ล้านช้างร่มขาว ว่าพระยาโพธิสารราชองค์นี้ตั้งอยู่ในยุติธรรม อุส่าห์ทรงเมตตาถึงกับเราผู้กระทำผิด พระคุณนั้นไม่มีที่เปรียบได้ ควรเรายกเอาพระราชธิดาไปถวายจึงสมควรแก่คุณ พระยามหาพรหมราชเจ้าเมืองเชียงใหม่ จึงแต่งเสนาผู้ใหญ่แสนท้าวพระยาลาวทั้งปวงแห่เอานางยอดคำอันเปนพระราชธิดา ไปถวายพระยาโพธิสารราชพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตให้เปนอรรคมเหษี พระยาโพธิสารราชก็สมัคสังวาศอยู่ด้วยนางยอดคำ เกิดพระราชโอรส ๓ องค์ ทรงพระนามเชษฐวงษาราชกุมารองค์ ๑ เจ้าท่าเรือองค์ ๑ เจ้าวรวังโสองค์ ๑ มีพระราชธิดา ๓ องค์ ทรงพระนามนางแก้วกุมารีองค์ ๑ นางคำเล่าองค์ ๑ นางคำใบองค์ ๑ ๚
๏ครั้นลุศักราช ๙๑๕ (พ.ศ. ๒๐๙๖) ปีฉลูเบญจศก พระยามหาพรหมราชเจ้าเมืองเชียงใหม่ก็ถึงแก่พิราไลย เสนาบดีเมืองเชียงใหม่จึงนำเอาอาการไปกราบบังคมทูล พระยาโพธิสารราช พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต ก็ทรงพระโทมนัศเสียพระไทย จึงทรงตรัสปราไสต่อราชทูตานุทูต ตามประเพณีขัติยบุราณราชกระษัตริย์ราชทูตเมืองเชียงใหม่จึงพร้อมกันกราบบังคมทูล ขอเอาเจ้าเชษฐวงษาราชกุมารไปครองราชสมบัติในเมืองเชียงใหม่[1] พระเจ้ากรุงศรีสัตนา คนหุตก็ยกให้ ครั้นได้วันไชยมงคลนักขัตฤกษ์วันดี พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต ก็พาเอาเจ้าเชษฐวงษาอันเปนพระราชโอรส แลเสนา
- ↑ ในพงษาวดารเชียงใหม่ ว่าพระเจ้าตาขอไปเลี้ยงไว้เชียงใหม่แต่เล็ก จึงได้ครองเมืองเชียงใหม่