สามอย่างไม่เสมอกัน คือ ปีปรกติ ๑๒ เดือน เปน ๓๕๔ วัน ปีมีอธิกวาร ๓๕๕ วัน กับปีอธิกมาศ ๑๓ เดือน เปน ๓๘๔ วัน ถ้าจะแปลกกันแต่อย่างเช่นนี้ปรกติกับปีอธิกวารเท่านั้น ก็จะไม่ผิดประหลาดมากนัก แต่วิธีอย่างนี้มีอธิกมาศยาวกว่าปีปรกติแลปีอธิกวารถึงเดือนหนึ่ง เพราะฉนั้น วิธีนับปีอย่างนี้ไม่สมเหตุอันควรโดยประการที่ ๒ ดังกล่าวมาแล้วนั้น อีกประการหนึ่งวิธีนับเดือนที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ ถ้าพ้นจากกาลประจุบันไปแล้ว จะเปนกาลอดีตก็ดี อนาคตก็ดี เปนการยากที่คนสามัญจะรู้ได้ว่า ปีใดเปนอธิกมาศ อธิกวาร ฤๅปรกติ ถึงแม้ว่าผู้ที่รู้วิชาเลขดีแล้วก็ยังต้องคิดคำนวนค้นหาตำราสอบสวนอยู่ช้านานจึงจะได้รู้ ด้วยต้องทำพิสุทธิมาศ คือ ทำสัมมุขอาทิตย์แลจันทรในวันเข้าพรรษาแลวันปวารณาให้เข้าตัวอย่างฤกษ โดยผ่อนวันในปีจะให้เปนอธิกมาศ อธิกวาร แลปรกตินั้นเข้าหาให้ต้อง อย่างฤกษเข้าพรรษาอยู่ในฤกษ ๒๐ ฤกษ ๒๑ ฤกษ ๒๒ คือ บุรพาสาธ อุตราสาธ สาวะนะ ๓ ฤกษ กับฤกษปวารณาอยู่ในฤกษ ๒๖ ฤกษ ๒๗ ฤกษ ๑ คือ อุตรภัทร เรวดี อัศนี ๓ ฤกษ แล้วอย่าให้สงกรานต์ก่อนขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๕ ด้วยทางคำนวนอย่างนี้เปนของคิดขึ้นภายหลัง ไม่ได้เปนตำราตั้งมาแต่เดิมแรกตั้งจุลศักราชเหมือนตำราสุริยาตร เพราะฉนั้น ดิถีกับวารในอัตตาเถลิงศก บางปีก็
หน้า:กม ร ๕ (๓) - ๒๔๓๗.pdf/41
หน้าตา
(เปลี่ยนทางจาก หน้า:ปก ให้ใช้วันอย่างใหม่ (๑๒๕๐).pdf/3)
หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
เล่ม ๓
น่า ๘๕๒
ลักษณให้ใช้วันอย่างใหม่