อย่างไร ความปรากฏว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ทรง พระราชดำริห์ว่า พระพุทธรูปเงินทองแลของพุทธบูชามีอยุ่ในพระที่นั่ง สุทธาสวรรย์มาก ทิ้งไว้ผู้ร้ายจะลักเอาไปเสีย จึงโปรดให้เชิญพระ พุทธสิหิงค์กับทั้งพระพุทธรูปอื่น ๆ กับของพุทธบูชาลงมาไว้ในพระ อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ไว้บน ฐานชุกชีด้านน่าในพระอุโบสถ ตรงที่ตั้งพระสัมพุทธพรรณีทุกวันนี้ อยู่ตลอดรัชกาลที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ จนรัชกาลที่ ๔ จึงโปรดให้เชิญพระ พุทธสิหิงค์กลับไปวังน่า ครั้งพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวดัง กล่าวมาแล้วในที่อื่น เมื่อเชิญพระพุทธสิหิงค์ลงมาพระราชวังหลวง แล้ว ทางโน้นในพระที่นั่งสุทธาสวรรย์เหลืออยู่แต่ปราสาทปรางค์ ห้ายอด ซึ่งกรมพระราชวังบวร ฯ ทรงสร้างไว้เปนที่ประดิษฐานพระ พุทธสิหิงค์ ปรากฏในพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้า อยู่หัวว่า ถึงรัชกาลที่ ๒ กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์โปรดให้ รื้อปราสาทปรางค์ห้ายอดนั้นเสีย แล้วให้ตั้งพระแท่นเสวตรฉัตร ที่ในพระที่นั่งสุทธาสวรรย์เปนที่เสด็จออกแขกเมืองแลพระสงฆ์ถวายพระธรรมเทศนาต่อมา ก็คือว่าคงเปนแต่ที่ทำการพระราชพิธีเหมือนอย่าง พระมหาปราสาท ครั้นเมื่อกรมพระราชวังบวร ฯ รัชกาลที่ ๒ สวรรคต จึงประดิษฐานพระศพไว้ในพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ เหมือนอย่างพระ มหาปราสาททางพระราชวังหลวงฉนั้น.
พระแท่นเสวตรฉัตรวังน่า ที่ปรากฎในพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น เห็นจะสร้างขึ้นไว้แต่เมื่อในรัชกาล