ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๐) - ๒๔๖๑.pdf/91

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๕๖

ก็ถึงแก่กรรมไป ในปีกาบเส็จคือปีจอฉศก จุลศักราชได้ ๗๕๗ ตัว นับได้ ๒๕ เช่นมหาราชวงษ์แล ๚

เจ้ากือนาตนลูกอายุได้ ๔๐ ปีได้เปนพระยาแทนพ่อ เปนเอกราชท่านเสวยเมืองแทนพ่อในปีกาบเส็จนั้นแล ท่านมีราชบุตรตนหนึ่งชื่อเจ้าแสนเมืองมา ดังเจ้ามหาพรหมตนน้อง ก็เสวยเมืองเชียง ราย เจ้ากือนาถึงแก่กรรมไปแล้ว ในปีเมิงเป้ารกานพศก จุลศักราชได้ ๗๘๐ ตัวอายุได้ ๖๓ ปี ได้ ๒๖ ชั่วมหาราชวงษ์แล ๚

ขณะนั้นเสนาพฤฒามาตย์ราชปโรหิตาจารย์ทั้งหลาย ก็พร้อมกันอุสาราชาภิเศกเจ้าแสนเมืองมาตนลูก อายุได้ ๑๘ ปีได้เปนเอกราชแทนพ่อตน ในปีเมิงเล้านั้นแล เมื่อนั้นเจ้ามหาพรหมตนเปนอาว์อันอยู่เสวยเมืองเชียงรายนั้น ก็ลงไปพึ่งพระยาใต้ ขอเอารี้พลคนศึกเพื่อจักขึ้นมารบเอาเมืองเชียงใหม่ พระยาใต้ก็ให้รี้พลคนศึกให้แก่เจ้ามหาพรหมได้แล้ว เมื่อนั้นนางเทวีพระยาใต้ก็ลักเอาพระสิหิงค์ให้แก่เจ้ามหาพรหม เจ้ามหาพรหมก็เอาพระสิหิงค์เจ้าขึ้นมาถึงเมืองเชียงใหม่ เมื่อนั้นเจ้าแสนเมืองมาตนเปนหลาน ก็รู้เห็นเจ้ามหา พรหมเปนอาว์ ได้พระสิหิงค์ขึ้นมาให้แก่ตนฉนั้น ก็มีความยินดีก็ไม่กระทำร้ายแก่อาว์ตน ก็ส่งให้อาว์ตนไปอยู่เสวยเมืองเชียงรายดังเก่า ภายหลังแต่นั้นมา เจ้ามหาพรหมก็ลงไปเมืองเชียงใหม่ก็ไปสิ้นแก่กรรมเสียที่เมืองเชียงใหม่ ดังเจ้าแสนเมืองมาตนนั้นท่านก็เสวยราชสมบัติอยู่ตามชอบธรรม ส่วนเจ้ากือนาตนพ่อ เมื่อละวางอารมณ์ไปแล้ว ก็ได้เปนอสุรกายรุกขเทวดา รักษาต้นไม้นิโครธต้นหนึ่ง อยู่ริมถนนที่จะเดินเข้าไปในเวียงนั้น ๚