ราชที่นี้ ๑๖ ปีแล้ว ก็จักไปสร้างเวียงลูกหนึ่งทิศใต้อยู่ที่นั้นนานได้ ๒๐ ปี ก็จักได้ไปสร้างเวียงอิกลูกหนึ่งทิศใต้ เวียง ลูกนั้นคือเวียงหริภุญไชย อยู่เวียงลูกนั้นไม่นานเท่าใด ก็จักไปสร้างเวียงอิกลูกหนึ่ง คือเมืองเชียงใหม่ ท่านจักเสวยเมืองละ พูน เชียงใหม่ที่นั้นนานได้ ๒๔ ปี อายุได้ ๘๐ ปี จักตายฟ้าผ่านั้นแล ฯ
๏เจ้าฤๅษีครั้นทำนายดังนี้แล้ว ก็พร้อมกันหาชื่อให้เจ้าราชกุมารให้จับทั้ง ๓ ประการ คือชื่อพ่อแลฤๅษี แลฝ่ายภายแม่ นั้น นางเทพคำข่าย ๆ เปนบุตรท้าวลุงแก้วชายเมืองเชียงรุ่ง ที่เมืองเจ้าเกิดนี้ชื่อเชียงราย ชื่อพระฤๅษีว่าปทะมังกร เข้าประสมกัน เรียกชื่อว่า มังรายกุมาร ว่าดังนั้นแล ฯ
๏ลำดับตั้งแต่จังกรราชมาถึงเจ้ามังรายได้ ๒๒ ตนแล ตั้งแต่เจ้ามังรายนี้ต่อไปภายน่า ชื่อกระษัตริย์ไม่ว่าลาวแล เจ้า มังรายกุมารจำเริญขึ้นได้ ๑๖ ขวบเข้าแล้ว พระยาตนพ่อก็ไปนำเอานางผู้เปนบุตรีเจ้าเมืองเชียงเรือง มากระทำอา วาหมงคลให้เปนภรรยาแล้วก็แต่งให้เปนอุปราชา ให้ใจรู้คนภายทิศใต้ทั้งปวงแล ฯ
๏ครั้นถึงปีเมิงไค้ คือปีกุญนพศก ศักราช ๖๑๐ ตัว เดือน ๕ ขึ้น ๕ ค่ำ วัน ๗ ท่านก็นำเอารี้พลเสนาโยธาไปสร้างตั้ง อยู่เวียงเชียง รายแล้ว ก็ไม่คืนมาอยู่เมืองเชียงแสนแล ฯ
๏พระยาลาวเมงตนเสวยราชสมบัติอยู่เมืองเงินยังเชียงแสนที่นั้นนานได้ ๒๕ ปี อายุได้ ๖๗ ปี ก็สิ้นแก่กรรมไปสู่โลก ภายน่า ในปี