กำหนดไว้ให้จำคุกเกินกว่าสามปีขึ้นไปแต่ไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับเกินกว่าสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในคดีที่ผู้พิพากษานายเดียวมีแต่เพียงอำนาจพิจารณา ไม่มีอำนาจพิพากษา ตามอนุมาตรา ๔ และอนุมาตรา ๕ นั้น เมื่อจะพิพากษาคดี จะต้องมีผู้พิพากษาอีกอย่างน้อยนายหนึ่งตรวจสำนวนและลงลายมือชื่อในคำพิพากษาเป็นองค์คณะด้วย”
มาตรา๑๔ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๓ แห่งพระธรรมนูญศาลยุตติธรรม และใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๒๓ศาลชั้นต้นนอกจากศาลแขวง ต้องมีผู้พิพากษาอย่างน้อยสองนาย จึ่งเป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งและคดีอาญาทั้งปวง
เมื่อผู้พิพากษาไม่สามารถจะนั่งพิจารณาความให้ครบองค์คณะได้ ให้ผู้พิพากษาที่จะนั่งพิจารณาคดีนั้นมีอำนาจเชิญบุคคลที่มีลักษณะดั่งจะกล่าวต่อไปนี้นั่งเป็นสำรองผู้พิพากษาเพื่อให้ครบองค์คณะ
(๑)เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับคุณสมบัติของผู้ที่มีมีสิทธิสมัครสอบเข้าเป็นข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน แต่ต้องมีอายุตั้งแต่ ๒๕ ปีขึ้นไป