ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๑) - ๒๔๖๒.pdf/51

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๔๒

ลุศักราช ๑๑๒๕ (พ.ศ. ๒๓๐๖) ปีมแม เจ้าสุริยวงษาองค์[1]เปนพระราชอนุชาที่พม่าจับขึ้นไปแต่ก่อนนั้น พระเจ้าหงษาวดีใช้ให้เปนแม่ทัพคุมพม่าขึ้นไปตีหัวเมืองล่าเมืองแม้น เจ้าสุริยวงษาจึงพาเอาไพร่พลเมืองหลวงพระบางที่ขึ้นไปด้วยนั้น หักออกจากพม่าหนีลงมาตั้งอยู่เมืองแถง ๚

ครั้นลุศักราช ๑๑๒๘ ปีจออัฐศก เจ้าสุริยวงษาจึงมีหนังสือแต่งให้คนถือลงมาถึงเสนาบดีขึ้นกราบทูลพระเจ้าโชติกะกุมาร ที่เมืองหลวงพระบางว่า จะขอเข้ามาช่วยทำนุบำรุงราชการ พระเจ้าเมืองหลวงพระบางไม่ให้มา เจ้าสุริยวงษาก็โกรธ จึงเกณฑ์กองทัพตามแว่นแคว้นหัวเมืองได้พร้อมมือแล้วก็ยกลงมา ครั้นมาถึงเมืองหลวงพระบางดึกประมาณสองยามเศษก็เข้าปล้นเอาเมือง พระเจ้าเมืองหลวงพระบางเสนาบดีราษฎรทั้งปวงรู้สึกตัวต่างคนก็ต่างแตกตื่นหนีไป พระเจ้าเมืองหลวงพระบางโชติกะ เจ้าอุปราชอนุรุทธก็อพยพกวาดเอาเจ้านายบุตรหลานหนีลงมาอยู่บ้านน้ำรุ้ง (น้ำฮุง) ครั้นสว่างขึ้นเจ้านางศรีคำกององค์เปนพี่หญิงจึงเสด็จมาถามเจ้าสุริยวงษา ผู้น้องว่า เจ้ายกกองทัพเข้ามาครั้งนี้หมายจะมาฆ่าญาติพี่น้องหมดฤๅ ๆ ว่าคิดประการใด เจ้าสุริยวงษาจึงตอบว่า มิใช่จะมาคิดกระทำร้ายแก่เจ้านายญาติพี่น้อง คิดถึงเจ้าพี่เจ้าน้องจึงหนีพม่าลงมา ครั้นมีหนังสือให้คนถือลงมาถึงเสนาบดีให้กราบบังคมทูลทรงทราบแล้วมีหนังสือรับสั่งตัดขึ้นไปว่าไม่

  1. ในบางฉบับเรียกแต่ว่า เจ้าวงษ์