ในรัชกาลที่ ๓ กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพทรงซ่อม แปลงปฏิสังขรณ์พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ใหม่ การปฏิสังขรณ์ครั้งนั้นแก้ ไขของเดิมหลายอย่าง สังเกตได้โดยแบบอย่างฝีมือช่างที่ทำ คือรื้อ เครื่องบนทำใหม่หมด เปลี่ยนหลังคาพาไลของเดิม ต่อเปนเฉลียง เสาลอย ไว้ผนังข้างบนเปนคอสองรอบ ซุ้มพระแกลของเดิมเห็นจะ ไม่มี ทำซุ้มขึ้นใหม่ทั้งหมด การปฏิสังขรณ์ครั้งนั้นน่าชมอย่างหนึ่ง ที่ของเดิมสิ่งใดดีเอาไว้หมดทุกอย่าง เปนต้นว่าเครื่องไม้กรอบแลบาน พระแกล ทวยที่รับชายคา คงใช้ของเดิมไม่เปลี่ยน ข้างในลายที่ เขียนผนังแลลายเพดาน รักษาของเดิมไว้ไม่แก้ไข เปนแต่ซ่อม แซมที่ชำรุด จึงยังแลเห็นของเดิมที่ทำโดยประณีตบรรจงมาได้จน ทุกวันนี้.
ที่เปลี่ยนนามพระที่นั่งสุทธาสวรรย์เปนพุทไธสวรรย์ เห็นจะเปน ด้วยเหตุ ๓ ประการ คือประการที่ ๑ เมื่อสร้างพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยขึ้น แลย้ายพระแท่นเสวตรฉัตรไปไว้พระที่นั่งอิศราวินิจฉัยแล้ว กรมพระ ราชวังบวรมหาศักดิพลเสพคงจะทรงพระราชดำริห์ จะจัดให้กลับเปนที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ให้ต้องตามที่มีลายเขียนผนังเปนเครื่องพุทธ บูชามาแต่เดิม ประการที่ ๒ ชื่อเดิมว่าพระที่นั่งสุทธาสวรรย์จะเห็นว่า ใกล้กับชื่อพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้า อยู่หัวทรงสร้างทางพระราชวังหลวงนัก จึงเปลี่ยนให้หลีกไปเสีย ประการที่ ๓ จะให้ชื่อคล้องสัมผัสกับพระที่นั้งอิศราวินิจฉัยที่สร้างใหม่ แต่ไม่ได้พระราชทานพระพุทธสิหิงค์ขึ้นไป จะตั้งพระพุทธรูปองค์ใด