มาตรา๑๓ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๒ แห่งพระธรรมนูญศาลยุตติธรรม และใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๒๒ในศาลชั้นต้น ผู้พิพากษานายเดียวมีอำนาจเกี่ยวแก่คดีซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลนั้นดั่งต่อไปนี้
(๑)ทำการไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องหรือคำขอที่ยื่นต่อศาลในคดีแพ่ง
(๒)ทำการไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งในคดีอาญา
(๓)พิจารณาพิพากษาคดีแพ่งซึ่งราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจำนวนเงินที่ฟ้องไม่เกินห้าร้อย หรือเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ นอกจากคดีที่เกี่ยวด้วยสิทธิตามสภาพบุคคลและสิทธิในครอบครัว
(๔)พิจารณาพิพากษาคดีอาญาซึ่งอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ทั้งนี้จะลงโทษจำคุกเกินหกเดือน หรือปรับเกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับเกินกว่านี้หาได้ไม่
(๕)พิจารณาคดีแพ่งซึ่งราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจำนวนเงินที่ฟ้องเกินกว่าห้าร้อยบาทขึ้นไปแต่ไม่เกินสองพันบาท หรือคดีอาญาซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมาย