ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๓) - ๒๔๖๒.pdf/100

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๙๓

ถึงรัชกาลที่ ๕ เมื่อรื้อกำแพงพระราชวังบวร ฯ แล้วนั้น ใน รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ พ.ศ. ๒๔๔๓ จะพระราชทานเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ โปรดให้แต่งพระ อุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาศเปนพระเมรุพิมาน ที่ประดิษฐานพระบรม ศพเวลาสมโภชแลทรงบำเพ็ญพระราชกุศล แทนพระเมรุใหญ่ท้อง สนามหลวงอย่างแต่ก่อน ปลูกพระเมรุน้อยที่พระราชทานเพลิงต่อ ออกมาข้างเหนือ จึงเปลี่ยนนามเรียกว่า "พระเมรุพิมาน" โปรด ให้ทำการพระศพสมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ พระบรม ราชอุปัธยาจารย์ก่อน แล้วจึงทำงานพระบรมศพสมเด็จพระบรมโอรสา ธิราช ต่อมาทำงานพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนศรี ธรรมราชธำรงฤทธิ์ แลเจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณงาน ๑ แล้วงานพระศพ สมเด็จพระมาตามไหยิกาเธอ กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร กับ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงษ์อิกงาน ๑ ซึ่ง มีงานในปีเดียวกันนั้น ก็ประดิษฐานพระศพในพระเมรุพิมานนี้

อิกอย่างหนึ่ง ที่วัดบวรสถานสุทธาวาศนี้ มีเก๋งเปนที่ไว้พระศพ เจ้านายฝ่ายในพระบวรราชวัง อย่างหอธรรมสังเวชในพระราชวังหลวง แลทางด้านตวันตกมีหอหลัง ๑ หลังคาเปนทรงจีน สร้างไว้แต่ใน รัชกาลที่ ๓ เหมือนกัน เรียกว่าหอพระมณเฑียรธรรม แต่ใช้เปนที่ไว้ พระอัฐิเจ้านายฝ่ายพระราชวังบวร ฯ อย่างหอพระนาคในพระราชวังหลวงมาจนโปรดให้สร้างที่ประจุที่หลังพระประธานณะวัดชนะสงครามในรัชกาลปัจจุบันนี้.