ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๑) - ๒๔๖๒.pdf/39

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๓๐

ลุศักราช ๙๔๕ (พ.ศ. ๒๑๒๖) ปีมแม เมืองเวียงจันทบุรีศรีสัตนาหุตก็ว่างเปล่าอยู่ได้ ๘ ปี ไม่มีพระเจ้าแผ่นดิน ๚

ครั้นลุศักราช ๙๔๖ (พ.ศ. ๒๑๒๗) ปีวอก สมเด็จเจ้าราชาคณะทั้งปวงจึงพร้อมกันขึ้นไปถวายพระพรพระเจ้าหงษาวดีอิมมาเล ขอเอาพระหน่อแก้ว[1] อันเปนพระราชบุตรของพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต พระยาไชยเชษฐาธิราช พระเจ้าหงษาวดีก็โปรดพระราชทานให้ จึงทรงตั้งพระหน่อแก้วให้เปนพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างเวียงจันท์ แล้วให้สมเด็จเจ้าราชาคณะทั้งปวงพาลงมาครองราชสมบัติเปนพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างเวียงจันท์ พระหน่อแก้วครองราชสมบัติเมืองเวียงจันท์ได้ ๕ ปี พระชนม์ ๒๖ ก็ถึงแก่พิราไลย ๚

ลุศักราช ๙๗๑ (พ.ศ. ๒๑๕๒) ปีระกา เสนาบดีทั้งปวงจึงเอาพระธรรมิกราชกุมารบุตรของน้าพระหน่อแก้ว ในตระกูลพระยาไชยเชษฐาธิราชขึ้นครองราชสมบัติ มีพระราชบุตร ๒ องค์ ทรงพระนาม พระอุปยุองค์ ๑ พระหม่อมแก้วองค์ ๑ พระธรรมิกราชครองราชสมบัติได้ ๒๖ ปีก็เสด็จถึงแก่พิราไลย แต่พระชนม์เท่าใดมิได้ปรากฎ เสนาบดีจึงเอาพระกระษัตริย์ ในตระกูลพระราชวงษาขึ้นครองราชสมบัติสืบ ๆ กันมาโดยลำดับ ๔ พระองค์มิได้ปรากฎพระนาม

(ตรงนี้ ฉบับที่ได้มาแปลเห็นจะบกพร่อง ในพงษาวดารล้านช้างฉบับหอพระสมุดว่า พระธรรมิกราชมีราชโอรสชื่อพระอุปยุวราช พ่อลูกครองเมืองด้วยกัน)

  1. บางฉบับเรียก พระหน่อเมือง