เชียงใหม่ พวกมหาดเล็กข้าหลวงเดิมใครจะไปด้วยเราก็ไป ถ้าใครไม่ไปคิดถึงบุตรภรรยาจะอยู่ก็ตามใจ ทรงตรัสถามฉนี้ พวกมหาดเล็กแลข้าหลวงเดิมกราบบังคมทูลว่า ขอไปตามเสด็จทั้งสิ้น พระองค์ก็พาเอาพระราชบุตร ๗ องค์กับพวกมหาดเล็กข้าหลวงเดิมเสด็จไปเมืองเชียงใหม่ ครั้นไปถึงเมืองเหลือก จึงรับสั่งให้พวกมหาดเล็กไปตัดเอาไม้เบญมอนต้นหนึ่งใหญ่ประมาณสามกำเศษ มาทอดเปนตะพานแห่งหนึ่ง พระองค์จึงทรงอธิฐานต่อเทพยเจ้าทั้งปวงว่า ถ้าข้าพเจ้ายังจะมีบุญญานุภาพจะได้ครองราชสมบัติ เปนเจ้าแก่เมืองนานาประเทศต่อไปเบื้องน่าแล้ว ข้าพเจ้าไต่ตะพานนี้ขอให้หักลง พระองค์ทรงอธิฐานดังนี้แล้ว ก็เสด็จไต่ตะพาน เดชะบุญญานุภาพของพระองค์ เทพยเจ้าบันดาลให้ตะพานนั้นหักลง พระองค์จึงทรงผนวชในวัดเมืองเหลือกแล้วก็เสด็จไปเมืองเชียงใหม่ เข้าพำนักอาไศรยอยู่วัดช้างเผือก ๚
๏ขณะนั้นพระเจ้าเชียงใหม่ถึงแก่พิราไลย มีพระราชบุตรสององค์ พระเจ้าอังวะแต่งกองทัพพม่ายกมาตีล้อมเมืองเชียงใหม่ไว้หลายชั้น กำหนดทัพพม่าถึงสิบเจ็ดหมื่น เสนาบดีเมืองเชียงใหม่คุมกองทัพออกต่อรบเปนหลายครั้งก็ไม่ชนะฝีมือพม่า หนีกลับเข้ามาทุกครั้ง เสนาพฤฒามาตย์ทั้งปวงทราบว่า พระเจ้าแผ่นดินเมืองล้านช้างร่มขาวหลวงพระบางทรงผนวช หนีมาอยู่วัดช้างเผือก จึงพร้อมกันเอาขันทองคำสามใบ จาฤกพระนามเจ้าราชบุตรทั้งสองใส่องค์ละใบ จาฤกพระนามเจ้าองค์นก พระเจ้าแผ่นดินเมืองล้านช้างร่มขาวหลวง