แลที่พระสนมกำนัลเฝ้า มีนามขนานห้องด้านน่าพระวิมานว่า พระที่ นั่งภิมุขมณเฑียร ด้านหลังขนานว่า พระที่นั่งปฤษฎางค์ภิมุข มุข ด้านน่า ๕ ห้องตอนต่อพระที่นั่งภิมุขมณเฑียรออกไปข้างนอกเปนมุขโถง ท้องพระโรงที่เสด็จออกแขกเมือง มีพระที่นั่งบุศบกราชบังลังก์ตั้ง ตรงพระทวารในออกมา ท้องพระโรงน่าที่กล่าวมานี้เรียกว่า " พระที่นั่ง พรหมภักตร์ " นามนี้พบในหนังสือเก่าหลายฉบับ แต่เดิมข้าพเจ้า เข้าใจว่าจะเรียกรวมหมดทั้งหมู่พระวิมาน เหมือนอย่างพระวิมาน วังหลวงแต่ก่อนเรียกรวมกันว่า "พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน" ฉนั้น แต่ มาเห็นในหนังสือนิพพานวังน่า ซึ่งแต่งแต่ในรัชกาลที่ ๑ มีนามทั้ง พระที่นั่งพรหมภักตร์ พระที่นั่งวสันตพิมาน พระที่นั่งวายุสถานอมเรศ พระที่นั่งพรหเมศรังสรรค์ แยกกันอยู่ชัดเจน จึงเข้าใจว่าพระที่นั่ง พรหมภักตร์นั้นมีอยู่องค์ ๑ ต่างหาก พิจารณาไปถึงข้างตอนท้าย หนังสือนิพพานวังน่านั้น พบอิกแห่ง ๑ กล่าวถึงเวลาเมื่อกรมพระราชวัง บวรมหาสุรสิงหนาทสวรรคตแล้ว เจ้านายวังน่าจะเสด็จลงมาถือน้ำที่พระราชวังหลวง เมื่อผ่านพระวิมานในกลอนกล่าวไว้ดังนี้
| "โอ้พระมิ่งมงกุฏอยุทธเยศ | ไยทุเรศแรมร้างพระวงษา |
| กระทั่งถือน้ำพิพัฒสัตยา | มาหยุดน่ามุขน้อมศิโรเรียง |
| ครั้งนี้ยังแต่ที่พรหมภักตร์ | ไม่ประจักษ์สิงหนาทประพาศเสียง |
| อันอนงค์ชิดเชยที่เคยเคียง | บำราศเวียงจากพระอัฐิเธอ" |
ความในกลอนตอนนี้ให้เห็นได้ชัดว่า ที่เรียก "พรหมภักตร์" นั้น หมายความว่าพระที่นั่งบุษบกราชบัลลังก์ที่เสด็จออกแขกเมือง อันตั้ง