(๑)สั่งให้ผู้พิพากษาและจ่าศาลรายงานเกี่ยวด้วยคดีใด ๆ หรือรายงานกิจการอื่น ๆ ของศาลซึ่งอยู่ในเขตต์อำนาจของตน
(๒)นั่งพิจารณาและพิพากษาคดีในศาลทุกศาลซึ่งอยู่ภายในเขตต์อำนาจของตน หรือเมื่อได้ตรวจสำนวนคดีใดแล้ว มีอำนาจลงลายมือชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งได้
(๓)ในกรณีจำเป็น สั่งให้ผู้พิพากษาคนหนึ่งคนใดในศาลหนึ่งซึ่งอยู่ในเขตต์อำนาจของตนไปช่วยทำหน้าที่ชั่วคราวในอีกศาลหนึ่ง แล้วรายงานไปยังกระทรวงยุตติธรรมทันที”
มาตรา๑๐ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕ แห่งพระธรรมนูญศาลยุตติธรรม และใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๑๕ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีและมีอำนาจทำการไต่สวนหรือออกคำสั่งใด ๆ ซึ่งผู้พิพากษานายเดียวมีอำนาจดั่งที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ อนุมาตรา ๑ ถึงอนุมาตรา ๔ แห่งพระธรรมนูญศาลยุตติธรรม แต่เมื่อได้พิจารณาพะยานหลักฐานแห่งคดีไปแล้วปรากฏว่าโทษของจำเลยควรจำคุกเกินกว่าหกเดือน หรือปรับเกินกว่า