ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๓) - ๒๔๖๒.pdf/113

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๐๕

พระที่นั่งหลังขวางว่ามุข องค์ตวันออกเฉียงเหนือขนานนามว่า พระที่นั่งบุรพาภิมุข องค์ตวันออกเฉียงใต้ขนานนามว่า พระที่นั่งทักษิณาภิมุข องค์ตวันตกเฉียงใต้ขนานนามว่า พระที่นั่งปัจฉิมาภิมุข องค์ตวัน ตกเฉียงเหนือขนานนามว่า พระที่นั่งอุตราภิมุข จึงมีพระที่นั่งรวมเปน ๑๑ องค์ทั้ง (พระที่นั่งพรหมภักตร์) ท้องพระโรงน่าแลท้องพระโรง หลังอยู่ในหมู่เดียวกัน มีเฉลียงรอบเปนทางเดินได้ในร่มตลอดถึงกัน ทุกองค์.

พระที่นั่งวสันตพิมาน พระวิมานหลังใต้ เห็นจะจัดเปนที่พระบรรธม ของกรมพระราชวังบวร ฯ ในรัชกาลที่ ๑ ด้วยในหนังสือนิพพานวังน่า ว่าด้วยกรมพระราชวังบวร ฯ ทรงอาไลย กล่าวเปนกลอนไว้ดังนี้

"ตรัสสั่งวสันตพิมานแก้ว จะลาแล้วแรมร้างอย่าหมางหมอง
เคยสำราญเนาสถานพิมานทอง จะไกลห้องทิพเยศนิเวศน์วัง"

แต่พระวิมานอิก ๒ หลังในกลอนเปนแต่ว่าพระแกลเปิดดังเปนลาง หาได้ แสดงว่าทรงอาไลยอย่างไรโดยเฉภาะไม่ อิกประการ ๑ ความปรากฎ ในหนังสือพระราชพงษาวดาร ว่ากรมพระราชวังบวร ฯ ในรัชกาล ที่ ๒ สวรรคตที่พระที่นั่งวายุสถานอมเรศ พระวิมานหลังกลาง ข้อนี้ชวน ให้เห็นว่าเสด็จมาอยู่พระวิมานหลังกลาง[1] เพราะจะไม่ให้ร่วมที่ประทับ

  1. ในหนังสือพระราชพงษาวดารว่า เมื่อพิธีอุปราชาภิเศกกรมพระราชวังบวร ฯ รัชกาลที่ ๒ สวดมนต์ที่พระที่นั่งพรหมภักตรอิกแห่ง ๑ แต่ก่อนข้าพเจ้าเข้าใจว่าจะหมายความว่าพระที่นั่งพรหเมศธาดา จึงสันนิษฐานว่า จะจัดพระวิมานข้างเหนือ อันเรียกว่าพระที่นั่งพรหเมศธาดาเปนที่พระบรรธม พึ่งมาเห็นแน่ใจว่า กรมพระ ราชวังบวร ฯ รัชกาลที่ ๒ ประทับที่พระที่นั่งวายุสถานอมเรศ พระวิมานองค์กลาง ที่เสด็จสวรรคตนั้นมาแต่แรกอุปราชาภิเศก.