ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๓) - ๒๔๖๒.pdf/120

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๑๒

อาจจะดำรัสสั่งให้ไว้พระอัฐิพระองค์เองในหอนั้นด้วยก็จะเปนได้ เพราะ เวลาเสด็จดำรงพระชนม์อยู่ก็ไม่เสด็จขึ้นไปอยู่บนพระวิมาน.

ทั้งหอพระเจ้าแลหอพระอัฐิในวังน่า มาถึงรัชกาลที่ ๔ ทรงจัด การใหม่ มีหมายรับสั่งปรากฎว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัวพระราชทานพระแก้ว (ผลึก) ซึ่งอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามขึ้น ไปไว้ในพระบวรราชวังองค์ ๑ แห่ขึ้นไปเมื่อเดือนอ้ายแรม ๘ ค่ำปีฉลู พ.ศ. ๒๓๙๖ เข้าใจว่าคงพระราชทานไปให้ประดิษฐานในหอพระเจ้า ให้เหมือนอย่างประดิษฐานพระพุทธบุษยรัตน ฯ ไว้ในหอพระสุราลัยพิมาน ส่วนหอพระอัฐินั้นเมื่อเชิญพระอัฐิกรมพระราชวังบวร ฯ ไปประดิษฐานที่ปราสาททองบนพระวิมานกลางทั้ง ๓ พระองค์แล้ว เข้าใจว่าโปรดให้เชิญพระอัฐิเจ้านายวังน่า ไปไว้ที่หอพระมณเฑียรธรรมวัดบวรสถานสุทธาวาศ ในคราวนั้นเอง แล้วจึงจัดหอพระอัฐิวังน่าให้เปนทำนองเดียวกับหอ พระธาตุมณเฑียรในพระราชวังหลวง ความปรากฏว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้เชิญพระอัฐิพระชนกสมเด็จพระศรีสุริเยนทร กับทั้งพระอัฐิเจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ มนตรี เจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ ซึ่งเปนพระภาดาสมเด็จพระศรี สุริเยนทรไปไว้ที่หอพระอัฐิวังน่า[1] ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรด ให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับพระอัฐิพระชนกสมเด็จ

  1. พระอัฐิพระชนกสมเด็จพระศรีสุริเยนทร แต่ก่อนเห็นจะอยู่ที่พระราชวังเดิม พระอัฐิอิก ๓ พระองค์นั้นแต่ก่อนคงอยู่หอพระนาคในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม.