จึงกราบบังคมทูลว่า ข้าพเจ้าได้รบพุ่งหัวเมืองน้อยใหญ่เหมือนพระองค์ทรงทราบฉนั้น พระเจ้าแผ่นดินอินทปัตจึงตรัสห้ามพระยาฟ้างุ้มว่า แต่วันนี้ไปภายน่าอย่าคิดเบียดเบียนหัวเมืองนานาประเทศเลย ให้ตั้งอยู่ในทางยุติธรรมเถิด พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตก็ยอมอยู่ในราโชวาท พระเจ้าอินทปัตจึงให้พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตเข้าไปรับศีลห้ากับพระป่าขมันมหาเถรในมหาวิหารพระบาง แล้วพระเจ้าอินทปัตจึงยกบรรดาหัวเมืองขึ้นแก่กรุงอินทปัตฝ่ายเหนือ กำหนดแต่แก่งลีผีขึ้นไป พระราชทานให้ไปขึ้นแก่พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตทั้งสิ้น แล้วพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต ก็กราบบังคมทูลขอเอาพระพุทธรูปอันทรงพระนามว่าพระบางขึ้นไป กับพระป่าขมันมหาเถรองค์ ๑ พระภิกษุสงฆ์ ๔ องค์ สามเณร ๓ องค์ ราชบัณฑิตย์ ๔ คน กับต้นพระศรีมหาโพธิซึ่งเอามาแต่ลังกาทวีปนั้นต้น ๑ พระเจ้าอินทปัตก็พระราชทานให้ตามปราถนา พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตก็กราบถวายบังคมลาพาพระบาง แลพระป่าขมันมหาเถร ภิกษุสงฆ์ สามเณรบัณฑิตย์พระศรีมหาโพธิแห่ขึ้นไป ครั้นไปถึงเมืองเวียงคำ พระยาเวียงคำก็มีความโสมนัศศรัทธายิ่งนัก จึงเข้ามาเฝ้าทูลอ้อนวอนขอนิมนต์พระบางไว้กราบไหว้สักการบูชา พระยาฟ้างุ้มเสียคำอ้อนวอนมิได้ก็ยกพระบางให้พระยาเวียงคำไว้สักการบูชาตามศรัทธา แล้วพระยาฟ้างุ้มก็พาเอาเสนาพฤฒามาตย์ราชบัณฑิตย์ ข้าเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท เสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปครองราชสมบัติอยู่ในกรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างร่มขาวตามเดิม ๚
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๑) - ๒๔๖๒.pdf/23
หน้าตา