ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๓) - ๒๔๖๒.pdf/127

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๑๙
มณฑาหอมหวนหอมยิ่งตรอมตรม จะจากชมชวนชมระบมทรวง
ยี่หุบหุ้มกลีบหุ้มขยายแย้ม ลำเจียกแหลมกลิ่นแหลมล้วนของหลวง
ลำดวนเย็นหอมเย็นดูเด่นดวง พิกุลร่วงดอกร่วงลงดาดดิน
เสาวรศทรงรศตระหลบฟุ้ง ดังจันทน์ปรุงประปรุงระคนกลิ่น
การเกดแก้วเกดอินทนิล บุหรงบินรีบบินไปจากรัง
ให้หนักจิตรจิตรหวนรัญจวนโหย ฤดีโดย ๆ ดิ้นถวิลหวัง
เหมือนอกเรา ๆ จะร้างนิราศวัง จึงโศกสั่ง ๆ สวนอยุทธยา"

ปรากฎในพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า เมื่อรื้อพระที่นั่งพิมานดุสิดาไปแล้ว กรมพระราชวังบวร ฯ ในรัชกาล ที่ ๒ ยังเสด็จประพาศสวนนั้นต่อมา กรมพระราชวังบวร ฯ ในรัชกาล ที่ ๓ ก็คงเสด็จประพาศที่สวนนั้น จึงทรงสร้างพระที่นั่งรังสรรค์จุฬาโลก ขึ้นเปนที่ประทับเวลาเสด็จลงประพาศสวน แต่ก่อนมีเก๋งจีน รูปเปนตรีมุข พื้นชั้นเดียว อยู่ที่เกาะกลางสระหลังหนึ่ง ข้าพเจ้าสำคัญว่า พระที่นั่งรังสรรค์จุฬาโลกจะเปนเก๋งจีนนั้นเอง แต่พวกชาววังน่าบอกว่า เก๋งจีนนั้นพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้าง ถ้าความจริง เปนเช่นนั้น พระที่นั่งรังสรรค์จุฬาโลกที่กรมพระราชวังบวรมหาศักดิ พลเสพทรงสร้างคงเปนเครื่องไม้ ผุพังสูญไปเสียหมดแล้ว พระบาท สมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงสร้างเก๋งจีนใหม่ เพราะสวนนั้นยัง เปนที่ประพาศต่อมาจนในรัชกาลที่ ๔.

ได้กล่าวมาแต่ก่อนว่าพระที่นั่งที่สร้างครั้งรัชกาลที่ ๑ มีชื่อไม่ คล้องกันอยู่ ๒ องค์ คือพระที่นั่งพรหมภักตร์องค์ ๑ พระที่นั่งศิวโมกข์