ให้เจ้าน้ำท่วมยกไปจากเมืองฝางกินเมืองนั้นต่อไป เมื่อเจ้ามหาไชยสงครามได้สมบัติแทนพ่อที่เชียงใหม่นานได้ ๔ เดือน ก็มอบสมบัติให้เจ้าแสนภูเปนผู้ครอบครองบ้านเมืองแทนอยู่นานประมาณ ๑ ปี เจ้าขุนเครืองผู้เปนอาว์ ก็เพทุบายยกกองทัพ จากเชียงรายเข้ามาว่าจะไปนมัสการอัฐิเจ้ามังรายผู้เปนพระบิดา ที่หัวตลาดเชียงใหม่ แล้วก็ให้คนเอาบรรณาการของฝากเข้า มาเปนอันมาก ว่าจะเอามาถวายเจ้าแสนภูผู้หลาน แล้วก็บังคับพวกพ้องของตนขนเอาเครื่องสาตราอาวุธเข้าตั้งไว้ที่ประตูสอม บอกว่าจะเอาเจ้าแสนภูเวลาพลบค่ำ เจ้าแสนภูรู้สึกตัวจึงตริตรองว่า ถ้ากูต่อสู้ปราไชยแก่อาว์แล้ว อาว์ก็คงไม่ไว้ชีวิตรให้แก่กู ถ้ากูมีไชยชนะแก่อาว์ หมู่พวกพ้องก็คงจะฆ่าอาว์เสียทรงวิตกดังนี้ จึงรวบรวมบุตรภรรยาแลทรัพย์สิ่งของตามแต่จะได้แล้วก็ หนีทิ้งเมืองเสีย ครั้นไปเชียงโสมเวลาเที่ยงคืนแล้วก็ไปถึงเจ้าน้ำท่วมที่เมืองฝาง เจ้าน้ำท่วมก็เกณฑ์รี้พลส่งเจ้าแสนภูไปถึงเจ้า มหาไชยสงครามที่เชียงราย ครั้นถึงบิดาแล้วก็กราบทูลเหตุการตามที่อาว์คิดกลอุบายแย่งชิงทรัพย์สมบัติให้พระบิดาทรง ทราบทุกประการแล้ว เจ้ามหาไชยสงครามก็โกรธมากนัก จึงจัดแจงรี้พลคนศึกเปนอันมากให้แก่เจ้าน้ำท่วมไปแก้แค้นพระยา ขุนเครืองผู้น้อง อย่าได้ปล่อยตัวมันหนีไปเมืองเงี้ยวได้ ว่าฉนี้แล้วเจ้าน้ำท่วมก็รับอาชญาอาสาบิดาแล้วก็ยกทัพจากเมืองฝาง ไปสมทบกับทัพเชียงรายได้พร้อมแล้ว ก็แต่งอุบายเหมือนจะไปรั้งเมืองแล้ว ก็เอาหมู่กองทัพไปตั้งอยู่หนองแสนต่อ ในเดือน ห้าเหนือลง ๑๓ ค่ำวันอังคาร เวลาเช้าวันนั้นเจ้าน้ำท่วมแต่งอุบายให้คนทั้ง
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๐) - ๒๔๖๑.pdf/88
หน้าตา