ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๓) - ๒๔๖๒.pdf/10

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร

คราวขอช้างเผือกเมื่อปีกุญ พ.ศ. ๒๑๐๖ ยกเข้ามาทางด่านเมืองตาก แล้วตีหัวเมืองฝ่ายเหนือก่อน พระเจ้าหงษาวดียกกองทัพไปล้อมเมือง พิศณุโลก ซึ่งเปนราชธานีข้างฝ่ายเหนือ สมเด็จพระมหาธรรมราชา รักษาเมืองต่อสู้ข้าศึกจนหมดกำลัง เพราะสิ้นเสบียงอาหารแลเกิด ไข้ทรพิศม์ขึ้นที่ในเมือง จึงต้องยอมอ่อนน้อมต่อพระเจ้าหงษาวดี ครั้นพระเจ้าหงษาวดียกลงมากรุงศรีอยุทธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ สู้ไม่ได้ก็ต้องยอมเปนไมตรี พระเจ้าหงษาวดีมีไชยชนะแล้ว เมื่อจะ เลิกทัพกลับไป พระมหาธรรมราชาจึงต้องถวายพระราชโอรสพระองค์ ใหญ่ คือสมเด็จพระนเรศวร เวลานั้นพระชัณษาได้ ๙ ขวบไปเปนตัว จำนำอยู่ในราชสำนักของพระเจ้าหงษาวดี ตามเยี่ยงอย่างประเทศราช สมเด็จพระนเรศวรเสด็จไปอยู่เมืองหงษวดี ๖ ปี ครั้นสมเด็จพระมหา ธรรมราชาได้ราชสมบัติเมื่อปีมะเสง พ.ศ. ๒๑๑๒ ถวายพระสุพรรณเทวี ราชธิดาแก่พระเจ้าหงษาวดี ๆ จึงยอมให้สมเด็จพระนเรศวรกลับคืนมา พระราชบิดาให้เสด็จขึ้นไปสำเร็จราชการฝ่ายเหนือ อยู่ณเมืองพิศณุโลก ดำรงพระยศเปนพระยุพราช แลในเวลานั้นกรุงศรีอยุทธยาเปนประเทศ ราชขึ้นแก่กรุงหงษาวดี มีทางไมตรีสนิทสนม เปนเวลาที่นิยมถ่าย แบบอย่างแลประเพณีหงษาวดี เข้ามาใช้ในกรุงศรีอยุทธยาหลายอย่าง ข้าพเจ้าสันนิฐานว่า น่าจะถ่ายคำอินแซะมินของพม่ามาแปลเปนภาษา ไทย เรียกสมเด็จพระนเรศวรว่า "พระเจ้าฝ่ายน่า" เปนเดิมมา เพราะจะเรียกว่า "พระเจ้าวังน่า" ให้ตรงศัพท์อินแซะมินของพม่า ก็ไม่ได้เสด็จอยู่ที่วังในกรุงศรีอยุทธยา ขัดอยู่ในทางภาษา จึงใช้คำว่า "ฝ่าย" แทน