารเหนือว่าอยู่วัดเขารังแร้ง เมืองสวรรคโลก (องค์ที่ไปห้ามทัพพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก เรื่องพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎกข้าพเจ้าจะไม่วินิจฉัยในที่นี้ แสดงให้ปรากฎแต่ว่านามพระพุทธโฆษาจารย์นี้เปนนามที่มีมาในสยามประเทศ