ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๑) - ๒๔๖๒.pdf/69

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๖๐

ลุปีขาลศักราช ๑๒๑๖ (พ. ศ. ๒๓๙๗) นายเชียงจำปาเมืองหลวงพระบาง ท้าวบุญคง ท้าวอินทร์เมืองน่าน พวกเมืองเชียงตุงจับได้ไปแต่เมื่อปีฉลูเบญจศก หนีลงมาแจ้งความต่อเมืองหลวงพระบางเมืองน่าน ว่าพม่าจะยกกองทัพมาตีเมืองหลวงพระบางแสนหนึ่ง จะมาตีเมืองเชียงใหม่สองแสน เมืองหลวงพระบาง เมืองน่าน จึงมีหนังสือบอกลงมายังกรุงเทพมหานคร เจ้าพระยาสมุหนายกนำขึ้นกราบบังคมทูลแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าลอองธุลีพระบาทแล้ว ไม่ทรงไว้พระไทย ครั้นถึงเดือนอ้ายข้างขึ้นในปีขาลฉศกนั้น จึงมีพระบรมราชโองการมารพระบัณฑูรสุรสิงหนาทเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ให้พระยาสีหราชเดโชไชย พระยาราช วรานุกูล คุมไพร่พลในกรุงนอกกรุงสองพันเศษ ยกขึ้นไปเมืองหลวงพระบาง กับพาเอาเจ้าอุปราชาเมืองเชียงรุ้ง เจ้าพรหมาเมืองหลวงพระบางขึ้นไปด้วย ครั้นพระยาสีหราชเดโชไชย พระยาราชวรานุกูล พาเอาเจ้าอุปราชาขี่ช้างเดินทัพขึ้นไปถึงศาลเจ้าเมืองน่าน ใต้เมืองหลวงพระบางระยะทาง ๒ คืน เจ้าอุปราชาไม่ลงช้างคำนับศาลเจ้าเทพารักษ์เจ้าสิงสู่เอาเจ้าอุปราชาข้ามลงทางศีศะช้าง หนีเข้าป่าไป พระยาราชวรานุกูลมีบัญชาแต่งให้ท้าวเพี้ยเมืองหลวงพระบาง แลนายทัพนายกองคุมไพร่เที่ยวค้นหาเจ้าอุปราชาตามในป่าถึง ๑๔ วัน ๑๕ วัน จึงได้เจ้าอุปราชาคืนมา เจ้าอุปราชาไม่ได้สติสมประดี ไม่ได้รับประทานเข้าถึง ๑๔ วัน ๑๕ วัน ดูหน้าตาแลร่างกายของเจ้าอุปราชาเหลืองเหมือนกับคนทาขมิ้น เสนาท้าวเพี้ยจึงพร้อมกันแต่งขันษมาโทษไปไถ่แก่