ข้อซึ่งสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ประทานกระแสพระดำริห์ว่า นามสมเด็จพระอริยวงศาญาณ พิเคราะห์ในทางภาษา เปนนามใหม่ เห็นว่าจะพึ่งมีขึ้นภายหลังนั้น ข้าพเจ้ามาใคร่ครวญดูตามเรื่องที่ปรากฎในพงศาวดาร ออกจะแลเห็นเค้าเงื่อนว่านามสมเด็จพระอริยวงศญาณจะมีขึ้นเมื่อใด จะกล่าวความสันนิษฐานลงไว้ในที่นี้ คือ เมื่อปีระกา จุลศักราช ๑๑๑๕ พ.ศ. ๒๒๙๖ ในแผ่นดินพระเจ้าบรมโกษฐ ครั้งนั้น ในลังกาทวีปสิ้นสมณวงศ์ เหตุด้วยเสียเมืองแก่พวกมิจฉาทิฏฐิ ครั้นพระเจ้ากิตติสิริราชสีหได้ครองราชสมบัติณเมืองลังกา ตั้งราชธานีอยู่ณสิงห์ขันธนคร (คือที่เรียกว่าเมืองแกนดีทุกวันนี้) มีพระราชประสงค์จะทรงตั้งสงฆมณฑลให้กลับมีขึ้นในสิงหฬทวีปอย่างเดิม จึงแต่งราชทูตให้เชิญพระราชสาส์นเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาทูลขอพระมหาเถระกับคณะสงฆ์ออกไปให้บรรพชาอุปสมบทแก่ชาวสิงหฬ พระเจ้าบรมโกษฐโปรดให้อาราธนาพระราชาคณะ ๒ องค์ คือ พระอุบาฬีองค์ ๑ พระอริยมุนีองค์ ๑ กับพระสงฆ์อิก ๑๒ รูป ออกไปให้บรรพชาอุปสมบท ตั้งสงฆมณฑลในสิงหฬทวีป พระอุบาฬีกับพระอริยมุนีออกไปอยู่เมืองลังกาได้ ๖ ปี ถึงปีเถาะ จุลศักราช ๑๑๒๑ พ.ศ. ๒๓๐๒ ในแผ่นดินพระเจ้าเอกทัศ ส่งพระราชาคณะออกไปอิก ๒ องค์ คือ พระวิสุทธาจารย์ ๑ พระวรญาณมุนี ๑ กับพระสงฆ์อิก ๓ รูป ไปเปลี่ยนพระสงฆ์ซึ่งไปคราวพระอุบาฬี พระสงฆ์ทั้ง ๒ พวกออกไปค้างอยู่ที่เมืองลังกาจนปีมะโรง จุลศักราช ๑๑๒๒ พ.ศ. ๒๓๐๓ พระอุบาฬีถึงมรณภาพเสียที่เมือง
หน้า:ตำนานคณะสงฆ์ - ดำรง - ๒๔๖๖.pdf/27
หน้าตา