บังคมทูลพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตทรงทราบแล้ว ก็ทรงพระโทมนัศเสียพระไทยเปนอันมาก แต่พระบางที่จมอยู่ในน้ำนั้น เดชะบุญญานุภาพของพระบาง เทพยเจ้าทั้งปวงอัญเชิญเอาพระบางขึ้นจากน้ำคืนไปไว้พระวิหารเมืองเวียงคำตามเดิม ๚
๏ครั้นลุศักราช ๘๓๘ (พ.ศ. ๒๐๑๙) ปีวอกอัฐศก บัวขวางชุนแลเนิกองค์ ยกเอากองทัพญวนมาตีกรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างร่มขาว กำหนดพลทหารญวนห้าร้อยห้าสิบหมื่น พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตแลเจ้าอุปราชก็เกณฑ์พลทหารออกต่อรบเปนสามารถ บัวขวางชุนแลเนิกองค์แม่ทัพญวนเข้าปล้นเอาเมือง รบกันจนถึงอาวุธสั้น พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตเห็นว่าทัพญวนมีกำลังมากนัก ก็เลิกอพยพครอบครัวเสด็จลงเรือพระที่นั่งล่องลงมาพักอยู่เมืองเชียงคาน แต่เจ้าอุปราชนั้นทรงช้างเผือก กอบไปด้วยทหารเอก ๔ คน ชื่อท้าวนรสิงห์ ๑ ท้าวนรสาร ๑ ท้าวนรเคร ๑ ท้าวนรนารายน์ ๑ แต่ทหารเอก ๔ คนนี้มีกำลังกระโดดขึ้นได้ถึง ๘ ศอก รบญวนในกลางเมืองถึงตลุมบอนพลทหารกองทัพญวนล้มตายเปนอันมาก แต่เจ้าอุปราชทรงเห็นทหารเหน็ดเหนื่อยนัก ก็เสด็จลงจากฅอช้าง ลงเรือพระที่นั่งจะข้ามน้ำโขงมาฟากฝั่งตวันตก เรือพระที่นั่งล่มในกลางแม่น้ำโขง เจ้าอุปราชก็ถึงแก่อสัญกรรมไปในกลางน้ำ ช้างเผือกก็ตายลอยน้ำไปด้วยกัน แล้วบัวขวางชุนแลเนิกองค์แม่ทัพญวน ยกพลทหารติดตามพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตลงมาถึงปากแม่น้ำพูล พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้ว จึงแต่งให้ท้าวแท่งคำอันเปนพระราชโอรส