ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Prakat 2437-06-02.djvu/2

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้ตรวจสอบแล้ว
เล่ม ๑๑
๘๗
ราชกิจจานุเบกษา

คำฟ้องหาซึ่งพนักงานผู้เปนทนายแผ่นดินแต่งขึ้นนั้น จะต้องแจ้งความให้ผู้ต้องหาทราบอย่างน้อยที่สุดก็ ๓ วันก่อนเวลาที่จะเปิดศาลชำระความนั้น

ศาลนั้นจะต้องนั่งชำระความตามวันแลเวลาซึ่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลนี้จะได้กำหนดไว้ ให้ชำระกันในห้องอันหนึ่งที่สถานทูตฝรั่งเศส

ผู้พิพากษาก็ดี พยานก็ดี แลผู้ต้องหาก็ดี บรรดาเปนผู้ที่พูดภาษาไม่เหมือนกันนั้น อธิบดีศาลจะได้ให้มีล่ามใช้ ล่ามนั้นอธิบดีศาลจะให้สาบาลว่าจะแปลความซึ่งกล่าวกันในระหว่างผู้ซึ่งพูดต่างภาษากันนั้นโดยสัจโดยจริงตามที่ได้กล่าวกัน

ผู้ต้องหานั้นจะได้มายังศาลโดยไม่ต้องมีเครื่องพันธนาการอันใด ให้มีแต่ผู้คุมซึ่งกำกับสำหรับไม่ให้หนีหายเท่านั้น พร้อมกับทนายของผู้ต้องหามาด้วยกันแล้ว อธิบดีศาลจะได้ถามชื่อ อายุ ตำแหน่งซึ่งประกอบกิจการงาน กับตำบลที่เกิดของผู้ต้องนั้นแล้ว ก็จะได้บอกให้ผู้ต้องหาเอาใจใส่คอยฟังความซึ่งจะได้ยินต่อไปแล้ว ในขณะนั้นอธิบดีศาลจะได้มีคำสั่งให้ยกระบัตรศาลอ่านคำฟ้อง ซึ่งยกระบัตรจะต้องอ่านด้วยเสียงอันดังด้วยแล้ว

พนักงานผู้เปนทนายแผ่นดินจะได้กล่าวคำอธิบายในเรื่องที่ฟ้องหานั้นแล้ว ภายหลังจะได้ยื่นรายชื่อพยานผู้ซึ่งควรจะให้มาเบิกความตามที่ทนายแผ่นดินขอให้สืบฤๅตามที่ผู้ต้องหาขอให้สืบนั้น รายชื่อพยานนี้ยกระบัตรศาลจะได้อ่านขึ้นโดยเสียงอันดังด้วยแล้ว

อธิบดีศาลจะได้สั่งให้พยานออกไปอยู่ในห้องหนึ่งซึ่งจัดไว้สำหรับพยานพัก ห้ามไม่ให้พยานไปจากห้องนั้น เว้นไว้แต่จะเข้าไปเบิกความในศาล

ผู้ต้องหานั้นจะต้องถามเอาคำให้การไว้แล้ว จะได้ถามพยานผู้ซึ่งต้องสาบาลว่าจะเบิกความตามที่รู้เห็นแต่โดยสัจโดยจริง ไม่มีสิ่งอื่นนอกจากความสัจแล้ว ยกระบัตรศาลจะต้องจดถ้อยคำลงไว้ กับทั้งชื่อพยาน คือ ชื่อตัว ตำแหน่งซึ่งประกอบกิจการงาน อายุ แลตำบลที่อยู่ของพยานนั้น

เมื่อได้ถามพยานเบิกความแล้วเปนคำ ๆ ไปนั้น อธิบดีศาลจะได้ถามผู้ต้องหาว่าจะมีประสงค์ที่จะมีคำคัดค้านท้วงติงคำพยานอันพึงได้ให้การเปนผิดต่อผู้ต้องหานั้นประการใดบ้าง แต่ห้ามไม่ให้ขัดขวางพยานผู้ซึ่งเบิกความอยู่นั้น ผู้ต้องหาฤๅทนายของผู้ต้องหานั้นจะซักไซ้ถามพยานก็ได้แต่โดยร้องขอให้อธิบดีศาลถาม เมื่อพยานให้การแล้ว แลจะว่ากล่าว