พรหมราชจึงทรงแต่งให้คนไปเที่ยวหาพระพุทธรูป ตามหัวเมืองนานาประเทศพวกละ ๒๐ คน ครั้นไปถึงกรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างร่มขาว จึงเห็นพระแซกคำสถิตย์อยู่ในวัดวิชุณราชศรัทธาราม คนใช้เมืองเชียงใหม่ ๒๐ คนนั้น สังเกตแม่นมั่นในสันดานด้วยกันทุกคนแล้ว พอเวลาค่ำดึกประมาณ ๓ ยาม ก็พร้อมกันเอาเลื่อยตัดน่าต่างเข้าไปยกเอาพระลงจากแท่น พระแซกคำกระทำปาฏิหารเปนมหัศจรรย์ต่าง ๆ บรรดาเลขวัดที่นอนรักษาอยู่นั้นรู้สึกขึ้น ก็พร้อมกันจับเอาพวกเมืองเชียงใหม่ได้ทั้ง ๒๐ คน จองจำตามธรรมเนียมโทษแล้วก็เข้าไปเฝ้ากราบทูลตามสาเหตุ พระยาโพธิสารราชทรงทราบแล้วก็ตรัสว่า คนเมืองเชียงใหม่ ๒๐ คนนี้มากระทำการประมาทไม่มีความยำเกรง เราก็เปนพระเจ้าเอกเทศ คนพวกนี้มีโทษอันหนักควรเราจะประหารชีวิตร แต่ว่าเราจะยกโทษให้สักครั้งหนึ่งปล่อยให้ไป เพราะเราเห็นแก่พระยามหาพรหมราชเจ้าเมืองเชียงใหม่ แต่พระพุทธรูปนั้นเราจะเอาไว้ไหว้สักการบูชา ด้วยเรามิได้ไปลักเอามานี่หากเปนบุญญาธิการหนหลังของเราค้ำชูอุดหนุน พระพุทธรูปจึงเสด็จมาโปรดเราแลราษฎรทั้งปวงได้ไหว้สักการบูชา แล้วพระองค์จึงมีรับสั่งให้ปล่อยคนโทษ ๒๐ คนนั้นกลับคืนไป ครั้นไปถึงเมืองเชียงใหม่พร้อมกันเข้าเฝ้ากราบทูลเจ้าเชียงใหม่ แจ้งความตามคดีทุกประการพระยามหาพรหมราชเจ้าเมืองเชียงใหม่ทรงทราบแล้ว ก็มีความสรรเสริญถึงพระยาโพธิสารราช พระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีสัตนาคนหุต
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๑) - ๒๔๖๒.pdf/31
หน้าตา